เมื่อยามค่ำคืนมาถึงทุกอย่างดำเนินไปตามกิจวัตร เหล่าNPCต่างทยอยปิดร้านเมื่อถึงเวลานิทราทุกอย่างเงียบสงบไร้วี่แววของผู้คนดั่งเช่นทุกวัน ทว่าวันนี้กลับมีค้างคาวตัวจ๊อยบินวนไปวนมาเหนือเมืองพวกมันทำตัวคล้ายค้างคาวป่ามันเหลือบมองร้านค้าแต่ละร้านก่อนจะส่งคลื่นเสียงแหลมก้องกังวาลไปทั่ว พลันฝูงค้างคาวกว่าสามสิบตัวจะบินออกมาเซอร์ไวรอสส่งเสียงอีกครั้ง ก่อนที่ค้างคาวแต่ละตัวจะลอบบินเข้าไปตามร้านค้าพวกมันซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนรอคอยจังหวะที่พวกเขาจะหลับสนิท
เมื่อถึงเวลาเหล่าค้างคาวจึงพ่นควันสีฟ้าไปทั่วห้องเมื่อควันจางลงNPCต่างลุกขึ้นทั้งที่ยังหลับใหลพวกเขาเดินเข้าไปในป่าตามเส้นทางที่ถูกกำหนด ม่านพลังสีดำของเซอร์ไวรอสทำให้ผู้เล่นมองไม่เห็นปรากฏการที่ผิดปกตินี่ทุกอย่างเป็ไปตามแผน
“เป็อย่างไรบ้าง?” ซิลเอริคถาม เมื่อเซอร์ไวรอสบินกลับมาและคืนร่างแวมไพร์ตรงหน้าอีกฝ่ายยกนิ้วโป้งให้ด้วยท่าทางมั่นใจ
“ฝีมือระดับรัชทายาทอย่างข้าไม่มีทางพลาด ยิ่งมีค้างคาวที่น่ารักคอยช่วยยิ่งไม่พลาดแน่”เซอร์ไวรอสหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะถามขึ้น
“แล้วเควสอะไรกันที่ให้มาล่าNPC” ซิลเอริคฉีกยิ้ม
“ข้าก็บอกให้เ้าเดาเอาเองไง อีกอย่างเืก็เลิศรสกว่าสิ่งที่เรียกว่าผักผลไม้”ซิลเอริคตอบ แต่เซอร์ไวรอสยังคงคาใจ
“อย่าบอกนะว่าติดใจเืที่ข้าป้อนให้น่ะ?” เขาถามแต่ไม่ทันที่ซิลเอริคจะตอบแขกผู้มาเยือนทั้งหลายจึงเริ่มมาเยือน
“พวกNPCมากันแล้ว” เซอร์ไวรอสเอ่ย จำนวนของNPCร่วมยี่สิบคนทำให้ซิลเอริคยิ้มอย่างพอใจ เขากางเล็บสีดำออกมา
‘ผู้เล่นซิลเอริคบรรลุทักษะพิเศษกงเล็บปีศาจ’
เสียงระบบดังขึ้นแต่ซิลเอริคไม่ได้สนใจเขาเดินตรงไปที่หน้าNPC คนแรกก่อนจะใช้กงเล็บสีดำปาดเข้าที่กลางลำคอเืสีแดงสดทะลักเปรอะเปื้อนลงมาบนชุดที่พวกเขาสวมใส่
‘ผู้เล่นซิลเอริคสังหารNPCเผ่ามนุษย์ไม่ได้รับค่าประสบการณ์และเงินตรา’
สิ้นเสียงระบบ ซิลเอริคจึงรองเืสีแดงที่ไหลออกมาจากลำคอลงไปในขวดยาที่ว่างเปล่าก่อนจะกระดกเข้าปากเมื่อถึงปริมาณที่้า
“ข้าขอกินบ้างสิ” เซอร์ไวรอสโวยวาย
“เ้าก็กินที่เหลือไปสิ” ซิลเอริคกล่าวและส่งร่างไร้ิญญาร่างแรกไปให้เซอร์ไวรอส
‘ผู้เล่นซิลเอริคพิชิตภารกิจเปลี่ยนเผ่าพันธุ์1/20’
สิ้นเสียงระบบซิลเอริคก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายตนเริ่มมีพลังขึ้นมาเล็กน้อยเขาจึงแสยะยิ้มเย็นแล้วค่อยๆ สังหารNPCลงเรื่อยๆ จนพบว่าไม่ใช่NPC ทั้งหมดที่จะเป็มนุษย์ เมื่อเขาสังหารและดื่มเืNPCจนครบจำนวน ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยเมื่อเสียงระบบจากศพสุดท้ายดังขึ้น
‘ผู้เล่นซิลเอริคพิชิตภารกิจเปลี่ยนเผ่าพันธุ์19/20’
“บัดซบ! ขาดไปคนนึง” เขาคำรามลั่นป่าก่อนหันไปหาเซอร์ไวรอสที่นอนอืดอยู่บนพื้นด้วยความอิ่มหนำสำราญ
“จะไปยากอะไร เ้าก็รอให้NPCพวกนี้ฟื้นแล้วฆ่าใหม่คราสิ เอิ๊ก!” เซอร์ไวรอสพูดแล้วเรอออกมาลั่นซิลเอริคย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจกับท่าทางอีกฝ่าย
“น่าเกลียดนัก!” เขาต่อว่า ก่อนที่จะมานิ่งคิดในสิ่งที่เ้าค้างคาวปีกหักพูด
“เช่นนั้นกลับโรงแรมเถอะ รอNPCพวกนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยจัดการใหม่” ซิลเอริคพูดแล้วะโไปตามต้นไม้โดยไม่ลืมลากเซอร์ไวรอสกลับไป
เช้าวันถัดมาเสียงเซ็งแซ่ด้านนอกปลุกซิลเอริคขึ้นมาจากเตียงเขาเดินไปเปิดหน้าต่างในห้องก่อนจะชะโงกมองดูด้านล่างจึงก็พบว่าNPCที่โดนเขาสังหารเมื่อวานต่างแห่กันไปยังอาคารผู้เล่นด้วยท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจเขาลงไปดูเหตุการณ์โดยปล่อยให้เซอร์ไวรอสนอนอยู่ในห้อง
“พี่ชายๆ เขาเอะอะอะไรกัน?” ซิลเอริคถามผู้คนที่กำลังมุงดูโดยไม่ลืมใช้ภาษาที่ซิการ์สอน
“หืม? ออ รู้สึกว่าเมื่อคืนพวกNPC ในเมืองจะโดนฆ่าตายหมดเลยน่ะ เห็นว่าไม่มีใครรู้ตัวเลยสักคนเลยมาโวยวายกับอาคารผู้เล่นว่าเป็ความผิดพลาดของโปรแกรม”ชายด้านข้างตอบกลับมาด้วยท่าทางเป็มิตร แต่สิ่งที่ซิลเอริคได้ยินทำให้เขาเอียงคอคิดด้วยความสงสัย
“แล้วระบบไม่ได้แจ้งพวกเขาเลยหรือครับพี่ชาย ว่าใครเป็คนฆ่าพวกเขา” คำถามของซิลเอริคเองก็เรียกความสงสัยจากอีกฝ่ายได้เช่นกัน
“อืม..พี่เองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เห็นเ้าพวกNPCอาคารผู้เล่นบอกว่าเป็เพราะพวกเขากำลังหลับทำให้ไม่ได้ยินเสียงระบบพอไปตรวจหาร่องรอยการงัดแงะก็พบว่าไม่มีใครบุกรุกเข้าไป ผู้เล่นที่เดินอยู่ในเมืองก็ไม่เห็นNPCออกมาจากร้านเลย” คำตอบของร่างสูงทำให้ซิลเอริคลอบยิ้มในใจ
“แล้วอาคารผู้เล่นไม่ได้บอกพวกเขาเหรอครับ ว่าใครเป็คนทำ” ซิลเอริคถามอีกครั้งอีกฝ่ายจึงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“เพราะเป็ข้อมูลลับเลยเปิดเผยไม่ได้น่ะสิ” เขาอธิบาย ซิลเอริคจึงพยักหน้าเชิงขอบคุณแล้วเดินจากไปก่อนที่ความซวยจะมาเยือนเขา
เมื่อเขามาถึงห้องจึงพบเซอร์ไวรอสยังคงนอนอยู่ในสภาพเดิมลมหายใจอุ่นถูกพ่นออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับเ้าค้างคาวจอมี้เีตรงหน้า
“แล้ววันนี้ข้าจะทำอะไรดีล่ะ” เขาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจปลุกเซอร์ไวรอส
“นี่เซอร์ไวรอสตื่นสิ ข้าจะเข้าไปในเมืองเ้าจะไปด้วยไหม?”ซิลเอริคเขย่าร่างหนาที่นอนแผ่อยู่บนเตียง
“ข้าจะนอน..น..” เซอร์ไวรอสพูดน้ำเสียงยืดยาว ซิลเอริคส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะลงไปด้านล่างอีกครั้ง
เมื่อมาถึงร้านอาหารข้างทางเขาจึงสั่งอาหารทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเลือก
“ป้าครับ ผมเอาเสต๊กเนื้อไม่ต้องสุกมากครับ” ซิลเอริคหันสั่งหญิงวัยกลางคนที่กำลังทำกับข้าวอยู่เธอพยักหน้ารับ
ชายหนุ่มจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังด้านนอกเสียงพูดคุยดังในร้านตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้สนใจนัก สักพักเสต๊กที่เขาสั่งจึงมาเสริฟซิลเอริคจึงละสายตาจากวิวภายนอกมาสนใจจานอาหารของตน
ไม่นานนักเสียงโหวกเหวกโวยวายจึงเริ่มดังกว่าเคยก่อนคนในร้านจะเริ่มกรีดร้องและชี้มาทางโต๊ะของซิลเอริค เขาจึงขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ทันได้ถามคำตอบก็มาเสียก่อน
เพล้ง!
กระจกบานใหญ่บริเวณที่ซิลเอริคนั่งแตกกระจายร่างที่ปลิวมากระแทกกระจกพุ่งผ่านหน้าเขาไปเพียงเล็กน้อย แต่กลับกวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะไปเหลือเพียงส้อมและมีดในมือเท่านั้น ดวงตาสีน้ำม่วงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงไม่ทันที่ซิลเอริคจะได้ทำอะไรต่อ ร่างั์สี่จึงก็ะโเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก
“ว่ะฮ่าๆๆ ไอ้กระจอกเอ้ย! ฉันบอกแกแล้วว่าอย่ามาต่อกรกับกิลไลออนน่ะฮ่าๆๆ” ร่างั์ผมสีดำที่ดูจะเป็ตัวหัวหน้าหัวเราะลั่น แล้วเดินไปเหยียบหัวร่างที่ถูกเหวี่ยงเข้ามา
ซิลเอริคมองจานเสต๊กที่ลงไปกองกับพื้นอย่างเสียดายแล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะเดินไปจ่ายเงินกับแม่ครัวโดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“น้องชายระวัง!” สิ้นเสียงเตือนขวดแก้วใสก็ถูกฟาดเข้าที่ท้ายทอยของซิลเอริคอย่างจัง เืสีแดงสดกระเด็นออกมาเปรอะผมสีม่วงของเขาซิลเอริคกัดฟันกรอดขณะเซไปเล็กน้อย
“ไอ้งั่ง! แกไม่เห็นรึไงว่ะว่าคนเขากำลังคุยธุระกันอยู่ มารยาทน่ะมีไหม นู้น! ไปยืนรวมกับไอ้พวกสวะนู้นไป ฮ่าๆๆ” ร่างั์คนแรกหัวเราะเขาชี้ไปยังกลุ่มคนในร้านที่ต่างพากันไปหลบอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน มืออีกข้างของเขามีขวดแก้วที่แตกกระจายเป็หลักฐานชั้นดีว่าเขาเป็ผู้ลงมือ ซิลเอริคพยายามทรงตัวไว้ก่อนจะวางเงินลงบนเคาน์เตอร์เขาหันมามองอีกฝ่ายั์นั้นอย่างเอาเื่
“พวกเ้ากล้าดียังไงมาตีหัวข้า!” ซิลเอริคคำรามลั่นด้วยความโกรธามือหนากำหมัดแน่นด้วยโทสะ
“หา? แกพูดงี้อยากจะลงไปนอนกองกับไอ้อ่อนนี้นักใช่ไหมวะ”ว่าแล้วมันจึงเตะร่างที่โชกเืที่นอนกองอยู่บนเศษกระจกก่อนที่ร่างนั้นจะกลายเป็แสงหายไป
“เวร! ดันหายไปก่อนอีก ข้าอุตส่าห์ใจดีจะหาเพื่อนให้แท้ๆเชียว” ร่างั์หัวเราะเย้ยหยัน ก่อนจะนำท่อนไม้แถวนั้นมาชี้ไปที่ซิลเอริค
“เอ็งตาย..” มันพูดแล้วชี้มาที่ซีน ก่อนที่ร่างั์ทั้งหมดจะล้อมรอบตัวเขาในมือพวกมันมีทั้งคทาเวท สนับมือ ปืน และอื่นๆ อีกมากมาย ซีนปรายตามองพวกมันเรียบๆก่อนจะจ้องหน้าตัวหัวหน้าอย่างเอาเื่
“พวกเ้าบังอาจทำข้าเจ็บ พวกเ้าต้องเจ็บยิ่งกว่า”ซีนประกาศกร้าว
เขาพุ่งเข้าหาตัวหัวหน้าอย่างรวดเร็วหมัดขวาตรงพุ่งเข้าปะทะกับหน้าสากๆ ของมันอย่างจัง ทุกคนต่างเบิกตากว้างกับความเร็วของเขา ร่างั์อีกคนที่ตั้งสติได้ก่อนจึงร่ายเวทโจมตีใส่ซิลเอริคใช้สายตาอันว่องไวมองทิศทางของพลังเวท ก่อนจะใช้มือนั้นปัดพลังเวทออกไปใส่ร่างั์อีกคนทันใดนั้นร่างที่อยู่ด้านหลังซิลเอริคก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับสนับมือที่ถูกร่ายเวทไฟฟ้าเข้าไปแต่ซิลเอริคกลับเพียงแค่ปรายตามองก่อนจะใช้ขาข้างซ้ายเตะไปที่แขนของร่างั์ก่อนจะะโหมุนตัวไปด้านหน้าแล้วะโลงมาเหยียบก้านคอของเ้าของสนับมือนั้น
“ย๊ากกก!” คมดาบคมกริบถูกฟาดฟันมาบนหัวของซิลเอริคเขาเงยหน้ามองเพียงเล็กน้อยก่อนจะก้าวถอยหลังไปเพียงก้าวเดียวแล้วใช้ขาข้างซ้ายเตะเข้าที่ข้อมือของร่างั์คนสุดท้ายดวงตาของร่างั์เบิกกว้างด้วยความใเมื่อเห็นดาบของตนหลุดมือ ซิลเอริคเอื้อมมือไปคว้าดาบที่หลุดมือมาก่อนจะฟันเข้าที่คอของมันอย่างแรงจนส่วนหัวและตัวของร่างั์แยกออกจากกัน เขาแทงดาบลงไปยังท้ายทอยของร่างที่อยู่ใต้เท้า
จุดตายของมนุษย์มีที่ท้ายทอยที่หนึ่ง ซิลเอริคทบทวนความจำก่อนจะแทงดาบเข้าไปยังอกข้างซ้ายของร่างที่พุ่งเข้าใส่เขาต่อมาก็หัวใจ เมื่อเห็นร่างทั้งสามกลายเป็แสงหายไป ซิลเอริคจึงเดินตรงไปยังร่างั์ที่เป็ตัวหัวหน้าที่กำลังถอยห่างจากเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัวเขาเงื้องดาบขึ้นมาก่อนจะกระชับมันแน่นแล้วแทงเข้าไปยังใบหน้าของมันอย่างเหี้ยมโหดเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวจากฝูงชน เืสีแดงสดสาดกระจายจนน่าสะพรึง
“กระจอกแล้วยังปากดี” เขาพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินออกไปจากร้านโดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำและการต่อสู้ทุกอย่างของเขาถูกจับตาดูอยู่
แรงกดดันจากสายตาคนรอบข้างและเสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบตัวที่พูดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนต้องกลับขึ้นไปยังห้องของตนแล้วก็พบว่าเซอร์ไวรอสยังคงนอนขึ้นอยู่ที่เดิม ซิลเอริคถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะล้มตัวลงนอนลงบนเตียงข้างๆแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
“..ห..เห..เห้..เห้ย! ตื่นสิเว้ยซิลเอริค” เสียงและแรงเขย่าที่มาจากเซอร์ไวรอสทำให้ซิลเอริคค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“อะไรของเ้าน่ะเซอร์ไวรอส” ซิลเอริคถามพลางขยี้ตาไล่ความงุนงง
“เ้านี่มันบ้าหรือไง เอาแต่นอนอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน”เซอร์ไวรอสต่อว่าจนซิลเอริคถึงกับคิ้วกระตุก เขานึกทวนคำพูดคนตรงหน้าในใจ ใครกันแน่ที่นอนทั้งวันทั้งคืน!
“เอ้า! ไปฆ่าNPC มนุษย์ได้แล้ว ข้าเรียกให้พวกมันไปรวมตัวเหมือนเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว” เซอร์ไวรอสพูดพลางดึงซิลเอริคที่ยังงัวเงียขึ้นมายืน
“เอาเฉพาะสิบเก้าคนนั้นนะที่เหลือไม่ต้องสะเออะเอามา” ซิลเอริคสั่งเซอร์ไวรอสจึงย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจเท่าไร
“เออ! ข้าก็เลยเรียกมันมาแค่นั้นแหละ ว่าแต่เวลาตื่นเ้าปากร้ายกว่าปกติหรือ”เซอร์ไวรอสตอบ ซิลเอริคจึงสะดุ้งเล็กน้อย
“เปล่านี่ข้าก็ปกติดี” เขาหันไปฉีกยิ้ม ในขณะที่เซอร์ไวรอสหรี่ตามอง
เมื่อมาถึงจุดเดิมซิลเอริคมองไปรอบๆก็ไม่พบอะไร เซอร์ไวรอสจึงดีดนิ้วขึ้นครั้งหนึ่งก่อนที่ม่านพลังที่คลุมเขาและซิลเอริคจะหายไปก่อนจะดีดนิ้วอีกครั้งร่างของNPCทั้งสิบเก้ารายจึงปรากฏขึ้นมาด้วยสภาพที่หลับไหลซิลเอริคที่เห็นเหล่าNPCปรากฏตัวขึ้นมา ก็กางเล็บสีดำออกก่อนจะปาดเข้าไปที่ลำคอของNPCคนแรก ก่อนจะจะรินเืใส่ขวดแล้วดื่มลงไป ก่อนที่ซิลเอริคจะนิ่งค้างไม่เข้าใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงระบบ
“เหตุใดจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น?” ซิลเอริคหันไปถามเซอร์ไวรอส
“ถามข้าแล้วข้าจะรู้ไหม เ้าลองสังหารคนต่อไปสิ”เซอร์ไวรอสตอบ หลังจากที่ซิลเอริคทำแบบเดียวกับกับNPCครบทุกคน ทว่ากลับยังคงไร้ผล
“หรือเพราะไม่สามารถทำภารกิจซ้ำคนได้?” เซอร์ไวรอสสันนิษฐาน
“เื่แค่นั้นข้าก็เดาได้ แต่ตอนนี้ข้าอยากเปลี่ยนเผ่าแล้ว!” ซิลเอริคเริ่มหลุดงอแง
“แล้วเ้าจะแหกปากให้คนทั้งเมืองตื่นหรือไง ถ้าอยากให้ช่วยข้าคิดก็บอกมาเสียทีว่าเ้าจะเปลี่ยนเป็เผ่าอะไรแน่”เซอร์ไวรอสหมดความอดทน ซิลเอริคจึงถอนหายใจ
“ก็แวมไพร์ไงเล่า เผ่าเ้าเองก็ใกล้เคียงนักเหตุใดจึงไม่คิดจะเดาสักนิด” เขาตอบเรียบๆแต่ดวงตาของเซอร์ไวรอสกลับเบิกกว้างด้วยความใ
“แวมไพร์?!” เซอร์ไวรอสทวนคำอย่างตื่นตะลึง
“ใช่ ทำไมล่ะ?” ซิลเอริคถามด้วยความสงสัยเซอร์ไวรอสขยี้ผมสีดำอย่างหงุดหงิดใจ
“ให้ตายเถอะข้าไม่น่าช่วยเ้าเลย ซิลเอริคเ้ายังมีโอกาสนะ อย่าไปทำมันเลยภารกิจเผ่าพันธุ์นี้ ข้าขอร้อง”เซอร์ไวรอสอ้อนวอนแกมบังคับ ท่าทางของเขาทำให้ซิลเอริคขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“อะไรของเ้าน่ะเซอร์ไวรอส? ไม่ได้หรอกข้าต้องเปลี่ยนเป็เผ่านี้ให้ได้”ซิลเอริคพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“เช่นนั้นข้าจะขัดขวางเ้า!” เซอร์ไวรอสคำรามลั่นก่อนจะะโขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อกลับที่พัก
“อะไรของเ้านั่นน่ะ? เมื่อครู่ยังช่วยข้าอยู่เลย” ซิลเอริคบ่นพึมพำอย่างไม่เข้าใจก่อนจะะโตามเซอร์ไวรอสไป