อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด

    ตอนที่ 28 ประธานจิ่งตามหาคุณ

    ตอนที่ 28 ประธานจิ่งตามหาคุณ ฉิวซีล้มลงอยู่ที่พื้น เธอเงยหน้าขึ้นมามองและชี้ไปยังอันโหรว “ฉันบังเอิญล้มลงและไม่ได้ตั้งใจที่จะทำกาแฟหกใส่เธอ แต่ตอนนี้เธอ... เธอต่างหากที่เอากาแฟร้อน ๆ สาดใส่ฉัน!” อันโหรวยิ้มพลางหัวเราะออกมา รอยยิ้มนี้แฝงไปด้วยความสดใสเป็นพิเศษ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบ ๆ ฟังดูน่าพิศวงไม่น้อย “การแสดงของคุณนับว่าไม่เลวเลยนะคะ แต่ไม่ค่อยเก่งเรื่องการวางมือและเท้าเท่าไร ตอนนี้คุณก็นับว่าเป็นนักแสดงได้แล้วนะ” “ฉันจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องผู้อำนวยการเฝิง! วันนี้เป็นวันแรกที่เธอทำงาน แต่เธอทำตัวแบบนี้ตั้งแต่แรก แบบนี้คงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ หลังจากนี้เธอได้เจอดีแน่” เมื่อพูดจบเธอก็พยายามที่จะลุกขึ้นมา ก่อนจะเอามือข้างขวาขึ้นมาปิดใบหน้าและเดินออกไป อันโหรวไม่พูดอะไรให้มากความและปล่อยให้เธอเดินไปตามใจชอบ เรื่องที่เกิดขึ้นมาเมื่อครู่ส่งผลทำให้ประตูห้องสำนักงานถูกเปิดออก ตามมาด้วยผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อสีฟ้าที่กำลังเดินเข้ามา ผู้หญิงคนนี้ไว้ผมสั้น ๆ นิ้วมือสวมแหวนที่เป็นประกาย มันคือแหวนทองคำขาวที่เพิ่งออกมาใหม่ ดูแล้วแหวนถูกสวมไว้ที่นิ้วนาง ราวกับเป็นผู้หญิงที่เพิ่งจะแต่งงาน “ผู้อำนวยการเฝิงคะ อันอีหานคนนี้จงใจสาดกาแฟร้อน ๆ ใส่ฉันค่ะ!” เธอคือผู้อำนวยการเฝิงชิงชิงแห่งแผนกวางแผนคนปัจจุบัน อันโหรวมองไปยังเธอตั้งแต่เดินเข้าประตูมา เมื่อพิจารณาดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่ธรรมดา น่าจะร้ายกาจกว่าฉิวซีมาก เฝิงชิงชิงมองฉิวซีด้วยสายตาที่เหยียดหยาม “อันอีหาน ไปที่ห้องประธาน ประธานจิ่งกำลังตามหาเธอ” ฉิวซีที่ได้ยินลอบกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้ เธอกลัวมากว่าผู้หญิงคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับประธานจิ่ง!! ถ้าหากผู้หญิงคนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องจริง ๆ แล้วตัวเธอที่เพิ่งปฏิบัติกับเธอไปแบบนั้น ถ้าหากเธอพูดอะไรไม่ดีหรือใส่ร้ายตัวเธอให้ประธานจิ่งฟังสักสองสามประโยคขึ้นมา……... เมื่อคิดได้แบบนั้น ในทางกลับกันแล้ว เป็นไปได้ไหมที่ประธานจิ่งกับเธอจะคิดจะวางแผนแต่แรกอยู่แล้ว? อันอีหานที่ถูกส่งมาอยู่ในส่วนของ TE บางทีอาจจะเป็นเพราะประธานจิ่งต้องการให้เธอมาเฝ้าจับตาดูหรือเปล่า? ด้วยความสามารถของประธานจิ่ง แน่นอนเรื่องที่เป็นสายลับอะไรนั้นแทบไม่ต้องปิดบัง เพราะตัวของเขานั้นสามารถใช้มาตรการตอบโต้ได้เสมอ เมื่อนึกถึงจุดนี้แล้ว ในแววตาของฉิวซีก็พลันเป็นประกายขึ้นมา ทั้งยังคิดไปว่าอันอีหานคนนี้จงใจเข้ามาอยู่ในแผนกวางแผนทีม A แน่ ๆ ประธานจิ่งคงส่งให้เธอมาตรวจสอบอย่างแน่นอน ฉิวซีในตอนนี้คิดว่าตัวเองอาศัยความพึงพอใจ พยายามสลัดความคิดพวกนี้ออกไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงที่ค่อนข้างเสียดสีรุนแรงดังขึ้นมา “ฉิวซี ในฐานะที่เธอเป็นหัวหน้าแผนกทีม A ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ควรสงบจิตใจและวางแผนตัวเองให้รอบคอบ ต่อให้ฟ้าถล่มหรือดินทลาย เธอก็ต้องใจเย็นให้มากกว่านี้ ที่ฉันใจเย็นแบบนี้ ก็เพราะว่าบริษัทจิ่งไม่เคยอยากรับคนที่เกียจคร้านหรอกนะ” เมื่อประโยคนี้ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเฝิงชิงชิง ผู้หญิงคนนี้อายุสามสิบสองและเพิ่งจะแต่งงาน แต่สามีของเธอนั้นอายุน้อยกว่าถึงแปดปี ซึ่งทำให้เธอถูกดูถูกมาตลอด เพียงแต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของเธอนั้นอยู่สูงกว่ามาก เธอเลยจำใจต้องฝืนทำความเคารพไป แม้ว่าในใจของเธอนั้นจะไม่มีความสุข แต่เธอก็ต้องฝืนก้มหน้ายอมรับผิดไป แต่เธอคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เธอวางแผนที่จะทำร้ายในตอนนี้ เธอกลับถูกอันโหรวตบลงที่ไหล่เบา ๆ ก่อนที่จะเดินออกไปด้วยท่าทีที่อ่อนโยน “เนื่องจากใบหน้าเป็นแผลพุพอง เห็นทีคงต้องรีบไปโรงพยาบาลนะ บริษัทจิ่งจะจัดการเรื่องพวกนี้ให้เอง คุณลองขอลาพักดูสิ เรื่องนี้ไม่น่ายากนะคะ” เมื่อพูดจบอันโหรวก็หยิบเอกสารมาถือไว้และเดินออกไป ในสายตาของฉิวซีนั้น การกระทำแบบนั้นราวกับกำลังถูกท้าทาย เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ รอยยิ้มที่นุ่มนวลของอันโหรวแทบไม่มีประโยชน์ เธอรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ก็แค่คนขี้เหร่ อันอีหานหน้าตาแบบนั้น ไม่ต่างอะไรกับเฝิงชิงชิงที่อายุสามสิบสองเลย อาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ สายตาที่เย็นชาของฉิวซีถูกจ้องมองโดยเฝิงชิงชิง ผู้หญิงคนนี้อยู่ในบริษัทจิ่งมาแล้วห้าปีกว่า แต่เธอนั้นกลับไม่มีสมองนึกคิด ถ้าหากเธอไม่ยอมปิดตาข้างหนึ่งและช่วยเหลือฉิวซีไป ฉิวซีคงไม่ได้นั่งตำแหน่งหัวหน้าทีมแน่ ๆ ตราบใดที่ยังมีคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ เห็นทีอันอีหานคงจะประมาทไม่ได้แล้ว แม้ว่าจะดูขี้เหร่ไปหน่อยและดูแก่อีกนิดหน่อย น้ำเสียงก็แหบ แต่ถ้าหากมีสายสัมพันธ์กับเลขาหลินก็นับว่าไม่ธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น อันอีหานคนนี้ก็ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องอะไรกับผู้จัดการอย่างฉีเซิ่งเทียน ซึ่งเรื่องพวกนี้คืออะไรนั้น เธอเองก็ยังไม่รู้ ที่ห้องทำงานของประธานจิ่ง วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่อันโหรวได้เข้ามาที่นี่ เมื่อประตูถูกเปิดออก เธอก็มองเห็นจิ่งเป่ยเฉินกำลังดูเอกสารด้วยท่าทีที่จริงจัง แฟ้มในมือของเขานั้นคือการวางแผนของเธอที่ทำขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เพียงแต่เอ่ยปากพูดไป “คุณตัดสินใจแล้วหรือยังว่าจะให้ใครเป็นโฆษกโฆษณาสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้?” อันโหรวยื่นรายชื่อศิลปินไปให้เขาและพูดว่า “ฉันรู้สึกว่าเหอเฉ่านับว่าไม่เลวเลยนะคะ” จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้รับรายชื่อศิลปินมาทันที แต่กลับมองไปยังข้อมือขวาของอันโหรวแทน