TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 32
ลอบโจมตีจุดตาย
หลายครั้งขณะต่อสู้ผมลอบหายใจทางปาก...
จากการปะทะอันหักโหมส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนล้าลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจเริ่มปั่นป่วนผิดปกติเป็เพราะชุดเกราะเพาเวอร์สูทดึงพลังงานไฟฟ้าสถิตในร่างกายออกมาใช้งาน ยิ่งใช้ออกมามากเท่าไหร่ยิ่งเหนื่อยล้ามากขึ้นเท่านั้นต้องหาทางจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
แต่การตั้งรับของมวยหย่งชุนอันเหนียวแน่นและสวนกลับฉับพลันมิอาจลดทอนความน่าหวาดหวั่นลงได้เลย ทางดาบของมันยิ่งมายิ่งทวีความรุนแรงราวกับเงาดาบของมันเพิ่มจำนวนขึ้นเป็สองเท่า ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งยากรับมือกระแสลมวูบไหวพัดผ่านราวพายุคลั่ง เสียงปะทุเกิดจากประกายคมดาบเสียดแทงทะลุการป้องกันเฉือนชุดเกราะขาดแหว่งเพิ่มมากขึ้นทุกการฟาดฟัน
แต่ใช่ว่ามันจะไม่าเ็หมัดของผมค่อยๆทิ้งร่องรอยบอบช้ำให้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของมันชุดเกราะที่มันใส่ขาดแหว่งแทบไม่มีชิ้นดี พละกำลังของมันเองเริ่มถดถอยลงเช่นกัน
ขณะที่ผมถอยหลังตั้งหลักจู่ๆปรากฏอาวุธลับมีดบินและดาวกระจายกลุ่มหนึ่งลอบโจมตี คงเป็พวกลูกสมุนของมันที่เหลือแต่คงเป็กลุ่มที่รับมือกับเจทแยกตัวมาช่วยหัวหน้าพวกมันอาวุธลับของพวกลูกสมุนไม่ได้น่ากลัวแต่สร้างความรำคาญทันทีที่มันปะทะวัตถุหรือตอนปัดทิ้งมันจะะเิเป็ควันสีเทาหม่น ชุดเกราะเพาเวอร์สูทส่งสัญญาณแจ้งเตือนบ่งบอกสารพิษในอากาศระดับความเป็พิษสามารถทำให้หมดสติภายใน5วินาที และเพาเวอร์สูทมันไม่สามารถป้องกันพิษโดยเฉพาะหน้ากากกรองอากาศได้ระดับหนึ่งเท่านั้น การที่ผมต้องคอยระแวงฉากหลบควันพิษเ่าั้ทำให้เสียจังหวะพลาดท่าโดนโกไลแอทฟันเข้าอีกหลายแผลจนล้มกลิ้งทิ้งร่างไปบนพื้นถนนชุดเกราะของผมถูกฟันเข้าตำแหน่งเดิมซ้ำๆ ขนาดส่วนที่เป็เกราะชั้นในเริ่มฉีกขาด หากโดนฟันซ้ำอีกทีเดียวคมดาบของมันต้องบาดถึงเนื้อร่างของผมคงชุ่มไปด้วยเื ขนาดะุอาก้ายังไม่ระคายผิว แต่กลับโดนดาบของมันฟันจนยับเยินไม่แปลกใจเลยที่เป็แบบนี้ เพราะวิถีดาบของเ้าโกไลแอทคงฝึกถึงขั้นคมเหนือะุแล้วจริงๆ
โกไลแอทะโลอยตัวสูงกว่ากำแพงฟันดาบคู่ลงมาซ้ำหวังเผด็จศึกฟันผมให้ขาดสองท่อน แต่ดาบคู่ของมันกลับถูกฟาดฟันต้านรับด้วยคมดาบอีกคู่หนึ่ง
เคล้งงงงงง!!!!!!
เกิดเสียงแหลมเล็กของโลหะกระทบกันดังสะท้อนรอบบริเวณแรงปะทะที่เกิดจากการการเร่งพละกำลังในระดับขีดสุดจากทั้งสองฝ่ายส่งผลให้ดาบสองคู่หักสะบั้นทันทีที่ฟาดฟัน
เป็เจทที่เข้ามาขวางถึงดาบจะหักด้วยกันทั้งคู่แต่ส่วนที่เหลือในมือก็ยังมุ่งเข้าห้ำหั่นฟาดฟันใส่กันไม่หยุดยั้ง เกิดประกายสะเก็ดไฟนับไม่ถ้วนตามกระบวนดาบที่เข้าปะทะผมรู้ว่าเจทกำลังโมโหและเอาจริง เป็ไปได้ที่เธอกำลังเผลอสติเกิดความคิดสังหารผู้คนโดยไม่ลังเลส่วนโกไลแอทก็ดุดันเกรี้ยวกราดบ้าคลั่งไม่แพ้กัน
การปะดาบกับโกไลแอทเป็สิ่งที่เจท้ามาั้แ่ต้นความคลั่งแค้นต้องถูกชำระ สาสมใจเธอซะที หลังจากที่มันทำลายผลงานของเธอจนะเิกลายเป็ซากไม่เหลือชิ้นดีเธอคงอยากสับมันเป็ชิ้นๆประกายไฟแล๊บแปล็บปล๊าบที่เกิดจากการปะทะดาบของทั้งคู่ไม่มีทีท่าจะหยุดยั้งและดูเหมือนวิถีดาบของทั้งคู่สูสีกล้ำกึ่งกัน ต่างฝ่ายต่างไม่อาจเอาชนะอีกฝ่ายได้เด็ดขาดเหล่าลูกสมุนที่หลงเหลือพวกมันเตรียมลอบโจมตีผมกับเจทด้วยอาวุธลับอีกครั้งคราวนี้รู้ทันลูกไม้มันหมดแล้ว ผมดักขว้างท่อนไม้สกัดอาวุธลับขวางหน้า ดาวกระจายเกิดะเิในระยะเผาขนพวกมันสามคนโดนควันพิษตัวเองเล่นงานจนโซเซก่อนหมดสติลงไป
ขณะที่โกไลแอทพัวพันการต่อสู้โดยไร้ผู้สนับสนุนหน่วยเฝ้าระวังทั้งหน่วยตอนนี้เหลือเพียงมันตัวคนเดียวจึงเป็ทีของผมที่จะดักซุ่มโจมตีดาบของทั้งคู่ฟาดฟันกันค่อยสึกกร่อนหักบิ่นลงจนเกือบจะเหลือแค่ด้ามจับในมือตอนนี้ทั้งคู่กำลังยันกันด้วยมือเปล่า ผมก็ได้โอกาสลงมือลอบะโลอยตัวสูงกว่ากำแพง ตีลังกาฟาดฝ่าเท้าลงมาจากด้านหลังของมัน
‘เพลงเตะพลิกฟ้า กระบวนท่าผ่าธรณี ’
ส้นเท้าหนาหนักที่ถูกเสริมความรุนแรงจากเพาเวอร์สูทฟาดใส่กลางหัวโล้นของโกไลแอทเข้าจุดตาย
เปรี้ยง!!!!!
ร่างของมันเลือนหายไปจากการทรงตัว
ทั้งศีรษะคว่ำคะมำกระแทกอัดพื้นถนนอย่างแรงพร้อมเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหวและพื้นคอนกรีตก็แตกยุบลงไปตามโครงร่างของมัน
สิ้นสภาพคาที่...
แต่ผมรู้มันยังไม่ตายฝ่าเท้าที่เหยียบคาบนหัวเหม่งของมันรู้สึกได้ อีกเดี๋ยวมันคงจะฟื้นขึ้นมาหมอนี่รับมือยาก พวกเราต้องรีบไป
การที่พวกทหารกองพันทหารม้ารั้งอยู่รอบนอก คงเป็เพราะความเชื่อมั่น เพื่อเปิดทางสะดวกให้หน่วยเฝ้าระวังลงมือโดยหวังผลเต็มกำลังแต่เมื่อสถานการณ์กลับกลาย อีกไม่นานพวกทหารคงเข้าปิดตายพื้นที่
ผมมองดูซากรถฮาร์เล่ของฟิวท์ที่ยืมมามันยับเยินทั้งคันแต่สภาพยังพอจะถูไถ ผมสตาร์ทมันได้อีกครั้งเจทยังยืนคุมเชิงแต่ก็มิได้ลงมือซ้ำเติมโกไลแอทที่หมดสภาพแน่นิ่งเธอยืนถอนหายใจเรียกพละกำลังที่สูญเสียไปกลับมา จากนั้นเจทมุ่งตรงไปสำรวจเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กลายเป็เศษซากเธอกำลังเก็บกู้อะไรบางอย่างที่เหมือนกล่องโลหะสีดำที่ยังพอหลงเหลือให้เห็นสภาพเดิม
“ไปเร็ว”ผมะโและวกรถกลับมารับเธอแถวซากนั่น
กดคันเร่งเพิ่มความเร็วแต่ล้อหน้ามันแกว่งจนเสียศูนย์ดังนั้นไม่ว่าเร่งเครื่องเท่าไรความเร็วกลับไม่เพิ่มขึ้น ทางออกเบื้องหน้าเป็กำแพงปูนที่พังเป็แถบไปแล้วหลังจากนั้นเป็กับดักตะข่ายไฟฟ้าล่องหนที่เราต้องะโข้ามมันไปแต่สภาพรถฮาร์เล่ในตอนนี้คงไม่สามารถทำได้และผมก็อุ้มมันะโข้ามไปไม่ไหว นอกจากการเสี่ยงพุ่งชนตะข่ายล่องหนเข้าไปตรงๆแต่กระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวตต์มันคงช็อตเราไม่ตายเพราะผมปรับสภาพชุดเกราะในโหมดต้านทานกระแสไฟฟ้าไว้แล้วแต่เครื่องยนต์ของรถฮาร์เล่อาจถูกทำลายจนใช้การไม่ได้ แล้วพวกทหารรักษาการก็ทยอยไล่หลังเรามาติดๆอีกอย่างภายในชุดเกราะส่งสัญญาณเตือนถึงสภาวะที่ไม่เสถียร ระดับพลังงานลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจากการใช้งานอย่างหักโหมซึ่งหมายความว่าชุดเกราะอาจจะสลายตัวในไม่ช้า คาดว่าเจทเองก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน
นี่นับเป็การใช้งานเพาเวอร์สูทในครั้งแรกั้แ่ปิดผนึกมันมานานหลายสิบปีร่างกายยังต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับสภาพอีกสักเล็กน้อยกว่าจะเข้าที่เข้าทางจริงๆซึ่งในส่วนนี้กลับทำให้ชุดเกราะดึงพลังงานไฟฟ้าสถิตจากร่างไปใช้อย่างรวดเร็วและมหาศาลในเบื้องต้นตอนนี้ผมรู้สึกหมดเรี่ยวแรงเหนื่อยล้าจนแทบไม่อยากขยับตัว หากอยู่ในชุดเกราะนานเกินไปผมอาจหมดสติโดยไม่รู้ตัวและหากฝืนใช้พลังงานไปมากกว่านี้เพาเวอร์สูทจะเข้าสู่เซฟโหมด มันจะยกเลิกชุดเกราะโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาชีวิตผู้สวมใส่นั่นแปลว่าเราต้องถนอมเรี่ยวแรงให้มากที่สุดเพื่อให้เพาเวอร์สูทคงสภาพไว้ให้นานที่สุด
ไม่เหลือเวลาคิดอีกแล้วผมคงต้องเสี่ยง!!!
ระหว่างนั้นเ้าโกไลแอทก็ดันฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่รู้มันโดดมาขวางหน้ารถตอนกำลังเร่งเครื่องเต็มกำลังมันขวางทางระหว่างผมกับตะข่ายไฟฟ้าร่องหนพอดี มันเตรียมตั้งท่าจู่โจมอีกระรอก
“ตายไปซะไอ้พวกบัดซบ”มันสบถดังะโลั่น
ไม่สนใจว่ามันจะเป็ตายแล้วยกล้อหน้าพุ่งใส่มันทันที คิดว่ามันจะโดดหลบ แต่กลับบ้าระห่ำเกินคาดคิดมัน้าเหวี่ยงเราให้ล้มคว่ำทั้งรถทั้งคน สองมือมันดันจับล้อหน้าไว้แน่น...แต่พอดีเลย กำลัง้าเหยื่อล่อไฟฟ้า กลับเป็มันที่มาเข้าทางผมเอง
เร่งเครื่องรถต่อไปไม่ยั้งจนแผ่นหลังของโกไลแอทพุ่งชนเข้ากับตะข่ายไฟฟ้าจนขาดทะลุ
อ๊ากกกกก!!!!! เปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะ
เสียงร้องโหยหวนผสานเสียงสายฟ้าแปล๊บปราบดังไปทั่วตอนมันปะทะกัน
ทั้งร่างของมันถูกไฟฟ้าช็อตจนสั่นกระตุกและใบหน้าบิดเบี้ยวก็ถูกล้อหน้าและหลังบดทับทิ้งร่องรอยยางรถไปตลอดลำตัวกลายเป็โกไลแอทมันช่วยเราฝ่าด่านทะลุตะข่ายไปได้อย่างปลอดภัย
แต่โชคร้ายเศษลวดตะข่ายเกี่ยวติดขาโกไลแอทกระแสไฟฟ้าหลายหมื่นโวลท์ยังคงไหลช็อตตัวมันต่อเนื่องอีกหลายสิบวินาทีจนทั้งร่างมันไหม้เกรียมคาพื้นถนน
เราผ่านกำแพงตะข่ายไฟฟ้าร่องหนมาไกลแล้วผมดูกระจกส่องหลังเห็นมันยังคงนอนดิ้นชักกระตุกก่อนจะแน่นิ่งไปพร้อมควันไอร้อนกำลังแผดออกจากร่างผมภาวนาอย่าให้มันถึงกับตายเลย ยังไงก็ไม่อยากเป็ผู้ร้ายฆ่าคน แต่กระแสไฟฟ้าแรงสูงขนาดนั้นคงเป็เื่ยากถ้ามันรอดมาได้ก็ต้องนับว่าปาฏิหาริย์แล้ว
พวกกองพันทหารม้าเห็นว่าโกไลแอทกับหน่วยเฝ้าระวังเสียท่าอย่างที่คาดไม่ถึงพวกมันจึงขับขบวนรถจีเอ็มซีไล่กวดมาทีมรถมอร์เตอร์ไซด์วิบากกระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ ทหารรักษาการก็ยิงปืนไล่หลังเรามาแต่เราก็เผ่นมาไกลลิบเกินรัศมีะุ กำแพงไฟฟ้าล่องหนก็ช่วยถ่วงเวลากองพันทหารม้าจนทำให้ไล่ตามไม่ทัน แต่หลังจากนี้พวกมันคงส่งทั้งหน่วยไล่ล่า รถสายตรวจทั้งเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวรทั่วเมืองรวมทั้งที่บ้านของผมและโรงงาน คงถูกปิดล้อมในไม่ช้า
ผมฝ่าด่านะโข้ามกำแพงสีแดงชาดชั้นนอกสุดออกมาแล้วพวกเราออกพ้นจากเขตพื้นที่สีแดง ทิศทางที่มุ่งหน้าไปทิ้งแนวกำแพงนั้นไว้เื้ัจนค่อยหายลับตาไป
รถฮาร์เล่ของฟิวท์เกิดควันสีขาวขุ่นโชยโขมงขึ้นมา คงเป็ตอนที่โกไลแอทมันพุ่งชนสร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์ไม่ได้เกิดจากตะข่ายไฟฟ้าร่องหนเมื่อครู่ ไม่เช่นนั้นมันจะทำลายวงจรอิเลคทรอนิกส์ทั้งหมดจนไม่สามารถวิ่งได้
“เป็ไงบ้าง”เจทถามอาการ เธอกอดผมเบาๆจากด้านหลัง
“ไม่เป็ไรมันยังวิ่งได้ดี” ผมตอบ
“ฉันหมายถึงคุณ”เจทบอกขณะลูบคลำเพื่อค้นหาาแบนชุดเพาเวอร์สูทของผม ซึ่งตอนนี้มันไม่มีแล้ว
“ดีที่ดาบมันทื่อไปหน่อยผมไม่เป็ไร”
ผมปรับชุดเพาเวอร์สูทให้อยู่ในโหมดคืนสภาพไว้ก่อนแล้วตอนนี้มันทำการรักษาซ่อมแซมตัวเองจนกลับสู่สภาพเดิมเรียบร้อย
เจทช่วยปรับคอนโทรลไปยังตำแหน่งอ็อฟเพาเวอร์สูทของผมค่อยๆหดตัวกลับเข้าไปจนเหลือเป็รูปแผ่นดิสต์เรืองแสงสีฟ้าเช่นเดิมชุดของเธอเองก็เช่นกัน แล้วเจทก็กอดผมแน่นไม่พูดอะไรต่อจากนั้นเธอถอดเกราะผมออกเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่าผมไม่เป็ไรจริงๆ
พอกลับสู่สภาพเดิมได้ผมก็รีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดู มีข้อความจากฟิวท์ตอบกลับมาว่า ‘ผมง่วงแล้ว...คุณก็รีบเข้านอนเถอะ’ เหมือนข้อความไร้สาระทั่วไป แต่มันมีความหมายว่าฟิวท์ตอบรับการเปลี่ยนแผนเรียบร้อยแล้วเมื่ออ่านเสร็จผมโยนมันทิ้งทันทีเพราะทางรัฐบาลสามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้จากจีพีเอสที่ฝังตัวอยู่ในโทรศัพท์มือถือ
สมาร์ทโฟนกระเด็นลงไปในถังขยะริมถนนที่เราวิ่งรถผ่าน
เจทก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูเช่นกันมีสายเรียกเข้าจากท่านผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหลายสิบครั้งแล้วเธอเองก็โยนมันทิ้งอย่างไม่ใยดี พวกเราลงมือก่อการร้ายไปถึงขนาดนั้นคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก
จากนั้นผมก็เร่งเครื่องสุดตีมเพื่อทิ้งระยะห่างให้มากที่สุด