เสียงกรีดร้องดังขึ้นเมื่อถูกเขาจู่โจมเข้ามาประกบริมฝีบาง เขาบดขยี้ริมฝีปากสีชมพูพร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวต้อนลิ้นเธอ ในระหว่างที่เขามอบจูบอันเร่าร้อนให้แก่เธอ มืออีกข้างก็ใช้ปลดกระดุมเสื้อตัวเองไปด้วย ส่วนหญิงสาวแม้ว่าจะพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงที่เขามีไม่ได้สักนิด ชุดนอนสีฟ้าของเธอถูกเขาถอดออกด้วยความรวดเร็วแม้ว่าจะพยายามเอามือเล็กปิดส่วนบนไว้ แต่ก็ไม่สามารถเล็ดลอดสายตาเขาไปได้
“อือ!!!” เขาถอนจูบออกให้เธอได้พักหายใจ ก่อนจะเอ่ย
“เป็ไง รสจูบแรกของฉัน เร้าใจเธอมั้ย”
เพียะ!
หญิงสาวเหวี่ยงฝ่ามือเล็กเข้าไปยังใบหน้าหล่อทันที หากแต่ไม่คิดว่าการตบหน้าเขานั้นจะทำให้อารมณ์โกรธของเขาจะทวีคูณขึ้นเป็ร้อยเท่า แต่แทนที่เขาจะเอ่ยอะไรสักคำแต่กลับกระตุกยิ้มมุมปากราวกับปีศาจร้าย
“คุณมัน!” เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าเขา ได้แต่แสดงสีหน้าโกรธปนความเสียใจออกไป ส่วนเขาก็เอาแต่ยิ้มเย้ยเธออยู่อย่างนั้น
“ทำได้แค่นี้เหรอ ตบฉันอีกสิ” เขาไม่เพียงแค่พูดแต่ยังเอียงหน้ามาท้าทายเธอด้วย
“คุณมันบ้า!”
“ใช่ ฉันมันบ้าและไอ้คนบ้านี่แหละที่เป็สามีเธอ ถ้าคิดคำด่าฉันไม่ออกแล้วก็ส่งเสียงครางแทนให้มันดังๆแล้วกัน หึ!”
หญิงสาวได้แต่มองเขาและชะงักไปกับทุกคำพูดที่เขาเอ่ยออกมา แม้ว่าในใจจะสบถคำด่าเขาเป็ร้อยประโยคแล้วก็ตาม เมื่อน้ำเสียงยั่วยุจบลงเขาก็เริ่มเอาผิวกายมาบดเบียดเธอ แค่นั้นไม่พอยังถือวิสาสะใช้มือใหญ่เคล้นคลึงเนินอกใหญ่อย่างหนักมือ จนเธอเผลอครางออกมาเสียงดัง
ั์ตาสีน้ำตาลเปล่งประกายแวววาวทุกครั้งที่ร่างด้านล่างมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำของเขา ส่วนเธอที่ถูกมือใหญ่ทาบทับเนินอก แม้ว่าจะไม่พอใจที่เขากระทำแต่กลับส่งเสียงออกมาเมื่อเขาใช้นิ้วเรียวเขี่ยที่ปลายปทุม
“อะ...อร๊าง~”
เมื่อปลายปทุมเริ่มชูช่อเขาก็ค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปบรรจงจูบ จากนั้นก็ใช้ลิ้นตวัดสู้ปลายปทุมแข็งนั้น หญิงสาวเมื่อได้รับััก็กระตุกด้วยความเสียวซ่าน เธอใช้มือเล็กจิกหลังเขาไว้แน่นแทบเป็รอยเล็บ ส่วนเขาก็มุ่งหน้าทำในสิ่งที่ตอบสนองความ้าของตนเองต่อไป
เมื่อเล้าโลมจนเธอมีอารมณ์ร่วมแล้ว จากนั้นเขาก็ใช้แก่นกายแนบร่องน้ำรักของเธอทันที ทว่าหญิงสาวลืมตาขึ้นมามองหน้าเขาเมื่อััได้ถึงอะไรบางอย่างที่แข็งทื่อกำลังโดนระหว่างขา เธอส่งสายตากังวลแม้รู้ว่าไม่อาจเลี่ยงได้ ทันใดนั้นร่องแคบก็ถูกอวัยวะแปลกปลอมขนาดใหญ่สอดเข้าครึ่งลำโดยไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ! โอ๊ย!!” หญิงสาวถึงขั้นส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ป เมื่อสัมพันธ์ครั้งนี้เป็ครั้งแรกของเธอ ความเ็ปนี้วิ่งเข้าสู่หัวใจจนเธอไม่อาจต้านทานได้
“แน่นมาก อ่าส์~” น้ำเสียงแ่เบาที่พูดออกมา ทำให้เธอเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อที่เผยความสุขอีกทั้งดูเหมือนชื่นชอบในการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอในครั้งนี้
“อะ...อ๊ะ...อร๊าง~”
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มโยกเอวเข้าออกอย่างชำนาญ เสียงครางของเธอก็ดังขึ้นเรื่อยๆสู้กับเสียงกระทบเนื้อระหว่างเธอและเขาไปด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปแค่ไหนแรงกระแทกก็ยิ่งทวีคูณขึ้น ถึงขั้นทำให้ร่างกายผู้อยู่ด้านล่างสั่นสะท้านไปด้วย เขาใช้เอวขยับเข้าออกไม่หยุดมือใหญ่ก็ใช้บีบเคล้นเนินนมใหญ่ไม่หยุด
“อือ...อีกนิด” เสียงทุ้มกระซิบแ่ข้างหูผสานกับลมหายใจกรุ่นร้อนชวนให้เธอรู้สึกวูบวาบ
“พิ้งค์เจ็บ...”
“ทนหน่อย” เขาไม่เพียงแค่พูดแต่ยังใช้ท่อนเอ็นขยับเข้าออกไม่หยุด ส่วนร่างเล็กก็ครางเสียงถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“อะ...อ๊ะ...อร๊าง...อ่าส์...อะ...อ่าส์~~”
“ดีมาก เสียงครางเธอแม่ง!” เขาสบถคำหยาบออกมาเมื่อรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้รับ แม้รู้อยู่เต็มอกว่าเสียงที่เอส่งออกมานั้นจะเต็มไปด้วยความเ็ป
“อะ...โอ๊ย...พิ้งค์เจ็บ~”
กิจกรรมอันเร่าร้อนดำเนินไปจนถึงเช้า หากแต่เขาเป็ฝ่ายตื่นก่อนเธอ เขาหันไปมองหญิงสาวร่างบางที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่ม บริเวณเนินอกมีรอยแดงเป็จ้ำๆจากการมีสัมพันธ์กันอย่างเร่าร้อนกันเมื่อคืน ทว่าเขาเห็นเช่นนั้นกลับพ่นลมหายใจหนักเมื่อได้สติว่าตนเองทำอะไรลงไป
12.00 น.
“อาหารมาแล้วค่ะคุณศรัณย์” แม่บ้านเดินมาพร้อมกับถ้วยกับข้าวที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ ศรัณย์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะกวาดตาไปมองรอบๆเมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ
“ยังไม่ตื่นอีกรึไง” เสียงพึมพำของเขาทำให้แม่บ้านแอบได้ยินจึงเอ่ยตอบ
“คุณพิ้งค์ตื่นนานแล้วค่ะ พอตื่นก็ออกไปข้างนอกแต่เช้าค่ะ” เขาขมวดคิ้ว เมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำงานอยู่ในห้องทำงาน อาจจะเป็่เวลาที่เธอตื่นพอดี
“ออกไปไหนแต่เช้า”
“เอ่อ...ไม่ทราบค่ะ แต่ดูรีบๆป้าเองก็ไม่ได้ถามค่ะ” แม้ว่าเขาจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่เธอไปไหนไม่บอก
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งบ่าย เขาก็ยังไม่เห็นว่าเธอจะกลับเข้าบ้านจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเธอ สายแรกไม่มีปลายทางรับสาย เขาจึงกดโทรไปอีกรอบ
พิ้งค์: ค่ะ คุณโทรหาพิ้งค์มีอะไรคะ
ศรัณย์: ใครอนุญาตให้เธอออกไปข้างนอกโดยไม่บอกฉัน
พิ้งค์: พิ้งค์เห็นว่าคุณทำงานอยู่เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน
ศรัณย์: แล้วเธออยู่ไหน
พิ้งค์: ออกมาทำธุระค่ะ กำลังจะกลับแล้วค่ะ
ศรัณย์: ฉันมีเื่จะคุย ให้เวลาสิบนาทีเธอต้องถึงบ้าน
หลังจากนั้นเขาก็วางสายเธอไป นั่งจิบกาแฟรอไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับผมเผ่าที่ยุ่งเหยิงและเหงื่อที่ไหลอาบไรผม เสียงหายใจหอบทำให้เขาหันไปมองก่อนจะเอ่ย
“ออกไปไหนมา” ในทุกครั้งที่เธอจะไปไหน ทำอะไร จะต้องรายงานเขาตลอดซึ่งเธอชินกับคำถามพวกนี้อยู่แล้ว
“ไปทำธุระค่ะ”
“ธุระอะไร เธอจำเป็ต้องปิดบังฉันด้วยเหรอ”
“พิ้งค์กลับบ้านมาค่ะ พอดีเมื่อเช้าคุณแม่โทรมาว่าคุณพ่อพิ้งค์ไม่สบาย”
“งั้นเหรอ ครั้งนี้ฉันจะอนุโลมให้แต่ครั้งหน้าเธอต้องรายงานฉันทุกอย่าง”
“ค่ะ” เธอไม่มีปฏิกิริยาต่อคำกระเช้าของเขาทั้งยังย้อนถามด้วยท่าทางเ็า
“คุณมีอะไรจะคุยกับพิ้งค์เหรอคะ” เขาละสายตาจากเธอก่อนจะกวาดตาไปมองรอบๆว่ามีใครอยู่บริเวณนี้มั้ย เมื่อรู้ว่าไม่มีก็หันกลับมามองเธออีกครั้ง
“เื่เมื่อคืน” เธอมองหน้าเขาก็พอเดาออกว่าเขา้าจะพูดอะไร
“พิ้งค์จะไม่เอ่ยปากบอกใครว่าเมื่อคืนเกิดเื่อะไรขึ้น คุณสบายใจได้ค่ะ”
“ดี อย่าแม้แต่จะแสดงตัวว่าเธอเป็อะไรกับฉัน” เธอมองหน้าเขานิ่ง แม้ว่าจะแอบสบถคำด่าเขาในใจ แต่ต่อให้ด่าเขาก็ไม่รู้สึกผิดหรือแม้แต่จะขอโทษเธออยู่ดี
“พูดจบยังคะ มีแค่นี้ใช่มั้ยคะเื่ที่คุณโทรตามพิ้งค์กลับมา”
“?” เขาเลิกคิ้วข้างนึงขึ้นพร้อมกับใช้สายตาหงุดหงิดมองเธอ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พิ้งค์จะกลับบ้านไปดูแลพ่อค่ะ ไม่อยากให้พวกท่านอยู่ดูแลกันเองตามลำพัง”
“ฉันไม่ให้ไป” พอเขาเอ่ยบรรยากาศรอบๆ ก็พลันเยียบเย็นขึ้นในทันที
“แต่พ่อพิ้งค์กำลังป่วยนะคะ คุณจะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า”
“ฉันบอกว่าไม่ให้ไป ก่อนจะห่วงคนอื่นห่วงตัวเองก่อนดีมั้ย ยาคุมกินรึยัง” เธอชะงักไปเมื่อคิดขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินอะไรเลย
“เมื่อคืนคุณไม่ได้ใส่ถุงเหรอคะ”
“ไม่ได้ใส่” หญิงสาวถอนหายใจเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองทั้งหมด
“เดี๋ยวพิ้งค์จัดการเองค่ะ คุณไม่ต้องกังวลยังไงพิ้งค์ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองท้องแน่นอน” แต่จู่ๆเขาก็หัวเราะคล้ายกับเยาะเย้ย ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเขาทำไปเพื่ออะไร
“ก็ดีที่เธอคิดได้ ดีที่ไม่คิดจะจับฉันแทนเพราะตัวเธอคงไม่มีปัญญาหาเงินมาคืนฉันได้ หึ” จากนั้นเขาก็หัวเราะเยาะเธออีกครั้งเหมือนทุกๆครั้งที่เขาเคยทำมาตลอด
“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่มั้ยคะ พิ้งค์จะได้ไปหาอะไรทำที่มันมีประโยชน์”
“พิชญ์สินี!”
“ขอตัวนะคะ”