“สุดา…สุดาใช่ไหม สุดากลับมาหาผมใช่ไหมที่รัก” พีรายุที่ในสมองยังสลัดแฟนเก่าออกไปไม่ได้ถามน้ำเสียงอ้อแอ้จนฟังแทบไม่ออกถึงจะเมามายจนครองสติแทบไม่อยู่ แต่เขาก็ยังถือว่าเป็คนประสาทััไวถึงได้รู้ว่าขณะนี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และคนที่มาก็จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก...รวิสุดาแต่...
“ไม่ใช่สุดานี่น่า...นั่นใคร”พีรายุพยายามกะพริบตาขึ้นมองว่าใครที่กล้าเข้ามาก่อกวนความสงบของเขา อ๋อ...ไม่ใช่ต้องถามว่าใครเข้ามาดูสภาพชายที่เพิ่งจะอกหักรักคุดเพราะแฟนสาวที่คบกันมาร่วมห้าปีบอกเลิกความสัมพันธ์และประกาศจะแต่งงานกับพี่ชายคนโตสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนค่ำของวันนี้เอง
“ใคร...ฉันถามว่าใครหูหนวกหรือไงถึงไม่ตอบ ห๊า...” พีรายุตวาดเสียงดังลั่นมือใหญ่กวัดแกว่งด้วยความหงุดหงิดศีรษะทุยของคนที่กำลังจะเคลิ้มหลับด้วยฤทธิ์สุราก็ผงกขึ้นมองแล้วเมื่อเห็นว่าเป็เพียงแค่เงาดำๆ ก็ปล่อยศีรษะลงบนพื้นต่อไปอย่างไม่สนใจ
แต่เหมือนมีอะไรมาสะกิดใจหัวคิ้วหนาเป็ปื้นขมวดเข้าหากัน เท่าที่จำได้ก็คือเขาหนีช้ำมาที่บ้านพักชายทะเลแห่งนี้คนเดียว แล้วไอ้เอาดำๆ นั้นเป็อะไรกันแน่ผีหรือว่าคน...หรือว่ารวิสุดาแปลงกายมาเป็ผีหลอกหลอน
พีรายุสะบัดศีรษะไปมา“ฉันหนีมาถึงที่นี่แล้ว เธอยังตามมาหลอกมาหลอนฉันอีกหรือไงสุดาเมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆ เสียที”
ชายหนุ่มยิ้มหยามหยันเขาไม่แค่โง่แต่เข้าขั้นบ้าแล้วแหละ ที่ยังคิดถึงหญิงใจร้ายจอมหลอกลวงคนนั้นยังอุตส่าห์คิดไปว่ารวิสุดาจะสลัดพี่ชายที่ร่ำรวย เป็ถึงว่าที่ประธานบริษัทผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการสร้างั์ใหญ่มาเลือกลูกชายคนรองของที่เป็เพียงแค่หัวหน้าฝ่ายและยังเป็ลูกชายพ่อและแม่ไม่รักอีกด้วย
ชายหนุ่มหัวเราะเยาะตนเองทำไมชีวิตเขามันถึงบัดซบถึงขนาดนี้ก็ไม่รู้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายคนโต ทำดีแค่ไหนก็แค่เสมอตัวแต่ทำไม่ดีทำชั่วทำเลวเมื่อไหร่ก็จะถูกด่าว่า ขนาดแฟนที่คบกับมาถูกแย่งชิงไปก็ยังมีคนสมน้ำหน้าแทนที่จะสงสาร ในชีวิตนี้มันจะมีอะไรดีๆ เข้ามาบ้างไหมหรือว่าเขาจะต้องกลายเป็เพียงแค่...
...ไอ้พีรายุสิงห์ภูจันทร์มณี ผู้ชายที่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็ไอ้ลูกเลว ไอ้ลูกไม่เอาไหน
ไม่...เขาจะต้องไม่แพ้ไอ้พี่ชายจอมลวงโลกนั่นตลอดไปแน่ถึงวันนี้เขาจะแพ้ แต่นับจากพรุ่งนี้เป็ต้นไปเขาจะเป็ฝ่ายชนะ...ชนะทุกคน!
ถ้ายังดื่มเหล้าอยู่แบบนี้เขาก็จะยังเป็ไอ้ขี้แพ้...ไอ้คนไม่เอาไหนในสายตาทุกๆ คนตลอดไป ใช่!เขาต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ ทำให้คนที่ดูถูกไว้ต้องหน้าแตกคนที่ทิ้งไป...ดวงตาเข้มแข็งกร้าวและดุดัน กรามหนาขบกัดจนแก้มตอบนูนเด่น
ถ้าเขาเอาจริง...ถึงพี่ชายจะมีแบ็คอัพดีแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้เขาได้ อยู่ที่เขาเท่านั้นแหละ จะทำหรือไม่!
“ทำไมดวงซวยอย่างนี้ด้วยนะเราดันเลือกขโมยวันที่เ้าของเขาอยู่บ้านซะได้ ทีนี้จะหนียังไงดีล่ะ”
บุษกรขบเม้มริมฝีปากเข้าหากันจะกลับทางเดิมก็กลัวจะถูกไอ้ขี้เมาที่นอนพลิกไปพลิกมาอยู่จับได้ไหนจะขวดเหล้าขวดเบียร์ที่วางอย่างระเกะระกะอีกล่ะถ้าเดินไม่ดีมีหวังได้ล้มก้นจ้ำเบ้าและถูกจับได้ด้วย เธอจึงต้องมองหาทางหนีออกไปจากห้องทางอื่นที่ต้องเร็วและปลอดภัยที่สุด
ตอนนี้คงจะช้าไปเสียแล้วชายขี้เมาได้ลุกขึ้นมานั่งและหันหน้ามายังจุดที่เธอยืนอยู่
“หือ...นั่นใครบอกมานะ” พีรายุต้องใช้พละกำลังอย่างมากมายที่จะลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับดวงตาที่ไม่ยอมจะเปิดกว้างเพื่อจะได้มองคนที่บุกรุกเข้ามาในบ้านเขายามวิกาลให้ชัดๆแต่...ฤทธิ์น้ำเมาที่กินเข้าไปโดยไม่มีอะไรตกถึงท้องั้แ่บ่ายของวันจนเพิ่งจะหยุดได้ไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมาก็ทำให้เขาถลาพุ่งหลาวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย!”บุษกรอุทานเสียงดังลั่น พลางะโหนีพร้อมกับพุ่งตัวไปที่ประตูซึ่งยังเปิดอ้าอยู่หากเส้นทางเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง เธอเหยียบลงไปบนขวดแก้วเต็มๆร่างบางถึงกับผงะไปทางด้านหลัง
“ว้าย!!”
ปึก!!
สองร่างล้มกองบนพื้นโดยมีร่างเล็กอยู่เบื้องล่าง แต่บุษกรก็ไม่ได้เ็ปอย่างที่คิดว่าจะเป็เพราะมีแขนใหญ่สอดรัดไว้ระหว่างเอวและอีกมือก็รองรับศีรษะทุยเอาไว้แต่มีปัญหาว่าหมวกแก๊ปที่สวมใส่ปิดศีรษะอยู่ได้หลุดลอยไป ปล่อยให้ผมสลวยที่ขมวดไว้เป็มวยหลุดออกกระจายอย่างน่ามองแม้กระทั่งคนเมาก็ยังต้องอึ้งตาค้างกับใบหน้าเปื้อนคราบดำๆ
“เธอ...”
พีรายุยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปกปิดวงหน้ารูปไข่ออกอย่างแ่เบาเขาสะดุดกับดวงตาแวววาวประกายที่ฉายแววหวาดหวั่นและหวาดกลัวแต่ขณะเดียวกันก็แฝงความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้สิ่งใดเอาไว้อย่างเหลือล้นปลายนิ้วยาวลากไล้บนใบหน้าสกปรกอย่างแ่เบา
บุษกรอ้าปากกว้างกระไอร้อนจากร่างหนาโอบล้อมกายาอย่างรวดเร็ว ไหนจะสองกายที่แนบชิดทำให้ปั่นป่วน...รู้สึกแปลกๆ ร้อนวูบวาบไปตามผิวเนื้อขณะที่หัวใจก็เต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอก
“ถอยไปนะไอ้บ้า”บุษกรรีบดันร่างหนาออกห่างหากของเสียที่ชายหนุ่มกินไปสะสมไว้ส่งกลิ่นเหม็นจนเธอถึงกับเวียนศีรษะ
“ปล่อยฉันนะไอ้ขี้เมาอื้อ...” ยิ่งผลักยิ่งดันแต่ดูเหมือนเธอจะถูกอีตาขี้เมากอดแนบชิดมากกว่าเดิม
แม้จะบอกกับใจว่าอย่าไปนึกถึงยายผู้หญิงใจร้ายจอมหลอกลวงคนนั้นแต่มีหรือที่คนเราจะตัดใจจากคนที่เคยรักได้ง่ายๆ ภาพดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อยซ้อนซับบนใบหน้ารูปไข่ เขาจับรั้งแก้มนุ่มให้อยู่ตรงๆและจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตด้วยรอยยิ้ม
“เธอกลับมาหาฉันแล้วใช่ไหมสุดากลับมาเพื่อบอกกับฉัน...ที่พูดเมื่อเที่ยงเป็แค่เื่ลองใจฉันใช่ไหม”ปลายนิ้วยาวลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียน ก่อนใบหน้าคมโน้มลงไปอย่างช้าๆ
บุษกรได้แต่กะพริบตาปริบๆเกิดมาเธอเพิ่งจะใกล้ชิดกับผู้ชายจังๆ ก็คราวนี้ ทำให้ประหม่าตั้งตัวรับไม่ทันกายอ่อนระทวยโดยไม่รู้ตัวลมหายใจร้อนปนเหม็นไม่เพียงแค่ทำให้วิงเวียนศีรษะเพียงอย่างเดียวหากทำให้เธอมีอารมณ์แปลกประหลาดอย่างที่บอกไม่ถูก
ไม่!ปล่อยให้อารมณ์แปลกๆ ชวนให้ใจวาบหวิวนี่เข้ามาขัดขวางการทำงานไม่ได้
“เฮ้ย!ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ปล่อยสิโว้ย”
หญิงสาวยกมือผลักดันกายแกร่งให้ถอยห่างขาเรียวค่อยๆ งอเข่าขึ้นเล็กน้อยและกระแทกไปที่ขาแข็งแกร่งแรงๆถึงแม้จะไม่ถูกเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้ชายหนุ่มเจ็บตัวและถอยห่างไปได้แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้อีตาขี้เมาเป๋ไปได้เหมือนกัน
“ทำไมวันนี้เธอพูดไม่เพราะเลยละสุดา”พีรายุถามเสียงนุ่มเขาโน้มใบหน้าแย้มยิ้มไปหาริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูที่หมายตาเอาไว้ ด้วยอยากบอกความรู้สึกของตัวเองให้กับรวิสุดาได้รู้...เธอสำคัญกับเขาเพียงใดถึงได้ให้เกียรติให้เธอรักษาสิ่งที่มีค่าที่สุดไว้ในวันสำคัญของชีวิต
“เฮ้ย!ฉันไม่ใช่สุดาของนายนะไอ้ขี้เมาบ้า ปล่อยฉันนะไอ้ตัวเหม็น”แต่เรี่ยวแรงของเธอน้อยนิดเกินจะต่อกรกับชายขี้เมาได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ผลักกายใหญ่ให้ถอยห่างไปไม่ได้
“ไม่นะสุดาผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น คุณต้องอยู่กับผม...ผมรักคุณนะสุดา” ชายหนุ่มขี้เมาพยายามกอดร่างนุ่มนิ่มแนบชิด
“ฟังกันบ้างสิโว้ยฉันไม่ใช่สุดาบ้าบอของนายนะไอ้ขี้เมา!” บุษกรแผดเสียงดังลั่นที่ยังไงก็ไม่เข้าหูชายขี้เมา
“โว้ย!!ไอ้บ้า บอกดีๆ แล้วไม่ฟังใช่ไหม อย่างนี้มันต้องเจอนี่หน่อย”บุษกรปล่อยหมัดลุ่นๆ ออกไปถูกเบ้าตาชายหนุ่มที่ก้มลงมาพอดีหญิงสาวไม่ยอมปล่อยโอกาสที่มี เธอผลักร่างที่ซวนเซออกไปอย่างสุดความสามารถ
กว่าที่จะดันร่างหนาออกจากตัวได้บุษกรถึงกับเหงื่อตก เธอรีบลุกขึ้นไปยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องหายใจหอบเร็วขณะมองหาถุงใส่ของ
“บ้าจริง!”หญิงสาวสบถเมื่อถุงใส่สัมภาระส่วนหนึ่งอยู่ใต้ร่างหนาซึ่งตอนนี้นอนหงายแผ่หลาไม่ไหวติง
‘ทำไงดีละทีนี้ตาบ้าขี้เมานี่ก็ตัวหนักซะด้วย’
บุษกรงัดแงะและดึงเอากระเป๋าสัมภาระส่วนที่ติดอยู่ใต้ร่างหนาแต่พยายามสักเท่าไหร่ ถุงใส่ของก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกมาเลย
“โว้ย!ไอ้ขี้เมาบ้า แกนี่มันตัวมารของฉันจริงๆ ”
หญิงสาวพยายามคิดว่าจะทำยังไงถึงจะได้ถุงสัมภาระโดยชายขี้เมาไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจับเธอส่งตำรวจ
‘เอาวะลองดูละกัน ถ้าเกิดพลาดยังไงก็รีบโกยหนีอ้าว น่าจะทัน’
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำใช้วิธีการใดบุษกรก็ไม่รอช้า สองเท้าแนบกับกายใหญ่ โดยให้ถุงใส่ของอยู่ตรงกลางที่สองมือจับเอาไว้แน่นแล้วใช้แรงจากขาดันร่างใหญ่ให้เคลื่อนไป พลางดึงกระเป๋าสัมภาระออกมาช้าๆเพื่อไม่ให้คนที่หลับอยู่ตื่นขึ้นมาเพราะถ้าถูกจับได้...เธอต้องเข้าไปกินข้าวแดงในคุกแน่นอน
‘อย่าตื่นมาก่อนนะไอ้ขี้เมา...อย่าตื่นนะ’
“เยส!ในที่สุดก็สำเร็จ” มือเล็กกำหมัดกระทุ้งศอกเข้าหาตัวเมื่อได้ของที่้าอย่างดีใจเป็ที่สุด หญิงสาวรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่...
หมับ!!