บทที่ 39 บทเรียนของอาจารย์
โม่เฟิงก่อเรื่องใหญ่โต แน่นอนว่าต้องทำให้คนจำนวนมากแตกตื่น มีทั้งคนที่มามุงดู อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่ว่าอย่างไร ชื่อเสียงของคลับหลงเถิงก็เสียหายไปแล้ว ไม่ใช่เพราะพวกเขาส่งคนไปจัดการโม่เฟิงไม่สำเร็จ แต่เพราะคนที่พวกเขาส่งไปนั้นพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
ในแวดวงธุรกิจ การใช้กำลังจากภายนอกเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครพูดอะไร แต่ถ้าหากล้มเหลว ทุกคนจะต้องประเมินคลับหลงเถิงใหม่ หรือแม้แต่ขับไล่พวกเขาออกจากแวดวงสังคมชั้นสูง เพราะหลายคนคงรู้สึกเสียหน้าที่เข้ามาในคลับแห่งนี้
หัวหน้ารปภ.หู รู้ดีถึงผลกระทบของเรื่องนี้ และเขาก็รู้ว่าเว่ยตงไห่ต้องการให้เขารับผิด แต่การที่เขากลายเป็นหัวหน้ารปภ. ได้ ก็ไม่ใช่คนโง่ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นายท่าน เมื่อกี้ที่ทางเดินบันได รปภ. กลุ่มหนึ่งเกิดมีเรื่องกับแขกคนสำคัญเหล่านี้ จึงทำให้แขกไม่พอใจ ตอนนี้พวกเขายังนอนอยู่ข้างล่าง”
เว่ยตงไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แสร้งทำเป็นครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “คุณหลิว เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง ผมขอโทษด้วยจริง ๆ ถ้าคุณมีเวลา เว่ยตงไห่คนนี้ขอเลี้ยงอาหารสักมื้อเพื่อเป็นการขอโทษได้ไหมครับ? ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ล่วงเกินพวกคุณ ผมจะไล่ออกทั้งหมด ไม่ให้มาทำงานที่นี่อีก จะว่ายังไงครับ คุณหลิว?”
ตอนนี้จางเฟิ่งเหล่ยถูกซ้อมจนหน้าบวมช้ำ ร่างกายเหมือนจะแหลกเป็นชิ้น ๆ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ โม่เฟิงถอนหายใจ เขารู้ดีว่าในบรรดาสามเก๋านี้ เขาสามารถระบายใส่จางเฟิ่งเหล่ยได้แค่คนเดียว ส่วนอีกสองคนนั้นมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งเกินไป
ถึงแม้ว่าโม่เฟิงจะรู้ดีว่า ถ้าเขาโกรธ เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจภูมิหลังของพวกมัน แต่การทำแบบนั้นไม่ใช่เรื่องฉลาด ตอนนี้เขาเพิ่งจะเริ่มต้น ไม่เหมาะที่จะสร้างศัตรูแบบนี้ เขาจึงจ้องมองเว่ยตงไห่กับซุนเหว่ยหู่อย่างเย็นชา “พูดกันตรง ๆ เลยดีกว่า ครั้งนี้ฉันแค่สั่งสอนเท่านั้น ครั้งหน้าฉันคงไม่ใจดีแบบนี้แน่”
เว่ยตงไห่กับซุนเหว่ยหู่เย็นยะเยือกไปทั้งตัวเมื่อถูกโม่เฟิงจ้องมอง เพราะความแข็งแกร่งที่โม่เฟิงแสดงออกมา มันน่ากลัวเกินกว่าจะเชื่อ พวกเขาไม่คิดว่าบนโลกนี้จะมีคนที่รวดเร็วได้ถึงขนาดนี้ พวกเขารีบพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวหลังจากนั้น แน่นอนว่าต้องมีการเรียกร้องผลประโยชน์ แต่โม่เฟิงกับหลิวหลินรู้ดีว่า ถ้ารับผลประโยชน์อะไรที่เป็นสิ่งของมีค่า จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพวกเขา แต่โม่เฟิงไม่สนใจเรื่องพวกนั้น โดนรังแกแล้วก็ต้องได้รับการชดเชย สุดท้ายเรื่องวุ่นวายทั้งหมดก็จบลงด้วยค่าเสียหายทางจิตใจหนึ่งล้านหยวน
หลังจากที่โม่เฟิงกับพี่น้องตระกูลหลิวออกไปแล้ว เว่ยตงไห่ก็ช่วยพยุงจางเฟิ่งเหล่ยขึ้นมา ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดจากจางเฟิ่งเหล่ย แต่จางเฟิ่งเหล่ยก็ถูกลงโทษไปแล้ว เว่ยตงไห่จึงไม่ได้ตำหนิอะไรมาก เขาถามด้วยความอยากรู้ “น้องสาม นายไปเจอคนแบบนั้นได้ยังไง? ฝีมือขนาดนั้นมันน่ากลัวเกินไปแล้ว!”
ซุนเหว่ยหู่ก็อยากรู้เช่นกัน เขารีบสั่งให้ รปภ. ไปจัดการกับข้าวของที่เสียหาย แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่ใหญ่ พี่ก็เคยเจอพวกมือดีมาบ้าง ฝีมือของหมอนี่อยู่ในระดับไหน?”
ตอนนี้จางเฟิ่งเหล่ยถูกซ้อมจนหายใจก็ยังเจ็บ โม่เฟิงนั้นโหดเหี้ยมมาก แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นกระดูกหัก แต่ก็ทำให้จางเฟิ่งเหล่ยต้องนอนซมอยู่บ้านเป็นเดือนอย่างแน่นอน ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเล่าเรื่องของโม่เฟิงให้ทั้งสองคนฟัง ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลที่เขารู้ก็ไม่ได้มากกว่าที่ทั้งสองคนรู้อยู่แล้ว
เว่ยตงไห่ส่ายหน้า “หมอนั่นเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา ปกติเวลาที่พ่อมอบหมายงานพิเศษให้ฉัน ท่านจะส่งคนเก่ง ๆ มาช่วย ซึ่งคนเหล่านี้ฉันก็เคยเห็นมาบ้าง แต่ไม่เคยเจอคนที่เก่งขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงนี้เมืองหนานผิงของเราถึงมีแต่คนลึกลับโผล่มาเยอะแยะไปหมด ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นหรือเปล่า?!”
ภายในห้องทำงานเงียบสงัดลงอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงครางอย่างเจ็บปวดของจางเฟิ่งเหล่ยเป็นครั้งคราว
หลังจากออกจากคลับหลงเถิง โม่เฟิงก็แยกทางกับพี่น้องตระกูลหลิว ตอนนี้เขาต้องไปจัดการปัญหาบางอย่าง เพราะเขาแสดงฝีมือต่อหน้าคนแปลกหน้าไปแล้ว เขาอาจจะโดนฆ่าปิดปากก็เป็นได้ นี่เป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นโม่เฟิงจึงต้องรีบไปจัดการ
จริง ๆ แล้วเมื่อกี้โม่เฟิงไม่จำเป็นต้องลงมือก็ได้ หรือแม้แต่ปกปิดความแข็งแกร่งบางส่วนเอาไว้ก็ได้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ในเมื่อลงมือแล้ว ก็ต้องทำให้พวกมันเกรงกลัว มิฉะนั้น การใช้กำลังก็ไม่มีความหมาย ครั้งหน้าพวกมันก็ยังคงใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้เล่นงานเขา ต้องทำให้พวกมันเข็ดหลาบ พวกมันถึงจะยอมสงบลงจริๆ
โม่เฟิงเดินผ่านตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวร้าง เข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง เรียกว่าเรียบง่ายเพราะดูออกแค่ว่าเป็นบ้าน เหมือนเขาจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี โม่เฟิงรีบเข้าไปในบ้านราวกับว่าเขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว
แสงไฟสลัวริบหรี่ ชายชราผอมแห้งคนหนึ่งอยู่ในห้อง ทันทีที่โม่เฟิงเข้ามา เขาก็ลืมตาขึ้นทันที แสงสว่างภายในดวงตาเปล่งประกายออกมาอย่างไม่อาจต้านทานได้ ถ้าดูจากแววตาเพียงอย่างเดียว คงไม่มีทางเชื่อว่านี่คือแววตาของคนแก่ เพราะแววตานั้นเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง ราวกับเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยไฟแห่งความเยาว์วัย
“ผลัวะ!”
ไม่มีลีลาใดใดราวกับกลับสู่ความเรียบง่าย ฝ่ามือเหี่ยวแห้งของชายชราก็ระเบิดพลังมหาศาลออกมา โจมตีไปที่อากาศเบื้องหน้า ตรงจุดที่โม่เฟิงปรากฏตัว ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นการคำนวณที่แม่นยำ
โม่เฟิงตั้งใจจะเข้ามาแกล้งชายชราสักหน่อย เพราะนาน ๆ ทีเขาจะได้เจอชายชราผู้นี้ แต่เขากลับพบว่าชายชราคำนวณจุดที่เขาปรากฏตัวได้อย่างแม่นยำ เขาจึงรีบยกฝ่ามือขึ้นรับหมัดเหล็กของชายชรา พร้อมกับใช้แรงที่เท้า ตรึงร่างกายเอาไว้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าหมัดนี้ไม่ใช่หมัดที่เขาจะรับได้อย่างง่ายดาย
ภายในห้อง โม่เฟิงหายใจหอบเล็กน้อย เห็นว่าอาจารย์ยังไม่เอ่ยปาก จึงฉีกยิ้มแล้วเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนจะพูดว่า “อาจารย์ ท่านบอกว่าสายของเราไม่มีศัตรูแล้วไม่ใช่เหรอ?”
อาจารย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องมองโม่เฟิงอยู่ครู่หนึ่ง เด็กคนนี้เขาเฝ้ามองดูเขามาตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเป็นศิษย์คนเดียวของเขา ดังนั้นกับศิษย์คนนี้จึงพูดได้ว่าเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขาจึงยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “หาเรื่องใส่ตัวอีกล่ะสิ?”
โม่เฟิงรีบส่ายหัว แล้วนั่งลงบนโต๊ะที่แม้ทรุดโทรมแต่ก็สะอาดหมดจด พิจารณาดูห้องที่นอกจากโต๊ะเก้าอี้ธรรมดา ๆ แล้วก็มีเพียงเตียงนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ พูดช้า ๆ ว่า “อาจารย์ ท่านมองศิษย์เป็นคนแบบไหนกัน ผมเป็นคนชอบหาเรื่องใส่ตัวหรือไง?!”
ชายชรายิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังเผชิญหน้ากับเด็ก เขายกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบ แม้แต่โม่เฟิงที่ไม่รู้เรื่องชาก็ยังมองออกว่าท่าทางของชายชรานั้นสง่างาม ไม่มีที่ติ ราวกับว่ากำลังระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา ชายชราหลับตาลงพร้อมกับเอนหลังพิงเก้าอี้ พูดอย่างช้า ๆ ว่า…
“การที่เรามีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ต่อให้ระวังแค่ไหน เราก็ต้องพบเจอปัญหา ดังนั้น ข้าถึงได้กำชับกับเจ้าไ้อย่างไร หากไม่ติดขัดอะไร ก็ไม่ต้องมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากเจอเจ้า แต่ข้าเกรงว่าหากเจ้าอยู่กับข้านานเกินไป พอแก่ตัวลงแล้วจะกลายเป็นคนไม่เอาไหนแบบข้า เจ้ายังหนุ่มยังแน่น ข้าก็เคยผ่านช่วงอายุเท่าเจ้ามาก่อน ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการออกไปเผชิญโลกภายนอก ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าจะต้องลงมือ เพราะเมื่อเรามีสิ่งที่เราต้องการ เราก็ต้องลงมือปกป้องมัน บอกข้ามาสิ ครั้งนี้เป็นเพราะผู้หญิงอีกหรือเปล่า?”
โม่เฟิงพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม “อาจารย์ ท่านนี่ เดาแม่นจริง ๆ ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้ไหว้อาจารย์ผิดคน ไม่ทราบว่าอาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ?”