(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

ตอนที่ 203 ผู้มีเจตจำนงระดับเทพอีกคนนึง

        ในเวลานี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังฝ่ามือที่ประสานกันของทั้งสองโดยไม่กะพริบตา


        ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าอาจดูคล้ายเพียงการทักทายอย่างสุภาพ หากแท้จริงแล้วมันคือการประลองพลังวิญญาณอย่างดุเดือด


        กระแสพลังอำนาจจากร่างของหวงเยี่ยและไป๋หลัวถงได้พวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง


        คลื่นพลังแผ่กระจายเป็นวงกว้าง กดทับบรรยากาศจนหนาแน่นยิ่งกว่าภูเขาขนาดใหญ่


        ผู้คนโดยรอบต่างรู้สึกได้อย่างชัดเจน ต่อให้จะมีนักล่ามังกรระดับสูงจำนวนไม่น้อย ทว่าเมื่อเทียบกับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการปะทะของทั้งสองแล้ว มันกลับดูเลือนลางเหมือนเรือท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองเลยก็ว่าได้


        พื้นลานหินที่แตกร้าวอยู่ก่อนหน้าเริ่มสั่นสะท้านอีกครั้ง เส้นผมสีฟ้าของหวงเยี่ยปลิวสะบัด ดวงตาของเขาคมกริบแน่วแน่


        ขณะที่ไป๋หลัวถงเองก็เร่งโคจรพลังภายในเต็มกำลัง มวลพลังสีเงินใสไหลเวียนรอบกายเหมือนสายน้ำที่หมุนวนไม่หยุดยั้ง


        จนกระทั่งมาถึงจุดหนึ่ง คล้ายทั้งสองได้ดันพลังถึงขีดจำกัด แรงสะท้อนกลับของพลังวิญญาณก็ระเบิดออกจากจุดศูนย์กลาง


        “ปังงงงงงง!


        เสียงปะทะดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาด ฝ่ามือที่บีบรัดกันแน่นถูกผลักแยกออกโดยพลัน


        คลื่นกระแทกซัดร่างของทั้งสองให้ถอยหลังออกไปพร้อมกันในทันที


        “...........!!”


        หวงเยี่ยปลิวถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะใช้ปลายเท้ากดพื้นหยุดร่างกายเอาไว้ได้อย่างมั่นคง โค้ทสีดำสะบัดพลิ้วก่อนจะสงบนิ่งอีกครั้ง


        “นะ.. นี่มัน..”


        ส่วนไป๋หลัวถงเองก็ถูกแรงสะท้อนผลักไกลออกไปไม่ต่างกัน ขาของเขาซวนเซเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวไว้ได้


        ทว่าระยะที่ถอยไปนั้นกลับไกลกว่าหวงเยี่ยเสียอีก ทำให้สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนในทันที ดวงตาใสสั่นระริกเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงราวกับเพิ่งเผชิญพายุที่ไม่ทันตั้งตัว เขามองไปยังหวงเยี่ยด้วยความไม่เข้าใจปนโกรธเคือง


        “พะ.. พี่ชาย.. ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ มาหาเรื่องเช่นนี้แถมยังปลดปล่อยพลังวิญญาณหมายที่จะทำร้ายฉันอีกด้วย!”


        “การกระทำเช่นนี้มันไม่เป็นที่น่าเคารพเลยซักนิด!”


        คำพูดดังกล่าวทำให้หลายคนรอบข้างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


        ต่อให้ไป๋หลัวถงจะมีท่าทางอรชรอ่อนโยนหรือมีนิสัยหวาดระแวงเพียงใด การถูกกดดันโดยที่ตนไม่ได้ลงมือก่อน มันย่อมก่อให้เกิดความไม่พอใจขึ้นได้เป็นธรรมดา และในดวงตาที่เคยใสกระจ่างนั้น บัดนี้มีประกายโทสะบางเบาเริ่มลุกวาบขึ้น


        ทว่าตัวของหวงเยี่ยกลับแสยะยิ้มที่มุมปาก แฝงความท้าทายที่ชัดเจน


        ก่อนที่จะเงยหน้าและยกคางขึ้นเล็กน้อย สายตาคมจับจ้องไปยังไป๋หลัวถงโดยไม่หลบเลี่ยง


        “โอ้? แล้วเจ้าจะทำยังไงละ พ่อยอดอัจฉริยะไป๋หลัวถง?”


        “แสดงความเป็นลูกผู้ชายออกมาหน่อยสิ อย่าแสดงออกถึงความขี้ขลาดและหวาดกลัวเช่นนั้น!”


        “หรือว่าเจ้าเป็นผู้หญิง?”


        คำกล่าวนั้นทำให้ไป๋หลัวถงชะงักงันทันที ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่นจนขาวซีด


        สำหรับตัวตนของเขาแล้ว การถูกเรียกเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายไม่ใช่เพียงการหยอกล้อ หากเป็นการกระทบศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง ทำให้บรรยากาศรอบบริเวณพลันตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม ผู้คนโดยรอบต่างสั่นสะท้าน บางคนถึงกับเผลออุทานออกมา


        “ชิบหายแล้วไง ข้านึกขึ้นได้ว่าไป๋หลัวถงคนนี้ไม่ชอบให้คนอื่นเรียกว่าผู้หญิงอย่างเด็ดขาด!”


        อีกเสียงหนึ่งกระซิบตอบด้วยความตื่นตระหนก


        “ถูกต้อง ต่อให้ท่าทางจะดูอรชรอ้อนแอ้น ใบหน้าสวยงามเหมือนกับผู้หญิง แต่อันที่จริงเขาซีเรียสในเรื่องนี้มากนัก!”


        “ไอ้เจ้านั่นมาจากมหาวิทยาลัยเทพอสูร มันไม่รู้หรือยังไงว่าคำพูดเช่นนี้เป็นการดูหมิ่นและยั่วยุอารมณ์ของไป๋หลัวถงอย่างชัดเจนน่ะ!”


        นักเรียนจากทั้งสองสถาบันต่างแสดงสีหน้าตึงเครียด


        บางคนถอยหลังไปอีกหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว ราวกับเกรงว่าพายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นกลางที่แห่งนี้


        ไป๋หลัวถงยืนแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาที่เคยหวาดกลัวก่อนหน้าบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน เขากำหมัดแน่น ปลายนิ้วสั่นระริก ก่อนที่เสียงหนึ่งจะปะทุออกมาดังสนั่น


        “อย่ามาว่าฉันเป็นผู้หญิงนะ!”


        น้ำเสียงนั้นก้องสะท้อนผ่านผนังโถงประมูลและลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ดุจเสียงคำรามของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี


        ร่างของชายหนุ่มผมเงินก็พลันเปล่งแสง เจตจำนงระดับเทพภายในกายถูกควบแน่นอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ลำคอ ริ้วแสงสีฟ้าครามเรืองรองไหลผ่านเส้นชีพจรโลหิจจนมองเห็นได้ชัดใต้ผิวขาวผ่อง


        อากาศรอบกายสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความกดดันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ต้องหน้าซีดเผือด


        “หะ.. หรือว่านั่นจะเป็น..”


        เสียงหนึ่งกระซิบอย่างหวาดหวั่น แต่ยังไม่ทันได้กล่าวจนจบ ไป๋หลัวถงก็อ้าปากกว้างแล้วคำรามออกมาดั่งมังกรโบราณ


        “ลมหายใจมังกรน้ำ!”


        ทันใดนั้นมวลน้ำมหึมาก็ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า คลื่นพลังสีเงินครามพวยพุ่งออกไปเป็นลำแสงยาวดุจธารน้ำที่แตกออกจากเขื่อน มันพุ่งตรงไปยังหวงเยี่ยด้วยความเร็วเหนือสายตา คลื่นอำนาจแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว กดทับพื้นลานให้แตกร้าวยิ่งกว่าเดิม


        “แย่แล้ว!”


        นักเรียนจากทั้งสองสถาบันต่างถอยร่นด้วยความตกตะลึง บางคนถึงกับล้มลงอีกครั้งเมื่อสัมผัสถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งผ่านหน้าอก


        ทว่าตัวของหวงเยี่ยที่เห็นภาพนั้นกลับมีดวงตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น


        พร้อมกับริมฝีปากที่แสยะยิ้ม ไม่ได้แสดงท่าทางหลบหนี ไม่ได้แสดงท่าทางยกแขนขึ้นป้องกัน หากกลับอ้าปากแล้วคำรามออกไปเช่นเดียวกัน


        “ลมหายใจมังกรน้ำ!”


        เสียงคำรามของชายหนุ่มดังก้องกังวานไม่แพ้กัน พลังวิญญาณภายในกายปะทุขึ้นทันที มวลน้ำสีฟ้าครามอีกสายหนึ่งก่อตัวขึ้นอย่างฉับไว ลำแสงพลังพุ่งออกไปจากปากของเขาอย่างดุดัน ปะทะเข้ากับสายพลังของไป๋หลัวถงกลางห้วงอากาศ


        สองลมหายใจมังกรน้ำชนกันอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดดังสะท้านไปทั่วอาณาเขต คลื่นกระแทกแผ่กระจายเป็นวงกว้าง พื้นลานสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว มวลน้ำแตกกระจายเป็นละอองฝอย ส่งกลิ่นอายพลังวิญญาณที่เข้มข้นกระจายไปทั่ว


        “ตู้มมมมมมมมมมม!”


        ในที่สุดพลังทั้งสองก็ระเบิดออกพร้อมกัน เกิดคลื่นสะท้อนรุนแรงซัดทั้งสองฝ่ายให้ถอยออกไปอีกครั้ง ละอองน้ำตกลงสู่พื้นดั่งสายฝนชั่วครู่ ก่อนจะซึมหายไปพร้อมกลิ่นอายพลังที่ค่อยๆจางลง


        ผู้คนรอบข้างเปียกโชกไปตามๆกัน เสื้อผ้าแนบติดร่างโดยไม่ทันตั้งตัว


        “ผู้กลืนกินมังกรธาตุน้ำ?!”


        ไป๋หลัวถงและคนอื่นๆเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา


        “นี่พี่ชายเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุน้ำเหมือนกับฉันเหรอ?”


        ทว่าถึงจะเอ่ยออกมาเช่นนั้น หัวใจของไป๋หลัวถงกลับสั่นสะท้านอย่างหนัก


        เพราะรู้ดีว่าลมหายใจมังกรน้ำของตนมันไม่ใช่ธรรมดา มันแฝงไว้ด้วยเจตจำนงธาตุน้ำระดับเทพ เทพคลื่นจันทรานิรันดร์ และพลังวิญญาณมหาศาลที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ มันมากพอจะบดขยี้นักล่ามังกรระดับหกขั้นแรกเริ่มได้ในพริบตาเดียว


        จึงทำให้ตัวของเขาเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุน้ำที่เหนือไปกว่าผู้กลืนกินธาตุน้ำคนอื่นๆไปอย่างชัดเจน


        ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มตรงหน้า มันกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ลมหายใจมังกรน้ำของหวงเยี่ยไม่ได้ถูกผลักถอย ไม่ได้สั่นคลอน หากยืนหยัดปะทะอย่างเท่าเทียม คลื่นพลังทั้งสองห้ำหั่นกันกลางอากาศราวกับมังกรสองตนกำลังต่อสู้กันเลยก็ว่าได้


        หวงเยี่ยยืนอยู่ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยอ้อยอิ่ง พลางยกมือขึ้นเสยผมสีฟ้าของตนอย่างสบายอารมณ์


        รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เสียงของเขาจะดังก้องขึ้นชัดเจน


        “ยินดีที่ได้รู้จักนะพ่อคนงาม ไป๋หลัวถง ผู้ที่สามารถปลุกเจตจำนงธาตุน้ำระดับเทพได้ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน”


        “ส่วนข้าคือเจ้าชายน้อย หวงเยี่ยซื่อจื่อ ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพคนล่าสุดยังไงละ”


        คำแนะนำตัวของชายหนุ่มดังก้องสะท้อนอยู่ในใจของผู้คนรอบข้าง มันยิ่งกว่าสายฟ้าฟาดเลยก็ว่าได้


        ..

        แม่งงง โคตรมั่นหน้าเลยเว้ยย ว่าแต่มุงชอบสมญานามตัวเองแล้วเรอะ ไอ้เจ้าชายเนี่ย55+


คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน