เทพแห่งความตาย

    ตอนที่28 สภาพอากาศย่ำแย่


    หลายวันผ่านไปแต่มันก็ยังคงเป็นคืนวันที่แสนจะน่าเบื่ออยูาเสมอสำหรับเอลิออสเพราะเขาถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปจากเมืองแห่งนี้เลย

    เอลิออสคิดว่าที่องค์จักรพรรดิมีคำสั่งแบบนี้
    เพราะกลัวว่าเขาจะหนีไปหรือยังไงกัน?

    วันๆนึงเขาจะออกไปจากวังแล้วมุ่งหน้าไปยังทะเลสาปในเมืองและไปฝึกซ้อมอะไรต่างๆที่นั่นอย่างเงียบสงบเพราะที่นั้นไม่มีใครไปอยู่แล้วเพราะบรรยากาศรอบๆทะเลสาปมันมีไอแห่งความตายอยู่เต็มไปหมดทำให้คนที่ได้ไปเยือน ณ ที่แห่งนั้นรู้สึกอึดอัดและลำบากใจอยู่ทุกๆคน หนักๆเลยก็ทำให้ผู้คนกลายเป็นเสียสติไปเลยก็มีแต่สำหรับเอลิออสมันกลับรู้สึกสงบและสบายใจมากกว่าเขาจึงไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นอยู่ทุกๆวันเขาก็เคยคิดนะว่าอาจจะเป็นเพราะกลิ่นอายเทพหรือกลิ่นอายปีศาจที่เรเชลพูดหรือเปล่า?แต่เขาก็คิดว่ามันไร้สาระเกินไปเขาจะไปมีกลิ่นอายแบบนั้นได้อย่างไรกันเพราะพ่อกับแม่ของเขาเป็นองค์ราชาและองค์ราชินีแถมยังเป็นแค่คนธรรมดาอีกด้วยถ้าเขามีไอ้กลิ่นอายแบบนี้จริงๆพ่อแม่ของเขาก็ควรจะมีเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?


    เว้นแต่ว่าเขาอาจจะไม่ใช่ลูกของพวกเขา...


    เอลิออสขมวดคิ้วเล็กน้อย


    "มันจะเป็นไปได้อย่างไร?"




    ครืดด--



    เอลิออสหลับตาตื่นขึ้นและลุกขึ้นทันทีเพราะเขาได้มองเห็นสิ่งที่เขารอคอยมาอย่างยาว

    นานแล้ว"เข้ามา"ในมือข้างขวาของเขาปรากฏดาบสีดำมือข้างซ้ายก็ปรากฏดาบสีขาว



    ทะเลสาป ที่อยู่เกือบๆจะนอกเมืองฟรานซิสนอกจากจะมีไอแห่งความตายลอยอยู่ทั่วสถานที่แห่งนี้แล้วนั้นก็ยังมีสัตว์อสูรที่มีระดับสูงอยู่ด้วยทำให้ไม่มีผู้คนกล้ามาในสถานที่ที่แห่งนี้จริงๆมันจึงถูกเรียกขานกันว่าเป็นทะเลแห่งความตาย


    ฝูงหมาป่าระดับหกดาวจำนวนกว่าหนึ่งร้อยตัวฝูงงูพิษระดับห้าดาวที่มีอยู่เต็มพื้นจนน่าขยะแขยงฝูกอินทรีรับดับห้าดาวที่กำลังบินเต็มอยู่บนท้องฟ้าสำหรับคนอื่นๆคงจะตายทันทีเมื่อได้เผชิญหน้ากับพวกมันและไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูกอย่างแน่นอนแต่คลื่นพลังของเอลิออสอยู่ที่ระดับเจ็ดดาวแล้วในการเผชิญหน้าหรือต่อสู้กับพวกมันแบบนี้ก็ไม่ใช้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเขาทำให้เขาไม่ได้รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยกลับกันเขายังยินดีเสียมากกว่าเพราะว่าเขานั้นก็อยากจะฝึกอยู่พอดีแถมสัตว์อสูรพวกนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยสำหรับเขาเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเอลิออสก็จัดการฆ่าพวกมันทุกตัวเรียบร้อยแล้วหลังจากสู้กันเสร็จเขาก็จะนำร่างของฝูงหมาป่าและฝูงอินทรีมาหันเป็นชิ้นๆและเริ่มก่อไฟขึ้นมาทันที ที่เขานำตัวเพียงแค่หมาป่าและอินทรีมากินเนี่ยรู้ใช่ไหมว่าเป็นเพราะอะไร?เขาคงทำใจที่จะกลืนเนื้องูลงไปหรอกนะแค่เพียงสัตว์อสูรพวกนี้ก็เต็มกลืนแล้ว แต่ก็ยังดีที่พวกมันไม่ได้มีรสชาติแปลกๆอะไรเพียงแค่มีรสชาติคล้ายๆกับสัตว์ทั่วๆไปเท่านั้นถ้าไม่บอกว่านี่คือสัตว์อสูรก็

    ไม่มีใครสงสัยอย่างแน่นอนซึ่งเอลิออสทำแบบนี้อยู่ทุกๆวันเขาก็มีกินทิ้งกินขว้างบ้างเพราะจำนวนมันเยอะเกินไปเขาไม่มีทางที่จะกินพวกมันได้หมดอย่างแน่นอนและเขาก็ไม่รู้สึกตัวเลยว่าที่เขากำลังทำนั้นมีแต่จะเพิ่มกลิ่นอายปีศาจมากยิ่งขึ้นแลักลิ่นอายแห่งความตายก็เริ่มรู้สึกได้จากตัวของเขาเพราะสัตว์อสูรพวกนี้อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้เป็นเวลานานพวกมันก็สูดดมอากาศที่เป็นไอแห่งความตาย

    อยู่มาโดยตลอดจึงทำให้พวกมันได้รับไอพวกนั้นอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีขาดเหลือธรรมดาการที่เอลิออสมาอยู่ในที่แห่งนี้ก็ทำให้เขาได้ซึมซับไปอย่างไม่รู้ตัวมากมายอยู่แล้วแต่เขากลับยิ่งกินสัตว์อสูรพวกนี้เข้าไปอีก?


    นี่คือเหตุผล...


    ช่วงเวลาที่เอลิออสได้เข้ามาอยู่ที่วังเมืองฟรานซิสแห่งนี้เขาก็มีบังเอิญเจอองค์หญิงแอลลิสันและองค์หญิงเอสเธอร์อยู่บ้างแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดคุยอะไรต่อกันแม้แต่นิดเดียวนับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดใจมากซะเหลือเกิน ส่วนเลวีนเขาก็ไม่ค่อยได้ไปพบนางซักเท่าไหร่เพราะมันไม่มีเหตุผลที่จะให้เขาไปเยี่ยมนางเลยแม้แต่นิดเดียวถึงแม้ว่านางกำลังจะทำงานใหญ่ให้กับเขาอยู่ก็ตามพูดได้เลยว่าตัวของเขาส่วนมากก็มักจะไปอยู่ที่ทะเลสาปแห่งนั้นอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ต้องสงสัย





    โครมม-- คราม--



    เปรี้ยงง--




    ถึงแม้ในช่วงเวลากลางคืนจะมืดมิดแต่ในตอนนี้กลับสว่างขึ้นมาเป็นช่วงๆเพราะทั้งฝนตก ฟ้าแลบและฟ้าผ่าอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ผู้คนที่ได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้ก็มักจะตื่นกลัวอยู่เสมอแต่ไม่ใช่กับเอลิออส...


    เขาออกมายืนอยู่ข้างนอกพร้อมกับกำลังแหงนมองท้องฟ้าเพื่อสังเกตดูสถานการณ์ในตอนนี้เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

    ในใจของเขาก็พลันปวดร้าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


    "สังหรณ์ใจไม่ดีเลย..."




    "เอ่อ... องค์ชาย?"


    "ท่านมีอะไรหรือเปล่าเพคะ?"


    ไม่นานเสียงๆนึงก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นก็คือเสียงของหัวหน้าองครักษ์นั้นเอง



    "เปล่า ท่านจะไปไหนงั้นรึ?"

    เอลิออสหันไปถามเพราดูเหมือนว่าเขาดูรีบๆ



    "เอ่อ...

    กระหม่อมจะไปดูองค์หญิงสักหน่อยเพคะ"


    "องค์หญิงคงจะไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้..."



    "นางกลัวอย่างนั้นรึ?"


    เอลิออสถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ



    "ฮ่าๆ ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเพคะ"


    "ตอนนี้องค์หญิงเอสเธอร์ทรงป่วยอยู่ทำให้นางไม่สามารถไปอยู่กับองค์หญิงแอลลิสันได้"

    "ข้าจึงจะไปเฝ้าที่หน้าห้องของนางแทเพคะ..."


    หัวหน้าองครักษ์ถอนหายใจเล็กน้อย



    "นางป่วย? เมื่อไหร่กัน?"


    เอลิออสถามด้วยความแปลกใจเพราะเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคนอื่นๆเลย



    "ไม่กี่วันนี้เองเพคะ องค์หญิงเอสเธอร์มีไข้อยู่เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเพคะ"


    "แต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปแจ้งกับองค์จักรพรรดิแต่ข้าก็คงต้องไปดูแลองค์หญิงแอลลิสันเสียก่อนเอาไว้กระหม่อมไปบอกพรุ่งนี้ก็ได้"


    "แต่ไม่รู้ว่ามันจะทันการหรือเปล่า..."


    หัวหน้าองครักษ์พูดขึ้นด้วยความเศร้าและหันไปมองปฏิกิริยาของเอลิออสอยู่เป็นระยะๆ

    เอลิออสก็เข้าใจถึงความหมายที่เขาต้องการจะสื่อดีเขาจึงได้แต่ลอบถอนหายใจในใจเบาๆก่อนที่จะพูดออกมาอย่างไร้หนทาง



    "ไปเถอะ"



    "เอ๊ะ! ไปที่ใดหรือเพคะ?"


    หัวหน้าองครักษ์เห็นความหวังอย่างเลือนลาง



    "งั้นข้าไม่ช่วยแล้ว"


    เอลิออสหันหลังกลับไปพร้อมที่จะเดินจากไป


    แต่...



    "เดี๋ยวเพคะๆ!"


    "ท่านจะไปดูองค์หญิงแอลลิสันใช่ไหมเพคะ?!"


    หัวหน้าองครักษ์พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
    ทำให้เอลิออสถอนหายใจออกมาเล็กน้อย



    "กระหม่อมจะไปแล้วเพคะๆ!"


    "ฝากองค์หญิงด้วยนะเพคะ~"


    จากนั้นหัวหน้าองครักษ์ก็จากไปอย่างรวดเร็ว



    เอลิออสก็ได้เดินมาถึงหน้าห้องขององค์หญิง
    แอลลิสันเป็นที่เรียบร้อยแต่เขาก็ยืนนิ่งค้างอยููู่สักพักนึงก่อนที่เขาจะตัดสินใจเคาะประตูออกไป



    ...



    ...



    ...




    ไม่มีการตอบรับอะไรออกมาเลยเอลิออสยืนงงอยู่หน้าห้องไม่เปลี่ยน



    "หรือว่าจะหลับไปแล้ว?"



    เอลิออสถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินจากไปอย่างว่างเปล่า



    แกร็กก--



    เอี๊ยดด--



    เสียงเปิดประตูดังออกมาเล็กน้อยทำให้เขาหันไปมองอย่างรวดเร็วเขาก็ได้เห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังม้วนอยู่กับผ้าห่มหนาใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อดวงตาแดงก่ำและมีหยดน้ำตาเล็กน้อย


    'นางร้องไห้งั้นรึ?!'



    เอลิออสพลันแปลกใจขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่านางจะกลัวจนถึงขนาดนี้?เมื่อประตูเปิดขึ้นด้วยความเคยชินที่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้คนที่จะมาหานางก็มีแต่องค์หญิงเอสเธอร์กับหัวหน้าองครักษ์แต่ตอนนี้พี่สาวขอลนาง

    กำลังป่วยอยู่ทำให้นางไม่สามารถมาได้ทีนี้ก็เหลือแค่หัวหน้าองครักษ์ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของนางเพราะพวกเขาสนิทกันมาก


    แต่...



    "ท่านหัวหน้...?"


    "อ๊ะ! ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ล่ะ?!"




    เปรี้ยงง--



    กรี๊ดด--




    ในขณะที่องค์หญิงแอลลิสันกำลังถามด้วยความไม่พอใจก็ได้มีเสียงฟ้าผ่าขึ้นมากลางคันทำให้นางลงไปนั่งอยู่กับพื้นพร้อมปิดหูขึ้นมาทันทีตัวของนางสั่นเทาด้วยความกลัวแต่นางก็พยายามจะไม่แสดงความกลัวที่นางมีมากนักเพราะตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าของนางคือเอลิออส!



    "จ.เจ้ากลับไปได้แล้ว!"


    องค์หญิงแอลลิสันรีบไล่เอลิออสกลับไปเพราะว่าถ้าขืนเขาอยู่นานกว่านี้เขาก็จะได้เห็นความอ่อนแอของนางในตอนนี้ได้



    "เจ้ากลัวถึงขนาดนี้เลยอย่างนั้นรึ?"


    เอลิออสขมวดคิ้วถามด้วยความไม่อยากเชื่อ



    "อย่าได้ใจไปข้าไม่ได้กลัวเจ้าสักหน่อย!"


    องค์หญิงแอลลิสันพูดขึ้นอย่างมั่นใจ



    "ข้าหมายถึงฟ้าผ่า?"


    เอลิออสชี้ไปยังบนท้องฟ้าอย่างหงุนงง



    "จะฟ้าผ่าหรือเจ้าข้าก็ไม่ได้กลัว!"




    เปรี้ยงง--



    ในขณะนั้นเองเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้งทำให้นางอดที่จะกรี๊ดออกมาไม่ได้ดวงตาของนางก็เริ่มเผยน้ำตาออกมาจางๆ



    "ก.กลับไปได้แล้..."



    "เจ้า! เจ้าจะทำอะไรน่ะ?!"


    "จะเข้ามาทำไม?!"


    องค์หญิงแอลลิสันพลันเบิกตากว้างขึ้นมาเมื่อ
    เอลิออสพลันอุ้มนางเข้าไปในห้องอย่างไม่ทันจะได้ตั้งตัวอะไรเลยทำให้นางดิ้นเล็กน้อย

    เอลิออสวางตัวขององค์หญิงแอลลิสันลงไปบนเตียงอย่างนุ่มนวลก่อนที่จะเดินไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ห่างจากเตียงสักประมาณสิบเก้า



    "ไม่ต้องกังวล ท่านหัวหน้าองครักษ์ขอให้ข้ามาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเพียงเท่านั้นข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก"


    "ท่านหัวหน้าองครักษ์เนี่ยนะ?!"


    องค์หญิงแอลลิสันถามด้วยคงามแปลกใจ




    เปรี้ยงง--  กรี๊ดด--



    ในขณะนั้นก็มีเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นอีกแล้ว...

    เอลิออสถอนหายใจเล็กน้อย



    "พักผ่อนเถอะ"



    องค์หญิงแอลลิสันด้วยความอับอายที่นางกรี๊ดออกมาหลายหนทำให้นางม้วนตัวนอนทันที



    'ข้าจะไปนอนหลับลงได้อย่างไรกัน?!'



    ถึงแม้ว่านางจะไม่พอใจอยู่บ้างแต่นางก็ไม่ได้
    พูดอะไรขึ้นมาอีกเลยเอลิออสที่มองเห็นท่าทางไม่พอใจของนางและที่นางนอนหันหน้าไปอีกฝั่งนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร



    'อาการแพ้ท้องอะไรนั้นหายไปแล้วงั้นรึ?'



    เอลิออสพลันขบคิดอยู่ในใจด้วยความสงสัย
    แต่เขาก็ไม่สามารถจะหาคำตอบจากเรื่องนี้เลย



    เปรี้ยงง-- เปรี้ยงง-- เปรี้ยงง--



    'บ้าไปแล้ว! ฟ้าผ่าสามครั้งในเวลาเดียวกัน?'

    เอลิออสพลันขบคิดอยู่ในใจและหันไปมองร่างขององค์หญิงแอลลิสันที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัวอยู่บนเตียงอย่างน่าสงสาร



    'คงไม่ได้เป็นอะไรหรอกมั้ง..'




    ฮึกก-- ฮืออ--



    เอลิออสพลันยืนขึ้นมาพร้อมขมวดคิ้ว



    'ร้องไห้งั้นรึ?'



    เอลิออสก้าวขาขวาออกไปนึงเก้าแต่เขาก็ตัดสินใจถอยออกมาอีกครั้งแต่เมื่อเขาได้ยินเสียงร้ิงไห้ของนางเขาก็พยายามก้าวไปอีกครั้งแต่ก็ถอยกลับมาเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    และเอลิออสก็นั่งลงเหมือนเดิมแต่สายตาของเขากลับจ้องมองนางอย่างไม่ละสายตาเลย



    'ข้าต้องไปปลอบนางหรือไม่?'



    ☝ชายผู้ไม่เคยจะปลอบใครมาก่อนเลย ☝



    'นางคงไม่ได้เป็นอะไรหรอกมั้ง?'




    สักพักเสียงฟ้าผ่าก็หยุดลงและองค์หญิงแอลลิสันก็เริ่มกลับมานอนอย่างสงบลงแล้วในขณะที่เอลิออสที่กำลังจ้องมองนางด้วยความไม่สบายใจนั้นก็ได้ผ่อนคลายลงบ้างแล้วทำให้เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างเบาๆ



    'ให้ตายเถอะ!

    ทำไมข้าถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย?!'

    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน