"เริ่มจากรับชุดทำงานคนละสองชุด และกุญแจคนละดอก" ผู้ดูแลพาพวกเขาทั้งสองไปยังห้องเสบียงและสิ่งของเครื่องใช้ และลัดแถวรับเสื้อผ้ามาสองชุด
แต่คนที่กำลังเข้าแถวอยู่นั้นพลันเกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที "สองคนนั้นเป็ใครกัน? มีสิทธิ์อะไรมาลัดแถว?"
"นั่นสิ แต่งตัวดูดีมีฐานะ ใช้ผ้าไหมชั้นเลิศ ยังจะมาแย่งลำดับกับพวกเราที่เป็แรงงานชาวนาอีกหรือ?"
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินมองแถวที่ยาวกว่าสามสิบเมตรแล้วเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ
คนไม่น้อยเลยทีเดียว
ผู้ดูแลกวาดสายตามองคนเ่าั้ "เอะอะอะไรกัน? เอะอะอะไร! อยากจะเลิกทำกันหมดทุกคนแล้วใช่ไหม? ตอนนี้ยังไม่ได้ทำสัญญาจ้างงาน ถ้าไม่อยากทำแล้ว ก็รีบกลับไปเสียแต่ตอนนี้"
"ชุดทำงานคนละสองชุดสำหรับผลัดเปลี่ยนซัก ถ้าใส่จนเก่าก็เอาชุดเก่ามาเปลี่ยนชุดใหม่ แล้วก็มีกะละมังหนึ่งใบ ผ้าขนหนูสามผืน และเครื่องนอน จัดการหยิบไปให้เรียบร้อย"
ป้าสองคนช่วยกันคัดแยกของของพวกเขาทั้งสองออกมาวางไว้ตรงหน้า
"นี่คือกุญแจ เดี๋ยวพอหาหอพักเจอ ข้างในจะมีตู้คนละใบสำหรับเก็บของส่วนตัว"
"จริงด้วย ยังมีป้ายพนักงานอีก เขียนชื่อตัวเองลงไปแล้วปั๊มลายนิ้วมือลงทะเบียน ต่อไปอาหารสามมื้อของพวกเ้า ต้องใช้ป้ายนี้ไปรับ"
จูหยวนจางมองสิ่งของตรงหน้า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตัน
เสื้อผ้าสองชุดนี้ ตัดเย็บได้ดีกว่าร้านตัดเสื้อหลายแห่งเสียอีก เป็ผ้าทอจากฝ้ายล้วน ฝีเข็มละเอียด ดูแข็งแรงทนทาน
ยังมีเครื่องนอนอีกหนึ่งผืนที่หนามาก ดูนุ่มฟู พอลองกดดูข้างในก็เต็มไปด้วยฝ้ายที่อ่อนนุ่ม และยังมีผ้าห่มผืนบางอีกหนึ่งผืน เหมาะสำหรับห่มในฤดูร้อน
"สิ่ง... สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เงินเท่าไหร่?"
ป้าสองคนที่ดูแลเสบียงและสิ่งของเครื่องใช้หัวเราะออกมาด้วยความแปลกใจ
"ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจจริง ๆ "
"โอ๊ย คำถามแบบนี้ข้าเพิ่งเคยได้ยินเมื่อปีที่แล้วเองนะ"
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่าขำ? หรือว่าของมากมายขนาดนี้จะไม่เก็บเงินแม้แต่อีแปะเดียว?
อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องหักจากเงินเดือนแน่ ๆ
ผู้ดูแลเห็นว่าทั้งสองไม่รู้อะไรเลย จึงอธิบายว่า "สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็สวัสดิการพนักงานของโรงงานเรา ทุก ๆ เดือนเมื่อถึงเทศกาลจะมีข้าว แป้ง ธัญพืช และน้ำมันแจกให้เพิ่มเติม แล้วก็กรอกวันเกิดของพวกเ้าด้วย ในวันเกิดโรงงานจะทำขนมให้พวกเ้า"
"สวัสดิการพนักงานเหล่านี้ ล้วนเป็สิ่งที่ท่านนายอำเภอจ้าวของเราเสนอขึ้นมาทั้งสิ้น" ขณะที่พูด ผู้ดูแลมีสีหน้าภาคภูมิใจและทะนงตัวอย่างยิ่ง
ชาวนาที่กำลังเข้าแถวอยู่ข้าง ๆ ต่างก็ขานรับเป็เสียงเดียวกันว่า "แม้ท่านจ้าวของเราจะเ้าเล่ห์และโลภมาก แต่เขาก็เป็ขุนนางที่ดีอย่างแท้จริง"
"อย่างไรเสีย ต่อให้เขาโลภ เขาก็ไม่มาโกงคนจนอย่างพวกเรา แถมยังหาสวัสดิการให้พวกเราอีก พวกเราต้องสนับสนุนเขา!"
"เพียงแต่ท่านจ้าวนั้น ในหลาย ๆ ครั้งเ้าเล่ห์เหลือเกิน" พูดจบ คนเหล่านี้ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
คราวนี้จูหยวนจางจึงได้รู้ซึ้งถึงภาพลักษณ์ของจ้าวสิงในใจของราษฎรเหล่านี้ โลภเงินทอง แต่โลภอย่างมีหลักการ
เ้าเล่ห์ คือเ้าเล่ห์กับทุกคน
"ตอนนี้ข้าจะพาพวกเ้าไปที่หอพักพนักงาน หากมีใครบอกว่าของเหล่านี้ต้องจ่ายเงิน หรือต้องหักเงินเดือน ล้วนเป็เื่โกหกทั้งสิ้น"
"หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเ้าสามารถมาแจ้งข้าได้ หลังจากตรวจสอบแล้ว จะได้รับรางวัลเป็เงินสิบตำลึง"
เงินสิบตำลึง!
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหลิวป๋อเวินก็เป็ประกายขึ้นมา ตัวเขาถวายฎีกากล่าวโทษขุนนางในราชสำนักทุกวัน แต่ไม่เห็นฝ่าาจะประทานรางวัลให้เลย
เขารีบหันไปมองจูหยวนจางทันที แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า "นายท่าน ท่านว่าในทุก ๆ วันที่ราชสำนัก ข้าได้รายงานการกระทำที่ผิดกฎหมายของขุนนางไปไม่น้อย แม้ไม่มีความชอบแต่ก็มีความเหนื่อยยาก ทั้งยังต้องล่วงเกินผู้คนทั้งวัน"
"หรือไม่… ท่านจะให้รางวัลข้าสักนิดดีหรือไม่ขอรับ?"
จูหยวนจางกลอกตาด้วยความระอาทันที "ไสหัวไปเสีย ข้าไม่ได้ร่ำรวยจนล้นฟ้าเหมือนจ้าวสิงขุนนางโฉดนั่น จะให้รางวัลเ้าได้อย่างไร ข้าต้องตรวจฎีกาทั้งวัน ตรวจจนม้าหลับข้ายังไม่ได้นอน ไม่เห็นมีใครให้รางวัลข้าเลยสักคน"
"ใครเล่าจะไม่เป็เช่นนั้น"
พูดจบ ทั้งสองก็ถอนหายใจพร้อมกัน
"จริงด้วย เมื่อเข้าทำงาน พวกเราใช้ระบบการทำงานวันละสี่ชั่วยาม ต้องเริ่มงานตอนยามซื่อ พักหนึ่งชั่วยามตอนยามอู่เพื่อกินข้าวและนอน พอถึงยามโหย่วก็เลิกงาน"
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินรีบคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว ในความเป็จริงแล้ว ทำงานเพียงสามชั่วยามเท่านั้น
ชั่วพริบตาหนึ่ง หลิวป๋อเวินถึงกับอยากจะลาออกจากตำแหน่งขุนนางเสียให้รู้แล้วรู้รอด การอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตก็น่าจะดีไม่น้อย
ในใจของจูหยวนจางเองก็เริ่มมีความคิดเช่นเดียวกันผุดขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงปณิธานและความปรารถนาของตน ความคิดนี้ก็ถูกดับลงทันที
ใต้หล้านี้กว้างใหญ่เพียงนี้ จะมีราษฎรกี่คนที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขเช่นนี้? หากวันหนึ่งยังไม่สามารถทำให้ทุกคนมีชีวิตเช่นนี้ได้ ตัวเขาจะไม่หยุดพักแม้แต่วันเดียว
ผู้ดูแลไม่ได้สนใจว่าสองคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ จึงบอกกฎของโรงงานอีกครั้ง
"พรุ่งนี้เมื่อเริ่มงาน จะมีอาจารย์ช่างพาพวกเ้าทำ มีอะไรไม่เข้าใจก็ให้ถามอาจารย์ช่างของพวกเ้า อีกอย่าง น้ำที่ใช้ได้ในแต่ละเดือนมีจำนวนจำกัด ห้ามใช้อย่างสิ้นเปลือง"
"ที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งของและกระบวนการของโรงงานนี้ ห้ามนำออกไปภายนอกเด็ดขาด เดี๋ยวให้ลงนามสัญญาจ้างงานและกฎระเบียบการรักษาความลับ หากพวกเราล่วงรู้ว่าใครกล้าแพร่งพรายความลับออกไป ก็เตรียมตัวติดคุกจนตายได้เลย!"
ผู้ดูแลพาพวกเขาเข้าไปในหอพัก และโยนกระดาษให้คนละสามแผ่น
ซึ่งได้แก่ สัญญาจ้างงาน สัญญาการรักษาความลับ และกฎระเบียบโรงงานรวมถึงระบบการให้รางวัลและบทลงโทษ
หลังจากจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินลงนามสัญญาเสร็จ ก็เริ่มจัดที่นอน
เพียงแต่ห้องหนึ่งห้องต้องนอนกันสี่คน พอถึงตอนกลางคืน เสียงกรนของแต่ละคนก็ดังขึ้นสลับกันไปมา ประสานกันราวกับวงดนตรี
อีกด้านหนึ่ง จ้าวสิงมุ่งหน้าไปยังคุกใต้ดิน
เขายืนพิงลูกกรง แล้วเอ่ยทักหญิงสาวที่อยู่ข้างใน "นี่ก็เกือบสิบวันแล้ว เ้ายังไม่ยอมสารภาพอีกหรือ?"
"เร็วเข้า อย่าให้ข้าเสียเวลา เ้าจะพูดหรือไม่พูด?"
หญิงสาวที่มีรอยคล้ำใต้ตาขนาดใหญ่ มองจ้าวสิงด้วยอย่างคุ้มคลั่ง "ท่านส่งคนมาถามข้าทุกวันว่า จะพูดหรือไม่พูด จะพูดหรือไม่พูด แต่ท่านไม่เห็นจะถามอะไรเลย!"
"ท่านอยากรู้อะไรก็ถามมาสิ!" นางกอดลูกกรงแล้วเขย่าอย่างรุนแรง ดูซูบผอมและอิดโรยยิ่งนัก จิตใจจวนจะพังทลายเต็มที
จ้าวสิงเกาหัวด้วยความมึนงง
แล้วหันไปถามเฮยจื่อและคุนจื่อที่อยู่ข้าง ๆ ว่า "ข้ายังไม่ได้ถามคำถามนางเลยหรือ?"
ทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน
"พวกเ้าก็ไม่ได้ถามด้วยหรือ?"
ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วพูดขึ้นพร้อมกันว่า "ข้านึกว่าท่านถามไปแล้ว"
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง พร้อมกับโบกมืออย่างอ่อนแรง "ตอนนี้ท่านถามได้หรือยัง?"
"เ้าชื่ออะไร? ใครส่งเ้ามา? แอบใส่ชุดพรางตัวตอนกลางคืนลอบเข้ามาในที่ว่าการอำเภอ คิดจะลอบสังหารข้าหรือ?"
จ้าวสิงกระแอมไอเบา ๆ ทำท่าทางเคร่งขรึม
"หรือว่าเ้าหลงใหลในความสง่างาม รูปโฉมหล่อเหลาและมีเสน่ห์ของข้า จึงคิดจะฉวยโอกาสยามวิกาลทำเื่ไม่ดีกับข้ากันแน่?"