บทที่ 17 เตรียมตัว
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของสวี่หยางดังระงมไม่คิดว่าผู้ที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่มาปรากฏตัวต่ออยู่หน้า หากเป็เวลานี้เขาต้องอยู่ที่ตลาดขายสินค้ามิใช่หรือแล้วเขามาอยู่ตรงหน้าได้อย่างไร สวี่หยางบีบมือคุมสติตนเองเชื้อเชิญเขาเข้ามาในห้อง
"เข้ามาด้านในก่อนสิเ้าคะ" เสิ่นเกาหลานหลายวันมานี้เขาไม่ได้เห็นหน้านางเพราะโมโหที่นางไม่ชอบของที่เขาให้จนไม่อยากเจอแต่ทว่าวันนี้เขามีเื่มาพบเจอนางจึงมาหานางที่ห้อง เมื่อเห็นสีหน้าแววตาเ็าของนางยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดหัวใจ แม้ว่านางไม่มีความรู้สึกชอบหรือรักเขาแต่อย่างน้อยนางเป็ถึงฮูหยินไม่มีสักนิดเลยหรือที่นางจะรู้สึกไม่ชอบใจที่เขาไม่สนใจใยดี ปล่อยให้นางนอนเหงาอยู่เพียงลำพังหากเป็สตรีนางอื่นคงโมโหไปต่อว่าและคงไม่ยอมที่เขาให้ความสำคัญกับฮูหยินรองมากกว่าตนเอง แต่นางกลับไม่แยแสไม่รู้สึกร้อนรู้สึกหนาวด้วยซ้ำทำราวกับเขาไม่มีตัวตนยิ่งทำให้เสิ่นเกาหลานไม่ชอบใจสตรีนางนี้เลยแม้แต่น้อย อยู่ใกล้ยิ่งหงุดหงิดหัวใจ
"ข้าจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรเ้าคงมิได้สนใจสินะ ข้ากลับมาตั้งหลานวันแต่เ้าไม่เคยย่างกรายเข้าไปถามข้าแม้เพียงคำเดียว " เสิ่นเกาหลานนั่งลงที่เก้าอี้พลางเอ่ยวาจาต่อว่าสวี่หยาง
"เหตุใดต้องให้ข้าสนใจท่านด้วยล่ะเ้าคะ ข้างกายของท่านมีเจี่ยฟางคอยดูแล และข้าได้ยินมาจากสาวใช้แล้วว่าท่านกลับมาอย่างปลอดภัยคงมิต้องไปถามให้มากความ"
"เฮอะ! วาจาเ้าช่างไรเยื่อใยจริง ๆ จริงสิ! กำไลที่ข้าให้เ้าเ้าไม่ชอบมันถึงขนาดไม่อยากเห็นเลยอย่างนั้นหรือ? หากข้ารู้ว่าเ้าจะไร้น้ำใจถึงเพียงนี้ข้าคงไม่ซื้อมาให้เ้าหรอก" สวี่หยางเงยหน้าจ้องมองเสิ่นเกาหลานอย่างเหน็ดเหนื่อยหัวใจ ในเมื่อเขาเอ่ยมาเช่นนี้นางจึงเดินไปหยิบกำไลมามอบคืนให้แก่เขา
"ใช่แล้วเ้าค่ะ ...ข้าไม่ชอบกำไลทับทิมที่ท่านมอบให้ ไม่ว่าข้าจะคิดเช่นไรก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีการที่ท่านให้กำไลทับทิมกับข้าหมายความว่าเช่นไร อยากให้ข้าทำตัวนอบน้อมอ่อนหวานราวกับกำไลทับทิมชิ้นนี้เห็นทีข้าคงทำให้ท่านมิได้ข้าขอคือนเ้าค่ะ " สิ้นเสียงของสวี่หยางเสิ่นเกาหลานเอะใจทันที สิ่งที่เขามอบให้นางเป็กำไลหยกมิใช่หรือ? เหตุใดกำไลทับทิมถึงมาอยู่ที่นางได้ ความสงสัยมากมายหลั่งไหลเข้ามาในความคิดของเสิ่นเกาหลาน ไม่รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็คนโกหกและผู้ใดที่เอ่ยความจริง เขาจึงนิ่งเงียบไม่เอ่ยเื่กำไลต่อแต่เปลี่ยนเื่คุยแทน
"ที่ข้ามาวันนี้ไม่ได้้ามานำกำไลคืน แต่มีเื่สำคัญจะมาแจ้งค่ำคืนนี้ให้เ้าเตรียมตัวสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ให้ดี ข้าจะพาเ้าออกงาน "
"ออกงาน ..งานอันใดหรือข้าไม่อยากไปให้เจี่ยฟางเคียงคู่ไปกับท่านมิได้หรือ?"
"หากนางไปได้คงดีไม่น้อยแต่ทว่างานนี้เป็งานเลี้ยงของเหล่าพ่อค้า คนที่จะเคียงข้างข้าคือฮูหยินของข้าจงเตรียมตัวรอเมื่อตะวันตกดินข้าจะมารับเ้าที่หน้าห้องเอง " เสิ่นเกาหลานเอ่ยจบลุกขึ้นเดินจากไป สวี่หยางมองตามหลังจนสุดสายตาพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"เป็อะไรของเขากันเมื่อครู่ราวกับเข้ามาหาเื่ข้าเื่กำไล แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปเช่นนี้ วันนี้คงเป็วันที่ข้าต้องเหน็ดเหนื่อยอีกแล้วสินะ "
เสิ่นเกาหลานเดินออกมาไกลจากห้องของสวี่หยางเขายังครุ่นคิดเื่กำไลไม่หายคาใจ ไม่ว่าจะเป็คำพูดของเจี่ยฟางที่บอกเขาว่านางไม่ชอบกำไลหยก แต่ทำไมสวี่หยางถึงเอ่ยว่าเขานำกำไลทับทิมมาให้นางกันเื่นี้ช่างเป็เื่แปลกนัก! หากเจี่ยฟางทำเช่นนั้นนาง้าอันใดกัน? นางเป็สตรีที่อ่อนหวานคงไม่คิดทำเื่เช่นนี้แน่ ๆ คงเป็สวี่หยางที่ไม่ชอบเขาจึงหาเื่ทะเลาะเป็แน่! หรือว่านางริษยาเจี่ยฟางที่ได้รับความรักความเอ็นดูจึงวางแผนให้เขาเข้าใจผิดกับเจี่ยฟางกัน!
เสิ่นเกาหลานครุ่นคิดจนต้องกุมขมับก่อนจะไปหาเจี่ยฟางเพื่อแจ้งนางว่าค่ำคืนนี้เขาอาจจะกลับดึกและไม่ได้มานอนเคียงข้างนาง
เจี่ยฟางชื่นชมดอกไม้ที่สาวใช้พากันเก็บมาให้นางจัดใส่แจกันในห้อง พลันเสียงประตูเปิดเข้ามานางคิดว่าเป็ซื่อจินที่นางใช้ให้ไปนำดอกไม้มาอีกจงเอ่ยถามโดยไม่ได้หันไปมอง
"ซื่อจินเ้ามาแล้วหรือ? รีบนำดอกไม้มาสิข้ารออยู่ชักช้าอยู่ได้ "
"เ้าทำอันใดอยู่หรือ?"
"โอ๊ะ! ท่านพี่ข้าคิดว่าเป็สาวใช้เสียอีก เหตุใดวันนี้ท่านพี่ถึงกลับเรือนเร็วนักเ้าคะหรือว่าการค้ามีปัญหาอันใด?" เจี่ยฟางเดินไปหาเสิ่นเกาหลาน สงสัยเอ่ยถามเขาอย่างเป็ห่วง
"มิได้เกิดปัญหาอันใด ที่ข้ากลับมาเร็วเพราะค่ำคืนนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองของเหล่าพ่อค้า ข้าต้องไปร่วมงานเลี้ยงจึงกลับมาเร็วเพื่อเตรียมตัวนะ" ดวงตาของเจี่ยฟางเป็ประกายแวววาวเดินตรงเข้ามาใกล้เสิ่นเกาหลานด้วยความตื่นเต้นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"ว๊าว! น่าตื่นเต้นจัง ข้าไปกับท่านพี่ได้หรือไม่เ้าคะ ั้แ่เกิดมาข้ายังไม่เคยไปร่วมงานเลี้ยงเลยสักครา หากได้เดินเคียงคู่ท่านพี่จะเป็เช่นไรกันนะ" เจี่ยฟางเงยหน้ามองไป้าพลางคิดถึงยามที่นางเดินเคียงข้างเสิ่นเกาหลานทุกสายตาต้องจ้องมองมาที่นางเป็แน่ แค่คิดเจี่ยฟางก็ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรงแทบะเิออกมาด้านนอก
"เจี่ยฟาง.... ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยแต่ทว่างานเลี้ยงนี้ข้าพาเ้าไปด้วยไม่ได้ ไว้มีงานเลี้ยงครั้งหน้าข้าจะพาเ้าไปร่วมงาน" คล้ายเสียงฟ้าผ่าลงกลางใจเมื่อเสิ่นเกาหลานดับฝันของเจี่ยฟาง รอยยิ้มบนใบหน้าของเจี่ยฟางก็หายไปทันทีความเ็าที่ดูห่างเหินเป็พันลี้เข้ามาแทนที่ นางเดินถอยหลังห่างจากเสิ่นเกาหลานสามก้าวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เหตุใดนางถึงเข้าร่วมงานเลี้ยงกับเขาไม่ได้
"ทำไมกันเ้าคะ! ข้าไม่คู่ควรเดินเคียงข้างท่านพี่หรือเ้าคะ "
เสิ่นเกาหลานตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเจี่ยฟางเปลี่ยนไป เขารีบเดินเข้ามาใกล้จับมือของนางทั้งสองข้างมาประคองเอาไว้
"มิใช่เช่นนั้นนะเจี่ยฟาง เ้าเหมาะสมกับข้าทุกประการแต่ที่ข้าพาเ้าไปร่วมงานมิได้เพราะข้าไม่อยากให้ผู้ใดมองเ้าแล้วเอาไปเอ่ยกันอย่างเสีย ๆ หาย ๆ เพราะเ้าเป็เพียงฮูหยินรองของข้า การพาเ้าเดินเคียงข้างออกงานคงเป็เื่ที่ข้ามหน้าข้ามตาหยามเกียรติผู้ที่เป็ฮูหยิน ใหญ่ข้าไม่้าให้ผู้ใดมาต่อว่าเ้า เ้าโปรดเข้าใจข้าด้วยเจี่ยฟาง ไว้หลังงานเลี้ยงครั้งนี้ข้าจะพาเ้าท่องราตรีระแวกวังหลวงดีหรือไม่ ที่นั่นมีของมากมายสิ่งสวยหลากหลายอย่างที่เ้าชื่นชอบ งานเลี้ยงครั้งนี้มีเพียงเหล่าพ่อค้าชายชราพูดคุยกันแต่เื่น่าเบื่อ "เสิ่นเกาหลานพยายามปลอบใจเจี่ยฟางเพราะกลัวนางจะคิดมาก
"ก็ได้เ้าค่ะ ข้าลืมไปว่าข้าเป็เพียงฮูหยินรองของท่านที่ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาในงานเลี้ยงได้ ข้าจะสำนึกฐานะตนเ้าค่ะ "
"เจี่ยฟางไม่ว่าเ้าจะอยู่ในฐานะใดเ้าคือสตรีที่ข้ารัก ข้าสัญญาว่าจะพาเ้าไปท่องราตรีทำให้เ้าประทับใจที่สุดเชื่อใจข้านะเจี่ยฟาง" เจี่ยฟางกัดฟันดังกรอดก่อนจะข่มอารมณ์ตนเองโน้มตัวแนบอกแกร่งของเสิ่นเกาหลานอย่างจำใจ
"เ้าค่ะ ข้าจะรอนะเ้าคะ" เสิ่นเกาหลานเบาใจที่เห็นว่าเจี่ยฟางเข้าใจตนเองเพราะงานเลี้ยงครั้งนี้เป็งานเลี้ยงเปิดตัวฮูหยินของเขาให้แก่เหล่าพ่อค้าได้รู้จักต่อจากนี้เขาจะรับหน้าที่แทนท่านพ่อเขาจึงต้องออกพบปะเหล่าพ่อค้าที่ต้องร่วมงานกันในภายภาคหน้า