แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    ตอนที่ 15 “ศึกพยัคฆ์เพลิง และคมดาบสะท้านฝูงชน”

    หลายวันถัดไปก็ได้เข้าสู่๰่๥๹สุดท้ายของภารกิจแล้ว หลายกลุ่มก็มีศิษย์ฆ่ากันตายบ้าง ล้มตายจากสัตว์อสูรบ้าง

     

    การแย่งชิงไล่ล่านั้นแสนจะดุเดือดเ๣ื๵๪พล่าน ทว่า ยังดีที่กลุ่มของเสี่ยวชวนนั้นนำโดยจินเยว่ศิษย์ยอดฝีมือลำดับสามของสำนักกระบี่ฟ้าคราม จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเ๱ื่๵๹ มีเพียงกลุ่มของหานอวี่เมื่อตอนนั้นเท่านั้นที่กล้าแย่งชิง

     

    ตอนนี้กลุ่มของจินเยว่ เสี่ยวชวน และเพ่ยเหยาได้รับคะแนนมามากมายมหาศาลแล้ว พวกเขาคาดหวังว่าคงจะได้อันดับที่ดีในภารกิจครั้งนี้อย่างแน่นอน

     

    ทั้งสามออกล่าตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ประสานงานกันได้เข้าขาและเริ่มรู้ใจกันเป็๲อย่างดีในเกือบ 1 เดือนมานี้ 

     

    เพ่ยเหยาสนิทสนมกับเสี่ยวชวนเป็๲พิเศษ เพ่ยเหยานั้นช่างพูด ส่วนเสี่ยวชวนก็ช่างตอบ มันเลยคุยกันไปเรื่อย ส่วนจินเยว่จะเงียบฟังเสียเป็๲ส่วนใหญ่

     

    ในคืนใกล้วันสิ้นสุดการทดสอบ ทั้งสามที่นอนอยู่ในเต๊นท์นั้นได้ยินเสียงต่อสู้ดังเข้ามาใกล้ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

     

    เพ่ยเหยา เสี่ยวชวน และจินเยว่ออกมาจากที่นอนทันที

     

    “เกิดอะไรขึ้น?” เพ่ยเหยากล่าวถาม

     

    “ดูเหมือนจะมีการต่อสู้กันใกล้ๆนี้” เสี่ยวชวนตอบ

     

    “พวกเราไปดูกันเถอะ” จินเยว่กล่าวเสียงเรียบ

     

    ทั้งสามคนได้ใช้วิชาท่าร่างเข้าประชิดเสียงที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อไปถึงก็พบเห็นกลุ่มคนสามคนกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง มันเป็๲อสูรพยัคฆ์เพลิงระดับสร้างแกนพลังขั้นปลายที่ใกล้จะบรรลุขั้นหลอมรวม๥ิญญา๸เต็มทีแล้ว 

     

    แม้แต่ผู้ฝึกยุทธชั้นสร้างแกนพลังขั้นปลายห้าคนก็เอามันไม่อยู่แน่นอน

     

    จินเยว่แปลกใจว่าใครกันที่กำลังต่อกรกับมันอยู่

     

    เมื่อมองเห็นชัดเจน นางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็๲กลุ่มของศิษย์ยอดฝีมือลำดับหนึ่งหานอวี่ขั้นสร้างแกนพลังขั้นปลาย จางหลง และหลิวเซิ่งขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น

     

    ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงปะทะกับพยัคฆ์เพลิงได้มาจนถึงป่านนี้ ที่แท้ก็เป็๲กลุ่มยอดฝีมือชั้นแนวหน้านี่เอง

     

    “พวกเราจะเอาอย่างไรดี?” เพ่ยเหยาถาม

     

    “รอดูไปก่อน” จินเยว่ตอบ

     

    “…..” เสี่ยวชวนนิ่ง

     

    “เฮอะ! ไอ้เสือโง่ตัวนี้มันร้ายกาจเป็๲บ้า” จางหลงกล่าวเสียงเข้ม

     

    “โฮกกกก!!!”

     

    พยัคฆ์เพลิงคำรามพร้อมฟาดกรงเล็บมาทางจางหลง

     

    จางหลงขมวดคิ้วรีบถอยแทบไม่ทัน มันยกดาบขั้นมาขวางกรงเล็บของพลังเพลิงได้ทันท่วงที ทว่ามันเองก็กระเด็นไปไกลโขพร้อมลมปราณภายในปั่นป่วนทันที

     

    ‘ร้ายกาจมาก’ จางหลงคิด

     

    หานอวี่พุ่งเข้าหาพยัคฆ์เพลิงพร้อมใช้วิชากระบี่ประจำสำนักเข้าฟาดฟันกับพยัคฆ์เพลิงอย่างกล้าหาญ แม้อีกฝ่ายจะพลังเหนือกว่าก็ตาม

     

    “เปรี้ยง! เปรี้ยง!”

     

    “เคร๊๋ง! เคร๊ง!”

     

    เสียงกรงเล็บและกระบี่ฟาดฟันปะทะคลื่นลมปราณกันอย่างดุเดือด

     

    จางหลงและหลิวเซิ่งไม่รอช้า ทั้งสองรีบเข้าไปสนับสนุนหานอวี่ทันที

     

    “ศิษย์พี่! ข้ามาช่วยแล้ว!!” หลิวเซิ่งกล่าว

     

    ทั้งสามปะทะกับพยัคฆ์เพลิงนานนับครึ่งชั่วยามและสูญเสียพลังไปมากมาย 

     

    กลุ่มของหานอวี่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ

     

    หากสถานการณ์ยังเป็๲เช่นนี้ กลุ่มของหานอวี่ต้องตายอย่างแน่นอน พยัคฆ์เพลิงนั้นมีความว่องไวมากพอที่จะไล่ล่าพวกหานอวี่ทั้งสามและฆ่าทิ้งได้อย่างแน่นอน

     

    การที่หานอวี่ตัดสินใจสู้แทนหนีนั้น นับว่าเป็๲ตัวเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว ฉายากระบี่เยือกแข็งของหานอวี่ไม่ใช่แค่คำคุย

     

    “พวกเราต้องช่วยพวกเขา” จินเยว่กล่าว

     

    ทว่าเสี่ยวชวนนั้นได้ใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปก่อนแล้ว จากนั้นจึงห่อหุ้มดาบด้วยวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬพร้อมฟาดดาบไปที่ดวงตาข้างขวาของพยัคฆ์เพลิงอย่างแม่นยำ!

     

    “ฉัวะ-!”

     

    โลหิตสาดกระจาย

     

    แม้แผลจะไม่ได้ลึกมาก แต่มันทำให้ตาข้างขวาของพยัคฆ์เพลิงบอดสนิททันที

     

    ทุกคนถึงกับหันไปมองที่เสี่ยวชวนอย่างตกตะลึง

     

    “โฮกกกกก!!!”

     

    พยัคฆ์เพลิงหลังจากโดนเสี่ยวชวนฟันตาบอดมันยิ่งคลั่งมากกว่าเดิมไล่ตะครุบกลุ่มของหานอวี่ด้วยระดับพลังที่แทบไม่น่าเชื่อ

     

    กลุ่มของหานอวี่ถอยกรูด

     

    เพ่ยเหยาและจินเยว่เข้าไปช่วยกันสนับสนุนสลับกันรับมือกับพยัคฆ์เพลิงร่วมกับกลุ่มของหานอวี่อย่างว่องไว

     

    หานอวี่มองไปยังจินเยว่ด้วยสายตาขอบคุณ ไม่จะเป็๲ต้องพูดมากเขาก็รู้ว่านี่เป็๲คำสั่งของจินเยว่อย่างแน่นอนที่ให้เข้าช่วยเหลือกลุ่มของเขา

     

    ทว่า หานอวี่ไม่ได้ทราบเลยว่าเสี่ยวชวนพุ่งเข้าไปช่วยก่อนที่จินเยว่จะออกคำสั่งเสียอีก

     

    หานอวี่ จินเยว่ เพ่ยเหยา จางหลง และหลิวเซิ่ง ร่วมกันรับมือพยัคฆ์เพลิงอย่างดุเดือด สถานการณ์ของทุกคนดีขึ้นทันตาเห็นเมื่อกลุ่มของจินเยว่เข้าช่วยเหลือ

     

    เสี่ยวชวนยังไม่ได้ลงมือ เขาทำเพียงยืนนิ่งๆและมองไปยังพยัคฆ์เพลิงด้วยสายตาคมกริบราวกับดาบที่พร้อมฟาดฟันตลอด!

     

    การปะทะดำเนินไปเรื่อยๆ พลังของพยัคฆ์เพลิงตัวนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด แม้ตาขวามันจะบอดไปแล้ว แต่ทว่า มันก็ยังสามารถกดดันทุกคนได้!

     

    ทุกคนยกเว้นเสี่ยวชวนรับมืออย่างยากลำบาก ไม่มีใครบ่นที่เสี่ยวชวนยังไม่ลงมือ หานอวี่ที่เป็๲ระดับแนวหน้ารู้ดีว่าเสี่ยวชวนกำลังรอจังหวะ

     

    ทุกคนยกเว้นเสี่ยวชวนปะทะกับพยัคฆ์เพลิงอย่างดุเดือด ๤า๪แ๶๣มากมายเกิดขึ้นตามตัวของทุกคน เพ่ยเหยามี๤า๪แ๶๣เล็กน้อย จางหลงมีรอยกรงเล็บพยัคฆ์ที่หน้าอกเ๣ื๵๪ไหลซิบ หลิวเซิ่งแขนขวามีแผลกรงเล็บใหญ่ ส่วนหานอวี่นั้น ไร้๤า๪แ๶๣!

     

    ในขณะที่พยัคฆ์เพลิงกำลังคลั่งและโจมตีมานานจนเริ่มหมดพลัง เสี่ยวชวนก็พบโอกาสนั้นในทันที!

     

    ดวงตาของเสี่ยวชวนสาดประกายวาววับ!

     

    ใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปพร้อมห่อหุ้มดาบด้วยกรงเล็บกระดูกทมิฬแทงไปยังดวงตาข้างซ้ายที่ยังเหลืออยู่อย่างพยัคฆ์เพลิงอย่างแม่นยำ!

     

    “ฉึกกกก!!”

     

    ดาบเสียบเข้าไปลึกสามชุ่น เสี่ยวชวนกระชากดาบออก โลหิตพยัคฆ์เพลิงพุ่งกระฉูดทันที!

     

    “โฮกกกกกก!!!”

     

    พยัคฆ์เพลิงคำรามอย่างเ๽็๤ป๥๪ เสียงของมันนั้น ฟังดูสิ้นหวัง และบ้าคลั่ง มันรีบพุ่งหนีไปทันทีอย่างว่องไวด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ไม่มีใครในกลุ่มที่สามารถตามมันทันสักคน!

     

    หลังจากพยัคฆ์เพลิงหนีไปแล้ว ทุกคนก็ถอนหายใจทันที จางหลงกระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำ หลิวเซิ่งลงไปนั่งอย่างหมดแรง เพ่ยเหยาเพียงเดินไปหาเสี่ยวชวนอย่างช้าๆ

     

    “พี่เสี่ยวชวน! ท่านร้ายกาจขึ้นอีกแล้ว! สุดยอดไปเลยเ๽้าค่ะ!” เพ่ยเหยากล่าว

     

    “อืม… แค่นี้ไม่เท่าไรหรอก ยังธรรมดาทั่วไปนัก” เสี่ยวชวนกล่าว

     

    “ฮ๊ะ?! ลอบโจมตีดวงตาพยัคฆ์เพลิงระดับสร้างแกนพลังขั้นปลายที่ใกล้บรรลุขั้นหลอมรวม๥ิญญา๸ด้วยพลังระดับก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายเนี่ยนะธรรมดา? แล้วแบบนี้คนอื่นจะเป็๲ยังไงเนี่ย? เทียบกับท่านแล้วไม่กลายเป็๲ขยะเปียกชุบแป้งทอดไปเลยหรอ?” เพ่ยเหยากล่าวอึ้งๆ

     

    “ฮ่าฮ่า เ๽้านี่พูดจาตลกอีกแล้ว” เสี่ยวชวนขำ

     

    หานอวี่เดินเข้ามาหาเสี่ยวชวน

     

    “ศิษย์น้องเสี่ยวชวน ขอบคุณเ๽้ามาก”

     

    “ไม่เป็๲ไรขอรับศิษย์พี่หาน” เสี่ยวชวนตอบอย่างสงบ

     

    หานอวี่มองไปยังเสี่ยวชวนด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาด เป็๲ปีศาจที่พร้อมสังหารในยามเผลอ ช่างน่าหวาดหวั่นนัก!

     

    “เฮอะ! ข้าไม่ขอบคุณเ๽้าหรอกนะ!” จางหลงกล่าวเสียงเข้ม

     

    “ใครอยากให้เ๽้าขอบคุณ?” เสี่ยวชวนตอบ

     

    บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย

     

    “เอาน่าๆ พวกท่านจะทะเลาะกันเป็๲เด็กไปทำไมเนี่ย พวกเราแยกย้ายกันดีกว่า คริๆ” เพ่ยเหยากล่าว

     

    “อืม… เช่นนั้น พวกข้าขอลาก่อน ศิษย์น้องจินเยว่ ศิษย์น้องเสี่ยวชวน ศิษย์น้องเพ่ยเหยา” หานอวี่กล่าว

     

    “ลาก่อนเ๽้าค่ะ” จินเยว่กล่าวอย่างสงบ

     

    “ลาก่อนจ้า” เพ่ยเหยากล่าวตาม

     

    “….” เสี่ยวชวนไม่กล่าวอะไร

     

    หลังจากนั้น สองกลุ่มก็ได้แยกย้ายกันไปตามทาง ในตอนนี้เหลืออีกไม่ถึงสองวันแล้วจะครบกำหนดหนึ่งเดือน 

     

    จินเยว่พอใจกับแกนอสูรที่กลุ่มตนเองได้รับและสั่งการให้ทุกคนกลับสำนักทันที…

     

    เสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาเชื่อฟังคำสั่งของจินเยว่อย่างง่ายดาย พวกเขาใช้วิชาท่าร่างไล่ตามหลังจินเยว่ไปเรื่อยๆจนกระทั่งออกมาจากเทือกเขาหลังสำนักได้ในที่สุด!

     

    ในตอนนี้ศิษย์ทุกคนที่รอดคงกลับกันมาหมดแล้ว ได้เวลาที่จะกลับสำนักไปส่งแกนอสูรและรับรู้ผลลัพธ์กันเสียที!

     

    เสี่ยวชวนตื่นเต้นเล็กน้อยว่ากลุ่มของตนจะได้อันดับที่เท่าไร? 

     

    เพ่ยเหยาเองก็คิดเหมือนกัน นางอยากรู้จริงๆว่ากลุ่มตนจะติดอันดับใด?

     

    จินเยว่ไม่ค่อยกังวลมากนัก นางมั่นใจว่ากลุ่มตนย่อมได้ลำดับไม่ต่ำทรามแน่นอน!