วัณพิทักษ์มนต์ตรา ตอน 6
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่โหยหวนของเหล่าิญญาที่ถูกรัศมีเพลิงนรกแผดเผา วัณ ยกมือขึ้นช้าๆ เป็สัญญาณให้หยุด "ใจเย็นๆ ยม... พวกเขาก็แค่หวงที่ทางของเขา เรามาเป็แค่ผู้ขออาศัยชั่วคราว ปล่อยให้วิบากกรรมที่พวกเขาก่อไว้เป็ผู้กำหนดชะตาชีวิตของพวกเขาเองเถิด"
ยมลดมือลง ก้มศีรษะน้อมรับคำสั่งด้วยความเคารพสูงสุด "ถ้าเป็พระประสงค์ของพระองค์ ข้าพเ้าน้อมรับพระบัญชาพระพุทธเ้าข้า ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็หนักอึ้ง ลมพายุหมุนวนพัดพาฝุ่นคลุ้งไปทั่วโถงบ้าน พร้อมเสียงคำรามทุ้มต่ำที่สั่นะเืไปถึงดวงจิต "พวกมึงเป็ใคร! บังอาจมาทำร้ายบริวารของกู!"
เงาตะคุ่มค่อยๆ ก่อตัวเป็รูปร่างชายชราในชุดนุ่งขาวห่มขาว ผมขาวโพลนยาวจรดเอว ใบหน้าดุดันแฝงไปด้วยตบะบารมีอันแก่กล้า เหล่าผีร้ายที่เคยโอหังต่างรีบคลานเข้าไปหาพลางร้องฟ้อง "พ่อปู่! พ่อปู่ช่วยพวกเราด้วย พวกข้าโดนมันทำร้าย!"
วัณจ้องมองชายชราตรงหน้าด้วยสายตาที่รู้แจ้ง "ท่านคงจะเป็ ปู่โสม ผู้เฝ้าขุมทรัพย์สมบัติแห่งนี้ใช่หรือไม่... เรารู้ว่าลึกลงไปใต้ดินของบ้านหลังนี้ มีสมบัติของแผ่นดินที่ถูกฝังลืม รวมไปพร้อมกับซากศพของิญญาเหล่านี้ทั้งหมด ขอให้ท่านจงสบายใจเถิด... เรามิได้มีเจตนาละโมบหรือหวังชิงสมบัติเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย"
ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ชะงักไป ดวงตาฝ้าฟางจ้องเขม็งมองบุรุษชุดขาวตรงหน้าด้วยความฉงน "ในเมื่อเ้ามิได้้าทรัพย์ แล้วพวกเ้าสองคนเป็ใคร? เหตุไฉนจึงคิดจะมาพักอาศัยอยู่ในที่ต้องอาถรรพ์แห่งนี้?"
วัณยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย "ถ้าท่านอยากรู้ว่าเราคือใคร... เราจะแสดงให้ท่านได้เห็นแต่เพียงผู้เดียว"
สิ้นคำพูดของวัณ บรรยากาศรอบตัวพลันดับวูบลง เหลือเพียงแสงสว่างเจิดจ้าที่ปรากฏขึ้นในมโนนิมิตของปู่โสมเพียงผู้เดียว ร่างของชายหนุ่มชุดขาวค่อยๆ ขยายขนาดยิ่งใหญ่จนศีรษะเกือบจรดเพดาน ชุดสูทสีขาวกลายเป็เกราะทองคำอร่ามสลักลวดลายวิจิตร ใบหน้าที่เคยสง่างามแบบมนุษย์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็ใบหน้าั์ที่ดุดันน่าเกรงขาม มีเขี้ยวงอกโง้งออกมาจากริมฝีปาก ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำดั่งสุริยาที่กำลังลุกไหม้ รัศมีอำนาจแผ่ซ่านจนิญญาทุกตนในที่นั้นสั่นสะท้านถึงรากเหง้า
ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่เคยทระนงในตบะ ถึงกับเข่าทรุดลงกระแทกพื้น ยกมือก้มลงกราบราบกับพื้นดินด้วยความหวาดหวั่นและศรัทธาอย่างสูงสุด เขาเอ่ยออกมาด้วยกระแสจิตที่สั่นรัว:
"ช่างเป็บุญของข้าพเ้ายิ่งนัก... ชั่วชีวิตที่เฝ้าทรัพย์มานับ ร้อยๆ ปี ไม่คิดว่าจะได้พบเจอพระองค์ตัวเป็ๆ ผู้เป็าาแห่งภูตผีปีศาจและั์ทั้งปวง... องค์มหาเทพท้าวเวสสุวรรณโณ!"
ยมได้แต่ยืนมองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความนิ่งสงบ เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าแท้จริงแล้ว วัณ หรือ ท้าวเวสวัณ คือผู้ปกครองสูงสุดแห่ง์ชั้นจาตุมหาราชิกา ผู้เป็เ้าแห่งทรัพย์และจ้าวแห่งิญญา การที่พระองค์ยอมลดตัวมาสถิตในร่างมนุษย์เพื่อทำภารกิจบางอย่าง ถือเป็เื่เหนือความคาดหมายของทุกสรรพสิ่ง
ส่วนพวกบริวารผีตนอื่นๆ เมื่อเห็นปู่โสมผู้เป็หัวหน้าใหญ่คุกเข่าก้มลงกราบสยบแทบเท้าชายชุดขาว ต่างก็พากันคุกเข่าก้มกราบตามด้วยความหวาดกลัว แม้พวกมันจะไม่รู้แจ้งว่าร่างที่แท้จริงของบุรุษผู้นั้นคือใคร แต่พลังอำนาจที่กดดันจนพวกมันแทบสลายร่างไปนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันยอมสยบเป็ข้ารับใช้ไปชั่วกาลนาน
หลังจากก้มกราบผู้เป็ใหญ่ใน์ชั้นจาตุมหาราชิกาแล้ว ปู่โสมก็เลื่อนสายตาไปมองชายชุดดำที่ยืนสงบนิ่ง รังสีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นเย็นเยียบและเฉียบขาดจนน่าขนลุก
"ข้าพระพุทธเ้าขอประทานอภัย..." ปู่โสมเอ่ยถามด้วยเสียงสั่น "แล้วท่านผู้ติดตามในชุดดำผู้นี้เล่า... ท่านคือผู้ใดกัน? ท่านลองใช้ตบะบารมีเพ่งมองเราสิ" ยมเอ่ยตอบด้วยกระแสจิต
ปู่โสมรวบรวมพลังเพ่งมอง พลันเห็นเงาซ้อนเป็ร่างจอมเทพสวมชุดเกราะสีแดงดำ มีเขาแหลมโง้งงอกออกจากชฎาทั้งซ้ายและขวา สื่อถึงอำนาจแห่งความตาย "ท่าน... ท่านคือ... องค์พญามัจจุราช ผู้ปกครองยมโลก!"
นายยม สัตย์ตรง ที่ยืนนิ่งขรึมอยู่ถึงกับสะดุ้ง รีบโบกมือพัลวันพร้อมชักสีหน้าเลิ่กลั่กหลุดมาดเข้มไปถนัดตา
"เดี๋ยวๆๆ พ่อปู่! หยุดก่อน! อย่าเพิ่งเรียกไปไกลขนาดนั้น!" ยมรีบส่งกระแสจิตเบรกปู่โสมอย่างไว "เราน่ะแค่ตำแหน่ง 'พญายมราช' หรือ 'พระยมราช' ผู้ติดตามท่านวัณเท่านั้นเอง มิบังอาจขึ้นแท่นไปเป็ถึง 'องค์พญามัจจุราช' จ้าวแห่งนรกหรอกนะพ่อปู่! ขืนแอบอ้างตำแหน่งสูงขนาดนั้น เดี๋ยวเบื้องบนเขารู้เข้า นรกจะกินกบาลข้าพเ้าเอาพอดี!"
ท่านวัณ ที่ยืนกอดอกดูอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี แววตาแฝงความขี้เล่นมองไปทางผู้ติดตามคนสนิท
"โถ่... ยม เอ๊ย เ้านี่ก็นะ" วัณเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ตอนอยู่ข้างล่างล่ะทำหน้าั์หน้ามารเสียจนิญญาทุกตนแทบหยุดหายใจ พอข้าพาเ้าขึ้นมาพักร้อน เปลี่ยนชุดสูทเสียเท่ะเิ ข้าก็นึกว่าเ้าจะดูใจดีขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้... ตบะความขรึมของเ้ายังทำปู่โสมเกือบหัวใจ (ทิพย์) วายตายเลยนะเนี่ย"
ยมโค้งคำนับรับคำแซวอย่างนอบน้อม "ข้าพระพุทธเ้าน้อมรับคำหยอกเย้าพระเ้าค่ะ เพียงแต่กฎของนรกภูมิมันฝังอยู่ในสายเื จะให้ยิ้มหวานตลอดเวลาก็เกรงว่าิญญาจะถอนหงอกเอา"
วัณหันกลับมาหาปู่โสมและเหล่าิญญาบริวาร "เอาเถิด ในเมื่อเข้าใจกันแล้ว ปู่โสมและพวกเ้าจงกลับไปสถิตในที่ของตน เราเพียงมาอาศัย หากพวกเ้าทำตัวดี ไม่รบกวนผู้อื่น เราจะแผ่เมตตาปรับภพภูมิให้พวกเ้าได้ไปสู่สุคติในเร็ววัน"
ปู่โสมน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปประกาศก้องต่อบริวารผี "พวกเ้าทั้งหลายจงฟัง! นับแต่นี้จงกลายร่างเป็คนปกติ และคอยรับใช้เ้านายทั้งสองอย่าได้ตกหล่น เคยปฏิบัติรับใช้ต่อข้าเช่นไร จงทำกับเ้านายทั้งสองให้ดียิ่งกว่านั้น! มันจะช่วยให้พวกเอ็งพ้นบ่วงกรรมที่ถูกจองจำอยู่ ณ ที่นี้เร็วขึ้น"
สิ้นคำสั่ง เหล่าผีร้ายกลับกลายเป็ชายหญิงหน้าตาสะอาดสะอ้านในชุดข้ารับใช้โบราณ ยืนสงบเสงี่ยมรอรับคำสั่ง ปู่โสมกล่าวลาองค์เทพทั้งสอง "ข้าพระพุทธเ้าขอตัวกลับลงไปบำเพ็ญเพียรตบะยังที่ของข้าตามเดิมพระเ้าค่ะ" แล้วร่างชายชราก็เลือนหายไปในธรณีประตูบ้าน
เวลา 06:30 น.
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องกระทบหน้าบ้านพิทักษ์กองทรัพย์ บรรยากาศวันนี้ดูสดชื่นผิดหูผิดตา น้ำมนต์ พร้อมด้วย จอย และ ฝน เพื่อนสาวพยาบาล เดินออกมาหน้าบ้านเพื่อเตรียมตัวไปเข้าเวรเช้า โดยมี อาคม เดินตามออกมาส่งพร้อมกุญแจรถในมือ
"เดี๋ยวเช้านี้ผมขับรถไปส่งพวกพี่ที่โรงพยาบาลเองครับ" อาคมอาสาด้วยน้ำเสียงเข้ม "เมื่อคืนมีเื่อันตรายเกิดขึ้น ผผมไม่อยากให้พวกพี่ขับรถไปกันเอง สาวๆ พยักหน้าขอบคุณในความหวังดีของหมวดหนุ่ม แต่ในขณะที่กำลังจะเดินไปที่รถ สายตาของทุกคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองไปยัง บ้านเช่าฝั่งตรงข้าม
ภาพที่เห็นคือบ้านเช่าที่เคยดูรกร้างและมืดมน บัดนี้กลับสะอาดตา ร่มรื่น และมีกระแสความเย็นสบายแผ่ออกมาจนรู้สึกได้ นายยม ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูสบายๆ กำลังยืนฮัมเพลงรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี โดยมีชายหนุ่มและหญิงสาวหน้าตาดีผิวพรรณสะอาดสะอ้าน (บริวารผีจำแลง) ช่วยกันกวาดใบไม้และเช็ดกระจกบ้านอย่างขยันขันแข็ง
"อ้าว... คุณยม ตื่นเช้าจังเลยนะคะ" น้ำมนต์ทักทายพลางเดินมาที่รั้วด้วยความแปลกใจ "เมื่อคืนหลับสบายดีไหมคะ? บ้านหลังนี้... ไม่กวนใช่ไหม?"
ยมหันมายิ้มกว้างให้พยาบาลสาว แววตาสดใสดูมีเลศนัย "หลับสบายที่สุดเลยครับคุณน้ำมนต์ เ้าที่บ้านหลังนี้ท่าน 'ใจดี' กว่าที่คิดครับ พอตกลงกันได้ท่านก็ให้คนขับกล่อมผมทั้งคืนเลย" ยมพูดพลางขยิบตาให้หนึ่งที ทำเอาน้ำมนต์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก
อาคมที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างรถ ขมวดคิ้วแน่นพลางกำตะกรุดในกระเป๋า "พี่น้ำมนต์ พี่ไปขึ้นรถรอเลยครับ... เดี๋ยวผมข้ามไปทักทายเพื่อนบ้านใหม่สักหน่อย ผมว่าเขามีรัศมีบางอย่างแปลกๆ ที่ผมต้องพิสูจน์ด้วยวิชาของปู่สักหน่อยแล้ว!"