การที่ไม่สามารถบังคับใครให้กลับคืนมาได้ก็เหมือนกับการที่เธอไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้คำถามในหัวใจของเธอยังคงหาคำตอบไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือ เธอกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...
มารตีเดินเข้าไปในมุมกาแฟของออฟฟิศในตอนบ่ายมุมเดิมที่เคยเป็นที่ที่เธอกับนัทพงษ์เคยหยุดพักดื่มกาแฟด้วยกันทุกครั้งหลังจากทำงานเสร็จตอนนั้นพวกเขามักจะหัวเราะเบาๆ ทักทายกันด้วยคำพูดที่อบอุ่น แต่วันนี้ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีบทสนทนาไม่มีอะไรนอกจากเสียงเครื่องชงกาแฟที่ทำงานไปตามปกติ
ถ้วยเซรามิกสีขาวที่นัทพงษ์เคยใช้ยังวางอยู่ที่เดิมบนชั้นวางถ้วยกาแฟมันถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยเหมือนกับที่เขาทิ้งมันไว้เมื่อหลายวันก่อนแต่สิ่งที่ขาดหายไปคือเจ้าของของมัน
มารตีก้มมองถ้วยกาแฟในมือของตัวเองทอดสายตาไปยังถ้วยนั้นที่ไม่มีเจ้าของ มารตียิ้มบางๆ ให้กับตัวเองรู้สึกถึงความเงียบที่แทรกเข้ามาในทุกอณูของออฟฟิศ สาวสวยยกถ้วยกาแฟขึ้นมาดมเบาๆกลิ่นกาแฟดำจางๆ เริ่มผสมกับอากาศรอบตัว มันเหมือนกลิ่นเดิมที่เธอเคยได้กลิ่นในวันที่นัทพงษ์ยังอยู่
ถ้วยกาแฟนี้คุ้นเคยกับเธอมากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่ของที่ใช้ดื่ม มันคือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ยังคงติดอยู่ในหัวใจของเธอ
"เขามองฉันเหมือนคนที่สูงเกินเอื้อม..." มารตีนึกถึงวันแรกที่นัทพงษ์มาทำงานใหม่ๆเขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและความเกรงใจราวกับเธอเป็นคนที่อยู่ในโลกที่สูงกว่าตัวเขาเองแม้ว่าทุกสิ่งจะเริ่มต้นจากการที่เธอเป็นหัวหน้าและเขาเป็นนักศึกษาฝึกงานแต่เขาก็ยังคงมีท่าทีระมัดระวังและดูเหมือนจะไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินไป
วันแรกที่ทั้งสองพูดคุยกันในมุมกาแฟนั้น เธอจำได้ดีว่านัทพงษ์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มด้วยมือที่สั่นเล็กน้อยท่าทางของเขาดูตึงเครียดเหมือนกับกลัวว่าเขาจะพูดอะไรผิด และตอนนั้นมารตีก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะกลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเธอ
ตอนนั้น เธอแค่ยิ้มให้เขาและพูดทักทายเหมือนกับทักทายพนักงานคนอื่นๆแต่ตอนนี้กลิ่นกาแฟที่ไม่มีเจ้าของกลับกลายเป็นเครื่องเตือนใจให้เธอนึกถึงความรู้สึกที่แตกต่างออกไปมันทำให้เธอนึกถึงเวลาที่เธอได้ใกล้ชิดกับนัทพงษ์ และการที่เขาค่อยๆเปิดใจให้เธอได้เห็นเขามากขึ้น
แต่ตอนนี้ เขากลับหายไปจากชีวิตเธอ และไม่ได้ยินเสียงของนัทพงษ์แล้ว...ไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลยตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาหันหลังเดินออกจากลิฟต์ไป และหลังจากนั้น มารตีก็พยายามติดต่อเขาแต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากเขา
ตอนนี้เธอยังคงอยู่ในออฟฟิศเดิม รู้สึกเหมือนกับทุกสิ่งมันหยุดนิ่งไปแล้วความเงียบรอบตัวเริ่มกัดกินหัวใจของมากขึ้นทุกวันรู้สึกเหมือนกับว่าไม่มีใครอยู่ข้างๆ เธอจริงๆ แม้จะมีวรเมธและปพนต์อยู่เคียงข้างแต่ความคิดถึงนัทพงษ์มันก็ไม่เคยหายไปจากใจเลยสักนิดเดียว
มารตีหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะจากข้างหลังหันไปพบเพื่อนร่วมงานที่ยิ้มทักทายเธอเป็นปกติ เธอยิ้มกลับไปแม้ในใจจะรู้สึกเหมือนกำลังยิ้มให้กับความหลอกลวงที่เธอต้องแสร้งทำ
“เธอยิ้มแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ความจริงในใจหายไปหรอกนะ...”คำพูดของตัวเองในหัวกลับมาตอกย้ำอีกครั้ง ความรู้สึกข้างในมันเหมือนจะบอกว่าเธอกำลังหลอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับนัทพงษ์
หญิงสาวพยายามข่มความคิดนั้นทิ้งไปแล้วเดินออกจากมุมกาแฟไปอย่างรวดเร็วแต่ทุกย่างก้าวของเธอในวันนี้กลับรู้สึกหนักหน่วง กลับมาที่โต๊ะทำงาน มารตีนั่งลงและเปิดคอมพิวเตอร์แต่กลับไม่สามารถทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน สมาธิไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้เต็มที่ทุกความคิดที่เข้ามาในสมองกลับจมอยู่ในความคิดถึงนัทพงษ์และความรู้สึกผิดที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้...ทำไมถึงไม่ตอบ...” มารตีพึมพำกับตัวเองก่อนจะกดโทรศัพท์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้กดโทรหาเขา แต่เพียงแค่เปิดหน้าแชทของนัทพงษ์ขึ้นมามองหาสิ่งที่เขาเคยเขียนให้เธอ สัญญาณแห่งความหวังบางอย่างที่เคยมี
แต่ในที่สุด สิ่งที่เห็นก็แค่ข้อความของเธอเองที่ส่งไปอย่างไม่มีคำตอบ“นัทพงษ์...” เธอถอนหายใจหนักๆ คำเดียวที่อยากจะบอกเขาในตอนนี้ แต่มันก็ไม่สามารถหลุดออกจากใจได้ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ในวันนี้ ความเงียบที่แผ่ไปทั่วทั้งออฟฟิศมันทำให้มารตีรู้สึกเหมือนโลกนี้กำลังเริ่มห่างไกลออกไปทุกที
เธอได้แต่หวังว่าในวันหนึ่ง...นัทพงษ์จะกลับมาบอกว่าเขากลับมาเหมือนปกติแล้วกลับมาที่เดิมแล้ว
แต่ในวันนี้เขายังไม่กลับมา
ในคืนที่เงียบสงัด หลังจากบทรักที่เร่าร้อนระหว่างเธอและสามีทั้งสองคนผ่านพ้นไป มารตีนั่งอยู่ที่ข้างเตียงของตัวเอง มองไปที่ปพนต์และวรเมธที่นอนหลับไปแล้วพวกเขาทั้งสองคนนอนข้างกันในท่าทางที่คุ้นเคยใบหน้าของพวกเขาดูผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า
แต่สำหรับมารตี ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนภาพลวงตาเธอนั่งอยู่ข้างเตียงของตัวเองหัวใจมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่มีใครสามารถเห็นได้ และรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในโลกที่สองข้างทางมีคนรักที่เธอไม่สามารถรักในแบบที่ต้องการได้
มารตีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบางทีก็รู้สึกเหมือนมันเป็นเพื่อนเดียวในคืนที่เงียบเหงาแบบนี้ เธอเปิดแชตของนัทพงษ์ขึ้นมาและอ่านข้อความเก่าๆ ที่เขาส่งมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
“ผมไม่รู้ว่าผมควรอยู่ตรงไหน…แต่ขอแค่ได้อยู่ใกล้พี่ก็พอ”
คำพูดนั้นกลับเข้ามาในความคิดของเธอ ราวกับมันยังดังก้องในหัวใจความหมายของมันไม่เคยหายไปไหน แม้แต่ในตอนนี้ เมื่อทุกสิ่งในชีวิตของมารตีเริ่มสับสนและยุ่งเหยิงเกินไปทุกคำพูดนั้นยังคงค้างอยู่ในใจ แม้ว่านัทพงษ์จะหายไปแต่เขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอ
“ผมไม่รู้ว่าผมควรอยู่ตรงไหน…”
คำนี้ยิ่งทำให้มารตีคิดถึงเขามากขึ้น ทั้งๆที่เข้าใจดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขโดยเฉพาะเมื่อชีวิตของเธอเองก็ถูกทิ้งไว้ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์แบบ บางทีก็คิดว่ามันอาจจะเป็นเหตุผลที่นัทพงษ์เลือกที่จะหายไปจากชีวิตเธอเพราะเขาเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเขาควรจะอยู่ตรงจุดไหนในชีวิตของเธอ
มารตีพิมพ์ข้อความไป โดยไม่มีการลังเลถึงแม้ใจของจะเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่แน่ใจแต่บางครั้งการบอกความจริงให้ชัดเจนไปเลยก็อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น “ไม่ว่าเธอจะกลับมาไหม…พี่จะรออยู่ตรงนี้”
หลังจากพิมพ์ข้อความเสร็จ หยิงสาวก็จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งๆ สักพักหัวใจรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีภูเขาทับอยู่บนอกแม้ว่าคำนี้จะเป็นสิ่งที่เธอต้องการจะบอกออกไปแต่ก็ยากที่จะทำใจให้เชื่อว่ามันจะมีผลอะไร
ข้อความนั้นถูกกดส่งออกไป หลังจากนั้นก็นั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมือของเธอกำโทรศัพท์แน่นเหมือนจับมือของใครบางคนที่ไม่สามารถกลับมาหาได้ในตอนนี้
แล้วในที่สุด มารตีก็ปิดหน้าจอและวางโทรศัพท์ลงข้างตัวเองหลับตาลงช้าๆ ให้ความรู้สึกว่างเปล่าเข้ามากลบความคิดในหัว ทุกสิ่งที่เคยรู้สึกมันกลับลอยไปในความมืด แล้วสิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงความคิดถึงและความหวัง
มารตีกอดตัวเองแน่นราวกับพยายามบรรเทาความเจ็บปวดในใจที่มันไม่มีที่สิ้นสุดการบอกว่าจะรออยู่ตรงนี้อาจจะเป็นการให้สัญญากับตัวเองมากกว่าที่จะให้กับนัทพงษ์ โดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหรือไม่แต่มันก็เหมือนกับการมีความหวังเล็กๆ ที่ทำให้เธอไม่ยอมแพ้
คืนนี้...ความคิดถึงเป็นลมหายใจของเธอลมหายใจที่มาพร้อมกับความเงียบสงัดของบ้านที่คุ้นเคย แม้ว่าจะมีคนสองคนอยู่ข้างๆ ในตอนนี้แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนมีเพียงเงาของตัวเองและเสียงหายใจของนัทพงษ์ที่ยังคงตามหลอกหลอนในทุกๆลมหายใจ
มารตีหลับตาลงอีกครั้งหัวใจที่บอบช้ำจากความสับสนและความรักที่ไม่สมบูรณ์แบบกำลังทำให้รู้สึกเหมือนมันจะแตกสลายลงมาเมื่อไหร่ก็ได้แต่นั่นแหละ เธอจะยังคงรออยู่ตรงนี้ จนกว่าจะมีวันหนึ่งที่นัทพงษ์กลับมา...
จนกว่าจะถึงวันนั้น...เธอจะรอ...