บทที่ 47 ศิลปะร่วมสมัย
“ศิลปะเหรอ?” หลี่เฟิงคิดในใจ ‘บ้าไปแล้ว หากนี่เรียกว่าศิลปะ ทั่วโลกมีศิลปะแบบนี้หมด สาวสวยคงสูญพันธุ์หมดแล้ว เดิมทีฉินเสี่ยวเป็นคนสวยน่ารักและมีเสน่ห์มาก แต่พอแต่งหน้าแบบนี้แล้วระดับความสวยของเธอลดลงไปหนึ่งระดับเลยนะ นี่ก็เรียกว่าศิลปะได้ยังไง?’
“นี่มันคือศิลปะร่วมสมัย! ปัจจุบันกระแสแฟชั่นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสวยและความน่าเกลียด ความอ้วนและความผอม ความสูงและความเตี้ย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน แต่ถ้าเอามารวมกันก็จะเกิดเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน การแต่งหน้าสวยไม่สวยเป็นเรื่องรอง แฟนของคุณสวยอยู่แล้ว แต่การแต่งหน้าแบบนี้ ถึงแม้จะทำให้ความสวยลดลง แต่กลับสร้างความโดดเด่นที่สะดุดตา ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างทางภาพลักษณ์อย่างชัดเจน สิ่งที่เรียกว่าดี ไม่ได้ถูกกำหนดโดยใคร แต่เกิดจากการเปรียบเทียบต่างหาก!”
“อย่างเช่น น้องชายหน้าตาธรรมดานะ… แต่ถ้าเอาไปเทียบกับพี่เฟิ่ง น้องชายก็จะหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียวเป็นมังกรในหมู่คนชัด ๆ นี่แหละผลของการเปรียบเทียบ!” ชายหนุ่มหัวเราะร่วนกับคำพูดของตัวเองและพูดไปเรื่อย ๆ อย่างอารมณ์ดี
ฉินเสี่ยวที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ กลับชอบใจมาก โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินชายหนุ่มคนนั้นเอาหลี่เฟิงไปเปรียบกับเฟิงเจี๋ยเธอก็อดทไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมา
ทว่าสีหน้าของหลี่เฟิงยิ่งฟังก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ พอฟังถึงตอนสุดท้ายก็เกือบจะสบถออกมาแล้ว ‘บ้าเอ๊ย กล้าดูถูกฉันเหรอ จะเปรียบกับใครก็ได้ ดันเอาเฟิงเจี๋ยมาเปรียบกับฉันเนี่ยนะ ฉันเป็นผู้ชาย เฟิงเจี๋ยเป็นผู้หญิงนายจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ยังไง?’
ชายวัยกลางคนหันไปพูดกับฉินเสี่ยวว่า “คุณผู้หญิงครับ ผมเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสารเทียนไห่แฟชั่น ผมอยากจะสัมภาษณ์คุณเป็นพิเศษไม่ทราบว่าคุณสนใจไหมครับ?”
“ไป ไป เธอไม่ยินดีหรอก ผมยิ่งไม่ยินดี!” หลี่เฟิงมีสีหน้าแสดงความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ในใจเขาตอนนี้รู้สึกเกลียดชังชายหนุ่มคนนี้ถึงขีดสุดแล้ว!
ชายหนุ่มไม่พอใจทันทีและพูดว่า “ผมกำลังคุยกับผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้คุยกับคุณ ถึงคุณจะเป็นแฟนของเธอก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพูดแทนเธอได้นะ!”
ฉินเสี่ยวเห็นสีหน้าเขียวคล้ำของหลี่เฟิงก็รู้สึกขำในใจ
“ความเห็นของแฟนฉันก็คือความเห็นของฉัน ขอโทษด้วยนะคะ คุณบรรณาธิการ”
ชายหนุ่มได้ยินฉินเสี่ยวพูดแบบนั้น ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นผิดหวังทันที แต่เพียงชั่วครู่สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติ “คุณผู้หญิง นี่นามบัตรของผม ถ้าเมื่อไหร่คุณเปลี่ยนใจ ติดต่อผมได้เลย”
ชายหนุ่มพูดพร้อมยื่นนามบัตรของตัวเองให้ฉินเสี่ยว
ตอนนี้หลี่เฟิงรู้สึกหงุดหงิดมาก เขาเอื้อมมือไปจับมือฉินเสี่ยวแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ”
ฉินเสี่ยวรีบยิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อย แล้วเดินตามหลังหลี่เฟิงโดยมีเขาเป็นคนจูงมือเดินออกไป
เธอเห็นหลี่เฟิงมีรอยยิ้มหงุดหงิดบนใบหน้า ก็หัวเราะออกมาทันทีแล้วพูดว่า “เป็นอะไรไป เขาเอาคุณไปเปรียบกับพี่เฟิ่ง แล้วคุณไม่พอใจเหรอ?”