ผมมี APP จากดาวโลก

    สะพานข้ามแม่น้ำซาย

    สะพานข้ามแม่น้ำซาย

              สะพานแขวนข้ามแม่น้ำซายที่ถูกถ่ายทอดและแนะนำจากการพาเดินเล่นของเพเนียสกับเจ้าของช่องอย่างมาซินมีผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเริ่มจากผู้ติดตามของมาซิน ก่อนจะตามมาด้วยผู้ติดตามของเพเนียสที่รู้ข่าวจากมีคนติดแท็กและแจ้งเตือนข่าวสารตอนแรกพากันตื่นเต้นกันใหญ่นึกว่าเพเนียสจะเปิดตัวแฟนเสียอีก แต่ดูจากท่าทางของทั้งสองคนแล้วเป็นเพื่อนสนิทที่เหมือนพี่ชายกับน้องสาวพากันมาเดินเล่นซะมากกว่าถ้ามีสัตว์เลี้ยงมาจูงด้วยคงจะเข้ากับบรรยากาศมากกว่านี้ด้วยนะเนี่ย

              ชาวเน็ตไม่เคยคิดเลยว่าสะพานแขวนสีแดงที่สีเริ่มลอกไปบ้างจะให้ความรู้สึกสบายใจ น่าไปเดินเล่นผ่อนคลายจิตใจขนาดนี้เพเนียสกับมาซินไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงค่อยๆ เดินไปตามทางเดินไปเรื่อยๆคุยเล่นกันเองหรือตอบคำถามผู้ชมไปด้วยก็เท่านั้น ถึงจะฟังดูน่าเบื่อแต่คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาดู ก็ไม่ได้จากไปแต่อย่างใด

    “เราแค่มาเดินเล่น ทุกคนเบื่อกันไหมเอ่ย”

    [มิสเตอร์กัสเซิล: ไม่นะ แปลกจัง]

    [อายุน้อยร้อยโล:ได้ใช้ชีวิตแบบช้าๆ ก็ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนกันนะตามมาทันแล้วนะแอบมาไลฟ์ช่องอื่นก็ไม่บอกกันเลย]

    [คุณหนูพาร์ทไทม์: ที่ดาวของเราไม่มีสะพานแขวนแบบยุคหลายร้อยปีหรือพันปีก่อนแบบนี้เหลือแล้วเสียดายจัง อยากไปเดินเล่นแบบนี้บ้าง]

    [มัมหมีน้องเออร์มิน: พึ่งรู้ว่าของเก่าก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้างน่ะเนี่ย]

    [มาดามSS:ไม่มีของใหม่ๆ ทันสมัยมาอวด เลยเอาของเก่าเข้าสู้อย่างนั้นเหรอเนี่ยพึ่งรู้ว่าคือวิธีการนำเสนอของคนจากดาวระดับบี]

    “ทุกคอมเมนต์ดีๆเราจะเก็บไว้ในใจอย่างดีเลยค่ะ แต่สำหรับคำติเราก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งแต่จะเก็บไว้พัฒนาต่อไปให้ดีที่สุดแน่นอน” คอมเมนต์ที่ไหลยืดยาวอยู่พักหนึ่งจนเพื่อนสนิทอีกสองคนที่จะตามมาทีหลังได้โอกาสอ่านทันพอดีเวนิสต้าที่เข้าร่วมเฟรมแล้วจึงบอกออกมาพร้อมรอยยิ้มจริงใจ

    “ไม่ใช่แค่เพราะว่าเราไร้การพัฒนาไม่มีการสร้างหรือสนับสนุนสิ่งใหม่ๆ นะครับ เพียงแต่ว่าสิ่งดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ต่อได้เราก็เพียงแต่เก็บไว้ก็เท่านั้นอย่างเช่นสะพานแขวนแห่งนี้ มันเป็นหนึ่งในความทรงจำของคุณปู่คุณย่าของผมได้ดีเลยล่ะครับพวกเขาเจอกันครั้งแรกที่นี่ครับ ถ้าผ่านมาแถวนี้พวกท่านก็จะแวะมาที่นี่แล้วก็จะเอ่ยว่า ดีแล้วที่สะพานนี้ยังคงอยู่ เหมือนความรักของเราวันแรกไม่มีเปลี่ยนและผมคิดว่าอีกหลายๆคนก็ล้วนดำเนินชีวิตผ่านมาโดยมีมันเป็นหนึ่งในเสี้ยวของความทรงจำเช่นกัน”ถือได้ว่าเป็นประโยคที่ยาวมากที่ออกจากปากของไจแต่เรื่องที่เขาเล่านั้นคือความจริงๆทุกคนสามารถสัมผัสได้จากน้ำเสียงและดวงตาของเขาเขามีความสุขตลอดเวลาเมื่อพูดถึงครอบครัว หรือเพื่อนๆ คนที่เขารักและห่วงใย

    แปะๆๆๆ

              อีกสามคนที่ตั้งใจฟังพร้อมใจกันปรบมือให้อย่างพร้อมเพรียงเลยทีเดียวเรื่องที่ไจเล่าออกมา ช่างเป็นความรักที่ยั่งยืนเสียจริงๆและคุณปู่คุณย่าของไจก็ใจดีและดูรักใคร่กันมากจริงๆ นั่นแหละ

    “ตำนวนความรักที่ยังมีชีวิตอยู่สินะ”เวนิสต้าว่าพร้อมกับมือเรียวที่ปาดหยดน้ำที่หางตาออกอย่างซึ้งใจ

    “นั่นสิ”เพเนียสพยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างมาก

    “อา ยังไม่แนะนำตัวเลยแต่กลับพูดประโยคดีๆ จนทุกคนจดจำพวกนายได้มากกว่าเราสองคนที่คุยกันมาเกินชั่วโมงแล้วนะบางคนก็อาจจะรู้อยู่แล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้จักเพื่อนอีกสองคนของเราใช่ไหมล่ะคะนี่คือเวนิสต้า แล้วก็ไจค่ะ พวกเรานัดกันมาเดินเล่นกันแต่สองคนนี้กลับมาสายเสียอย่างนั้น” มาซินแสร้างทำเสียงหงอย

    “เราไม่ได้มาสายแต่บอกไปตั้งแต่แรกแล้วต่างหากว่าจะมาช้า พวกเราติดธุระน่ะค่ะ”เวนิสต้ารีบแก้ไขคำพูดของมาซิน

    “ใช่ แต่ก็โทษทีละกันที่ทำให้พวกนายต้องมามาเดินกันอยู่แค่สองคน”ไจว่า เขาเองหรือว่าเวนิสต้าต้องไปช่วยพ่อหาเสียงเลยปลีกตัวมารวมตัวกันเพื่อนช้านั่นเองถึงวันนี้เพเนียสกับมาซินบอกว่าจะมาช่วยเพื่อนหาเสียงในแบบของตัวเองแต่ก็ใช่ว่าจะพูดเข้าเรื่องหาเสียงแบบยัดเยียดเพียงอย่างเดียว เรื่องนั้นต้องค่อยๆเพิ่มค่อยๆ พูดเสริมลงไป จะได้ไม่ดูเหมือนเจตนาจะหาเสียงมากจนเกินไป

     “แต่ก็ลำบากอยู่เหมือนกันนะ มาซินเกาะราวสะพานทำท่าจะกระโจนลงน้ำตั้งหลายครั้งนี่ห้ามจนเหนื่อยแล้ว” เพเนียสทำเสียงอย่างกับเหน็ดเหนื่อยเอามากๆพร้อมกับเล่าเรื่องออกมาเกินจริงอยู่หน่อยๆ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมและเพื่อนได้มากพอสมควรคนที่หน้าบึ้งก็คงมีแต่มาซินเท่านั้น

    “ไม่ใช่สักหน่อย ใครทำแบบนั้นกัน”เจ้าตัวว่าพร้อมกับแก้มที่พองลมไว้จนแน่น

    “ต้องการหลักฐานเหรอ? ว่าแต่เพื่อนๆมีใครเก็บภาพไว้ได้บ้างครับ” เพเนียสร้องหาตัวช่วย โดยไม่คิดว่าจะมีผู้ชมแคปภาพตอนที่มาซินแกล้งเอาขาข้างหนึ่งพาดไว้กับราวสะพานเหมือนจะข้ามออกไปข้างนอกไว้ได้เหมือนกันไหนจะฉากที่เพเนียสดึงตัวเพื่อนแบบเอาจริงเอาจังดูแล้วเหมือนกำลังเล่นตลกเสียมากกว่าแต่ก็เล่นเอาเจ็บก้นที่ล้มกระแทกพื้นอยู่เหมือนกันนะ ไหนตอนแรกว่าที่นี่เหมาะแก่การเป็นฉากโรแมนติกตอนนี้กลายเป็นละครตลกไปเสียแล้ว

    “ถึงแล้วอีกหนึ่งจุดชมวิวของสะพานข้ามแม่น้ำซาย”สะพานข้ามแม่น้ำซายทอดยาวข้ามสองฝั่งกว่า 2.8กิโลเมตร จะมีจุดชมวิวที่มองออกไปและถ่ายภาพออกมาสวยๆ อยู่เพราะเบื้องหลังจะเป็นแม่น้ำและยังเห็นฝั่งพื้นดินที่เป็นแหล่งชุมชนเมืองข้างแม่น้ำอีกด้วยหรือบางส่วนก็ยังเป็นภูเขาอีกด้วย

    “เรามาพักตรงนี้สักหน่อยก็แล้วกัน”เพเนียสออกความคิดเห็น เพื่อนนอกสามคนไม่มีใครค้านแต่อย่างใดพวกเขาเลือกที่จะยืนหันหลังให้กับแม่น้ำทำให้ได้เห็นเบื้องหลังฉากเป็นแม่น้ำไหลช้าๆ สีน้ำเงินคล้ำๆ ได้ดีทีเดียว ในลำน้ำมีเรือลอยผ่านอยู่เป็นระยะๆแต่ก่อนอาจจะเป็นเรือขนส่งสินค้า แต่ยุคนี้สินค้าขนส่งได้เร็วด้วยยานบินแล้วเรือที่ยังเหลืออยู่เลยเป็นเรือที่ล่องชมแม่น้ำ หรือเป็นภัตตาคารบนเรือนั่นเอง

    “แล้ววันนี้ที่เรามาเดินเล่น เรามีเป้าหมายอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย”มาซินแกล้งถามเหมือนไม่รู้มาก่อน ก็เป็นไปตามสคริปต์ล่ะนะ

    “เราจะไปปิกนิกกันครับ นี่อาหารของเรา”เพเนียสตอบพร้อมกับโชว์กระเป๋าเป้ที่สะพายมาตั้งแต่แรก

    “อา ปิกนิก ใช่แล้วๆ วันหยุดว่างๆไปปิกนิกกับเพื่อนสนิทเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราควรเก็บไว้เป็นตัวเลือกเลยนะคะ”มาซินพยักหน้าเห็นด้วย

    “งั้นก็เดินต่อเลยดีไหม อีกแค่ไม่กี่นาทีก็น่าจะถึงอีกฝั่งแล้ว”ไจออกความคิดเห็น

    “เอาสิ เรามาวิ่งแข่งกันไหม”มาซินรีบเสนอ

    “ไม่เอาน่า”

    “วิ่งๆๆ” แต่ไม่มีใครห้ามกันได้แล้วเพราะเธอออกตัววิ่งไปก่อนนู้นแล้ว

    “เอาเป็นว่า ทุกคนมาวิ่งร่วมกับพวกเขาด้วยก็แล้วกันนะครับ”เพราะมาซินออกตัวนำไปแล้ว ตามด้วยเวนิสต้าเพเนียสเลยต้องพูดกับกล้องที่ลอยนิ่งรั้งรอเขาอยู่ก่อนที่จะลอยตามหลังพวกเขาไปเมื่อเพเนียสและไจออกตัววิ่งตามหลังสองสาวไป

     

              อีกฝั่งของแม่น้ำซายนอกจากจะเป็นแหล่งชุมชนเมืองแล้วยังเหลือสวนสาธารณะริมน้ำให้คนได้ออกมาเดินเล่นชมธรรมชาติอยู่บ้างพวกเขาเลือกจุดนี้ในการพักเหนื่อยและกินขนมดื่มน้ำกัน

              ผ้าสีพื้นผืนไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกปูลงบนพื้นก่อนที่ทั้งสี่จะช่วยกันจัดวางข้าวของ เพเนียสเตรียมอาหารมา ส่วนคนอื่นๆก็เตรียมอย่างอื่นๆ มาเสริมด้วย อย่างเช่นเครื่องดื่มยี่ห้อต่างๆ ขนมขบเคี้ยวหมอนอิงและตุ๊กตาตัวเล็กๆ สำหรับประดับซึ่งแน่นอนนี่คือสิ่งที่มาซินเตรียมมา

    “ถึงจะบอกว่าเตรียมอาหารมาแต่ยังทำไม่เสร็จหรอกนะ ต้องให้ทุกคนช่วยกันทำแล้วล่ะ” เพเนียสว่าพร้อมกับเปิดกล่องอาหารหลายกล่องออก ขนมปังแบบแผ่น ผัก เนื้อสัตว์ และซอสสำหรับทำแซนด์วิชถึงจะบอกว่าให้ช่วยทำ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด

     

              การทำแซนด์วิชและคุยเล่นดำเนินไปอีกพักใหญ่ถึงได้เริ่มสอดแทรกเนื้อหาทางการเมืองเข้าไปบ้างก่อนจะจบด้วยไจและเวนิสต้าที่บอกว่าทำไมต้องหยุดเรียนในเวลาแบบนี้ ก็เพราะว่าพวกเขามาช่วยพ่อหาเสียงที่ดาวบ้านเกิดอย่างไรล่ะ เล่าออกไปแบบเนียนๆคนดูเลยไม่ได้รู้สึกโดนยัดเยียดเนื้อหาด้านนี้จนเกินไปแต่สุดท้ายก็รับรู้กันจนทั่วว่าพ่อของไจและพ่อของเวนิสต้าลงเลือกตั้งด้วยเบอร์อะไรมีประชาชนของดาวทอลูเข้ามาดูหลายคนอยู่เหมือนกัน พวกเขาส่งข้อความเข้ามามากมายอยากจะมาเจอทั้งสี่คนที่สะพานข้ามแม้น้ำซายบ้างบางคนก็บอกว่าอยากจะให้เก็บสะพานนี้ไว้นานๆ เช่นกัน และยังบอกอีกว่าจะช่วยสนับสนุนพ่อของพวกเขาแน่นอน

    [คีเฟอร์: ไปเที่ยวเหรอเห็นในไลฟ์]

    “หืม??”

    “มีอะไรหรือเปล่า” ไจถามเมื่อเห็นเพเนียสทำสีหน้าเหมือนแปลกใจอะไรสักอย่าง

    “ไม่ๆ ไม่มีอะไรหรอก เดินไปก่อนเลยก็ได้”พวกเขากำลังจะกลับกันแล้ว เลยจะเดินไปขึ้นรถลอยฟ้าที่จอดรออยู่ในลานจอดรถของสวนสาธารณะแห่งนี้

              ก่อนหน้านี้ประมาณสองชั่วโมงคีเฟอร์แชทมาถามเขาสงสัยจะเห็นที่เขามาร่วมไลฟ์กับมาซิน ไม่คิดว่าจะมีคนแชร์ไปจนคีเฟอร์เห็นนะเนี่ย แต่เพราะไม่อยากให้มีเสียงรบกวนเพเนียสเลยสั่งปิดเสียงแจ้งเตือนไว้เลยไม่เห็นข้อความที่คีเฟอร์ส่งมา

    [โทษทีนะครับผมพึ่งจะเห็น ใช่ครับพอดีนัดมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนน่ะครับ: เพเนียส]

    [มีอะไรหรือเปล่าครับ: เพเนียส]

    [คีเฟอร์: อ้อไม่มีอะไรหรอก เห็นไลฟ์กับเพื่อนแชทมาถามดู]

              หลังจากที่เพเนียสตอบกลับไปไม่กี่วินาทีก็มีข้อความจากอีกฝั่งตอบกลับมา

    [คีเฟอร์:ดูสนุกดีนะ]

    [เดินเล่นเฉยๆ ครับไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่หรอก: เพเนียส]

    “เฮ้ รีบขึ้นรถได้แล้ว”เพราะเพเนียสแชทคุยกับคีเฟอร์อยู่เลยเดินตามหลังเพื่อนๆ มาช้าเสียหน่อยจนต้องมีเสียงของมาซินร้องเรียกตามตัวมาอย่างนี้เพราะตอนนี้ทุกคนขึ้นรถไปนั่งตากแอร์เย็นๆ กันแล้วเหลือแค่เขาคนเดียวที่ยังเดินเอื่อยอยู่

    “ไปเดี๋ยวนี้แหละน่า” หลังจากตอบข้อความสุดท้ายไปก็รีบร้องตอบเพื่อนไปปิดหน้าจอลงก่อนจะวิ่งตามขึ้นรถ

     

     

    คล้ายกับเรื่องผมมี APP จากดาวโลก ที่คุณอ่าน