บทที่ 15
ยอดฝีมือที่ซ่อนเร้น
ชายชราพยักหน้าเข้าใจหลังจากประเมินสถานการณ์ทั้งหมดมองตรงไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้ารู้ได้ในทันทีว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดา
“ ขอทานน้อยเ้าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะ้าจะพบข้า?”
จางอี้พยักหน้า “ ถ้าจะฝึกฝนการบ่มเพาะสู้เรียนกับผู้ที่เป็ยอดฝีมือดีกว่าพวกผู้าุโพวกนั้น ”
“ ท่ามกลางแรงกดดันของเ้าสำนักผู้าุโพวกนั้นยังเหงื่อแตกแต่ท่านไม่เป็อะไรเลย”
“ ย่อมแสดงว่าตัวของท่านนั้นแข็งแกร่งกว่าต้องเรียนกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าถึงจะถูกต้อง” ที่แท้แล้วจางอี้ที่เลือกมาที่สถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่ว่าตัวของเขานั้นไม่มีสถานที่ที่จะเดินทางไป
แต่ว่ามีจุดหมายเช่นนี้นี่เองเขารู้อยู่แล้วว่าภายในสถานที่แห่งนี้มียอดฝีมือซ่อนเร้นออกยอดฝีมือผู้นั้นก็คือชายชราที่เป็ผู้เฝ้าูเาแห่งนี้
เมื่อรู้เช่นนั้นก็เลยเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อย่างน้อยก็เพื่อที่จะมาขอร้องให้ชายชราพรุ่งนี้ฝึกฝนให้กับตนเอง
แรงกดดันมากมายมหาศาลขนาดนั้นแม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่เกิดการสั่นกลัวแต่ก็ไม่สามารถขยับได้
ผู้าุโพวกนั้นเองก็เกรงว่าจะมีสภาพที่ดีกว่าเขาไม่มากภายใต้แรงกดดันของท่านเ้าสำนักพวกาุโพวกนั้นก็เหงื่อแตก
เทียบกับชายชราพวกนี้แล้วฝีมือคงจะห่างกันไม่น้อยเพราะแบบนั้นคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ย่อมเป็ประโยชน์กับการฝึกฝนของเขาชี้แนะได้ดีกว่าพวกคนพวกนั้นที่โดนแรงกดดันพวกนั้นยังเหงื่อแตก
ชายชราส่ายหัวไปมา “ เ้าเล่ห์กว่าที่คิดดูเหมือนว่าจะฉลาดเฉลียวกับพวกคนพวกนั้นด้วย ”
“ แล้วท่านผู้าุโอยู่ภายในสำนักแห่งนี้มานานหรือยังขอรับ” จางอี้ถาม อย่างน้อยก็ต้องรู้ความเป็มาของอีกฝ่าย
คนที่มีความแข็งแกร่งระดับนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนชายชราส่ายหัว “ จำไม่ได้แล้ว ”
“ แล้วก็นะข้าอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะสอนใครเพราะแบบนั้นไม่ต้องหวังว่าข้าจะสอนเ้าเ้าเลือกอันที่สถานที่แห่งนี้ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามหน้าที่ของพวกเรา ”
จางอี้ยกหัวไหล่ทั้งสองข้างขึ้น “ ผู้าุโไม่อยากสอนข้าเองก็บังคับท่านไม่ได้”
ชายชราหลังค่อมเดินผ่านไปเข้าไปภายในกระท่อมหลังนั้นชีวิตภายในสำนักกระบี่์ของจางอี้ก็เริ่มขึ้น
ในตอนนี้เขาต้องอาศัยอยู่ภายในกระท่อมหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างจากทางขึ้นเล็กน้อยเป็คนเฝ้าทางขึ้นของูเากระบี่แห่งนี้กับตาเฒ่าผู้นี้ที่เป็ตาเฒ่าลึกลับมีฝีมือไม่ธรรมดา
ตกตึกภายในกระท่อมหลังเก่าๆหลังนี้ ด้านในนั้นมีเพียงแค่พื้นที่ส่วนกลางเล็กน้อยที่มีกองเพลิงถูกจุดขึ้นที่นอนของจางอี้แล้วก็ชายชราแบ่งกันคนละฟากของกองไฟ
ภายในสถานที่แห่งนี้มีพื้นที่ไม่มากนักข้าวของที่เก็บอยู่เองก็เก็บได้เพียงน้อยจางอี้นั่งอยู่บนที่นอนของตนเป็เพียงแค่ผ้าผืนเล็กๆที่ถูกปูเอาไว้้ากองฟางแห้ง
ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีที่อำนวยความสะดวกมากนะไม่เหมือนกับ้าของสำนักกระบี่์ที่เต็มไปด้วยความหรูหรา
จางอี้กำลังนั่งบ่มเพาะพลังของตนเองอยู่บนที่นอนด้านหน้ากองเพลิงที่สว่างไสวแสงอบอุ่นกระทบร่างกาย
ชายชราที่นอนมองอยู่จึงพูดขึ้น “สถานที่แห่งนี้มีเพียงแค่กองฟางแห้งและผ้าเท่านั้น หมอนเองก็เป็หมอนเก่าๆเ้านอนได้ใช่หรือไม่ ”
จางอี้ที่กำลังนั่งบ่มเพาะจนตอบกลับ “ท่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าข้าเป็ขอทาน ก่อนหน้านี้นอนข้างถนนอยู่เป็ประจำเพราะแบบนั้นตอนนี้ได้นอนภายในกระท่อมนี้มันก็สบายมากกว่าข้างถนนแล้ว ”
ชายชราได้ยินเช่นนั้นจึงส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
จางอี้พูดต่อ “จริงๆแล้วการอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ที่ข้าเลือกมาก็ไม่ใช่เพราะว่าท่านเพียงแค่นั้นหรอกนะ”
“ แล้วเ้ามีเหตุผลอื่นที่จะมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้อย่างนั้น”
จางอี้พยักหน้าตอบรับกลับไป “ แน่นอนว่าต้องเป็ความอิสระ้านั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายทำอันใดก็ไม่สะดวก ”
“ สู้แล้วมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ไม่ต้องทำงานอันใดให้ยุ่งยากปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดภายในสถานที่แห่งนี้สบายกว่าเยอะ ”
“ สามารถบ่มเพาะได้อย่างสงบไม่มีผู้ใดเข้ามาก่อกวน”
“ แต่เ้าเองก็จะไม่ได้ความรู้อะไรเลย้านั้นมีความรู้มากมายที่ผู้บ่มเพาะนั้นจำเป็จะต้องใช้ในการบ่มเพาะ ”
จางอี้ยิ้มที่มุมปาก ความรู้ในการผมพร้อมพวกนั้นถูกเขียนเอาไว้โดยเหล่ากุ้ยเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าจะตอบไปเช่นนั้นมันเองก็กระไรอยู่
เพราะแบบนั้นจางอี้จึงยกนิ้วมือของตนเองขึ้นและชี้ตรงไปที่ชายชราที่กำลังสนทนา“ ท่านอย่างไรความรู้ ”
ชายชราส่งเสียงเห้อออกมา “นี่เ้าคิดว่าข้ายังจะสอนเ้าอยู่อีกหรือ ”
“ ท่านาุโท่านเองก็เป็คนในสำนักเป็ถึงผู้าุโที่อยู่ภายในสำนักมานานแล้วเพราะแบบนั้นท่านเองก็ต้องสอนศิษย์รุ่นหลังสิ ”
ชายชราพลิกตัวก่อนที่จะหลับไปโดยที่ไม่ตอบอันใดกลับมา
หลังจากนั้นราตรีนั้นเองก็ผ่านพ้นไปจางอี้ที่อยู่ที่สถานที่แห่งนี้แน่นอนว่ายังคงมุ่งมั่นกับการบ่มเพาะของตนเอง
เพราะว่าเป็คนเฝ้าูเาด้านล่างมันเลยทำให้ไม่มีเหตุผลที่ต้องขึ้นไป้าบ่อยนักตามที่ผู้าุโที่เป็คนเฝ้าทางขึ้นูเาแห่งนี้มาเป็เวลานานบอก
พวกเขานั้นจะขึ้นไป้าเฉพาะตอนที่รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนในทุกๆเดือนเท่านั้นนอกจากนั้นก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเดินทางขึ้นไป
สถานที่แห่งนี้คือสำนักกระบี่์ไม่มีผู้ใดกล้าบุกรุกก็แบบนั้นจึงไม่ค่อยมีเื่วุ่นวายตำแหน่งของพวกเขานั้นสุขแสนสบายแม้ว่าจะไม่มีฐานะแต่ก็ไม่ลำบากเหมือนกับผู้คน้า
นี่คือเหตุผลที่ชายชราพวกนี้มาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้กินเบี้ยเลี้ยงรายเดือนนอนไปวันๆใช้ชีวิตอย่างสุขสบายคงจะเป็สุขเป็อย่างมาก
ในยามเช้าตื่นมาจางอี้ทำการฝึกฝนกระบี่อยู่บริเวณด้านหลังของกระท่อมหลังจากนั้นก็อาศัยอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ผู้ใดจะคาดคิดเวลานั้นผ่านไปลองรวดเร็ว
เพียงแค่พริบตาเดียวจางอี้ก็อยู่ที่นี้มา 3 วันแล้ว
แน่นอนว่าเขาเริ่มปรับตัวกับสถานที่แห่งนี้ได้แถมยังสนิทกับชายชราพวกนี้มากขึ้นอีกด้วย่ยามเช้าที่เงียบสงบด้านล่างของูเากระบี่แห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกสีขาวปกคลุม
จางอี้ยังคงฝึกฝนกระบี่ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำแห่งความพยายามและความบากบั่นไหลท่วมออกมาทั่วทั้งร่างกาย
จางอี้ฝึกซ้อมกระบี่ใน่เช้าจนเสร็จก็นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ยกน้ำภายในถุงผ้าขึ้นมาเดิม “ ผ่านมาสามวันแล้ว ”
“ ดูเหมือนว่าร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลยที”
“ อย่างที่คิดฝึกฝนตามคำแนะนำของเหล่ากุ้ยดีกว่าสำนักแห่งนี้จริงๆด้วย” จางอี้ด้วยความที่ตนเองนั้นเคยใช้ชีวิตเป็ขอทานมาก่อนสิ่งที่จำเป็จะต้องมีคือการเรียนรู้อย่างรวดเร็วและการปรับตัว
ในตอนนี้จึงสามารถทำความเข้าใจข้อสั่งสอนพวกนี้ได้อย่างรวดเร็วทำให้ร่างกายนั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ
ในขณะที่กำลังพูดกับตนเองอยู่ยุ่งๆเสียงของชายชราหลังค่อมก็ดังขึ้น“ ซ่อมเสร็จแล้วงั้นรึ? ”
จางอี้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้สะดุ้งขึ้นมาหันมองไปด้านหลังคนพวกนี้ปรากฏกายมาั้แ่เมื่อใดก็ไม่รู้การเคลื่อนไหวไม่มีแม้กระทั่งเสียง “ อันใดกัน?”
“ ไปหาอาหารกัน มีเนื้อดีๆอยู่ตรงนู้นด้วย ”ชายชรากล่าวชักชวนพร้อมกับฉีกยิ้มเผยเห็นฟันสีขาวที่เรียงตัวเป็เม็ดข้าวโพด
จางอี้แสดงใบหน้าสงสัยก่อนที่จะมองตรงไปตรงทิศทางที่ชายชรานั้นกล่าวขมวดคิ้วพร้อมกับใช้สายตาจ้องมอง “ นี่มัน ”
จบบท