กู้อวี้เปิดหนังสือเล่มนั้นดู ครู่หนึ่งก็กระตุกยิ้มมุมปาก เนื้อหาภายในนั้นเหมือนนิยายของเขาไม่ผิดเพี้ยนทว่าสำนวนกลับห่างกันไกล ประเด็นสำคัญคือชื่อตัวละครหรือชื่อสถานที่ก็เหมือนของเขาทั้งสิ้นชายหนุ่มซื้อนิยายเล่มนี้เอาไว้ จากนั้นถามไถ่ผู้ดูแลร้านว่าผู้เขียนคือใครผู้ดูแลร้านย่อมไม่บอกอยู่แล้ว บอกแค่ว่าบัณฑิตผู้หนึ่งเป็นคนเขียนเท่านั้น
“นิยายเล่มนี้ร้านหนังสือของท่านคัดลอกเองใช่หรือไม่” กู้อวี้เอ่ยถามผู้ดูแลร้านยิ้มด้วยสีหน้าได้ใจ กล่าวตอบว่า “ถูกต้องทางเราเป็นคนจ้างให้คนคัดลอกขึ้นมาเอง”
นิยายเล่มนี้แม้สำนวนไม่สละสลวย หากเนื้อเรื่องกลับดีมาก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเซียนที่มีความแปลกใหม่อย่างยิ่งผู้คนยุคนี้นับถือเต๋า และปฏิบัติตามคำสอนของเต๋า หลังจากคัดลอกนิยายเล่มนี้ออกมาก็ขายดิบขายดีอย่างยิ่งก่อนปีใหม่ยังขายให้แก่ร้านหนังสือใหญ่จากในเมืองไปหลายเล่ม ได้เงินมามากมาย
“พี่ชาย อยากซื้ออะไรอีกหรือไม่”เจินเจินส่งของที่ต้องการซื้อให้ผู้ดูแลร้านนำไปห่อขณะมองในมือกู้อวี้ที่ถือหนังสือเอาไว้แค่เล่มเดียว
กู้อวี้ส่ายศีรษะ “ไม่ซื้อแล้ว”
“ไม่ซื้อแล้วหรือ ซื้ออีกสักหน่อยเถอะ”เจินเจินรู้สึกว่ากู้อวี้ซื้อน้อยเกินไปจึงยื่นมือไปจับแขนเสื้อแล้วสะบัดไปมาผู้ดูแลร้านเห็นแล้วก็ยิ้มเอ็นดู เขารู้สึกชอบเด็กหญิงผู้นี้เหลือเกิน
“พวกเราไปซื้อบะหมี่ห่านและขาหมูตุ๋นกันเถอะ ข้าหิวแล้ว”กู้อวี้เปลี่ยนเรื่อง เจินเจินได้ยินว่าจะไปซื้อของกินดวงตาก็เป็นประกายโดยพลันหันไปเอ่ยกับผู้ดูแลร้านทันทีว่า “คิดเงิน!”
ผู้ดูแลร้านนึกว่าอีกฝ่ายจะยืนยันเสียงแข็งอยากจะเลือกดูต่ออีกสักนิด แต่ปรากฏว่ากลับถูกชักจูงได้อย่างง่ายดายเสียนี่เป็นตนที่ดูผิดไปเอง ช่างน่าเศร้าโดยแท้!
ถึงแม้ของที่ซื้อในร้านหนังสือจะมีไม่มาก ทว่าเจินเจินก็ไม่ยินยอมให้กู้อวี้ถือของไปชายหนุ่มจึงขอผู้ดูแลร้านสั่งคนไปส่งของให้ที่โรงเตี๊ยม ถึงแม้ของที่ซื้อไปจะมีไม่กี่ชิ้นแต่ราคากลับไม่ถูกเลยผู้ดูแลร้านจึงยินดีให้คนไปส่งให้
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยกู้อวี้พาเจินเจินกลับมาที่โรงเตี๊ยม ทางด้านกู้ซิ่วไฉกับหยวนเหล่าเอ้อร์ยังไม่กลับมาคาดว่าคงตระเวนเลือกดูจวนอยู่ กู้อวี้จึงสั่งของกินแค่ไม่กี่อย่างกับเสี่ยวเอ้อร์แล้วให้ยกขึ้นไปส่งบนห้องพัก
ครั้นเจินเจินกินเสร็จเรียบร้อย กู้อวี้ให้นางขึ้นไปนอนบนเตียง ขณะที่ตนเองจ้างเสี่ยวเอ้อร์ด้วยเงินไม่กี่อีแปะให้นำจดหมายไปมอบให้แก่ไป๋เฮ่าที่จวนสกุลไป๋ระหว่างรอไป๋เฮ่าอยู่นั้น ชายหนุ่มจัดข้าวของที่ซื้อมาให้เข้าที่ของอย่างอื่นยังพอว่า แต่โคมไฟที่ซื้อมานั้นมีจำนวนมากและขนาดใหญ่ ครั้นจัดการเสร็จพบว่ากินพื้นที่ถึงครึ่งห้องเลยทีเดียว
“เลยเทศกาลโคมไฟไปแล้วไยยังซื้อโคมไฟอีกเล่า”เสี่ยวเอ้อร์นำไป๋เฮ่าเข้ามายังห้องของกู้อวี้ เมื่อเข้ามาก็พบว่ามีโคมไฟเต็มห้องไปหมด
กู้อวี้รินน้ำชาให้พลางตอบ “ข้าซื้อให้เจินเจิน”
“เจ้าตามใจนางเกินไปหรือไม่ หากนางชอบซื้อแค่สองอันก็น่าจะเพียงพอแล้วเหตุใดต้องซื้อมากมายเพียงนี้ ไอโยว เป็นโคมไฟของสกุลซ่งด้วยหรือนี่โคมไฟของสกุลนี้ดีที่สุดและราคาแพงที่สุด เจ้าช่างตัดใจซื้อได้ลง”ไป๋เฮ่าหยิบโคมไฟอันหนึ่งขึ้นมาพิจารณาดู แต่กลับถูกสหายมองมาอย่างเย็นเยียบเขาจึงต้องรีบวางโคมไฟในมือลงโดยพลัน
“เจ้าเรียกข้ามาหามีธุระใดหรือ”เขานั่งลงก่อนจะหยิบถ้วยชาที่สหายรินให้ขึ้นมาดื่ม
กู้อวี้ไม่ได้ตอบคำถาม หยิบนิยายเรื่องตำนานเก้าสวรรค์แล้วยื่นส่งให้
ไป๋เฮ่ารับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “หน้าปกไม่เหมือนกันหน้าปกเล่มนี้ออกจะทำลวกๆ เกินไปหน่อย” จากนั้นจึงพลิกเปิดดูด้านในเพียงแค่อ่านเนื้อหาก็ถึงกับพ่นน้ำชาออกมา
กู้อวี้เอี้ยวตัวหลบ ทว่าน้ำชาก็ยังกระเด็นถูกแขนเสื้อของเขาอยู่ดี
“ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ไป๋เฮ่ารีบกล่าวออกไปเพราะตระหนักดีว่าสหายของตนนั้นมีนิสัยช่างพิถีพิถัน ทั้งยังรักสะอาดอย่างยิ่ง
ไป๋เฮ่าหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วยื่นส่งให้ หากกู้อวี้กลับเอี้ยวตัวหลบ จากนั้นลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อตัวนอกออกก่อนจะเดินไปค้นในสัมภาระอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบเสื้อตัวนอกที่เจินเจินเพิ่งซื้อให้ใหม่มาสวมแทน
ไป๋เฮ่ามองสหายที่เปลี่ยนเสื้อตัวนอกใหม่จนเรียบร้อยแล้วด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวับสหายของเขาผู้นี้หน้าตาดี ยิ่งสวมเสื้อตัวนอกที่มีการปักลายตามมุมต่างๆเช่นนี้แล้ว ยิ่งขับให้ดูดีมีสง่าขึ้นไปอีก
แต่ทว่าแม้หน้าตาของกู้อวี้จะดูดีเพียงใดแต่กลับมีเพื่อนน้อย นั่นเพราะอีกฝ่ายมักจะทำตัวเย็นชารักษาระยะห่างกับผู้อื่นอยู่เสมอ มีเพียงเขาที่หน้าหนาหน้าทนเกาะติดอยู่ตลอดเวลา ถึงได้คบเป็นสหายกันจนถึงทุกวันนี้
“อ่านต่อ!” กู้อวี้เอ่ยเสียงเข้ม
ไป๋เฮ่าถึงได้สติกลับคืนมา เขาเช็ดทำความสะอาดหนังสือนิยายก่อนจะก้มหน้าตั้งใจอ่านต่อ“สำนวนยังห่างชั้นกับของเจ้าอีกไกล ทว่าเนื้อเรื่องกลับเหมือนกันไม่มีผิด”
“นอกจากเจ้าแล้วข้าไม่เคยให้ผู้อื่นอ่านฉบับร่างที่ข้าเขียน เจ้าได้เอาเนื้อหาข้างในไปเล่าให้ผู้อื่นฟังหรือไม่”กู้อวี้เอ่ยถาม
ไป๋เฮ่ารีบยกมือขึ้นสาบานพร้อมกับตอบอย่างร้อนใจ “นอกจากท่านลุงแล้วข้าไม่เคยบอกผู้ใดทั้งสิ้น และถึงแม้ในมือข้าจะมีอยู่หนึ่งเล่ม แต่ก็ไม่เคยเอาให้ใครดูเลยสักคนคงไม่ต้องให้เจ้าจัดการ เพราะหากนิยายเล่มนี้ยังไม่วางขายในเมือง แต่กลับถูกผู้อื่นลอกเลียนแบบไปเช่นนี้ท่านลุงย่อมต้องมาจัดการกับข้าเป็นแน่ เรื่องนี้ดูมีเงื่อนงำยิ่งนักข้าจะเริ่มสืบจากคนข้างกายดูก่อน ส่วนท่านลุงก็คงจะเริ่มสืบจากคนของท่านเช่นกันข้าได้ยินจากท่านลุงว่า ท่านเตรียมการทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้วรอให้สำนักศึกษาเปิดเมื่อใดก็จะวางขายทันที แต่เมื่อมีฉบับลอกเลียนออกวางขายเสียก่อนแล้วเช่นนี้จะมีใครซื้อนิยายที่ท่านลุงข้าวางขายอีก!”
กู้อวี้ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วค่อยเอ่ยว่า“เจ้าให้คนนำนิยายเรื่องนี้ไปส่งให้ท่านลุงของเจ้าข้าเชื่อว่าหากเขาได้นิยายเล่มนี้ไปแล้วก็จะรู้ว่าต้องทำเช่นไรต่อ”นิยายเรื่องนี้ของเขามีทั้งหมดห้าตอน เขาเขียนเนื้อเรื่องจนเสร็จแล้วถึงมอบต้นฉบับทั้งหมดให้แก่ไป๋เฮ่าส่วนนิยายฉบับลอกเลียนแบบจะมีที่มาจากไหนนั้น คงต้องไปไถ่ถามกับร้านหนังสือแล้ว
หรือกล่าวตามตรงหากยามนั้นร่างกายของบิดามารดาดีเหมือนเช่นเวลานี้ เขาคงไม่เขียนนิยายขายตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าต้องนำเงินไปใช้เป็นค่ายาของบิดามารดาอีกเท่าไร จึงต้องหาเงินเตรียมเอาไว้ก่อน
ไป๋เฮ่าขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “ในเมืองยังไม่มีวางขาย แต่กลับมีขายอำเภอ ผู้ทำไม่แม้แต่จะเปลี่ยนชื่อตัวละครหรือสถานที่ไม่รู้ว่านิยายเล่มนี้ผู้ใดเป็นคนเขียน และทำเพื่ออะไรกันแน่ ใช่แล้วเจ้าซื้อมาในราคาเท่าใด”
“สองตำลึง” กู้อวี้ตอบก่อนจะชะงักนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถึงเอ่ยต่อ“นิยายเล่มนี้วางขายในอำเภอมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว”
ไป๋เฮ่ายกมือเกาศีรษะแกรกๆ ด้วยสีหน้าละอาย“ข้า…ข้าเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวง ยังไม่ทันได้เดินสำรวจร้านหนังสือในอำเภอ…”ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นดูแคลน เอ่ยว่า“ที่ขายสองตำลึงคงเป็นค่าเนื้อเรื่องของเจ้า หากตั้งราคาขายจากสำนวนของคนผู้นี้แม้แต่หนึ่งอีแปะก็ไม่คู่ควร อย่างไรก็แล้วแต่ ข้าต้องรีบไปจัดการเรื่องนี้เสียก่อน”ไป๋เฮ่ายัดนิยายเล่มนั้นใส่ไว้ในอกเสื้อ ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป
หากยังไม่ทันได้เดินออกจากห้องกู้อวี้กลับร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน“เมื่อคืนบุตรชายของนายอำเภอหายตัวไป ก่อนเกิดเหตุไฟไหม้ข้าเห็นซุนเซิ่งพูดคุยกับหนึ่งในโจรลักพาตัวคนหนึ่งที่มีไฝขนาดใหญ่ตรงคางด้านซ้ายเจ้าคิดหาวิธีส่งข่าวนี้ให้แก่ฮูหยินนายอำเภอทราบที”
ไป๋เฮ่าเบิกตาโตอย่างตกใจ“ความหมายของเจ้าคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นฝีมือของซุนเซิ่ง?”
กู้อวี้ส่ายศีรษะ “ข้ามิได้หมายความเช่นนี้ แค่อยากให้เจ้าส่งข่าวให้แก่ฮูหยินนายอำเภอทราบส่วนเรื่องราวความเป็นมาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”
“รถม้าที่ชนเจ้า...อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือเขาด้วยเช่นกัน”ไป๋เฮ่าถามด้วยน้ำเสียงคล้ายไม่เชื่อ
กู้อวี้พยักหน้า “ใช่ เพียงแต่ข้าไม่มีหลักฐานเท่านั้น”
“ข้ารู้แล้วว่าควรต้องทำเช่นไร เรื่องนี้ข้าจะจัดการอย่างดีแน่นอน!”ไป๋เฮ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ขอบใจเจ้ามาก” กู้อวี้ลุกขึ้นยืนส่ง หากไป๋เฮ่ายิ้มเอ่ยว่า“ระหว่างพวกเรายังต้องพูดจาเกรงใจกันเช่นนี้อีกหรือ” กล่าวจบก็สาวเท้าเดินออกไป