Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 5 ตอนที่ 147 ผู้พลิกชีวิต

            คืนวันนั้น บ้านเฉาหงเต้า


            ตอนนี้แสงไฟในห้องโถงยังคงเปิดสว่างเฉาหงเต้ากับภรรยาของเขากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา 

            “สามี หลังจากที่คุณกินยาที่พ่อหนุ่มซูฮ่าวจ่ายให้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ?” เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ภรรยาของเขาก็ถามขึ้น

            เฉาหงเต้าเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “ประสิทธิภาพของยานั้นดีมากหลายวันที่ผ่านมานี้ทำให้ฉันแข็งแรงขึ้นในหลายด้าน เรื่องนี้เธอก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรือ”

            ในงานเลี้ยงอาหารค่ำหลี่ช่างเสียงได้แนะนำเขาให้ได้รู้จักชายหนุ่มที่ชื่อว่าซูฮ่าวอีกฝ่ายเพียงแค่จับชีพจรก็สามารถรู้ได้แล้วว่าร่างกายของเขานั้นผิดปกติตั้งแต่เกิดเขามีภาวะทองแดง1 และตัวอสุจิที่ออกมาทั้งหมดไม่มีการเคลื่อนที่

            ตอนนั้นซูฮ่าวได้จ่ายยาให้เขากินติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์อีกทั้งยังบอกกับเขาว่า เมื่อถึงเวลาจะต้องมารักษาด้วยการฝังเข็ม จึงจะรักษาภาวะอสุจิไม่เคลื่อนตัวได้

            ความจริงแล้วเขาไม่ค่อยคาดหวังเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไรท้ายที่สุดแล้วเขาก็รู้สภาพร่างกายของตัวเองดี

            ต่อให้มีความหวังริบหรี่ แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้

            แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ยาตัวนี้มีสรรพคุณดีมาก เขาเพิ่งทานไปได้สี่วันแต่ก็สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ชายได้ดีเยี่ยม

            ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบนเตียงหรือเรื่องอื่นๆเขาก็มีท่าทีกระฉับกระเฉงเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของผู้ชาย

            ตอนนี้เขารู้สึกเคารพวิชาการแพทย์ของซูฮ่าวมากจนแทบจะเรียกว่ากราบไหว้บูชาแล้ว

            “ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พวกเรามาลองกันอีกรอบดีไหม?” ภรรยาได้ยินคำพูดของเฉาหงเต้าก็หน้าแดงก่ำ 

            เธออายุเกือบสามสิบแล้วแต่ก็ยังไม่มีลูก เมื่อเห็นคนอื่นมีลูกสองคนไปแล้วในใจของเธอทั้งรู้สึกอิจฉาและผิดหวัง 

            ดังนั้นความหวังสูงสุดของเธอในตอนนี้คือสามารถตั้งท้องได้

            เฉาหงเต้ายักคิ้วแล้วปิดโทรทัศน์ “ไม่เป็นไรคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ”

            ภรรยาหน้าแดงกว่าเดิม แต่ก็เข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่ลังเลและไม่รอช้า 

            ตอนที่เธอเพิ่งจะเดินเข้าไป ทันใดนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาในห้องโถง

            “สวัสดีครับผู้อำนวยการเฉา” 

            “คุณซูฮ่าว?” เมื่อเฉาหงเต้าเห็นผู้ที่มาใหม่ก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้เขาจึงรีบลุกขึ้นทักทาย “คุณจะมาบ้านผมทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะครับบ้านของผมรกหน่อยนะครับ!”

            “ผู้อำนวยการเฉางานยุ่ง ฉันไม่กล้ารบกวนมาก” ซูฮ่าวโบกมือแล้วถามพร้อมกับรอยยิ้มว่า “ยาที่ฉันจ่ายให้คุณเป็นอย่างไรบ้าง? เห็นผลหรือเปล่า?” 

            “เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ต้องขอบคุณคุณซูฮ่าว ยานั้นวิเศษมากหลายปีที่ผ่านมานี้ผมลองทุกวิถีทาง ใช้ยามาทุกขนานมีแต่วิธีการของคุณเท่านั้นที่เห็นผล” เฉาหงเต้ายกนิ้วโป้งขึ้นมาแล้วกล่าวคำขอบคุณ 

            ซูฮ่าวส่ายหน้าเล็กน้อย “ผู้อำนวยการเฉาเกรงใจกันเกินไปแล้ววันนี้ฉันเอาของขวัญชิ้นใหญ่มาให้คุณ”

            “ของขวัญชิ้นใหญ่?” เฉาหงเต้าชะงักไป 

            ซูฮ่าวพยักหน้า และกระซิบที่ข้างหูของเขาสองสามประโยค

            ตัวของเฉาหงเต้าแข็งทื่อไปทันที แล้วรีบเชิญซูฮ่าวให้เข้าไปในห้องของเขาจากนั้นก็ปิดประตูลงกลอนให้สนิท ซ้ำยังลากผ้าม่านปิดลง 

            หลังจากเขาทำทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็หันมามองหน้าซูฮ่าวลมหายใจของเขากระชั้นชิด “คุณซูฮ่าวที่พูดนั้นเป็นความจริงหรือครับ?”

            “ผู้อำนวยการเฉาอ่านดูก็จะรู้ครับ” ซูฮ่าวนำเอกสารและบัญชีที่เขาเอาออกมาจากตู้เซฟวางลงตรงหน้าอีกฝ่าย

            เฉาหงเต้าชะงักไปเล็กน้อย แล้วพลิกอ่านอย่างละเอียดรูม่านตาของเขาหดเล็กลงเป็นเส้นตรง 

            แม้หลายปีที่ผ่านมานี้เขาจะได้ประสบพบเจออะไรมากมายแล้วแต่เขาก็ยังอดตกใจกับเอกสารและบัญชีที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้

            ในบัญชีนั้นได้บันทึกว่าภายในระยะเวลาสามปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทหลินชื่อติดสินบนกับใครบ้างรวมถึงเขียนวัน เวลา และสถานที่เอาไว้ด้วย 

            ส่วนเอกสารเหล่านั้น เป็นเอกสารในการลงนามซึ่งยืนยันว่าพวกเขาทั้งสองนั้นได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว 

            หลังจากผ่านไปสักพักเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับมองไปทางซูฮ่าวแล้วถามด้วยเสียงสั่นเครือว่า “คุณซูฮ่าวคุณไปเอาเอกสารเหล่านี้มาจากที่ไหน?”

            ในฐานะที่เขาเป็นอธิบดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจว เขารู้ว่าหากเขาเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปกลุ่มบริษัทหลินชื่อจะต้องถูกทำลายภายในเสี้ยววินาที ส่วนหลินอีหลุนก็จะต้องติดคุกอย่างแน่นอน 

            และคนที่เกี่ยวข้องบางส่วน จะต้องถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาห้าถึงหกปี

            ซูฮ่าวยิ้มออกมาเล็กน้อย “เรื่องนี้ขอยังไม่บอกนะครับแต่ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับผู้อำนวยการเฉาแล้ว”

            “ยะ… ใหญ่เกินไปแล้วครับ!” ใบหน้าของเฉาหงเต้าเผยความตื่นเต้นยินดีแล้วพยักหน้าอย่างแรง 

            แม้เขาจะนั่งอยู่ในตำแหน่งอธิบดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจวมาเป็นเวลานานแต่ด้วยอายุของเขาในตอนนี้ แม้จะมีโอกาสให้เลื่อนขั้น แต่ไม่มีโอกาสปูรากฐานดังนั้นจึงไม่สามารถเลื่อนขั้นได้ 

            ตอนนี้ซูฮ่าวได้มอบโอกาสให้เขาแล้ว 

            สามารถกล่าวได้ว่า หากเขาส่งมอบเอกสารและบัญชีเหล่านี้ให้แก่คณะกรรมาธิการสอบวินัยไห่เป่ยเรื่องนี้ต้องสำเร็จแน่นอน

            และเขาก็จะได้เลื่อนขั้นด้วย 

            อย่างน้อยผู้กำกับการสำนักงานตำรวจแห่งชาติฉวนโจวก็หนีไม่พ้นเขาแน่นอน 

            “คุณซูฮ่าว คุณเป็นผู้มีพระคุณกลับชาติมาเกิดของเฉาหงเต้าอย่างแท้จริง”

            ตอนนี้เขารู้สึกซาบซึ้งใจมากซูฮ่าวสามารถยื่นเอกสารเหล่านี้ไปที่คณะกรรมาธิการสอบวินัยไห่เป่ยได้เลยหรือไม่ก็สามารถส่งให้กับอัยการอย่างหลี่ช่างเสียงซึ่งเขาสามารถรับความดีความชอบได้คนเดียว 

            แต่ซูฮ่าวกลับไม่ทำแบบนั้น และเลือกที่จะส่งของเหล่านี้มาให้เขา แล้วให้เขาเป็นฝ่ายเอาไปยื่น 

            เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการมอบความดีความชอบให้เขา!

            ซูฮ่าวพูดอย่างถ่อมตัวว่า “ผู้อำนวยการเฉากล่าวหนักเกินไปแล้วหลังจากที่เรารู้จักกันมาหลายวัน ฉันก็เห็นว่าคุณเป็นคนตรงไปตรงมาในเมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้อำนวยการเฉาก็ควรจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่านี้เพื่อนำความยุติธรรมมาให้ประชาชนไม่ใช่หรือ?”

            “ผู้น้อยแซ่เฉารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับการยอมรับจากคุณซูฮ่าว!” เฉาหงเต้าโค้งคำนับหนึ่งครั้ง จากนั้นก็เอาเอกสารและบัญชีเข้าไปไว้ในตู้นิรภัยทันที 

            ซูฮ่าวเห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วไม่ได้พูดอะไรมาก

            เขาเป็นคนที่แยกบุญคุณความแค้นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากก่อนหน้านี้เฉาหงเต้าเคยเดินทางไปที่สถานีตำรวจตงเฉิงเพื่อจัดการเรื่องที่เขาถูกใส่ร้ายโดยเฉพาะดังนั้นเขาจึงต้องมอบผลประโยชน์เป็นการตอบแทน 

            หลังจากพูดคุยกันสองสามคำ ซูฮ่าวก็ฝังเข็มให้กับเฉาหงเต้าเมื่อฝังเข็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็จากไป

            “ผู้ช่วยชีวิต ในที่สุดเฉาหงเต้าก็ได้เจอกับคู่ที่มาช่วยพลิกชีวิตแล้ว!” เขามองตามแผ่นหลังของซูฮ่าว ลมหายใจกระชั้นชิดเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

            เมื่อมีของที่ซูฮ่าวมอบให้อยู่ในมือ นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปชื่อเสียงของเขาก็จะโด่งดังไปทั่วฉวนโจว

            ………………..

            ในขณะเดียวกันที่ตระกูลเว่ย

            ภายในห้องคุณหนูใหญ่ของตระกูล เว่ยอวี่เหอกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะหนังสือใบหน้าย่ำแย่มาก

            หลายวันที่ผ่านมานี้ เธอพยายามตามหาช่างแกะสลักหยกอายุยืนชิ้นนั้นแต่ไม่ว่าจะตามหาอย่างไรก็หาเบาะแสไม่พบเลย

            มีเพียงรูปด้านข้างจากกล้องวงจรปิดเท่านั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะสามารถตามหาช่างแกะสลักคนหนึ่งจากทั่วทั้งฉวนโจวได้

            ตอนนี้เธอกำลังหวาดกลัวว่าช่างแกะสลักคนนั้นอาจจะออกจากฉวนโจวไปแล้วหากเป็นเช่นนั้น โอกาสที่จะได้พบอีกฝ่ายนั้นก็น้อยลงไปอีก

            “ก๊อกๆ !”

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน 

            เว่ยอวี่เหอพูดขึ้นมาอย่างไรเรี่ยวแรง แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง “เข้ามา”

            ทันทีที่สิ้นเสียง คนรับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาแล้วโค้งคำนับด้วยความเคารพ 

            “คุณหนู ผู้ว่าฉวนโจว ชิวฉู่จี มาขอเข้าพบค่ะ เขาบอกว่ามีของสำคัญจะมอบให้”

            “ชิวฉู่จี?” เว่ยอวี่เหอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปที่ประตูบ้านตระกูลเว่ย

            ทันใดนั้นเธอก็เห็นว่าชิวฉู่จีกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูด้วยความเคารพ 

            “ผู้ว่าชิว ดึกขนาดนี้คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”

            ชิวฉู่จีหยิบกล่องหยกออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วมอบให้อย่างระมัดระวัง “คุณเว่ย ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณนะครับแต่ได้ยินมาว่าผู้เฒ่าเว่ยป่วยหนัก ผมจึงซื้อยาบำรุงกระเพาะมาให้โดยเฉพาะโดยหวังว่ามันจะช่วยผู้เฒ่าเว่ยได้”

            “ยาบำรุงกระเพาะ?” เว่ยอวี่เหอหรี่ตาลงเล็กน้อยและรับกล่องหยกไปเปิดดู เธอพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณในความหวังดีของคุณนะคะ”

            “คุณเว่ยเกรงใจเกินไปแล้วครับ เป็นเรื่องที่ผมสมควรทำแล้ว” ชิวฉู่จีรีบโบกมือ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มสดใส “ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณเว่ยแล้วนะครับหวังว่ายาเม็ดนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้เฒ่าเว่ย ขอตัวลาครับ”

            เมื่อพูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไป 

            เว่ยอวี่เหอมองตามแผ่นหลังของชิวฉู่จีเธอเงียบไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้อง

            เธอเปิดกล่องหยกดูอีกครั้ง และพบว่าของสิ่งนั้นดูเหมือนเป็นยาลูกกลอนธรรมดาดูแล้วไม่มีความพิเศษแม้แต่น้อย 

            “ทำไมชิวฉู่จีถึงส่งขยะแบบนี้มาให้ มันดูไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย” เว่ยอวี่เหอขมวดคิ้วขึ้น แล้วปิดกล่องหยกนั้นลงก่อนจะวางไว้บนโต๊ะอย่างส่งๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องหนังสือของเว่ยซานเต๋อ

            ขณะที่เดินผ่านคนรับใช้คนหนึ่ง เธอก็หยุดฝีเท้าลงแล้วชี้ไปที่ชามยาที่คนรับใช้คนนั้นกำลังยกออกมา ก่อนขมวดคิ้วพูดว่า “นั่นอะไรน่ะ?”

            “นี่เป็นยาแผนจีนสูตรพิเศษที่ผู้เฒ่าหยวนจัดเตรียมให้ผู้เฒ่าเว่ยโดยเฉพาะค่ะแต่ว่ามันขมมาก ผู้เฒ่าเว่ยไม่อยากกิน จึงให้ฉันไปเททิ้งค่ะ” 

            “ไร้สาระ คุณปู่อายุมากขนาดนี้แล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กๆ อีก” เมื่อเว่ยอวี่เหอได้ยินดังนั้นก็มีใบหน้าเขียวคล้ำ 

            “หน้าห้องของฉันมียาอมอยู่ เธอเอามาใส่ในยานี้สิจากนั้นค่อยยกมาให้ฉันที่ห้องหนังสือคุณปู่อีกครั้ง”

            เมื่อพูดจบเธอก็เดินไปที่ห้องหนังสือของเว่ยซานเต๋อทันที

            คนรับใช้คนนั้นไม่กล้าขัดคำสั่งของเว่ยอวี่เหอ ดังนั้นจึงรีบไปที่ห้องอีกฝ่าย 

            เธอกวาดสายตามองอยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็เห็นกล่องหยกบนโต๊ะเธอจึงเปิดออกดูแล้วพูดพึมพำว่า “ยาอมเม็ดนี้มันดำเกินไปแล้วล่ะมั้ง…”

            แม้เธอจะพูดอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้หยุดการกระทำลงเลย เธอหยิบยาบำรุงกระเพาะใส่ลงไปในยาน้ำนั้นอย่างรวดเร็ว

            จะว่าไปแล้วก็น่าประหลาดใจทันทีที่ยาบำรุงกระเพาะนั้นถูกใส่ลงไปในยาน้ำมันก็ละลายทันที 

            คนรับใช้คนนั้นรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ก็ยกยาน้ำไปที่ห้องหนังสือของเว่ยซานเต๋อ

            ตอนที่เคาะประตูแล้วเดินเข้าไปเธอเห็นว่าเว่ยอวี่เหอกำลังทำปากจู๋แล้วบ่นเว่ยซานเต๋ออยู่ 

            เว่ยซานเต๋อหัวเราะอย่างขมขื่น สีหน้าเก้อกระดาก

            “คุณหนูคะ ใส่ยาอมมาแล้วค่ะ”

            “รบกวนเธอแล้ว” เว่ยอวี่เหอรับยาน้ำที่ผสมยาอมเข้าไปแล้ววางไว้ที่ตรงหน้าเว่ยซานเต๋อ พร้อมกับพูดด้วยเสียงเข้มงวดว่า “คุณปู่คะ ตอนนี้ยาไม่ขมแล้ว ปู่จะต้องดื่มลงไปนะไม่อย่างนั้นหลานสาวจะไม่ยอมยิ้มให้ปู่อีกเลย”

            “นี่มัน… ก็ได้ ปู่จะดื่ม!” เว่ยซานเต๋อยิ้มออกมาอย่างจนปัญญาแล้วขมวดคิ้วดื่มมันลงไป 

            เว่ยอวี่เหอถามพร้อมกับรอยยิ้มว่า “คุณปู่หวานขึ้นเยอะเลยใช่ไหมคะ?”

            “หวานขึ้นเล็กน้อย… ” หางตาของเว่ยซานเต๋อกระตุกเขาอดทนต่ออาการชาหนึบที่หนังศีรษะแล้วพยักหน้า

            ยานี้ไม่มีความหวานเลยแม้แต่น้อย ออกจะขมกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

            เห็นได้ชัดว่าเว่ยอวี่เหอกำลังหลอกให้เขาดื่มยา

            แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่เปิดเผยมัน 

            ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะว่าหลานสาวนั้นเป็นห่วงสุขภาพของเขา 

            ตอนนั้นเอง ที่หน้าประตูก็มีคนเดินเข้ามาอีกหลายคน 

            คนที่เดินเข้ามาคนแรกคือ เว่ยเกาหยวน หัวหน้าตระกูลเว่ยด้านข้างของเขาคือหลงอี หลงเออร์ ส่วนด้านหลังที่ตามมาก็คือหยวนฮั่นโป๋

            “คุณพ่อครับ ผู้เฒ่าหยวนเข้ามาตรวจร่างกายครับ” 

            หยวนฮั่นโป๋เข้ามาด้านใน แล้วถามเว่ยซานเต๋อด้วยรอยยิ้มว่า “นายพลเว่ย ยาที่ฉันจ่ายไปมันขมสักหน่อยนะ คุณได้ดื่มตรงเวลาหรือเปล่า?” 

            “เดิมทีก็ไม่อยากดื่มหรอก แต่ว่าเมื่อกี้ถูกอวี่เหอบังคับก็เลยดื่มลงไปจนหมดแล้ว” เว่ยซานเต๋อถอนหายใจออกมา 

            “ฮ่าๆ ต้องให้คุณเว่ยลงมือจริงๆ ด้วย” หยวนฮั่นโป๋หัวเราะเสียงดังและให้แพทย์ที่มีชื่อเสียงหลายคนนำอุปกรณ์ออกมา

            “นายพลเว่ย ตอนนี้จะตรวจร่างกายอีกรอบนะครับ รบกวนคุณถอดเสื้อด้วย”

            “ได้ รบกวนผู้เฒ่าหยวนแล้ว” เว่ยซานเต๋อยิ้มและปฏิบัติตามคำแนะนำของหยวนฮั่นโป๋กับคนอื่น

            เว่ยเกาหยวนกับเว่ยอวี่เหอยืนอยู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จาแต่กลางฝ่ามือมีเหงื่อออกจำนวนมาก

            หัวใจของพวกเขาสองคนเหมือนแขวนอยู่กลางอากาศหลายวันที่ผ่านมานี้สภาพร่างกายของเว่ยซานเต๋อแย่ลงเรื่อยๆพวกเขากลัวว่าหลังจากที่ตรวจร่างกายเสร็จ พวกเขาอาจจะได้ยินข่าวร้าย

            แต่ใครจะรู้ว่า หลังจากตรวจร่างกายแล้ว รูม่านตาของหยวนฮั่นโป๋กลับหดเล็กลงก่อนจะเบิกตากว้างอ้าปากค้าง

            “นี่… นี่มันเป็นไปไม่ได้!” 

            ………………..

    1ภาวะทองแดง (双侧隐睾) คือการที่อัณฑะไม่เคลื่อนลงมาในถุงอัณฑะตามปกติตั้งแต่แรกเกิด

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน