คนจากสกุลสวี่ปล่อยเตียอวี้หลานไว้หน้าจวนสกุลเตียอย่างไม่ไยดี ไม่ว่าหญิงสาวจะขอร้องอยู่หลายประโยคว่านางไม่อยากแยกกับคุณชายของพวกเขา แต่นั่นเป็เพราะนางยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางกับสวี่ซ่งจื่อไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแล้วแต่อย่างใด
“คุณหนู นั่นพวกเขาทำกับคุณหนูเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ท่านรีบเข้าไปในจวนก่อนเถิดขอรับ” บ่าวชายหน้าประตูจวนสกุลเตียเห็นรถม้าก็รู้แล้วว่าเป็ของสกุลสวี่ ไม่คิดว่าคุณหนูของตนเพิ่งก้าวลงมาจากรถม้ายังยืนได้ไม่มั่นคงอีกฝ่ายก็เร่งออกตัวไปจนเ้านายเกือบจะล้มลง
“คุณหนูรอง ท่าน..ท่านาเ็ตรงไหนหรือไม่ขอรับ ให้บ่าวไปตามท่านหมอมาก่อนดีหรือไม่” บ่าวรับใช้รีบถามออกมาด้วยท่าทีหวาดกลัว เมื่อเห็นเตียอวี้หลานสวมใส่เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมซ้ำยังดูเหมือนว่ามีร่องรอยเปียกชื้นอยู่ด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องข้าไม่เป็ไร พาข้าเข้าไปด้านในก่อนเถิดเ้าค่ะ" หญิงสาวตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อมผิดวิสัย จนบ่าวรับใช้ใลนลาน
เดินนำทางคุณหนูเข้ามาในจวนแล้ว บ่าวรับใช้ชายเมื่อครู่ก็รีบร้องเรียกหาบ่าวรับใช้สตรีให้พาคุณหนูกลับไปที่เรือน ส่วนตนก็รีบไปแจ้งนายท่านใหญ่กับฮูหยินอย่างเร่งรีบ
ร่างเล็กที่ต้องเปลี่ยนชื่อแซ่ของตนอีกครั้ง เดินมองบรรยากาศรอบกายภายในจวนด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น หากนางเป็ภรรยาของคุณชายสามพวกเขาสมควรพานางกลับไปกับสามี แต่กลับนำนางมาส่งที่สกุลเดิม หรือว่านางถูกรังเกียจจากครอบครัวสามีอย่างที่เคยโกหกเอาไว้จริง แล้วคนที่นี่จะยินดีต้อนรับสตรีที่ถูกบ้านสามีรังเกียจได้หรือไม่
“คุณหนูรอครู่เดียวเ้าค่ะบ่าวจะเตรียมน้ำให้” สาวใช้คุยกับเตียอวี้หลานโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตานางแม้แต่น้อย กิริยาระแวดระวังยามที่นางขยับร่างกายหญิงสาวมองออกได้ในทันทีว่าก่อนหน้านี้ตนคงไม่ได้ปฏิบัติกับบ่าวสตรีผู้นี้ดีเท่าใดนัก
“ข้าจากไปนาน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจหลงลืมเลอะเลือนไปบ้าง สิ่งใดที่ข้าควรทำเ้าก็แนะนำด้วยแล้วกัน” หญิงสาวไม่คิดจะฝืนความรู้สึกของตน นางไม่สามารถเป็เตียอวี้หลานคนเก่าได้ทุกกระเบียดนิ้วอยู่แล้วจึงคิดจะวางตัวตามธรรมชาติของตน
สาวใช้เหลือบตาขึ้นมองนายหญิงของตนอย่างกล้าๆ กลัวๆ แปลกใจที่อีกฝ่ายไม่บันดาลโทสะตำหนินางที่เตรียมน้ำให้ช้า ไม่แม้กระทั่งโวยวาย เรียกร้องให้บ่าวรับใช้เข้ามารุมล้อมปรนนิบัตินางเหมือนเช่นเคย
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเตียอวี้หลานก็เริ่มสอบถามเื่ราวของตนจากสาวใช้คนเดิม
“เล่าเื่ของข้ากับคุณชายสวี่ให้ข้าฟังได้หรือไม่ ข้าอยากฟัง”
สาวใช้หน้าซีดเป็ไก่ต้มทันตาเห็น คุณหนูของนางจะถามเอาอะไร ต้องเป็คุณหนูเองมิใช่หรือที่ควรบอกเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างนางกับคุณชายสวี่
เตียอวี้หลานก็รู้สึกว่าคำถามของตนออกจะแปลกไปอยู่บ้างเช่นกัน แต่นางก็ยังคงถามคำถามออกไปอีกครั้ง หากไม่รู้เื่ราวที่ชัดเจนนางก็วางตัวไม่ถูกเช่นกัน
“เล่าสิ่งที่เ้ารู้ก็พอ ข้าแค่อยากฟังก็เท่านั้น”
สาวใช้เห็นท่าทางสงบนิ่งของเตียอวี้หลานที่แตกต่างจากเดิมไปราวกับเป็คนละคน นางจึงคลายใจลงเล็กน้อย เริ่มเล่าเื่ระหว่างคุณหนูกับคุณชายสามสวี่ออกมาเป็ฉากๆ
จากเดิมที่สาวใช้เป็ฝ่ายหน้าซีดหวาดกลัว แต่เมื่อรู้เื่ทั้งหมดเตียอวี้หลานก็กลับเป็ฝ่ายที่หน้าซีดขาวไปเสียเอง
นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดบุรุษกลุ่มนั้นจึงทำท่ารังเกียจนาง เวลานี้นางเป็สตรีที่ลักพาบุรุษไปกักขัง ซ้ำร้ายคุณชายสวี่ยังาเ็สาหัสแล้วนางกลับไม่พามารักษา ยังมีเื่ของพี่สาวที่ต้องถูกนางชิงตัวคู่หมายไปเข้าอีก
“ข้าจะไปพบท่านพ่อท่านแม่ข้าได้หรือไม่” หญิงสาวไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร เห็นกันอยู่วางนางผิดเต็มประตูทั้งยังไม่อาจหาข้อแก้ตัวได้อีกด้วย มีทางเดียวคือไปยอมรับความผิดจากบิดามารดา หากต้องถูกลงโทษนางก็คงต้องยอม
“คุณหนูรอง นายท่านให้บ่าวมาเชิญคุณหนูไปพบเ้าค่ะ” ไม่ต้องให้เตียอวี้หลานรอนาน สาวใช้สูงวัยอีกคนก็ส่งเสียงมาจากทางด้านนอก
เตียอวี้หลานหอบความสับสนในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง แต่จากการปฏิบัติของบ่าวไพร่ที่นางได้พบเจอก็ทำให้หญิงสาวแอบคิดว่าบิดามารดาของตนของไม่ได้โกรธแค้นกับการกระทำอันบ้าบิ่นของเ้าของร่างเดิมมากนัก
หญิงสาวยกเท้าก้าวเข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่มีเครื่องเรือนประดับงดงามน่าตื่นตาตื่นใจมากในความคิดของนาง แต่ร่างเล็กเป็อันต้องสั่นสะท้านจากสายตาหลายสิบคู่ที่ยืนรอนางอยู่ เบื้องหน้ามีทั้งผู้าุโ คนหนุ่มสาวและเด็ก ซึ่งนางไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนคือบิดามารดาของเตียอวี้หลานด้วยซ้ำ
หญิงสาวเลือกน้อมคำนับทุกคนไปพร้อมๆ กันั้แ่ยังเดินเข้ามาไม่ถึงกลุ่มคน เงยหน้าขึ้นอีกครั้งใบหน้าข้างหนึ่งของนางก็ถูกฝ่ามือของสตรีใบหน้างามอีกคนตบจนล้มลงไปกับพื้น
“เป็เพราะเ้า! ชื่อเสียงข้าต้องมามัวหมองไปด้วยทั้งหมดก็เป็เพราะเ้า!” สตรีใบหน้างามแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าบนร่างกายประดับเครื่องประดับหลายชิ้นปรี่เข้ามาหาเตียอวี้หลานตั้งใจจะลงมืออีกรอบให้สาแก่ใจ
“อวี้จิง!” เตียเหอโสว่รีบส่งเสียงห้ามปรามบุตรสาวคนโต
เวลานี้ไม่ได้มีเฉพาะทายาทในสกุลเตียอยู่ที่นี่เท่านั้น สกุลสวี่ยังส่งพ่อบ้านใหญ่ในจวนมาส่งข่าวเื่คุณชายสามสวี่ให้ตนรับรู้แล้วและพวกเขา้าคำชี้แจงจากสกุลเตียว่าจะจัดการกับเตียอวี้หลานเช่นไร
บุตรสาวคนโตยังไม่ได้ออกเรือน สัญญาหมั้นหมายระหว่างนางกับสวี่ซ่งจื่อก็ยังค้างคาอยู่ เตียอวี้จิงจะเสียมารยาทต่อหน้าพ่อบ้านสกุลสวี่ไม่ได้เด็ดขาด
เตียอวี้จิงคล้ายจะเพิ่งรู้สึกตัว นางเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วหันหลังกลับไปหาผู้เป็มารดาร่ำไห้เสียงเบา แสดงตัวว่าเป็ผู้ถูกกระทำที่ได้ความเสียหายจนบอบช้ำอย่างหนัก
เตียอวี้หลานรับรู้ได้ทันทีว่าสตรีที่ตบหน้านางเมื่อครู่ย่อมเป็พี่สาวของตนที่เปลี่ยนไปเป็คู่หมั้นของสวี่ซ่งจื่อแทนนาง ส่วนบุรุษสูงวัยที่เอ่ยปากออกมาเมื่อครู่กับสตรีที่กำลังปลอยโยนพี่สาวนางอยู่ก็คงจะเป็บิดามารดาของตน
“ข้าไม่มีอะไรจะแก้ตัวเ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ ความคิดของข้าโง่เขลาแต่ข้าไม่มีเจตนาจะทำร้ายคุณชายสามสวี่แต่อย่างใด ม้าของพวกเราเกิดอุบัติเหตุตกหน้าผา ข้าก็คอยดูแลคุณชายสามมาโดยตลอดไม่ได้ทอดทิ้ง”
เตียเหอโส่วเหลือบมองพ่อบ้านใหญ่สกุลสวี่คราวหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายยังคงมองไปบุตรสาวคนรองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงท่าทีว่าโกรธหรือให้อภัย เขาก็คิดได้ว่าครั้งนี้สกุลสวี่น่าจะส่งท่านพ่อบ้านใหญ่มาดูการจัดการปัญหาของสกุลเตียเสียมากกว่าจะมาเรียกร้องสิ่งอื่น
“เ้าเป็หมอหรือไรถึงจะกล่าวว่าดูแลคุณชายสามได้? เป็เพราะความอิจฉาริษยาของเ้าใช่หรือไม่ที่ไม่ยอมส่งข่าวอาการาเ็ของเขากลับมาให้พวกเรารู้ อย่าคิดว่าผู้อื่นโง่เขลา จิตใจเ้าทำด้วยอะไรกันอวี้หลาน” เตียอวี้จิงส่งเสียงกรีดร้องดังแสบแก้วหูมาตำหนิน้องสาวอีกครั้ง
“เ้าจะโทษเราสองคนที่เปลี่ยนตัวให้พี่สาวเ้าหมั้นหมายกับสวี่ซ่งจื่อแทนเ้าก็ไม่ควรเอาโทสะไปลงกับผู้อื่น คุณชายสามไม่เคยสนใจเ้า ข้าเป็บิดาไม่อยากให้เ้าออกเรือนไปแล้วต้องทุกข์ใจจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนพี่สาวเ้าให้หมั้นหมายกับเขาแทน สวี่ซ่งจื่อยังไม่ได้ผิดต่อเ้าแม้แต่นิด แต่ที่เ้าทำกับเขามันโหดร้ายเกินมนุษย์มนาไปแล้ว ข้าผิดหวังในตัวเ้านักอวี้หลาน”
เตียอวี้หลานคุกเข่าอยู่บนพื้นต่อหน้าทุกคน น้ำตาแห่งความเสียใจพรั่งพรูออกมาไม่หยุด นางไม่โกรธที่บิดาจะเข้าใจผิดเพราะนางเองก็อธิบายเื่ราวทั้งหมดไม่ได้เต็มปาก แก้ตัวไปก็ไม่มีประโยชน์
แต่การถูกตราหน้าว่าลงมือโเี้กับสวี่ซ่งจื่อนั้นไม่เป็ความจริงแต่อย่างใด นางเก็บเงินจากการขายปลาเอาไว้ได้ไม่น้อย ตั้งใจว่าจะขายต่างหูที่เหลืออยู่แล้วนางจะพาเขาไปพบท่านหมอในเมือง แต่ยังไม่ทันได้เริ่ม สกุลสวี่ก็มาพบนางกับสามีเสียก่อน