หลังจากที่หารือกันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาสังสรรค์ตามความคาดหมาย เหล้าเย้ยฟ้าของมารสายหมอกถือว่าไม่เป็รองใครในแผ่นดินจริงๆ รสชาติหวานหอมละมุนลิ้นแต่ก็มีฤทธิ์แรงไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน เรียกได้ว่าดื่มไม่เท่าไหร่ก็เมาหัวทิ่มกันเลยทีเดียว
ผมใช้เวลาสักพักอยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์ก่อนที่จะออกมาสูดอากาศข้างนอก ผมนั่งนิ่งๆ อยู่สักพักหนึ่งเสียงระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้น
[แจ้งเตือน:ขณะนี้บัคและร่างของเจิ้งหยวนอยู่ที่เดียวกัน คุณ้าเริ่มต้นภารกิจเลยหรือไม่]
[รีบจัดการรีบจบ/เอาไว้ก่อนแล้วกัน]
ผมเรียกกระบี่ผุๆ ออกมาดูพลิกไปพลิกมาอยู่อย่างนั้นก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมที่มีแค่กระบี่ผุๆ จะเอาอะไรไปชนะเขาได้ล่ะเนี่ย
เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบกลับสักทีระบบจึงแจ้งเตือนข้อความเดิมอีกครั้ง แต่ก่อนที่ผมจะตอบรับภารกิจหลางผิงเย่ก็ปรากฎตัวขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับถามขึ้นอย่างแ่เบา "ท่านอาจารย์มีเื่ไม่สบายใจหรือขอรับ ข้าเห็นท่านนั่งถอนหายใจมาสักพักแล้ว"
"...อ่าา นิดหน่อยน่ะ"
"ท่านอาจารย์.."
"ผิงเย่ตอนนี้อาจารย์มีเื่ด่วนที่ต้องรีบไปจัดการ เมื่อพวกเขาสร่างเมาแล้วให้กลับไปรอที่สำนัก"
"แล้ว.."
"ไม่ต้องถาม ทำตามที่อาจารย์บอกก็พอ"
"ขอรับ"
ในเมื่อรับภารกิจมาแล้วก็ต้องรีบทำรีบเสร็จ เอาล่ะผมพร้อมที่จะไปรนหาที่ตายแล้ว let's go!!!
[ระบบจะทำการส่งตัวคุณในอีก 5 4 3 2..]
ติ๊ง!!
สิ่งแรกที่ผมเห็นหลังจากที่ถูกระบบส่งมา ทำเอาผมอ้าปากค้างสติหลุดลอยไปถึงไหนตอนไหนในชั่วขณะหนึ่ง..นี่ระบบส่งผมมาถูกที่หรือเปล่าเนี่ย
ผมมองไปยังชายหนุ่มรูปงามผมสีขาวราวหิมะและมีดวงตาสีน้ำเงินดุจท้องทะเลแต่กลับไร้ประกายในแววตา กำลังนั่งแช่น้ำกับชายอีกคนที่มีเส้นผมสีน้ำเงินอมดำและมีดวงตาสีเดียวกับเส้นผม ที่กำลังโอบประคองร่างชายผมขาวและอาบน้ำให้อย่างพิถีพิถัน เออ…
ไอ้ภาพชวนติดเรตนี่มันอะไรกัน..
ผมจะไม่ใอะไรมากขนาดนี้ถ้าสระน้ำที่พวกเขาแช่อยู่ไม่ใช่สระโลหิตที่มันสามารถกัดกร่อนพลังปราณเทพหรือปราณเซียนได้ แต่สระโลหิตนี้ก็เป็เหมือนยาบำรุงกำลังสำหรับผู้ที่อยู่ในภพภูมิหลังความตาย
ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเทพาถึงถูกบัคควบคุมได้ง่ายนัก ให้ตายสินอนอยู่เฉยๆ ยังหาเื่ปวดหัวมาให้คนอื่นเขาได้อีก เ้าเทพนี่มันน่าทุบให้แบนแล้วเอาไปตากแห้งไว้ดูเล่นซะจริงๆ
เอาเถอะ ถึงจะบ่นไปก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้น ไหนๆ ก็มาแล้วแค่ลงมือกำจัดบัคตรงหน้าได้ก็พอ แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขัดความคิดของผมเข้าเสียก่อน
"ไม่คิดว่าท่านเ้ายอดเขาเย้ยเมฆาจะมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้"หานซั่วาาปรภพพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าติดจะหงุดหงิด
"ข้า้าเจิ้งหยวน.."
"บุกเข้ามายังดินแดนของข้าแถมยัง้าคนอีก ถึงจะเป็เ้ายอดเขาแต่จะไม่ดูไร้มารยาทไปหน่อยหรือ"
"จะมอบมาหรือไม่"
"หึ อยู่ที่ความสามารถของท่านแล้ว...เจิ้งหยวนไปเด็ดหัวเล็กๆ นั่นมาให้ข้า"
..เพียงชั่วพริบตาเจิ้งหยวนก็มาปรากฏตัวตรงหน้าผมแล้ว เขาเป็เหมือนหุ่นเชิดดีๆ นี่เอง เพราะเขาตื่นขึ้นมาเพียงแค่ร่างกายแต่จิติญญารวมไปถึงสติรับรู้ไม่ได้ตื่นขึ้นมาด้วย จึงทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างแข็งทื่อดูไม่เป็ธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็
แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้เป็อุปสรรคกับเขาแม้แต่น้อย อย่างไรเสียนี่ก็คือเทพาที่มีพลังมากพอที่จะสร้างเขตอาคมสกัดกั้นดินแดนทั้งหกภพภูมิเชียวนะ ก็แค่ขยับแขนขาไม่เป็ธรรมชาติมันไม่ได้แปลว่าเขาจะอ่อนแอลง
ให้ตายสิ ผมยิ่งกลัวกระบี่หักอยู่ ยังต้องเอามาสู้กับเ้าเทพหุ่นเชิดนี่อีก ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วก็เถอะแต่มันก็ยังอดหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดี
..ผมทำใจแข็งต่อสู้กับเทพาที่ใส่แค่ชุดคลุมอาบน้ำอยู่สักพัก พอเขาขยับตัวทีก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนจนผมไม่รู้ว่าผมควรเอาตาไปไว้ตรงไหนดี ผมได้แต่ทำเป็มองไม่เห็นแล้วพยายามจบการต่อสู้งี่เง่านี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากจะลงมือกับเขารุนแรงนัก เพราะถ้าหากผมเกิดทำให้ชายหนุ่มหน้าตาดีหุ่นโคตรเพอร์เฟคแบบนี้เกิดรอยแผล ผมคงถูกสาปแช่งจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆ
แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่คนตรงหน้าขยับร่างกายอย่างแข็งทื่อไม่เป็ตัวของตัวเองจึงทำให้ผมสามารถเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้ไม่ยาก ผมจึงยังพอมีวิธีที่จะจัดการกับเขาอย่างนุ่มนวลได้อยู่
ผมใช้ท่าเบสิกที่สุดเพื่อทำให้อีกฝ่ายหมดสติไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือการฟาดไปที่หลังต้นคอของอีกฝ่ายก็เป็อันจบ แต่กว่าที่ผมจะทำได้สำเร็จก็เล่นเอากระบี่ผุๆ ของผมร้าวไปเลยเหมือนกัน เมื่อจัดการกับเทพหุ่นเชิดได้แล้วผมก็ยังเหลืออีกคนที่ต้องจัดการนั่นคือหานซั่ว ตัวบัคที่อยู่ตรงหน้าผม
เมื่อเขาเห็นว่าผมสามารถจัดการเจิ้งหยวนได้แล้ว เขาจึงเลือกที่จะควบคุมดวงิญญาคนตายให้มาเล่นงานผมแทน ซึ่งแน่นอนว่าในฐานะาาปรภพเขาย่อมสามารถทำแบบนั้นได้
แต่จะว่าก็ว่าเถอะนี่เขาคิดจะใช้ิญญาทั้งปรภพมาเล่นงานผมคนเดียวเลยรึไง ทำแบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ ถ้าจะเยอะขนาดนี้มีหวังกระบี่ผุๆ นี่ได้หักกันพอดี ระบบ!! แกเป็ตัวทำให้เกิดบัคก็หาทางช่วยฉันหน่อยสิโว้ย!!
[ระบบทำการสุ่มหาตัวช่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน]
ติ๊ง!!!!
[คุณได้รับใบไม้สดจำนวน 1 ใบ]
'…..'
ไอ้!!!! ...แกจะให้ฉันเอามาทำแป๊ะอะไรฮ่ะ! ให้ตายเถอะ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเถียงกับไอ้ระบบเฮงซวยนี้นี่นา คิดสิคิดตอนนี้ผมทำอะไรได้บ้างเนี่ย ใช่แล้ว..น่าจะทำได้อยู่นะ
ผมหยิบใบไม้สดที่สุ่มได้เมื่อครู่มาจรดที่ริมฝีปาก แล้วเป่าบทเพลงหนึ่งที่ติดอยู่ในความทรงจำของร่างนี้
'โลหิตท่วมท้น'เป็บทเพลงที่สุดแสนอำมหิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอาฆาตและจิตสังหาร ท่วงทำนองเพลงเย็นเยือกและโหยหวนชวนให้คนฟังรู้สึกหดหู่และไร้ซึ่งความหวัง แต่หากใช้พลังปราณขับบรรเลงมันจะกลายเป็บทเพลงล่าสังหารโดยสมบูรณ์
แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็ดวงิญญาที่ผ่านการตายมาแล้วย่อมสูญสลายไปในทันที โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย และนั่นจึงทำให้ปราสาทปรภพหลังใหญ่โตเหลือเพียงาาปรภพที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นพร้อมกระอักเืคำโตออกมา
ฆ่าเขาก็จบแล้วสินะระบบ
[ระบบให้คุณกำจัดบัคไม่ใช่ให้ฆ่าาาปรภพ]
อ้าว!!!
[บัคคือกาฝากในจิตใต้สำนึกของาาปรภพ สิ่งที่คุณต้องทำคือใช้พลังปราณดึงกาฝากออกมาแล้วกำจัดมันซ่ะ]
ได้ๆ เดี๋ยวจัดให้ ผมทำตามที่ระบบแนะนำโดยการส่งพลังปราณเข้าไปแล้วกระชากเอากาฝากออกมา ซึ่งกาฝากนั้นมีหน้าตาเป็ก้อนสีดำยึกหยึยที่น่าขยะแขยงอยู่พอสมควร ผมจึงไม่รอช้าที่จะใช้ห้วงอเวจีเผาทำลายมันทันที
แค่นี้ก็พอแล้วใช่ไหมระบบ
[แจ้งเตือน:คุณได้รับ+1000แต้มจากการทำภารกิจ รวม+4900แต้ม]
[คุณได้รับสกิลพิเศษ:เสียงเพรียกิญญาหวน คุณจะสามารถใช้สกิลนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณปลดล็อกพลังมาราอีกครึ่งหนึ่งได้สำเร็จ]
ก็แล้วทำไมถึงไม่ปลดล็อกซ่ะล่ะ
[ขณะนี้ค่าความฟินของคุณมีน้อยเกินไป]
'.....'
[คุณควรพาพวกเขากลับไปรักษา]
ฮ่ะ? พวกเขา? จำเป็? ปล่อยไว้แบบนี้ก็คงไม่ตายหรอกมั้ง
[+200แต้ม]
+400 แต้มสิก็2 คนนิ
[...ได้ คุณได้รับ+400แต้มรวม5300แต้ม]
[คุณจะทำการปลดล็อกฟังก์ชัน ooc ตอนนี้หรือไม่]
[ตกลง/ปฏิเสธ]
ตกลงเลยสิครับรออะไรล่ะ!
[ระบบทำการปลดล็อกฟังก์ชัน ooc เสร็จสิ้น ขณะนี้คุณสามารถควบคุมคาแรคเตอร์ของอวีเฟิงได้อย่างอิสระ ขอให้คุณสนุกกับการดำเนินเนื้อเื่ต่างๆ ใน Eventต่อไป]
เยี่ยม! ในที่สุดผมก็เป็อิสระจากooc สักที!!!
และเมื่อผมกลับมาถึงยอดเขาเย้ยเมฆา ผมก็ถูกสวดจนย่อยยับจนิญญาแทบจะหลุดออกจากร่าง ทั้งศิษย์พี่เ้าสำนัก มาราและมารฝันต่างรวมตัวกันบ่นผมอยู่ตั้งนานสองนาน
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้ากันได้เป็อย่างดีในหลายๆ เื่ โดยเฉพาะเื่รวมหัวกันบ่นผมเนี่ย แต่ก็เอาเถอะผมยอมรับว่าเื่นี้ผมผิดที่ไม่ได้บอกพวกเขาล่วงหน้าจึงทำให้พวกเขาเป็ห่วงแบบนี้
ผมเลือกที่จะนิ่งเงียบให้พวกเขาบ่นตามใจชอบจนกระทั่งพวกเขาเหนื่อยจึงเลิกบ่นไปเอง เมื่อผมเห็นว่าพวกเขาเลิกบ่นผมแล้วผมจึงใช้โอกาสนี้ถามขึ้น "ศิษย์พี่เ้าสำนักสองคนที่ข้าหิ้วกลับมาด้วยเป็อย่างไรบ้าง"
"พวกเขาปลอดภัยแล้ว"
"อืมม"
เมื่อซางเย่เห็นว่าผมเอาแต่นิ่งเงียบจึงเริ่มบ่นผมต่ออีก "เ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีกเป็อันขาดการที่เ้าไปลำพังเช่นนี้มันอันตรายมากเ้าย่อมรู้ดี แล้วไยจึงได้ไปเพียงลำพังอีกหากเ้าาเ็ขึ้นมาจะทำอย่างไร ศิษย์พี่เป็ห่วงเ้ามากเ้ารู้หรือไม่"
"..ข้าย่อมรู้..ขอโทษ"
"เ้าก็เป็เช่นนี้เสมอ..ครั้งนี้ศิษย์พี่โกรธเ้ามาก อย่าคิดว่าเพียงคำขอโทษจะพอ ครั้งนี้ศิษย์พี่จะลงโทษเ้าอย่างจริงจัง"
"...."
เยี่ยซิว "ข้าว่าเื่ลงโทษเอาไว้หลังจากนี้เถอะ ตอนนี้พวกข้าอยากรู้ว่าเหตุใดเ้าจึงได้หิ้วสองคนนั้นกลับมาด้วย"
"เพราะข้าเป็คนทำให้พวกเขาาเ็จึงต้องหิ้วกลับมารักษามันก็แค่นั้นแหละ"
หลางหย่งหนิง "เ้าไปทำอะไรมากันแน่"
"ข้าไปกำจัดผู้ที่ควบคุมพวกเขา เพื่อจบภารกิจในครั้งนี้อย่างไรเล่า"
เยี่ยซิวถามขึ้นอย่างเคืองๆ "..แล้วเหตุใดจึงไม่บอกพวกข้าสักคำซ้ำยังแอบไปเพียงลำพังอีก"
"ก็ตอนนั้นพวกเ้าเมา และตอนนั้นข้าก็ััได้ถึงพวกเขาและผู้ที่ควบคุมพวกเขาอยู่พอดี จึงได้เร่งไปกำจัดในทันทีเพื่อจบปัญหา..เื่มันก็มีอยู่เท่านี้"
"....."x3
เยี่ยซิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า "ขอท่านเ้าสำนักลงโทษให้หนักๆ เขาจะได้ไม่กล้าทำเช่นนี้อีก"
หลางหย่งหนิงพูดเสริม "อืม เห็นด้วย"
ผมได้แต่ถอนหายใจกับความเข้าขากันดีของพวกเขา และด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องก้มหน้ารับโทษอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ไม่ว่าจะลงโทษด้วยอะไรก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับร่างกายของอวีเฟิงอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าอย่างไรเสียอวีเฟิงก็เป็ถึงปรมาจารย์เซียนสีวิถีการลงโทษแบบปกติย่อมไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว
แต่บทลงโทษนี้กลับทำเอาผมแทบจะหน้าทิ่มดินซ่ะเดียวนั้น
ซางเย่ "ระยะเวลาหนึ่งเดือนนับจากนี้ไป เ้าต้องอยู่ในสายตาศิษย์พี่ตลอดเวลา ห้ามหนีหายและห้ามขัดคำสั่งเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นระยะเวลาการทำโทษจะเพิ่มขึ้นเป็สามเท่า"
"ศิษย์พี่ข้าว่า.."
"เอาตามนี้ ไม่เช่นนั้นเ้าคงไม่หลาบจำและกระทำซ้ำเช่นเดิมอีก"
และด้วยเหตุนี้การมีซางเย่ตามติดทุกที่ทุกเวลาจึงเริ่มต้นขึ้น..
ไม่ว่าจะเวลากิน เวลานอน เวลาที่ซางเย่ทำงาน หรือแม้กระทั่งเวลาอาบน้ำก็ยังคงมีคนคนนี้วนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผมจะบ้าตาย
นี่มันาประสาทชัดๆ!!
ผมจะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่านับั้แ่นี้เป็ต้นไป ผมจะไม่ทำให้ซางเย่โกรธอีกเป็อันขาด….
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักลีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ