ตอนที่11 เผชิญหน้าาาวานรทอง (2)
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่สามวานรพิฆาต]
ตู้มมมมม!!!
พลังหมัดอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่าาวานรทองพร้อมกับคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดตรงไปยังมันเมื่อมันเห็นแบบนั้นมันััได้ถึงพลังที่รุนแรงจากหมัดของจิ๋นหยางมันรีบตั้งรับทันที.......
[ทักษะปราณเกราะระฆังทองขั้นที่หนึ่งระฆังทองแดง]
ปังงง!!
พลังหมัดของจิ๋นหยางนั้นรุนแรงมากแต่ฝั่งของาาวานรทองเองก็มีทักษะป้องกันปราณเกราะระฆังทองที่เป็ทักษะป้องกันชั้นสูงซึ่งแบ่งออกเป็สามขั้นได้แก่ ขั้นระฆังทองแดง ขั้นระฆังเงิน และขั้นระฆังทอง แต่ขั้นที่าาอสูรวานรทองใช้นั้นเป็แค่ขั้นแรกขั้นระฆังทองแดงเท่านั้นแต่พลังป้องกันของมันก็มากพอที่จะป้องกันกระบวนท่าโจมตีของเขาได้.......
แป๊ะ!!
เสียงแตกร้าวดังขึ้นหลังจากผ่านไปชั่วครู่ ซึ่งนั้นคือเสียงของปราณเกราะระฆังทองแดงของาาวานรค่อยๆแตกร้าวออกนับสิบๆรอยจนเต็มไปทั่วปราณระฆังจากนั้นมันก็แตกออก......
พรวด!!
าาอสูรวานรทองพ่นเืออกมาคำโตก่อนที่มันจะทรุดตัวลงพร้อมเข่าหนึ่งข้างมันมองไปที่จิ๋นหยางด้วยความงงงวยอย่างมากมันคิดว่ามันน่าจะสามารถป้องกันกระบวนท่าของจิ๋นหยางได้อย่างสมบูรณ์แล้วแท้ๆ.......
เพราะด้วยระดับของมันแล้วที่อยู่ระดับเริ่มต้นขั้นที่สามกับจิ๋นหยางที่อยู่ระดับฝึกหัดขั้นขั้นที่เก้ามันไม่คิดว่าความแข็งแรงของจิ๋นหยางจะมากขนาดนี้ เทียบเท่ากับมันเลยทีเดียว มันได้รับาเ็จากกระบวนท่าเมื่อครู่ไม่น้อย มันพยายามที่จะสังเกตจิ๋นหยางว่าเป็อย่างไรบ้างแต่เพราะฝุ่นยังคงปกคลุมไปทั่วพื้นที่อยู่จึงทำให้มันมองเห็นไม่ชัด.....
เมื่อฝุ่นเริ่มจางหายไปร่างของจิ๋นหยางค่อยๆปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลยแถมเขายังจ้องมองไปยังาาอสูรวานรทองด้วยสีหน้าดุร้ายด้วยั้แ่ที่เขาได้ต่อสู้มาเขาไม่ได้มีจิตสังหารอยู่ในตัวเลยแต่ตอนนี้เขาเริ่มมีมันขึ้นมาแล้วเพราะการที่เขาสู้กับาาอสูรวานรทองนั้นถ้าเขาไม่ฆ่ามันมันก็จะฆ่าเขา.......
เจตนาฆ่าของเขามากยิ่งขึ้นเมื่อมองไปยังมันแต่เขาเองก็รู้ดีว่าไม่อาจทำอะไรได้ เนื่องจากเขาใช้พลังไปกับกระบวนท่าเมื่อครู่นี้เก้าถึงสิบส่วนของพลังทั่งหมดที่เขามีอยู่เหลือพลังเพียงแค่ใช้ในการหลบหนีเท่านั้นถ้ามันยังคิดสู้กับเขาอีกเขาก็อาจจะไม่รอดแน่ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือแกล้งทำเป็ยังมีพลังเหลืออยู่ที่ข่มอีกฝ่าย.......
เมื่อาาอสูรวานรเห็นเขายังปกติ คิ้วของมันขมวดเข้าหากันทันทีมันไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันอยู่ที่นี่เป็าาของที่นี่มันไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้มานานแล้วอั้แ่พ่อของมันต่อสู้กับหลวงจีนครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว......
ครั้งนั้นพ่อของมันใช้สุดกำลังแต่ก็ไม่อาจเอาชนะหลวงจีนได้พ่อของมันาเ็สาหัสแต่ก็ไม่ได้ตายตกไปมันก็เลยปฏิญาณตนเองว่าจะต้องเป็ผู้แข็งแกร่งให้ได้นั้นเป็เหตุให้มันไม่ชอบมนุษย์เป็อย่างมาก.......
พวกมันสามารถขึ้นหรือลงจากหุบเหวแห่งนี้ได้ด้วยการต่อตัวเป็บันไดพวกมันได้รับสมบัติมากมายจากการแย้งชิงจากมนุษย์และศพที่ตกลงไปตาย พวกมันนำมาเก็บสะสมไว้ในที่แห่งนี้มาหลายปีสมบัติเ่าั้มีมากมายแต่ตอนนี้เหตุการณนั้นได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง.......
เป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อของมันในตอนนั้นแต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นกับตัวมันเอง ทำให้มันเข้าใจถึงความรู้สึกกลัวของพ่อมันในตอนนั้นกลัวต่อการตายและเกิดเป็ความลังเลภายในใจของมันอยู่ ณ ขณะนี้.....
จิ๋นหยางเห็นาาอสูรวานรทองนิ่งเงียบไปเขาจึงตัดสินใจเดินหน้าไปทางที่มันอยู่จริงๆแล้วเขาไม่ได้้าที่จะสู้กับมันแต่เพื่อเป็การข่มขวัญมันเขาเลยตัดสิ้นใจเดินเข้าไปถ้ามันขยับหลบเขาเขาจะพุ่งเข้าไปในถ้ำทันที.......
‘ถ้ามันขยับหลบเมื่อไหร่เราจะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที พลังของเรานั้นเหลือไม่มากสามารถใช้ได้เพียงแค่กระบวนท่าหมัดวานรตระปบเหยื่อหนึ่งครั้งกับท่าร่างอัสนีเท่านั้นส่วนพลังของกระบวนท่าวานรตระปบเหยื่อก็ไม่รุนแรงมากเท่าไหร่ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะใช้ท่าร่างอัสนีวานรกับวานรเร้นลับพร้อมกันเพื่อหลบหนี’
ตึกตึก ตึก!!!
จิ๋นหยางเดินเข้ามาใกล้กับาาอสูรวานรเรื่อยๆ มันมองไปที่จิ๋นหยางที่กำลังเดินเข้ามาด้วยความคิดที่มันคิดอยู่บวกกับความกลัวที่มันเคยเห็นจากพ่อของมันทำให้มันรู้สึกยังลังเลอยู่และในที่สุดมันก็ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว......
ฟิ้วววววว!!
ขณะที่มันก้าวถอยหลังเพียงแค่กระพริบตาเดียวเท่านั้น ลำแสงสีขาวก็พุ่งผ่านมันไปเข้าไปยังถ้ำที่อยู่ด้านหลังของมันแล้วโดยที่มันไม่อาจตั้งสติหรือคิดตามได้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น......
อั๊ก!!!
เืคำโตพุ่งออกมาจากปากของจิ๋นหยางซึ่งเขาเก็บกั้นมานแล้วแต่แค่ไม่สามารถแสดงมันออกมาได้เท่านั้น เมื่อเขาเข้ามาในถ้ำเขาจึงพ่นมันออกมาสีหน้าซีดขาวปรากฏบนใบหน้าของเขาร่างกายเกือบที่จะทรุดลงไปกับพื้น.......
การต่อสู้ครั้งแรงของเขานั้นช่างลำบากนักถ้าไม่คิดให้รอบครอบกว่านี้ และเจอกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้เขาจะได้ตายจริงๆแน่ดีที่พวกมันเป็แค่สัตว์อสูรเท่านั้น ถ้าพวกมันเป็สัตว์อสูริญญาละก็จิ๋นหยางไม่ยากจะคิดเลย.......
ส่วนาาอสูรวานรทองเมื่อมันตั้งสติได้มันก็หันไปมองที่จิ๋นหยางและมันก็รู้ได้ในทันทีว่ามันโดนเขาหลอกแล้วสีหน้าของมันเปลี่ยนไปในทันที มันร้องออกมาด้วยความโกรธอย่างมากสีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บใจและทรมานกับการศูนย์เสียที่ปรากฏขึ้นที่หน้าของมัน.......
มันพุ่งตัวมาที่หน้าถ้ำเพื่อที่จะทุบจิ๋นหยางแต่มันก็ทุบได้แค่ผนึกปราณป้องกันเท่านั้นไม่สามารถที่จะทำอะไรเขาได้เสียงของาาอสูรวานรทองยังคงดังไปทั่ว มันะโไปกระโดนมารอบๆถ้ำอย่างดุร้ายอสูรวานรทองตัวเล็กที่หนีไม่ทันก็มันโดนทับตายในทันที
ตุบ!! ตู้ม!! ตุบ!! ตู้ม!!
มันอาละวาดไปทั่วทุบพื้นแตกกระจายสมบัติกระเด็นเต็มพื้น.....
ปัง!! ปัง!! ปัง!!
โฮกกกกกก!!
เมื่อมันไม่อาจทำอะไรได้มันตรงกับไปที่ถ้ำของมันทันทีก่อนที่มันจะเดินเข้าไปในถ้ำมันหันหลังกลับมามองที่จิ๋นหยางอย่างดุร้ายอีกครั้งสายตาของมันเป็ดั่งคมมีดที่พร้อมจะฉีกหั่นเนื้อให้เป็ชิ้นๆได้ตลอดเวลา ก่อนมันจะหันกลับไปพร้อมกับเดินเข้าไปในถ้ำของมันอย่างเงียบๆ......
"การต่อสู้ครั้งนี้เราเสียพลังไปมากทีเดียวทีแรกเราคิดว่ามันคงไม่ใช่เื่ยากที่จะกำจัดพวกมัน ไม่คิดว่ามันจะลำบากขนาดนี้เราเองคิดง่ายเกินไป ว่าการต่อสู้นั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งอย่างเดียวต่อไปเราต้องวางแผนให้ดีกว่านี้”จิ๋นหยางพูดขึ้นหลังจากที่เขารับรู้ว่าตัวเขานั้นยังอ่อนประสบการณ์เกินไปแล้วยังไม่แบบแผนใดๆในการต่อสู้อีกด้วย......
เมื่อเขาพูดจบจิ๋นหยางก็เดินเข้าไปภายในถ้ำทันทีเพื่อที่จะพักฟื้นฟูพลังที่เสียไปการได้ลงไปแช่ในสระน้ำนั้นช่วยให้เขาหายเหนื่อยเหมือนได้นอนบนที่นอนนุ่มๆอย่างนั้นแหละเขาแช่อยู่ในน้ำมากว่าสามถึงสี่ชั่วยามก่อนที่จะขึ้นมาจากสระน้ำและเดินตรงไปยังต้นท้อเพื่อเด็ดผลของมัน....
ในขณะที่เขากำลังจะเด็ดผลท้อนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าผลท้อที่เคยดกเต็มต้นนั้นตอนนี้มันเริ่มที่จะเหลือน้อยลงไปแล้วถ้ามันหมดลงไปเขาก็จะไม่มีอะไรให้กินอีก แล้วกว่าต้นท้อจะออกผลก็คงใช้เวลานานมากในการออกผลแต่ละครั้ง......
ถึงต้นท้อที่อยู่ข้างหน้าเขานี้จะต้นใหญ่มากและมีผลมากมายจนนับไม่ได้ แต่มันก็ยังเป็ต้นไม้ ที่มีวัฏจักรของธรรมชาติอยู่ ไม่ได้เป็ของวิเศษที่สามารถเติมโตได้ในทันทีเมื่ออยากให้มันโตเขาจึงเด็ดมันมาแค่ผลเดียวเท่านั้น.......
ปึ๊ด!!
หวืดดดดด!!
งั้มงั้ม งั้ม!!
จิ๋นหยางอายุแค่สิบสี่ปีเท่านั้นแต่ต้องมาเจอกับเื่โหดร้ายเช่นนี้ ต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดให้ได้เด็กคนอื่นมีพ่อแม่คอยช่วยเหลือและได้เข้าสังกัดพรรคเล็กใหญ่ หรือแม้แต่พรรคสาขาขอสี่พรรคใหญ่ด้วยซ้ำ......
แต่จิ๋นหยางกับต้องมาอยู่ในถ้ำที่มีแต่อสูรวานรทองเต็มไปหมดและก็พบเจอกับิญญาที่อยู่ในไข่มุกที่พยายามจะให้เขากรามมันเป็อาจารย์อยู่ทุกวัน.....
"วันนี้แปลกแหะทำไมเ้าเฒ่าถึงดูเงียบผิดปกติมันต้องออกมาพูดอะไรบ้างซิ แต่วันนี้......" แต่ทันใดนั้นจิ๋นหยางก็นึกขึ้นมาได้ว่าหลังจากที่ตาเฒ่าได้พูดมากก่อนที่เขาจะออกไปต่อสู้นั้นมันก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลยจนถึงตอนนี้.....
“ตาเฒ่า!!”
............
“ตาแก่!!!”
..............
เงียบ......ไม่มีสัญญาณตอบกลับจากหมายเลขที่ท่านเรียก(อิอิขอหน่อย)
“ท่านผู้าุโ!!!”
"ชิ!! เ้าเด็กอวดดีมีอะไรอีกละถึงได้เรียกข้าหรือว่าเ้า้าขอเป็ศิษย์ของข้าหะ!?” เมื่อจิ๋นหยางเรียกอยู่หลายครั้งในที่สุดชายชราก็ตอบกลับมาเมื่อจิ๋นหยางเรียกมันว่าผู้าุโ.......
“ข้าก็แค่เรียกดูเฉยๆ นึกว่าไปเกิดใหม่แล้ว”จิ๋นหยางเห็นว่าชายชรายังคงตอบเขาเหมือนเดิมเพียงแค่ชอบช้าเท่านั้นเขาจึงพูดกวนๆออกไป......
“เ้า.....!! ดี ดี ดี!!ในเมื่อเ้าพูดอย่างนี้ มีอะไรก็อย่ามาร้องไห้ขอร้องให้ข้าช่วยเ้าก็แล้วกัน!!” ชายชรากลายเป็โกรธอย่างมากมันถูกจิ๋นหยางพูดกวนครั้งแล้วครั้งเล่า......
"เฮ้อ!! ให้ท่านช่วย.....ท่านจะช่วยอะไรข้าได้ อย่างมากก็แค่บอกเื่โอ้อวดที่เอาไปใช้จริงก็ไม่ได้ แล้วจะมาช่วยอะไรข้าถ้าสิ่งที่ท่านบอกมาแล้วเอาไปใช้ได้จริงก็ว่าไปอย่าง เฮ้อ!!"
“เ้า!! ข้าจะบอกเ้าให้นะนั้นก็เพราะเ้ามันไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จักประมาณตนเอง ไม่รู้จักกลยุทธ์ที่จะใช้ ไม่รู้จักการควบคุมพลังให้มันคงไม่รู้จักลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็ออกไป หากเ้าทำได้ก็จะสามารถใช้ทักษะได้ดียิ่งขึ้น”
“ยกตัวอย่างเช่นท่าของเ้าเป็กระบวนท่าโจมตีได้ตัวเดียวแต่มันก็มีข้อดีที่มันโจมตีเป็แนวตรงถ้าเกิดศัตรูของเ้าวิ่งมาในแนวตรงต่อกันเป็แถวก็จะทำให้โจมตีได้พร้อมกันหลายๆตัวแล้วส่วนการกำหนดลมหายใจก็เช่นกัน เพียงกำหนดพลังให้ไปในส่วนที่เรา้าจะใช้ก็พอแล้วไม่ใช้ปล่อยออกมาทั้งหมดแบบนั้น”
“ถ้าเป็แบบนั้นมีเท่าไหร่ก็หมดแต่ถ้าเ้าสามารถที่จะกำหนดมันได้มันก็จะมีการฟื้นฟูอยู่ในตัวทำให้เ้าต่อสู้ได้เรื่อยๆยกเว้นเ้าจะใช้กระบวนท่าที่มีพลังมากที่ต้องใช้พลังมากไปด้วย และสิ่งที่เ้ายังขาดหายไปคิดจิตสังหารจิตสังหารเป็เหมือนแรงกดดันอย่างหนึ่งทำให้ศัตรูกลัว”
“กลัวจนไม่กล้าเข้ามาใกล้ถึงแม้เ้าจะมีระดับที่ต่ำกว่าก็ตามแต่มันก็ไม่ได้ฝึกกันง่ายๆหรอกนะ นอกจากจะได้ผ่านประสบการณ์ต่อสู้จริงเท่านั้น เหมือนที่เ้าเจอมาวันนี้เ้าน่าจะััมันได้ถึงจิตสังหารนั้นแล้ว”
“และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือท่าปราณป้องกันซึ่งเ้ายังขาดส่วนนี้มากนัก เ้าไม่ได้ใช้กระบี่ ดาบ หอกหรืออาวุธอื่นๆในการต่อสู้เ้าใช้เพียงหมัดเท่านั้น ดังนั้นวิชาปราณป้องกันทากายภาพจึงจำเป็อย่างมากสำหรับเ้า.......เอาอย่างนี้ไหมเ้ากราบข้าเป็อาจารย์แล้วข้าจะสอนเทคนิควิชาปราณเกราะให้กับเ้าเป็ไง?”หลังจากพูดมายาวเหยียดชายชราก็จบด้วยประโยคเดิมคือบอกให้จิ๋นหยางกราบมันเป็อาจารย์......
อือ!!
จิ๋นหยางตั้งใจฟังสิ่งที่ชายชราพูดอย่างจริงจังพร้อมกับคิดตามไปด้วยสิ่งที่เขาจำเป็และขาดหายไปในการต่อสู้ สิ่งที่จำเป็และองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยเขาได้มากทีเดียวและเขาก็ไม่เคยคิดถึงเื่พวกนี้มาก่อนเลย......
เมื่อนึกถึงทักษะปราณเกราะที่เขาเห็นจากาาอสูรวานรทองแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่ามันจำเป็แค่ไหนขนาดแค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น ถ้าเขาสามารถบรรลุได้ถึงขั้นสูงสุดระฆังทองแล้วละก็ไม่ต้องคิดเลยว่าพลังป้องกันของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน......
เขาไม่รู้เลยว่าจะฝึกวิชานี้ยังไงเขาไม่มีแม้แต่คำภีร์ยุทธ หรือตำราวิชาปราณเกราะระฆังทองที่เขารู้มาผู้ที่ฝึกวิชานี้ได้ต้องเป็หลวงจีนจากวัดหนานกงหรือวัดสาขาเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้เรียนรู้ทักษะกายานี้แต่เขาอยู่ที่นี้จะไปมีโอกาสได้เรียนวิชานี้ได้ยังไง.....