เมื่อได้ยินคำว่า ‘ระดับลับสุดยอด’ เกิดความเงียบปกคลุมไปทั้งห้องทันที ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าทำไมผอ.ธาวิสถึงเลือกเปลี่ยนหัวหน้าทีมในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เพราะคำว่าลับสุดยอดมันมีความหมายแฝงอยู่ มันคือการที่ให้คนนอกล่วงรู้ถึงภารกิจนี้ไม่ได้เลย เป็ภารกิจที่จะต้องแอบไปทำโดยปราศจากกำลังเสริมอย่างสิ้นเชิง มีอัตราความสำเร็จที่ต่ำเตี่ยเรี่ยดิน แต่กลับต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น ถ้าให้เลือกได้คงมีหลายคนเลือกที่จะไม่รับภารกิจลับสุดยอดแบบนี้
แม้แต่ตัวดารินเองที่ทำภารกิจมามากมาย อัตราความสำเร็จก็สูงเป็อันดับต้น ๆ แต่เธอก็ยังไม่เคยได้เข้าร่วมภารกิจลับสุดยอดมาก่อนเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทุกคนในทีมสอง นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของทุกคนในห้องนี้เลยที่ได้ยินคำว่าภารกิจลับสุดยอด และพวกเขาทุกคนกำลังจะได้รับมัน
ไม่มีใครรู้ว่าเกณฑ์การเลือกคนเข้าร่วมในภารกิจลับสุดยอดแบบนี้เป็อย่างไร เพราะทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ผอ.ธาวิสคนเดียว
“เอาล่ะ คงไม่มีใครคัดค้านเื่ให้อาจารย์ดารินเป็หัวหน้าภารกิจครั้งนี้แล้วนะ งั้นมาคำถามต่อมา” คราวนี้ผอ.ธาวิสค่อนข้างพุ่งเป้าในการถามไปยังลูกทีมของธัญญ่ามากกว่าธัญญ่าและดาริน “มีใครคิดที่จะถอนตัวจากภารกิจครั้งนี้ไหม?”
ถึงแม้ภารกิจลับสุดยอดจะยากโหดหินจนใครหลายคนเลือกที่จะถอย เพราะหากทำไม่สำเร็จหรือความลับรั่วไหลอนาคตของพวกเขาอาจดับสิ้นได้เลย แต่ก็มีอีกหลายคนก็หวังจะได้รับภารกิจลับสุดยอดแบบนี้เช่นกัน เพราะหากเคยทำภารกิจลับสุดยอดสำเร็จสักครั้ง อาชีพการงานในอนาคตของพวกเขาก็จะพุ่งรุ่งโรจน์อย่างที่สุด
“ถ้าหัวหน้าธัญญ่าลุย พวกเราก็พร้อมลุยครับ”
“ผมก็เช่นกัน” ลูกทีมทั้งสองของธัญญ่าต่างตอบรับกันอย่างแข็งขัน แต่ธัญญายังคงทำหน้าตาเคร่งขรึมไม่พูดไม่จาเช่นเดิม
“เยี่ยม! งั้นเรามาคุยกันเื่ภารกิจกันต่อเลยแล้วกัน” เมื่อผอ.ธาวิสเริ่มพูด ดารินจึงขยับไปเข้าแถวร่วมกับอีกสามคนเพื่อรับฟังภารกิจ
“พวกเธอจะถูกส่งไปช่วยอาณาจักรวสุธาในนามทีมสองเหมือนทุกครั้งที่ทีมสองเคยไป โดยแสร้งทำเป็ว่าธัญญ่ายังคงเป็หัวหน้าทีมไปก่อน ส่วนอาจารย์ดารินเป็เพียงคนที่เข้ามาทดแทนคนที่หายไป” ผอ.หยุดพูดแล้วยื่นซองจดหมายสีดำให้กับอาจารย์ดาริน ก่อนจะพูดต่อว่า “ส่วนรายละเอียดของภารกิจลับสุดยอดอยู่ในซองจดหมายนี้ ไว้พวกเธอค่อยไปเปิดดูกันเมื่อไปถึงสถานที่ปฏิบัติภารกิจประจำแล้ว”
ดารินรับจดหมายมาแล้วทำท่าทางโบกสะบัดมือพร้อมพึมพำออกมา “จงเก็บ”
จดหมายสีดำลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะเกิดแสงสว่างวาบ และแสงก็หายไปในชั่วพริบตา แต่จดหมายสีดำยังคงลอยตัวอยู่ที่เดิม มันไม่หายไปด้วยคาถาที่เธอใช้ เมื่อเห็นสิ่งที่ดารินทำ ผอ.ธาวิสหัวเราะเบา ๆ ออกมา “เพราะแบบนี้ไงมันถึงเป็ภารกิจลับสุดยอด”
ทุกคนได้แต่ขมวดคิ้วและสงสัย ถ้าซ่อนจดหมายไม่ได้แบบนี้แล้วมันจะไปเป็ความลับได้อย่างไร? เดินถือจดหมายสีดำไปมาแบบนี้ ใครเห็นเข้าก็ต้องรู้ว่าพวกเขาได้รับภารกิจลับมาชัด ๆ
เมื่อผอ.ธาวิสเห็นสีหน้าของทุกคน เขาก็อธิบายให้ฟังว่า “ที่จดหมายสีดำนี้ลงอาคมห้ามเก็บโดยเวทมนตร์ไว้เป็เพราะว่า หากใครขโมยจดหมายนี้ไป พวกเธอจะได้ตามตัวถูกและเธอจะได้ฆ่าคนที่ขโมยจดหมายนี้ได้ถูกตัวยังไงล่ะ”
เมื่อพูดจบผอ.ธาวิสยิ้ม แต่ทุกคนได้แต่กลืนน้ำลาย เพราะนี่หมายความว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้ฆ่าใครก็ตามที่ริบังอาจมาแตะต้องจดหมายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อให้เป็พวกเดียวกันก็ตาม ดารินจึงรีบสอดเก็บเข้าไปในเสื้อของเธอทันที
แปะ!
“เอาล่ะ มาต่อกันเื่ที่ค้างเอาไว้” ผอ.ธาวิสตีมือตัวเองหนึ่งทีเพื่อเรียกสติของทุกคนกลับมา “สมาชิกคนที่ห้า อืม...การประชุมครั้งนี้เขาคงยังมาไม่ได้ แต่เขาจะไปเสริมทีมตอนพวกเธอเริ่มทำภารกิจแล้วอย่างแน่นอน”
“แล้วไม่ทราบว่าเขาคือใครกันคะ? ท่านผอ.” ดารินถามด้วยความสงสัย ถ้าเป็คนในโรงเรียนนี้ แค่เอ่ยชื่อเธอก็น่าจะรู้จัก
ผอ.ธาวิสทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะตอบ “เป็ผู้หญิง เธอชื่อ ปลายฝน”
เมื่อดารินได้ยินชื่อ เธอไม่รู้สึกคุ้นเคยเลย เธอค่อนข้างมั่นใจว่าจดจำชื่อสมาชิกของทีมปฏิบัติการทั้งสิบทีม รวมถึงผู้ติดอันดับยอดฝีมือของโรงเรียนได้แทบทุกคน แต่เธอกลับไม่ได้เคยได้ยินชื่อ ‘ปลายฝน’ มาก่อนเลย หากไม่ใช่เด็กนักเรียนเข้าใหม่ ก็มีอีกหนึ่งความเป็ไปได้คือ คนที่ชื่อปลายฝนถูกส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่แฝงตัวอยู่นอกโรงเรียน หรือจะเรียกให้ถูกคือ ถูกส่งไปเป็สายลับของโรงเรียนนั่นเอง
“เธอเป็สายลับงั้นหรือคะ?” ดารินถามออกไปตรง ๆ
เมื่อเห็นท่าทางของผอ.ธาวิสเอามือลูบคางทำท่าคิดกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบ ทุกคนก็พอจะสรุปได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อปลายฝนคงจะเป็หนึ่งในสายลับของโรงเรียน
“เอาเป็ว่า เธอคนนั้นจะเข้ามาแทนหน่วยพยาบาลของทีม” ในที่สุดผอ.ธาวิสก็พูดอะไรออกมา
“หน่วยพยาบาล? แล้วก่อนหน้าเธอคนนั้นจะเข้ามาร่วมทีมล่ะคะ?” อาจารย์ดารินถามด้วยความงุนงง เพราะหน่วยพยาบาลของทีมถือเป็ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของทีมปฏิบัติภารกิจเลย และยิ่งเป็ภารกิจระดับลับสุดยอดแบบนี้ การที่ผอ.ของเธออนุญาตให้หน่วยพยาบาลสามารถเข้ามาร่วมทีมภายหลังได้ ถือเป็เื่แปลกประหลาดเกินไป
“ก็เธอไง ดาริน” ผอ.ธาวิสตอบคำถามด้วยรอยยิ้มทันที เมื่อได้ยินคำตอบจากปากผอ.ธาวิส ริมผีปากของดารินกระตุกทันที
“แล้วหน่วยต่อต้านเวทมนตร์ และหน่วยมหาเวทล่ะคะ?” ดารินรู้ว่าโดยปกติแล้วหัวหน้าทีมจะรับหน้าที่การวางกลยุทธ์กับอีกหนึ่งหน้าที่โดยปริยาย ยกตัวอย่างเช่นหัวหน้าทีมสองอย่างธัญญ่า นอกจากมีหน้าที่วางกลยุทธ์แล้วเธอยังรับหน้าที่หน่วยจู่โจมด้วย แต่เนื่องจากเธอไม่ได้รับบทบาทเป็หัวหน้าทีมภารกิจในครั้งนี้ เธอจึงเหลือแค่หน้าที่หน่วยจู่โจมเท่านั้น
สำหรับตัวดารินเอง เธอเข้าใจว่าเธอจะอยู่ในตำแหน่งมหาเวท และเมื่อรวมกับการเป็หัวหน้าทีม เธอก็จะได้รับหน้าที่การวางกลยุทธ์ไปอัตโนมัติ เธอไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะต้องมารับหน้าที่เป็พยาบาลของทีมด้วยจนกว่าอีกคนจะเข้าร่วมทีมแบบนี้
“เธอแล้วก็เธอไง” ผอ.ธาวิสทำท่าชี้ใช้ดารินสองครั้งพร้อมกับยิ้ม
“นี่มันไม่ตลกเลยนะคะท่านผอ. ใครมันจะไปทำหน้าที่พร้อมกันมากมายขนาดนั้น แถมฉันยังไม่ใช่สายต่อต้านเวทมนตร์อีกด้วย” น้ำเสียงดารินเริ่มขุ่นเคือง เธอไม่รู้ว่าผอ. ของเธอกำลังเล่นตลกอะไรกันแน่
“ฉันก็บอกไปแล้วว่าเธอไง” ผอ.ธาวิสยังคงยืนยัน “เธอน่ะเก่งเื่เวทมนตร์ที่สุดแล้วในโรงเรียนทหารวารีมนตรา ฉันถึงเลือกเธอให้เข้าร่วมภารกิจลับสุดยอดนี้ เวทมนตร์ด้านฟื้นฟูเธอก็อยู่ในระดับแนวหน้าของสายพยาบาล ยิ่งมหาเวทของเธอก็ไม่เป็สองรองใคร ส่วนสายต่อต้านเวทมนตร์เธอก็ลองหัด ๆ เพิ่มเอาเผื่อจะใช้ได้”
ถึงแม้จะเป็คำชม แต่ดารินไม่ได้รู้สึกยินดีกับมันเลย อย่างไรเธอก็รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย
ผอ.ธาวิสยื่นมือมาตบบ่าดารินเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างนุ่มนวล “เอาน่า เธอก็แค่แทนหน่วยพยาบาลจนกว่าปลายฝนจะมาเข้าร่วมทีมเท่านั้นเอง”
“ท่านผอ.ธาวิสคะ ได้โปรดพิจารณา...”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ไม่ทันที่ดารินจะได้พูดจบประโยค มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา มีใบหน้าของชายหนุ่มผมสีดำสนิทยื่นผ่านช่องประตูเข้ามา ทุกคนต่างหันไปมองทางประตูทันที
“โอ้! พอดีเลย สมาชิกทีมคนที่หกมาพอดี” ผอ.ธาวิสพูดอย่างมีความสุข
“หา! นั่นอานนท์ใช่ไหม?” ลูกทีมคนหนึ่งร้องเสียงดังลั่น
“ใช่อานนท์ที่ได้คะแนนอันดับสุดท้ายของโรงเรียนหรือเปล่า?” ลูกทีมทั้งสองของทีมสองต่างหันมองหน้ากันและกันก่อนจะหันไม่มองหน้าธัญญ่าหัวหน้าทีมสองของพวกเขา
ส่วนดารินได้แต่ถอนหายใจออกมา