พรึ่บ พรั่บ
นกพิราบอ้วนกลมเทาดำตัวหนึ่งกระพือปีกบินอยู่กับเพื่อนอย่างร่าเริง หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการหาอาหารยามเช้า พวกมันก็พากันบินไปเกาะอยู่บนยอดตึกสูงเสียดฟ้าเพื่อพักผ่อน
ถ้าหากมีสติปัญญามากกว่านี้ พวกมันก็คงมองมนุษย์ไร้ปีกเบื้องล่างด้วยความสมเพชเวทนาอย่างแน่นอน
เหล่ามนุษย์ที่ต้องทุกข์ทนกับการจราจรที่แสนจะติดขัดบนท้องถนน
ถึงแม้จะเป็มหาอำนาจอันดับหนึ่งอย่างสหรัฐไอโนวาเองก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งมันก็เป็เื่ปกติธรรมดาของเมืองใหญ่ๆ
ไอโนวานั้นได้รับยกย่องว่าเป็ประเทศต้นแบบแห่งประชาธิปไตย ถึงจะมีคอรัปชั่นอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นก็ถือว่าไม่มากนัก
ที่เป็อย่างนั้นเพราะประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของข้าราชการได้แทบทุกขั้นตอน
แม้กระทั่งตุลาการศาลก็ไม่เว้น ถ้าตัดสินเอียงดีไม่ดีก็อาจเจอฝูงชนนับหมื่นไปถือป้ายด่าหน้าบ้านทุกวัน การรับมือปวงประชาผู้โกรธเกรี้ยวไม่ใช่เื่เล่นๆ
ใครจะรู้ได้ว่าจะมีเท้าหนึ่งมาเหยียบหน้าคุณวันไหน ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่เท้าเดียวด้วยนี่สิ
เมื่อประชาชนมีพลังและอำนาจ รัฐบาลที่เป็ลูกจ้างก็ต้องทำเพื่อพวกเขา ไม่เช่นนั้นเมื่อหมดสมัยก็ไม่มีทางได้รับเลือกต่อ
ภาษีส่วนใหญ่จึงถูกนำมาใช้เพื่อชาวไอโนวาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานของที่นี่จึงนำหน้าประเทศอื่นไปไกล
เมื่อความเป็อยู่สุขสบายผู้คนมีการศึกษาดีและเศรษฐกิจก็เฟื่องฟู
ผู้คนจากทั่วทั้งเอิร์ทเทร่าจึงพากันหลั่งไหลมายังที่นี่เพื่อแสวงหาโอกาสเจริญก้าวหน้า
และแน่นอนนั่นก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่น้อย เช่น รถติด คนไร้บ้าน อาชญากรรม เป็ต้น ซึ่งแม้แต่ในปัจจุบันก็ยังแก้ไขไม่ได้ ต่อให้มีผู้นำประเทศเก่งอย่างท่านประธานาธิบดีโดมินิคก็ตาม
“ข่าวกรองว่ายังไงบ้าง” โดมินิค โซรอส ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของไอโนวาเอ่ยถามเลขาสาวสวยคนสนิท
เขาเป็ชายชรารูปร่างสูงใหญ่ เคราสั้นๆ ไร้การตกแต่ง ผมหงอกถูกรวบเป็หางม้าไว้แบบส่งๆ
ใบหน้าชราแม้จะเหี่ยวย่นไปบ้างแต่ก็พอดูออกว่าตอนหนุ่มๆ ก็คงดูดีไม่เบา
ที่โดดเด่นที่สุดคือแววตาคู่นั้นของเขา แววตาที่ราวกับมองทะลุทุกสิ่งที่ถูกปกปิดไว้
ปัจจุบันชายชราได้ดำรงตำแหน่งมาจนใกล้ครบ 4 ปี เต็มแล้ว แต่ความนิยมของประชาชนในตัวเขายังไม่แ่แม้แต่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถบริหารได้เป็อย่างดี
มีนักวิเคราะห์หลายคนฟันธงว่าเขาจะยังคงได้รับเลือกสมัยที่สองได้แบบสบายๆ
ในวัยหนุ่มโดมินิคเคยเป็นักธุรกิจมาก่อน ภายใต้การบริหารอย่างชาญฉลาด
เพียงไม่ถึงยี่สิบปีมูลค่าหุ้นในบริษัทของเขาก็พุ่งสูงขึ้นไปติดระดับท้อป 5 ของเอิร์ทเทร่า และก็ค้างอยู่อันดับ 1 มาจวบจนทุกวันนี้
ซึ่งปัจจุบันชายชราได้วางมือจากกิจการทุกอย่างแล้ว เหตุผลก็ง่ายๆ คือ "เบื่อ" นั่นเอง
แต่ใครจะรู้? สติปัญญาของเขาตอนนี้กลับดีกว่าใน่วัยหนุ่มเสียอีก
ประสบการณ์ชีวิตเป็สิ่งที่ดูถูกไม่ได้อย่างเด็ดขาด นักมวยหนุ่มๆ แรงดีก็แพ้นักมวยอายุมากกว่ามานักต่อนักแล้วจริงไหม?
ด้วยความสามารถที่โดดเด่นรวมทั้งไหวพริบและการตัดสินใจที่ฉลาดรอบครอบ
โดมินิคจึงได้รับฉายาจากผู้คนในแวดวงว่า "เสือเฒ่าแห่งตะวันตก"
"ที่ฉันถามได้ยินไหม? โรซี่?" ชายชราถามย้ำเมื่อเห็นท่าทางอ้ำอึ้งของเลขาสาว
“เอ่อ...เหลือเชื่อจริงๆ พวกนั้นไม่ได้กุข่าวขึ้น ไม่คิดเลยว่ามีคนสร้างของแบบนี้ได้ด้วย” เลขาสาวผมทองสุดสวยรีบตอบกลับ
เธออดทึ่งไม่ได้หลังอ่านรายงานจากหน่วยข่าวกรองจบ
“นั่นสิ ไม่น่าเชื่อเลยที่คนเก่งๆ จะเกิดจากประเทศแบบนั้นได้” โดมินิคพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“สั่งลงไป ให้เ้าพวกข่าวกรองสืบข้อมูลของ ฟีเรส เอเทนีก้า มาโดยละเอียดที่สุด ได้เื่เมื่อไรก็มารายงานฉันทันทีห้ามช้าเด็ดขาด
แล้วอย่าลืมเรียกไอ้ลูกหมาแจ็คมาพบฉันด้วย เอาล่ะ ออกไปได้” โดมินิคสั่งเลขาสาวด้วยน้ำเสียงเฉียบ
5 นาทีต่อมาชายหนุ่มผมสั้นเกรียนสีทองรูปร่างบึกบึนอายุประมาณ 30 ก็เดินเข้ามา
“ไอ้หน้าเหม็น เดี๋ยวแกกับโรซี่พาคนไปพบชายที่ชื่อฟีเรส บอกเขาว่าฉันอยากคุยด้วย...ไปแบบลับๆ ล่ะ”
พอได้ยินคำสั่งปนคำด่าชายผมทองที่ชื่อแจ็คก็ทำหน้าตาเหม็นเบื่อ เขาเพิ่งกลับมาจากภารกิจหยกๆ นี่จะให้เดินทางไกลอีกแล้วหรอ
แต่ยังไม่ทันจะขยับปากเถียงสายตาดุๆ ของชายชราก็มองมาเสียก่อน ทำเอาเขาพูดได้แต่เพียงว่า "ครับ" เท่านั้น
"หึ ก่อนไปอย่าลืมเรียกไอ้รัฐมนตรีแก่พวกนั้นมาด้วยล่ะ บอกว่าฉันเรียกประชุมด่วน"
แจ็คได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มนิดๆ ดูเหมือนจะมีคนมาแชร์ความทุกข์ของเขาแล้ว ประชุมด่วนทีไรพวกแก่นั่นก็มีงานเข้าตลอด
------------------------
ย้อนกลับไปเมื่อคืน ก่อนที่โดมินิคจะเรียกพวกรัฐมนตรีมาประชุมด่วน
“คุณปู่ขา แครี่ อยากได้แว่นตานี่จังเลย” แคโรไลน์หลานสาวตัวน้อยวิ่งถือสมาร์ทโฟนมาแต่ไกล พอมาถึงก็โชว์คลิปที่กำลังดังตอนนี้ให้ปู่ของเธอดู
"หืม...แว่นตาอะไร? กล้าขอปู่ก็กล้าให้ ไหนมาดูสิ" ชายชราตอบอย่างนึกเอ็นดู
เ้าจอห์นลูกชายบัดซบของเขาดันมีลูกสาวแค่คนเดียว ไม่รักเ้าตัวน้อยนี่แล้วจะไปรักใครกันล่ะ
"นี่มัน....!"
พอได้เห็นคลิป ซึ่งในนั้นมีนักข่าวแว่นสิวเขรอะกำลังขับยานอวกาศยิงเอเลี่ยนอย่างเมามัน
ชายชราก็จมลงไปในโลกส่วนตัว ตอนนี้เขาลืมหลานสาวข้างๆ ไปแล้ว
“คุณปู่ ขอคืนนน” แคโรไลน์พยายามเอาของของเธอคืนแต่ก็ไม่สำเร็จ
ชายชรายังคงจับสมาร์ทโฟนแน่นราวกับคีมเหล็ก เขากำลังนึกถึงความเป็ไปได้ต่างๆ สำหรับสิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัยนี้
ิญญานักธุรกิจที่มอดดับไปนานได้ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
“แง๊ๆๆๆๆ ปู่แย่งของหนู” หลังจากล้มเหลวหลายครั้ง ในที่สุดเ้าตัวน้อยก็แหกปากร้องไห้ดังลั่นบ้าน
“โอ๊ะ!?”
คราวนี้ได้ผลในที่สุดชายชราก็ได้สติกลับคืนมา
“โอ๋ๆๆ ปู่ผิดเอง ถ้ามันวางขายปู่จะซื้อให้ทันทีเลยนะหลานรัก ปู่สัญญา”
พูดจบปุ๊บ เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงตัวน้อยก็หยุดลงทันทีราวกับถูกปิดสวิทซ์
ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าบนหน้าเธอไม่มีน้ำตาสักหยดเดียว
ชายชราอดถอนใจไม่ได้ เ้าหลานคนนี้นิสัยเหมือนตนเองเลยจริงๆ
หลังจากนั้น่สายวันถัดมาเขาก็เรียกประชุมด่วน...
.....................
บรื้นนน
เสียงรถลีมูซีนสีดำล้วน 25 คัน เร่งความเร็วไปตามถนนไฮเวย์ มุ่งหน้าตรงเข้าสู่อันตาวาฟิลเมืองหลวงแห่งประเทศไซแอน
"ที่นี่แหละ" แจ็คที่อยู่บนรถนำขบวนพูดผ่านวิทยุ
เอี๊ยดด
หลังจากเดินทางโดยไม่พักกว่า 5 ชั่วโมง ขบวนรถทั้งหมดก็จอดนิ่งสนิทหน้าซุ้มประตูสถาบันศึกษานิวอีร่า
“เราจะเอายังไงกันต่อดีแจ็ค”
โรซี่ เลขาสาวผมทองเอ่ยถามพี่ชาย ตอนนี้เธออยู่ในชุดรัดรูปสีดำดูทะมัดทะแมง
“เราไม่มีช่องทางติดต่อนายฟีเรส ที่ทำได้คือรอให้ใครสักคนด้านในออกมาแล้วค่อยถาม
ช่วยไม่ได้นี่ มนุษย์ปู่นั่นสั่งว่าห้ามเสียมารยาทเด็ดขาด” แจ็คตอบพร้อมพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าหญิงสาวด้านข้าง
ชุดรัดรูปนั่นเขาเองก็อยากใส่เหมือนกันนะ ติดตรงที่ว่าถ้าใส่ปุ๊บก็จะโดนประธานาธิบดีเฒ่าชกหน้าทันทีโดยให้เหตุผลว่ารกตา
“ฮึ่ม” สาวสวยด้านข้างโมโหมาก เธอคว้าบุหรี่จากปากพี่ชายเตรียมปาทิ้งออกนอกหน้าต่างรถ
แต่พอเปิดหน้าต่างเท่านั้นแหละโรซี่ก็ผงะทันที เพราะจู่ๆ ก็มีตัวประหลาดยื่นหัวมาตรงข้างกระจก
แต่พอมองดีๆ ก็พบว่ามันเป็หุ่นยนต์ที่เคยเห็นจากในคลิปนั่นเอ หญิงสาวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอกับพี่ชายนั้นเป็เด็กกำพร้าที่โดมินิคเลี้ยงดูมาราวกับเป็ลูกแท้ๆ
นอกจากการศึกษาขั้นสูงแล้วทั้งสองก็ยังฝึกฝนศิลปะป้องกันตัวมาจนเชี่ยวชาญอีกด้วย เคยออกปฏิบัติภารกิจลับก็หลายครั้ง ส่งผลให้พวกเขามีความระแวดระวังตัวที่สูงมาก
ทว่า สองพี่น้องกลับไม่รู้ตัวเลยว่าเ้าหุ่นเข้ามาใกล้ั้แ่เมื่อไร
นั่นจึงทำให้ทั้งคู่อดทึ่งไม่ได้ (อันที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ก็แค่เ้าหุ่นมันบินมาลงจอดข้างรถเท่านั้นเอง)
[สวัสดีครับ ผมเอช 27 ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณนี้ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?]
หุ่นยนต์พูดกับทั้งสองด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่ดูเหมือนว่าสองพี่น้องจะยังคงมองสำรวจร่างกายมันอยู่อย่างสนใจ พวกเขาจึงไม่ได้ตอบกลับไป
ไอโนวานั้นก็มีโครงการณ์พัฒนาหุ่นยนต์เช่นกัน และแจ็กกับโรซี่ก็เคยได้มีโอกาสเข้าไปดูงาน
ซึ่งทำให้พวกเขาอดเปรียบเทียบเ้าเอชกับของหุ่นของประเทศตัวเองไม่ได้
หุ่นตรงหน้าแม้จะคล้ายมนุษย์ก็จริงแต่ก็เพียงแค่โครงร่าง นอกจากนั้นมันไม่มีอะไรเหมือนมนุษย์แม้แต่น้อย
โดยเฉพาะตรงส่วนหัวที่มีเหมือนกับสวมหมวกกันน็อกสีดำครอบไว้ บริเวณที่ควรเป็ใบหน้าก็มีเพียงดวงตาขนาดใหญ่สีเขียวดวงเดียว
ั้แ่่คอลงมาถูกปกคลุมด้วยสิ่งที่ดูเหมือนกับเกล็ดแข็งๆ ทรงสามเหลี่ยมสีเขียว
ซึ่งแจ็คกับโรซี่ก็ไม่คิดจะทดสอบความแข็งของมันเด็ดขาด
[สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามาติดต่อเื่อะไร?]
เอช 27 ถามซ้ำเมื่อเห็นทั้งคู่ยังคงนิ่งอยู่ ที่ต่างออกไปคือดวงตาเรืองแสงสีเขียวเมื่อครู่เริ่มจะมีสีแดงปนนิดๆ เแล้ว เกล็ดแข็งๆ ตามตัวก็เริ่มตั้งขึ้นจนเห็นปลายแหลมชัดเจน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถ้าตอบไม่ดีจะเกิดอะไรขึ้น
เนื่องจากในสถาบันมีเด็กอยู่หลายคน เฟรีสจึงต้องออกแบบพวกหุ่นให้เข้มงวดไว้ก่อน
ตบก่อนแล้วค่อยรักษาทัหลังก็ได้!
“เอ่อ...สวัสดี ผมชื่อ แจ็ค ดวอน ด้านข้างคือ โรซี่ ดวอน มาจากสำนักประธานาธิบดีของสหรัฐไอโนวา ้าขอเข้าพบคุณฟีเรส เอเทนีก้า ครับ นี่บัตรประจำตัว”
เเจ็คที่สติกลับมาแล้วรีบตอบกลับพร้อมกับยื่นบัตรให้ แค่เห็นมันเริ่มกำหมัดก็ใจสั่นแล้ว เขากล้ารับประกันเลยว่าะุคงยิงไอ้หุ่นนี่ไม่เข้าร้อยเปอร์เซ็นต์
[ทราบแล้วครับ กรุณารอสักครู่]
หลังจากประมวลผล 0.5 วินาที เ้าหุ่นก็ตัดสินใจว่านี่เป็เื่สำคัญ มันจึงรีบติดต่อไปยังเฟรีสโดยตรง
“พาพวกเขามาที่ห้องรับรอง เตรียมแว่นตากับเก้าอี้อัจฉริยะไว้ตามจำนวนคนด้วย” เฟรีสสั่งเ้าหุ่นเอช
[เชิญขับรถเข้าไปได้เลยครับ กระผมจะเป็ผู้นำทางให้เอง] เ้าหุ่นพูดกับทั้งสอง พร้อมกันนั้นบริเวณหลังของมันก็สว่างวาบและเปล่งแสงสีแดงออกมา
ฟื่บ
ปีกเรืองแสงสีแดงคู่หนึ่งโผล่ออกมาจากหลัง วินาทีต่อมาเกล็ดสีเขียวตามข้อต่อส่วนต่างๆ ก็เปิดออกและเรืองแสงออกมาด้วยเช่นกัน
[เปิดใช้ฟิลต้านแรงโน้มถ่วงเสร็จสิ้น ทุกท่านกรุณาตามกระผมมาได้เลยครับ]
พูดจบเ้าเอช 27 ก็บินนำหน้าเข้าซุ้มประตูไป
“….” ตอนนี้ทุกคนบนรถดูเหมือนสติหลุดไปแล้ว จะล้ำสมัยไปไหนกันฟะ
“คิดถูกแล้วที่ทำตัวมีมารยาท” แจ็ค พึมพำ