เช้านี้จูจูคล้ายจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ เมื่อตื่นขึ้นมาก็วิ่งตื๋อไปเดินออกกำลังกายกับภารดาในสวนหน้าบ้าน เสียงพูดคุยจ้ะจ๋าลอยมาตามสายลม เนตรดาวที่ทำกับข้าวอยู่ในครัวก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความช่างจ้อนี้ ถ้าพ่อของเธอได้เจอจูจินอีกคนไม่รู้ว่าจะพูดทันเ้าเด็กสองคนนั้นหรือเปล่าเธอก็ชักจะไม่แน่ใจ
“ท่านพ่อจ๋า เมื่อคืนนี้หนูเจอท่านปู่เซียนด้วยแหละจ้ะ”
“ท่านปู่เซียนที่พาจูจูมาไว้ที่วัดอย่างนั้นเหรอลูก”
“ใช่จ้ะ สงสัยท่านปู่จะคิดถึงหนูจ้ะ ทีแรกหนูคิดว่าท่านปู่เซียนจะมารับหนูกลับ หนูนี่เตรียมร้องไห้แง ๆ เลยนะจ้ะ แต่ท่านปู่เซียนกลับเขกหัวหนูแล้วบอกว่าท่านปู่ไม่อยากพากลับเพราะหนูพูดมาก ที่ท่านปู่มาหาก็เพราะจะเอาของขวัญมาให้พี่สาวจ้ะ”
“ของขวัญอะไรลูก แล้วหลินรู้มั๊ย”
“รู้จ้ะ ท่านปู่ให้กำไลพี่สาวมาวงหนึ่ง แต่เป็กำไลอะไรเดี๋ยวท่านพ่อก็ไปถามพี่สาวดูนะจ้ะ หนูไม่บอกหรอกจ้ะ”
“แหนะ เดี๋ยวนี้จูจูหัดมีความลับกับพ่อแล้วเหรอเนี่ย”
“หนูปล่าวนะจ้ะ หนูไม่เคยมีความลับกับท่านพ่อจ๋าอยู่แล้ว แต่เื่กำไลนี่หนูบอกไม่ได้จริง ๆ จ้ะ”
“ฮ่า ๆ พ่อล้อลูกเล่นเท่านั้นเอง ป่ะ ป่านนี้พี่หลินคงทำกับข้าวเสร็จแล้ว เราไปกันเถอะ”
“จ้ะท่านพ่อ พี่สาวบอกว่าจะทำกุ้งชุบแป้งทอดให้หนูด้วยหล่ะ อิอิ”
ภารดากับจูจูเดินเข้ามาในบ้านเนตรดาวก็จัดจานบนโต๊ะเสร็จพอดี จูจูเห็นอาหารบนโต๊ะก็ตาลุกวาววิ่งถลาเข้ามานั่งประจำที่ เนตรดาวนำอาหารส่วนของจูจูมาวางไว้ให้ จูจูน้ำลายแทบหกเพราะกุ้งชุบแป้งทอดจานนี้ได้เยอะมากอีกทั้งกุ้งยังตัวโตด้วย
“โอ้โห! พี่สาวจ๋า กุ้งชุบแป้งทอดของหนูน่ากินมากเลย หนูขอเอาไปฝากจูจินด้วยได้ไหมจ้ะ อุ๊บส์”
“หืม จูจินนี่ใครเหรอลูก?” ภารดาที่เข้ามานั่งประจำที่พร้อมกับยกแก้วน้ำดื่มก็ได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นหูที่จูจูพูดถึง
“เอ่อ คือ….” จูจูหันไปมองหน้าของเนตรดาว ทำอย่างไรดีหล่ะจูจูเผลอพูดไปแล้ว
“คุณพ่อทานข้าวก่อนค่ะ เดี๋ยวหลังทานข้าวเสร็จหนูมีเื่จะเล่าให้คุณพ่อฟังค่ะ”
“ได้สิลูก ถ้าอย่างนั้นเรามาทานข้าวกันเถอะ”
เมื่อทุกคนทานข้าวเช้าเสร็จ ภารดาจึงพาลูก ๆทั้งสองเข้ามานั่งพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่น จูจูคนเดิมเ้าประจำจองตักกว้างของท่านพ่อจ๋าของตนนอนอิงผึ่งพุงรอเนตรดาวพูดเื่กำไลหยก
“พี่สาวจ๋า เมื่อตะกี้หนูบอกท่านพ่อไปว่าท่านปู่เซียนมาหาหนู แล้วก็ให้กำไลเป็ของขวัญกับพี่สาวจ้ะแต่อย่างอื่นหนูไม่ได้พูดนะจ้ะ”
“อื้อ! , พ่อคะ เมื่อคืนนี้ท่านปู่เซียนมาหาจูจูค่ะ แต่ไม่ได้มารับจูจูกลับหรอกนะคะ แต่ดูเหมือนว่าท่านปู่จะมาเยี่ยมจูจูเฉย ๆ ค่ะ แล้วท่านปู่เซียนของจูจูก็ให้กำไลหนู 1 วงค่ะ ท่านปู่บอกว่าเป็ของขวัญพบหน้าค่ะ พอท่านปู่เซียนให้กำไลหนูเสร็จท่านปู่ก็หายวับไปเลยค่ะ กำไลวงนี้แหละค่ะคุณพ่อที่หนูได้มา”
เนตรดาวยื่นแขนซ้ายที่มีกำไลสีรุ้งประดับอยู่ให้กับภารดา แต่ทว่าผู้เป็พ่อก็ไม่เห็นกำไลสักวง เห็นแต่ข้อแขนเปล่า ๆ ของลูกสาว
“กำไลไหนลูก ทำไมพ่อถึงไม่เห็นหล่ะ”
“อ้าว ! คุณพ่อไม่เห็นเหรอคะ นี่ไงคะกำไลสีรุ้งสวยมาก ๆ เลยค่ะ”
“เอ่อ….พี่สาวจ๋า ไม่มีใครเห็นกำไลหรอกจ้ะ ถ้าพี่สาวไม่เอ่ยว่าอยากให้ใครเห็นกำไล ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมองเห็นได้ ยกเว้นหนูกับพี่สาวแล้วก็จูจินจ้ะ”
“อ้อ ! อย่างนี้นี่เอง ขอบใจมากนะจูจู , เอาหล่ะ ข้าพเ้านางสาวเนตรดาว พิพัฒน์พงษ์ ้าให้นายภารดา พิพัฒน์พงษ์ ผู้เป็บิดาสามารถมองเห็นกำไลสรรพสิ่งของข้าพเ้า”
เมื่อเนตรดาวเอ่ยจบ แสงสีรุ้งก็เปล่งประกายและลำแสงสีรุ้งสายเล็กก็พุ่งเข้าสู่ดวงตาของภารดา ในทีแรกภารดาคล้ายกับยังไม่เชื่อ แต่ในทันที่ที่เนตรดาวพูดจบเขากลับเห็นกำไลหยกสีรุ้งสวยประดับอยู่บนข้อแขนของลูกสาว
“หลิน พ่อเห็นกำไลแล้วลูก กำไลหยกสีรุ้งดูสวยแปลกตาดีจ้ะ”
“เย้ ! คุณพ่อเห็นแล้ว นี่ไงคะกำไลที่ท่านปู่เซียนของจูจูมอบให้หนู กำไลวงนี้เรียกว่ากำไลสรรพสิ่งค่ะ สิ่งที่แปลกประหลาดกว่านั้นคือจูจูรู้จักกับกำไลวงนี้ แล้วจูจูบอกว่าให้หนูลองหยดเืหนึ่งหยดลงไปเพื่อตีตราเป็เ้าของ หนูก็บ้าจี้ทำตามค่ะ คุณพ่อรู้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เป็ยังไงหล่ะลูก”
“อิ อิ เมื่อหนูหยดเืเสร็จก็คล้ายกับว่าหนูกับจูจูถูกดูดไปที่แห่งหนึ่งค่ะ ที่นั่นสวยงามมากและไม่มีอันตรายใด ๆ เลยค่ะ ข้างในนั้นคล้ายกับโลกอีกใบมีพืชพันธุ์ผลไม้มากมาย แล้วอีกอย่างหนึ่งนะคะข้างในยังมีเด็กน้อยอยู่คนหนึ่งค่ะ หน้าตาน่ารักมาก”
“อันนี้หนูขอเล่าเองจ้ะพี่สาวจ๋า” จูจูยกมือขึ้นสูง จากนั้นจึงะโลงมาจากตักของภารดาคล้ายกับว่าเ้าตัวกำลังภูมิใจเสนอขายสินค้าอย่างไรอย่างนั้น
“เมื่อตะกี้พี่สาวบอกว่าข้างในคล้ายกับโลกอีกใบ ที่โลกของหนูเรียกว่ามิติจ้ะ แล้วข้างในก็มีเซียนน้อยหน้าตาน่ารักแต่น้อยกว่าหนูนิดหน่อยอยู่ในนั้นจ้ะ แล้วเด็กคนนั้นคือน้องชายฝาแฝดของหนูเองจ้ะท่านพ่อ”
“คนนี้ที่ชื่อจูจินหรือเปล่าลูก เมื่อครู่ที่พ่อได้ยินลูกพูด”
“ใช่จ้ะท่านพ่อ ถ้าท่านพ่อเห็นจูจินท่านพ่อต้องบอกว่าหนูกับจูจินน่ารักคูณสองเลยจ้ะ”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยจูจู ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ” เนตรดาวกระเซ้าน้องชายตัวอ้วน เห็นท่าทางคุยโม้แบบนี้ทำเอาหล่อนชักจะหมั่นไส้
“ก็มันเป็เื่จริงนี่จ้ะพี่สาว” เซียนน้อยหันเอวบิดบุงกะพริบตาปริบ ๆ
“เฮ้อ ! , คุณพ่อขา คุณพ่ออยากเข้าไปดูในมิติของกำไลสรรพสิ่งวงนี้หรือเปล่าคะ”
“พ่อเข้าไปได้เหรอลูก ?” ภารดาเอ่ยด้วยความตกตะลึง
“ได้สิคะ ถ้าคุณพ่ออยากเข้าไปดูหนูจะเป็คนพาคุณพ่อเข้าไปค่ะ อีกอย่างหนูกับจูจูมีนัดกับจูจินด้วยค่ะ คุณพ่อสนใจเข้าไปดูที่นั่นกับหนูมั๊ยคะ”
“ถ้าพ่อเข้าไปได้ พ่อก็จะไปลูก สิ่งไหนที่หนูพบเจอพ่อก็อยากเข้าไปดูด้วยตาของตัวเองพ่อจะได้หายห่วง แต่ว่าเข้าไปแล้วกลับออกมาได้แน่นะ”
“อิ อิ เข้าได้ก็ต้องออกได้สิคะ ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปกันดีกว่าไหมคะ”
“อืม ได้สิลูก พ่อก็ชักอยากจะเห็นน้องชายฝาแฝดของจูจูอยู่เหมือนกัน” ผู้เป็พ่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ดูเ้าตัวน้อยนี่สิ ยิ้มแทบหุบไม่อยู่ทำเอาคนเป็พ่ออดที่จะมีความสุขตามด้วยไม่ได้
“เดี๋ยวก่อนจ้ะพี่จ๋า พี่จ๋าต้องเอารูปปั้นของหนูกับกุ้งชุบแป้งทอดเข้าไปให้หนูด้วยจ้ะ หนูจะเอาไปแบ่งจูจินกิน”
“ได้สิ งั้นรอแป๊บนึง เดี๋ยวพี่รีบมา”
เมื่อทุกอย่างพร้อม จูจูปีนขึ้นนั่งตักของภารดาเช่นเดิม เนตรดาวที่เตรียมของให้จูจูเสร็จก็เดินเข้ามานั่งใกล้ผู้เป็พ่อแล้วเอื้อมมือจับแขนตั้งจิตเข้าสู่มิติในกำไลสรรพสิ่ง
“เข้า”
ร่างของทั้งสามหายวับไปห้องนั่งเล่นในทันที แล้วมาปรากฏที่ลานหญ้าหน้าบ่อบัวเจ็ดสีที่ชูช่อล้อสายลมและแสงแดดที่มีอยู่ในมิติ ภารดาถึงกับตะลึงตาค้างที่มองเห็นสิ่งสวยงามและสถานที่ที่เปลี่ยนไป
“นี่คือ”
“นี่คือมิติหรือพื้นที่ในกำไลสรรพสิ่งที่ท่านปู่เซียนให้มาค่ะคุณพ่อ คุณพ่อลองสูดหายใจเข้าลึก ๆ สิคะ ที่นี่คล้ายกับว่ามีอากาศบริสุทธิ์อยู่มาก เมื่อเข้ามาแล้วรู้สึกสดชื่น คุณพ่อรู้สึกแบบหนูมั๊ยคะ?” เนตรดาวทำท่ากางมือเงยหน้าสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนที่จะหันมาส่งยิ้มให้กับผู้เป็พ่อ
“ใช่ พ่อรู้สึกเหมือนหายใจเต็มปอด อาการเหนื่อยล้าเหมือนจะหายไปด้วย แปลกจังเลยลูก” ภารดาเองก็แปลกใจ แต่อดที่จะดีใจกับความโชคดีของลูกสาวที่มีท่านเทพคอยเมตตาถึงกับให้สิ่งมหัศจรรย์แบบนี้มาให้
“ในนี้มีพลังปราณบริสุทธิ์จ้ะท่านพ่อ ท่านพ่อกับพี่สาวจึงรู้สึกสดชื่นยังไงหล่ะจ้ะ เอ๊! แล้วตอนนี้เ้าจูจินอยู่ไหนเนี่ยหรือว่ายังขี้เซาอยู่บนเตียงเหมือนเดิม พี่สาวจ๋าเดี๋ยวหนูขอไปตามหาน้องก่อนนะจ้ะ”
“อื้อ! แล้วรีบมาหล่ะ, คุณพ่อคะ เราไปเดินสำรวจพื้นที่ในนี้ดีกว่าคะ คุณพ่อดูต้นส้มกับต้นแอปเปิลตรงนู้นสิคะ ออกดอดติดผลเต็มต้นเลยค่ะ”
“หลิน ที่นี่มหัศจรรย์มาก พ่อไม่คิดเลยว่าในกำไลจะมีที่แบบนี้ด้วย หรือว่ากำไลนี้จะเป็ของวิเศษลูก”
“น่าจะใช่นะคะ ท่านปู่เซียนมอบให้หนูก็ต้องเป็ของวิเศษสิคะ คุณพ่อลองชิมส้มผลนี้ดูค่ะ ดูน่ากินดี”
เนตรดาวกับภารดาสองคนพ่อลูกเด็ดส้มผลโตสีสวย กลิ่นของส้มโชยกลิ่นหอมแม้จะยังไม่ได้ปอกเปลือก เมื่อกินเข้าไปความหวานอมเปรี้ยวรสชาติดีก็กระจายเข้าสู่ต่อมรับรสก่อนที่จะกระจายความสดชื่นในช่องท้อง ทั้งภารดาและเนตรดาวต่างก็รู้สึกคล้ายกระปี้กระเป่ายิ่งกินยิ่งสดชื่น
“อร่อยมากเลยค่ะพ่อ”
“อื้ม ส้มผลนี้รสชาติดีแบบที่ไม่เคยได้กินเลยลูก”
“หนูมาแล้วจ้ะพี่สาว”
จูจูที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่เอี้ยมสีแดงเหมือนกับจูจิน จูจูจูงมือจูจินวิ่งตื๋อเข้ามาใกล้ ภารดาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของจูจูจึงหันกลับไปมองก็พบกับเด็กตัวน้อยแก้มแดงอ้วนท้วนสมบูรณ์อีกหนึ่งคนหน้าตาเหมือนกับจูจูอย่างกับแกะ ที่แตกต่างกับจูจูคือเด็กคนนี้ใส่เอี้ยมสีเขียว
“โอ้! เด็กน้อยน่ารักมากเลยลูก หลินดูสิ เด็กคนนี้เหมือนกับจูจูไม่มีผิดเลยลูก”
“ท่านพ่อจ้ะ นี่คือจูจินน้องชายหนูจ้ะ”
“คารวะนายท่านขอรับ ข้าชื่อจูจินเป็ภูติประจำมิติแห่งนี้ขอรับ”
“งื้อ ! จูจิน เ้าต้องเรียนท่านพ่อ ว่าท่านพ่อเหมือนข้าสิ”
“จริงด้วยลูก ยินดีที่รู้จักนะจ้ะ หนูชื่อจูจินใช่ไหมลูก ต่อไปนี้หนูเรียกพ่อเหมือนกับจูจูก็ได้”
“ขอรับท่านพ่อ”
จูจินพาทุกคนรวมทั้งเนตรดาวเดินชมสถานที่ในมิติ จากนั้นจึงเข้าไปพักผ่อนในบ้านหลังน้อย เมื่อพูดคุยกันสักพักเนตรดาวกับภารดาก็ขอตัวออกมาจากมิติ เพื่อแพ็คของที่จะย้ายบ้านไปจังหวัดเชียงใหม่ จูจูจึงเสนอให้เนตรดาวเอาของที่เก็บนำมาใส่ในมิติแทนที่จะไปจ้างขนส่งให้เสียเวลาและเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งจูจินก็เห็นด้วย เนตรดาวจึงตกลงแล้วพาภารดาออกจากมิติ ทิ้งให้จูจูกับจูจินกินกุ้งชุบแป้งทอดในมิติด้วยกัน
“จูจู เดี๋ยวพี่เก็บของห้องของจูจูด้วยเลยนะ แล้วพี่จะเอาเข้ามาส่งในนี้ จูจูก็จัดของให้เป็ระเบียบหล่ะ แล้วคืนนี้พี่จะเข้ามาหาใหม่แล้วจะรับไปนอนด้วยเหมือนเดิม”
“จ้ะ พี่สาว อ้อ! พี่สาวอย่าลืมเอาอาหารเย็นอร่อย ๆ มาให้หนูกับจูจินด้วยนะจ้ะ”
“จ้า เ้านายตัวน้อย , คุณพ่อเราออกไปกันเถอะค่ะ”
“อืม ได้สิลูก จูจิน จูจู พ่อไปก่อนนะ”
“จ้ะท่านพ่อ , จ้ะท่านพ่อ”
เนตรดาวพาภารดาผู้เป็พ่ออกมาจากมิติในกำไล ก็กลับมาปรากฏตัวที่โซฟาเช่นเดิม ภารดาที่ระงับความตื่นเต้นกับสิ่งวิเศษที่ได้พบเจอ แต่เขาก็อดที่จะเป็ห่วงลูกลาวของเขาไม่ได้
“หลินลูก ลูกต้องห้ามบอกใครเื่กำไลหรือมิติเด็ดขาดนะลูก เพราะเราไม่สามารถวางใจใครได้ อีกอย่างเวลาหนูหายตัวเข้าออกมิติหนูต้องระมัดระวังไม่ให้ใครเห็นเป็อันขาด ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายกับลูกได้”
“ค่ะพ่อ หนูจะไม่บอกใครเื่กำไลอีกแล้วค่ะ เพราะหนูก็ไว้ใจพ่อแค่คนเดียวเท่านั้น ถ้าหนูจะเข้าออกมิติหนูจะทำในที่ลับตาไม่ให้ใครเห็นแน่นอนค่ะ เราไปเก็บของกันดีกว่าค่ะคุณพ่อ เริ่มจากห้องของจูจูก่อนเป็ไงคะเพราะดูทรงแล้วของน่าจะเยอะกว่าใครเพื่อน”
“อืม พ่อก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกันลูก ถ้าจูจูกับจูจินแต่งตัวเหมือนกันคงน่ารักไม่หยอกเลยทีเดียว” ภารดาวางแผนจับแต่งตัวให้กับเ้าตุ๊กตาตัวน้อย หากทั้งสองคนแต่งตัวเหมือนกันในชุดต่าง ๆ คงจะน่ารักไม่หยอก คืนนี้เขาคงต้องเข้าไปสั่งซื้อในร้านค้าออนไลน์ซะแล้ว
“แหม ไม่ทันไรก็จูจู-จูจินแล้ว หลินหลินคงจะตกกระป๋องแล้วสิคะ” เนตรดาวเข้ามาคล้องแขนภารดาก่อนที่จะเอ่ยออดอ้อน
“หืม ใครว่าหล่ะ ยอดดวงใจที่หนึ่งของพ่อก็คือหลินน้อยคนนี้เสมอลูก พ่อรักลูกมากนะลูกก็รู้ใช่มั๊ย” ฝ่ามืออบอุ่นลูบไล้ศีรษะลูกสาวด้วยความรัก
“ค่าา หนูรู้ค่ะหนูแค่แซ็วคุณพ่อเฉย ๆ ค่ะ หนูก็รักคุณพ่อที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ ^^”
************************