ตอนที่ 19 :การตัดสินใจของเกาจัว
“จือเซีย อย่าดูถูกตัวเองสิ”เกาจัวกล่าวอย่างจริงจัง “หากไม่มองรูปที่นายวาด แค่นิทานอย่างเดียวก็ถือว่านายมีฝีมือสุดยอดมากเลยนะ”
หลิวจือเซียที่พยายามเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่นั้นหวางเสี่ยวถงก็พูดแทรกขึ้น “ลุงเกา น้องสาม ทั้งสองคนพูดเสร็จหรือยัง ทำไมไม่พูดถึงเื่การตีพิมพ์ล่ะ? ”
“เธอนี่ก็นะ...”เกาจัวยังพยายามกล่าวอย่างสุภาพ เขา้าชมอีกฝ่ายจริง ๆแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับถูกทำลายโดยหญิงสาวคนนี้
เขาจึงต้องเปลี่ยนประเด็นทันที
“อะแฮ่ม อะแฮ่ม ! ”
เกาจัวกระแอมไอสองครั้งเขาปกปิดความเขินอายแล้วกล่าวขึ้นว่า “จือเซีย ฉันอ่านนิทานของนายหมดแล้วฉันคิดว่านิทานเ่าั้วิเศษมาก มันคลาสสิกสุด ๆนับั้แ่ที่ฉันอยู่ในอุตสาหกรรมการพิมพ์หนังสือเด็กมาเลยก็ว่าได้”
เมื่อมาถึงจุดนี้เกาจัวก็มองไปที่หลิวจือเซียด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น และกล่าวต่ออีกว่า“ฉัน้าจะสนับสนุนนิทานของนายฉันสงสัยอยู่ว่านาย้าจะให้ตีพิมพ์พวกมันออกมาไหม ? ”
“ผมยินดีมากเลยครับ”หลิวจือเซียแค่ทำการเห็นด้วย
“ยอดเยี่ยมมาก ! ”
เกาจัวปรบมือและกล่าวด้วยความตื่นเต้น“ถ้าได้รับการตีพิมพ์ไปแล้ว มันย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะตีพิมพ์นิทานเพียงแค่ไม่กี่เื่และส่วนใหญ่แล้วมันจะต้องมีตัวอักษรอย่างน้อยถึง 60,000 คำฉัน้าจะได้รับคำยืนยันจากนาย นายแต่งนิทานให้ถึงตามจำนวนคำที่ฉันบอกได้ไหม ?”
ส่วนเื่ของการตีพิมพ์ที่เกาจัวบอกว่าหนังสือจะต้องมีคำศัพท์หลายหมื่นคำ ก็เพราะว่าหนังสือที่มี 10,000คำ หรือ 20,000 คำ เมื่อถูกตีพิมพ์รวมกับภาพการ์ตูนแต่มันก็มีเพียงแค่ไม่กี่สิบหน้าเท่านั้น
เมื่อมองกลับไปที่เกาจัวที่กำลังรอคอยคำตอบหลิวจือเซียก็ครุ่นคิดสักพักและกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าพี่้าจะกำหนดจำนวนคำฉันเกรงว่าจะทำให้พี่ผิดหวัง ”
เกาจัวรู้สึกหดหู่ เขากล่าวต่ออีกว่า“อืม ไม่เป็ไร แม้ว่าจะมีเท่านี้ แต่ตราบใดที่มีการตอบรับที่ดีการเพิ่มปริมาณการขายก็ง่ายขึ้นมาก”
“ไม่ใช่ ๆ ”
เมื่อมองดูเกาจัวที่กำลังหดหู่หลิวจือเซียก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย “พี่เกาสิ่งที่ฉันพูดว่าจะทำให้พี่ผิดหวังก็คือนิทานของฉันไม่สามารถรวมอยู่ในเล่มเดียวได้อย่างน้อยมันจะต้องมีสองเล่ม ! ”
“หืม ? แค่สองเล่มเอง มันคงจะไม่ใช่...”
เกาจัวพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่ได้สติกลับมาเขาก็มองไปที่หลิวจือเซียด้วยความตื่นเต้น “จือเซียนี่นายบอกว่าจะทำได้ถึงสองเล่มเลยงั้นหรือ ? ”
เกาจัวรู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมาก
หลิวจือเซียพยักหน้าและกล่าวว่า“แน่นอนว่ามี 2 เล่ม ว่าแต่พี่้าหนังสือหนาขนาดไหน มีตัวอักษรสองแสนคำพอไหม ?”
หากว่าหลิวจือเซียเต็มใจที่จะเอานิทานจีนและนิทานสากลทั้งหมดที่เคยได้ยินจากชีวิตที่แล้วออกมามากกว่านี้เขาเกรงว่าสิบเล่มก็คงไม่พอ
ยิ่งไปกว่านั้นสัญชาตญาณของหลิวจือเซียบอกเขาว่าเขาจะต้องอยู่เื้ัในทุก ๆ สิ่งและเขาจะไปนำนิทานทั้งหมดออกมาในครั้งเดียวได้อย่างไรกัน ?
นี่มันเป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น !
เกาจัวดีใจและกล่าวติดตลกว่า “จือเซียนายจะต้องรักษาอาการสะอึกของฉันด้วยนะ”
“พี่เกา ไม่ต้องห่วง ผมมียา ฮ่าฮ่า”หลิวจือเซียหัวเราะออกมา
“นาย…”
เกาจัวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้“โอเค ๆ อย่าเถียงกันอีกเลย จือเซีย ฉันให้นาย 500 หยวนสำหรับ 1,000 คำบวกกับกำไรอีก 10% ของยอดขาย นายคิดว่ายังไง ? ”
500 หยวนสำหรับ 1,000 คำ บวกกับกำไรอีก10% ของยอดขาย ?
หลิวจือเซียรู้สึกใกับราคานี้มาก
สำหรับนิทานที่มีราคา 500 หยวน สำหรับ1,000 คำ มันถือว่าเยอะมาก แต่สำหรับ กำไรอีก 10% ของยอดขายที่เขาจะได้รับแม้ว่ามันจะดูเหมือนเยอะมาก แต่อันที่จริง มันไม่ใช่แบบนั้น
เมื่อเทียบกับจำนวนคำในนิยายออนไลน์แล้ว นิทานเป็แค่เื่สั้น แล้วนิยายคลาสสิกที่มีเพียง 1,800 คำ และหากได้ 500 หยวนต่อ 1,000 คำ จะทำเงินได้สักเท่าไหร่ ?
ยิ่งไปกว่านั้นนิทานที่หลิวจือเซียเลือกมาก็เป็นิทานคลาสสิกที่สุดในนิทานของกริมม์กับแอนเดอร์สันเกือบจะทุกคนในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาก็รู้จักนิทานเหล่านี้กันทั้งนั้น
คุณค่าของมันจึงเป็สิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลย
ไม่เพียงแค่นิทานเ่าั้การดัดแปลงภาพยนตร์และอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ต่าง ๆมันจะทำให้เขากำไรได้มากขนาดไหนกัน ?
“อะไรกัน จือเซียนายไม่พอใจกับข้อตกลงนี้งั้นหรือ ? ”
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียไม่พูดอะไรเกาจัวก็เลิกคิ้วและพูดขึ้นว่า “ไม่เป็ไรน่า พวกเราค่อย ๆ คุยกันไปก็ได้แล้วทำไมไม่นายลองยื่นข้อเสนอมาดูล่ะ ? ”
ดูเหมือน่วาเกาจัวคนนี้จะหัวธุรกิจมาก
หลิวจือเซียหยิบเครื่องดื่มที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาดื่มก่อนจะพูดขึ้นว่า “ 300 หยวน ต่อ 1,000 คำ บวกกำไร 30% ของยอดขาย และอีกอย่างหนึ่งฉันให้เวลาพี่แค่ 15 ปี สำหรับอักษรจีนตัวย่อ และสิทธิ์ในการตีพิมพ์”
“ในส่วนของสัญญา 300 หยวนต่อ 1,000 คำและอีก 30% ของยอดขาย ฉันสามารถตกลงได้ทันที” เกาจัวขมวดคิ้ว “แต่ 15 ปีที่นายบอกมันเป็แค่ลิขสิทธิ์ของภาษาจีนตัวย่อ นายจะเพิ่มภาษาจีนตัวเต็มให้ด้วยได้ไหม ? ”
“พี่เกา ฉันให้พี่ตั้ง 15 ปีฉันยังเห็นแก่หน้าพี่สะใภ้อยู่ ถ้ายังอยากได้ลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวเต็ม…”
หลิวจือเซียลากเสียงยาว “ฉันขอพูดตามตรงตัวย่อก็คือตัวย่อ ตัวเต็มก็คือตัวเต็ม ห้ามสับสน และ 15ปีของสิทธิ์ในการเผยแพร่ภาษาจีนตัวเต็ม นั่นก็คือ 500 หยวนต่อ 1,000 คำ และกำไร40% ของยอดขาย”
ในโลกนี้มีชาวจีนอาศัยอยู่ต่างประเทศเป็จำนวนมากส่วนใหญ่ก็จะเป็เหล่าคนที่ค่อนข้างมีอายุดังนั้นพวกเขาจึงคุ้นเคยกับการอ่านหนังสือภาษาจีนตัวเต็มมากว่า
และสำหรับภาษาจีนตัวเต็มหากว่าหลิวจือเซียไม่ขึ้นราคา เขาก็จะเป็เด็กโง่ให้อีกฝ่ายหลอกและเอาเปรียบได้
คราวนี้เกาจัวเป็ฝ่ายเงียบบ้างเขาสามารถแบกรับราคาลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวย่อได้แต่ราคาของลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวเต็มทำให้หัวใจของเกาจัวนั้นเต้นตุบตับ
แผนเดิมของเกาจัวคือการเอาทั้งลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวเต็มเพื่อเพิ่มยอดขายภาษาจีนตัวย่อ
แต่ใครจะไปรู้ว่าหลิวจือเซียจะฉลาดกว่าเขา
ลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวย่อและตัวเต็มจะต้องแยกกัน
ตกลง ไม่ตกลง ตกลง ไม่ตกลง…
เกาจัวจมลงไปในภวังค์ความคิดและเริ่มคิดถึงสถานการณ์ของตัวเอง
หากว่าไม่สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้เขาก็จะต้องถูกปลด ถ้าเขาซื้อลิขสิทธิ์แบบจีนตัวเต็ม เขาก็จะถูกปลดอยู่ดีผลมันก็เหมือนกัน แล้วดังนั้นเขาจะทำยังไงดี ?
และไม่มีอะไรจะรับประกันเลยว่าเขาจะไม่ถูกไล่ออก
“จือเซียฉันจะเอาลิขสิทธิ์ภาษาจีนตัวเต็มและนิทานทั้งหมดของนาย ! ”ในที่สุดเกาจัวก็ทำการตัดสินใจ “น้องชาย ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับนายแล้ว ! ”
หลิวจือเซียตบหน้าอกและกล่าวด้วยความมั่นใจ“พี่เกา ไม่ต้องกังวล ผมสัญญาได้เลยว่าพี่จะต้องดีใจในการตัดสินใจของพี่วันนี้”