คุณวรเดชนัดเจอกับธีรโรจน์จิงจอกเจ้าเลห์แห่งตลาดหุ้นที่โดนถอนเขี้ยวเล็บเรียบร้อย ทั้งสองนัดเจอกันที่ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่งในโรงแรม
คุณวรเดชพาทีมกฎหมาย ตำรวจที่รู้จักไปด้วยหลายคนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดหมาย
“ธีรโรจน์ตอนนี้อารมณ์คงไม่ต่างจากหมาบ้า ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรคุ้มคลั่งขึ้นมาบ้าง” คุณวรเดชบอกผม
ที่ห้องอาหารระดับ VIP ของภัตตาคารจีนสุดหรู ธีรโรจน์พร้อมด้วยทีมกฎหมายลูกน้องมากันนับสิบคน ทั้งสองฝ่ายนั่งลงสบตา บรรยากาศเคร่งเครียดพอสมควรเลย
คุณวรเดชเริ่มพูดก่อน
“ผมให้ฝ่ายกฎหมายจัดทำเอกสารมาให้แล้ว ลองตรวจดูได้ครับ”
ธีรโรจน์รับเอกสารมาตรวจดู จากนั้นยื่นให้ทนายของแก ทนายของธีรโรจน์อธิบายเนื้อความในเอกสารสั้นๆ
“ในสัญญาระบุว่าตกลงซื้อหุ้น IE จากคุณวรเดชที่ราคา 3 บาท จำนวนหุ้น 500 ล้านหุ้น เป็นเงิน 1,500 ล้านบาท”
คุณธีรโรจน์พลันเอ่ยขึ้น “ 2 บาท ฉันให้ได้แค่นี้”
อ้าวไอ้จิ้งจอกเฒ่า เริ่มตะบัดสัตย์แล้ว
ธีรโรจน์พูดต่อ “ฉันซื้อหุ้นต่อจากแก 2 บาทก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าไปซื้อในตลาดไม่ถึงบาทด้วยซ้ำ จำนวนหุ้นที่ได้ก็เยอะกว่าเป็นเท่าตัว”
คุณวรเดชนิ่งเงียบ ส่วนฝ่ายกฎหมายของคุณวรเดชไม่คิดว่าแกจะเล่นมาต่อราคากันด้านๆ แบบนี้ทั้งที่รับปากไว้แล้ว
ผมเลยถามคุณวรเดชว่า
“คุณวรเดชครับ ถ้าเราใช้เงินทั้งหมดไล่ซื้อหุ้น IE หุ้นมันจะขึ้นไปที่ราคาเท่าไรครับ”
คุณวรเดชทำสีหน้าครุ่นคิด
“ไม่รู้สิ ถ้าเราทุ่มเงินทั้งหมดลงไป หุ้นก็คงขึ้นเยอะพอสมควร แต่ไม่มีใครรู้หรอกกว่าจะขึ้นไปเท่าไร”
ผมบอกต่อ “จริงๆ ที่คุณธีรโรจน์ซื้อหุ้นเราในราคาสองบาทเราก็ได้กำไรมากโขอยู่นะครับ”
ธีรโรจน์ยิ้ม “ไอ้หนูนี่ถือว่าทำธุรกิจเป็น”
คุณวรเดชมองหน้าผม ส่วนผมรีบพูดต่อ
“แต่ถ้าเราทุ่มเงินทั้งหมดลงไป อาจไล่ราคาหุ้นเกินสองบาท หรือไปสามบาท สี่บาทก็ได้ ด้วยชื่อเสียงของคุณวรเดชที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ บริษัทก็มีกำไรเป็นร้อยล้านมาตลอด พอประกาศเทคโอเวอร์หุ้นบริษัท IE เชื่อว่ามีนักลงทุนจำนวนมากจะเชื่อมั่น แห่เข้ามาซื้อหุ้น IE ไม่หยุด ดันราคามันขึ้นไปเกินสามบาทโดยที่เราไม่ต้องเซ็นสัญญาเลยด้วยซ้ำ”
“เมื่อวานผมดูกราฟราคาหุ้น IE ย้อนหลังหลายปี มันเคยขึ้นไป 30 บาทด้วยซ้ำ ไม่แน่อีกหน่อยมันอาจกลับไป 30 บาทก็ได้ อย่างน้อยก็อาจได้เห็น 10 บาทต้นๆ ได้ทั้งเทคโอเวอร์บริษัท ได้ทั้งกำไรส่วนต่างจากราคาหุ้น คุ้มกว่าเยอะครับ”
คุณวรเดชยิ้มรับ
“น่าสนใจนี่”
คุณธีรโรจน์คำราม
“พวกแกรู้จักธุรกิจก่อสร้างแค่ไหน? มีเส้นสายเหรอ? วิธีตอกเสาเข็มยังไงแกรู้หรือยัง”
“ผู้บริหารไม่ใช่วิศวกรนี่ครับ ขอเพียงดูทิศทางภาพรวมธุรกิจเป็นก็พอ” ผมตอบเสียงอ่อนน้อม แต่ทำเอาธีรโรจน์หน้าแดงจัด!
ผมกดโทรศัพท์พร้อมอ่านข้อมูลกำไรขาดทุนของหุ้น IEปี 2570 ขาดทุน 300 ล้านปี 2571 ขาดทุน 270 ล้านปี 2572 ขาดทุน 500 ล้านปี 2573 ขาดทุน 1100 ล้าน !!
“ผมเช็คดูแล้วหุ้น IE มีขาดทุนสะสมไม่ต่ำกว่า 2000 ล้าน วิธีล้างขาดทุนสะสมมีหลายวิธี แต่ผมคิดว่าเราควรขายทรัพย์สินออกไป ถ้าเราเทคโอเวอร์สำเร็จเราค่อยหั่นบริษัทเป็นชิ้นๆ ขายทรัพย์สินออกไปเพื่อล้างขาดทุนก็ได้ครับ หลังจากนั้นเราค่อยเริ่มต้นกันใหม่”
ปัง!!
ธีรโรจน์ตบโต๊ะ จนน้ำในแก้วกระเซ็นออกมา จากนั้นกระชากเสียงว่า
“พวกแกไม่มีสิทธิ์มายุ่งอะไรกับบริษัทของฉัน”
บรรยากาศของโต๊ะเงียบกริบ ธีรโรจน์จ้องมองผมด้วยความอาฆาต
“ฉันตั้งบริษัทนี้มากับมือ หากมันจะล้มก็ต้องล้มเพราะฉัน ไม่ใช่พวกแก!”
คุณวรเดชพลันพูดขึ้น
“คนของผมยังเด็ก พูดจาอะไรไม่ระวังก็ต้องขอโทษด้วยครับ”
“วรเดช ดูแลคนของแกให้ดี อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
“ผมจะสั่งสอนเด็กของผมให้ แต่ก็อย่างที่พล็อตเขาบอก ถ้าผมซื้อหุ้นแล้วขายทรัพย์สินออกไปก็จะล้างหนี้บริษัท IE ได้ แม้จะทำให้บริษัทเล็กลง แต่ผมก็จะระดมทุนก้อนใหม่มา จากนั้นเริ่มประมูลงานก่อสร้างใหม่ ผมคิดว่าวิธีนี้น่าจะดี ทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้ในระยะยาวด้วย ผู้ถือหุ้นก็ชอบด้วยที่บริษัทล้างขาดทุนสะสมได้”
“ฉันมีวิธีบริหารของฉัน แกไม่ต้องมายุ่ง!” ธีรโรจน์บอกเสียงดัง
“ถ้าไม่อยากให้ผมยุ่งก็ตกลงซื้อหุ้นตามที่คุยกันไว้ในโทรศัพท์เถอะครับ แล้วผมจะไม่ยุ่งกับบริษัทของคุณอีก” คุณวรเดชตอบกลับ
ธีรโรจน์นิ่งเงียบ จากนั้นก็หยิบสัญญามาจากมือทนาย แกเซ็นอยู่หลายหน้าก็ส่งคืนให้ “พอใจหรือยัง ไม่เกินสิ้นเดือนฉันจะโอนเงินไปให้”
คุณวรเดชยิ้มรับ จากนั้นบอกว่า “ช่วยเซ็นอีกฉบับด้วยครับ”
เวลาทำสัญญาสองฝ่ายต้องมีสัญญาอย่างน้อยสองฉบับที่เป็นลายเซ็นจริง คุณวรเดชและธีรโรจน์เซ็นเอกสารโดยพร้อมเพรียง ถือว่าดีลนี้เป็นอันจบ
หลังจบงานเลี้ยง คุณวรเดชจ่ายค่าเหนื่อยให้ตำรวจที่มาช่วยดูแลความสงบไปหลายแสน ระหว่างที่เราเดินไปขึ้นรถ คุณวรเดชหันมามองที่ผม
“ขอบใจพล็อต ฉันเองก็คิดไม่ถึงไอ้จิ้งจอกนี่จะตระบัดสัตย์ในเวลาไม่ถึงวัน ไม่เหลือเกียรติของประธานบริษัทใหญ่แม้แต่น้อย”
“คนแบบนี้มีค่าต่ำกว่าราคาหุ้นของเขาเองอีกครับ”
คุณวรเดชหัวเราะ แกจับไหล่ผม
“พูดได้ดี รอบนี้เราได้กำไรมาไม่น้อย เดี๋ยวฉันจะให้โบนัสเธอ จัดงานเลี้ยงพนักงานด้วย”
ผมรีบถาม “บอกได้ไหมครับ เรากำไรเท่าไร?”
คุณวรเดชคิดอยู่พักหนึ่งก็บอก
“คิดยากนิดหนึ่ง มีทั้งหุ้นที่ยืมมา หุ้นที่ซื้อตั้งแต่ตอนแรกๆ หุ้นที่เพิ่งซื้อตอนปั่นขึ้นเพื่อจะเทคโอเวอร์ ถ้าคิดคร่าวๆ ราคาเฉลี่ยตีไปว่าสัก 1 บาท เธอว่าจะได้กำไรเท่าไร?”
เรามีหุ้น IE 500 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 1 บาท คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท
แต่เราขายธีรโรจน์ 3 บาทต่อหุ้น ธีรโรจน์ต้องให้เงินเรา 1500 ล้านบาท
กำไรคร่าวๆ 1000 ล้านบาท!!
“หนึ่งพันล้านบาทเลยเหรอครับ?” ผมรีบถามเสียงสั่น
คุณวรเดชยิ้ม “ใช่ แต่อย่าลืมกำไรที่ได้เป็นกำไรบริษัท ไม่ใช่เงินเข้ากระเป๋าฉันโดยตรง ต้องไปแบ่งให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ อีก”
ผมพลันถามว่า “คุณวรเดชไม่คิดจะเทคโอเวอร์บริษัท IE อยู่แล้วใช่ไหมครับ?”
“เธอรู้ได้ไง?”
“คุณวรเดชเคยบอกผมว่าคุณวรเดชจะยึดธนาคารรักเมืองไทย การยึดหุ้นธนาคารต้องใช้เงินเยอะมหาศาลมาก คุณคงไม่ทุ่มเงินกับบริษัทเน่าๆ อย่าง IE หรอก”
คุณวรเดชหัวเราะ “ใช่ ฉันถึงบอกว่าแผนของฉันเสี่ยงไง ถ้าธีรโรจน์ไม่ยอมซื้อหุ้นตัวเองคืน ฉันก็ลำบากเหมือนกัน”
“ถึงตอนนั้นผมคงมีหน้าที่วิ่งขายหุ้น IE ให้กับนักลงทุนที่สนใจซื้อแน่เลย”
คุณวรเดชหัวเราะชอบใจ ผมก็เองก็ยิ้ม
จริงๆ ผมก็ตื่นเต้นมากนะ ถ้าธีรโรจน์ไม่ยอมซื้อหุ้น IE คืน คุณวรเดชก็จะได้หุ้นเน่าๆมาในมือ แต่ไม่มีเงินสด บริษัทหลักทรัพย์วิทยทรัพย์ที่คุณวรเดชเอาไปค้ำไว้เพื่อกู้เงินมีหวังโดนพวกต่างชาติยึดแน่
คุณวรเดชสั่งให้ผมหยุดพักผ่อนหนึ่งวัน ทำให้ผมมีเวลาพาพ่อแม่ไปทานอาหารที่ร้านอาหารทะเลแพงๆ ย่านสุขุมวิท ระหว่างทานอาหารพ่อผมถามขึ้น
“ไปรวยอะไรมาพล็อต”
“ดีลธุรกิจของคุณวรเดชสำเร็จ ผมได้ค่าคอมฯ มาเยอะเลยครับ”
“เท่าไร?” แม่ผมรีบถาม
“ยังไม่รู้เลยแม่ แต่ผมว่าน่าจะเยอะพอดู”
“เธอไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายใช่ไหม?” พ่อถาม
“ไม่พ่อ ดีลธุรกิจทั่วไป ลงข่าวหนังสือพิมพ์ด้วย”
“ธุรกิจอะไร?” พ่อผมถาม
“หุ้นวรเดชขายหุ้น IE ที่ซื้อมาคืนให้กับคุณธีรโรจน์ ได้กำไรส่วนต่างมาเยอะเลย ผมช่วยคุยให้เลยได้ส่วนแบ่งด้วย”
พ่อผมพยักหน้า แกไม่เข้าใจหุ้นเท่าไรนักจึงพูด
“อย่าทำอะไรผิดกฎหมายล่ะ”
“ไม่มีพ่อ” ผมรีบบอก
ขณะเราคุยกัน สักพักก็มีอีเมลส่งมาถึงผม เป็นอีเมลของบริษัทพร้อมกับข้อความที่ทำให้ผมตกใจ
“ฉันจะโอนเงิน 10 ล้านบาทให้เธอและตั้งให้เธอเป็นรองหัวหน้าฝ่ายการตลาด”
เงินสิบล้านทำให้ผมตื่นเต้นก็จริง
แต่การเป็นรองหัวหน้าฝ่ายการตลาด ทำให้ผมตื่นเต้นกว่า!
การเป็นรองหัวหน้าฝ่ายการตลาดคือการตำแหน่งที่หาเงินได้ไม่รู้จักจบสิ้นในตลาดหุ้นที่มีมูลค่านับหลายล้านล้านบาท!!!
จบตอนที่ 20เมื่อชั่วโมงบินเริ่มแข็ง พล็อตก็ต้องออกบิน ต่อไปพล็อตจะปั่นหุ้น เล่นหุ้นเองแล้ว จะทำไงต่อโปรดติดตาม บอกเลยเข้มข้นและโหดมาก!มีตรงไหนอ่านแล้วงง หรือเห็นว่ามีข้อบกพร่องก็คอมเม้นบอกกันมาได้นะคร้าบ จะนำไปปรับปรุงหรืออธิบายเพิ่มให้ชัดเจนขึ้น