หลายวันถัดไปก็ได้เข้าสู่่สุดท้ายของภารกิจแล้ว หลายกลุ่มก็มีศิษย์ฆ่ากันตายบ้าง ล้มตายจากสัตว์อสูรบ้าง
การแย่งชิงไล่ล่านั้นแสนจะดุเดือดเืพล่าน ทว่า ยังดีที่กลุ่มของเสี่ยวชวนนั้นนำโดยจินเยว่ศิษย์ยอดฝีมือลำดับสามของสำนักกระบี่ฟ้าคราม จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเื่ มีเพียงกลุ่มของหานอวี่เมื่อตอนนั้นเท่านั้นที่กล้าแย่งชิง
ตอนนี้กลุ่มของจินเยว่ เสี่ยวชวน และเพ่ยเหยาได้รับคะแนนมามากมายมหาศาลแล้ว พวกเขาคาดหวังว่าคงจะได้อันดับที่ดีในภารกิจครั้งนี้อย่างแน่นอน
ทั้งสามออกล่าตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ประสานงานกันได้เข้าขาและเริ่มรู้ใจกันเป็อย่างดีในเกือบ 1 เดือนมานี้
เพ่ยเหยาสนิทสนมกับเสี่ยวชวนเป็พิเศษ เพ่ยเหยานั้นช่างพูด ส่วนเสี่ยวชวนก็ช่างตอบ มันเลยคุยกันไปเรื่อย ส่วนจินเยว่จะเงียบฟังเสียเป็ส่วนใหญ่
ในคืนใกล้วันสิ้นสุดการทดสอบ ทั้งสามที่นอนอยู่ในเต๊นท์นั้นได้ยินเสียงต่อสู้ดังเข้ามาใกล้ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เพ่ยเหยา เสี่ยวชวน และจินเยว่ออกมาจากที่นอนทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” เพ่ยเหยากล่าวถาม
“ดูเหมือนจะมีการต่อสู้กันใกล้ๆนี้” เสี่ยวชวนตอบ
“พวกเราไปดูกันเถอะ” จินเยว่กล่าวเสียงเรียบ
ทั้งสามคนได้ใช้วิชาท่าร่างเข้าประชิดเสียงที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อไปถึงก็พบเห็นกลุ่มคนสามคนกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวหนึ่ง มันเป็อสูรพยัคฆ์เพลิงระดับสร้างแกนพลังขั้นปลายที่ใกล้จะบรรลุขั้นหลอมรวมิญญาเต็มทีแล้ว
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธชั้นสร้างแกนพลังขั้นปลายห้าคนก็เอามันไม่อยู่แน่นอน
จินเยว่แปลกใจว่าใครกันที่กำลังต่อกรกับมันอยู่
เมื่อมองเห็นชัดเจน นางก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็กลุ่มของศิษย์ยอดฝีมือลำดับหนึ่งหานอวี่ขั้นสร้างแกนพลังขั้นปลาย จางหลง และหลิวเซิ่งขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น
ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงปะทะกับพยัคฆ์เพลิงได้มาจนถึงป่านนี้ ที่แท้ก็เป็กลุ่มยอดฝีมือชั้นแนวหน้านี่เอง
“พวกเราจะเอาอย่างไรดี?” เพ่ยเหยาถาม
“รอดูไปก่อน” จินเยว่ตอบ
“…..” เสี่ยวชวนนิ่ง
“เฮอะ! ไอ้เสือโง่ตัวนี้มันร้ายกาจเป็บ้า” จางหลงกล่าวเสียงเข้ม
“โฮกกกก!!!”
พยัคฆ์เพลิงคำรามพร้อมฟาดกรงเล็บมาทางจางหลง
จางหลงขมวดคิ้วรีบถอยแทบไม่ทัน มันยกดาบขั้นมาขวางกรงเล็บของพลังเพลิงได้ทันท่วงที ทว่ามันเองก็กระเด็นไปไกลโขพร้อมลมปราณภายในปั่นป่วนทันที
‘ร้ายกาจมาก’ จางหลงคิด
หานอวี่พุ่งเข้าหาพยัคฆ์เพลิงพร้อมใช้วิชากระบี่ประจำสำนักเข้าฟาดฟันกับพยัคฆ์เพลิงอย่างกล้าหาญ แม้อีกฝ่ายจะพลังเหนือกว่าก็ตาม
“เปรี้ยง! เปรี้ยง!”
“เคร๊๋ง! เคร๊ง!”
เสียงกรงเล็บและกระบี่ฟาดฟันปะทะคลื่นลมปราณกันอย่างดุเดือด
จางหลงและหลิวเซิ่งไม่รอช้า ทั้งสองรีบเข้าไปสนับสนุนหานอวี่ทันที
“ศิษย์พี่! ข้ามาช่วยแล้ว!!” หลิวเซิ่งกล่าว
ทั้งสามปะทะกับพยัคฆ์เพลิงนานนับครึ่งชั่วยามและสูญเสียพลังไปมากมาย
กลุ่มของหานอวี่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ
หากสถานการณ์ยังเป็เช่นนี้ กลุ่มของหานอวี่ต้องตายอย่างแน่นอน พยัคฆ์เพลิงนั้นมีความว่องไวมากพอที่จะไล่ล่าพวกหานอวี่ทั้งสามและฆ่าทิ้งได้อย่างแน่นอน
การที่หานอวี่ตัดสินใจสู้แทนหนีนั้น นับว่าเป็ตัวเลือกที่ฉลาดที่สุดแล้ว ฉายากระบี่เยือกแข็งของหานอวี่ไม่ใช่แค่คำคุย
“พวกเราต้องช่วยพวกเขา” จินเยว่กล่าว
ทว่าเสี่ยวชวนนั้นได้ใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปก่อนแล้ว จากนั้นจึงห่อหุ้มดาบด้วยวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬพร้อมฟาดดาบไปที่ดวงตาข้างขวาของพยัคฆ์เพลิงอย่างแม่นยำ!
“ฉัวะ-!”
โลหิตสาดกระจาย
แม้แผลจะไม่ได้ลึกมาก แต่มันทำให้ตาข้างขวาของพยัคฆ์เพลิงบอดสนิททันที
ทุกคนถึงกับหันไปมองที่เสี่ยวชวนอย่างตกตะลึง
“โฮกกกกก!!!”
พยัคฆ์เพลิงหลังจากโดนเสี่ยวชวนฟันตาบอดมันยิ่งคลั่งมากกว่าเดิมไล่ตะครุบกลุ่มของหานอวี่ด้วยระดับพลังที่แทบไม่น่าเชื่อ
กลุ่มของหานอวี่ถอยกรูด
เพ่ยเหยาและจินเยว่เข้าไปช่วยกันสนับสนุนสลับกันรับมือกับพยัคฆ์เพลิงร่วมกับกลุ่มของหานอวี่อย่างว่องไว
หานอวี่มองไปยังจินเยว่ด้วยสายตาขอบคุณ ไม่จะเป็ต้องพูดมากเขาก็รู้ว่านี่เป็คำสั่งของจินเยว่อย่างแน่นอนที่ให้เข้าช่วยเหลือกลุ่มของเขา
ทว่า หานอวี่ไม่ได้ทราบเลยว่าเสี่ยวชวนพุ่งเข้าไปช่วยก่อนที่จินเยว่จะออกคำสั่งเสียอีก
หานอวี่ จินเยว่ เพ่ยเหยา จางหลง และหลิวเซิ่ง ร่วมกันรับมือพยัคฆ์เพลิงอย่างดุเดือด สถานการณ์ของทุกคนดีขึ้นทันตาเห็นเมื่อกลุ่มของจินเยว่เข้าช่วยเหลือ
เสี่ยวชวนยังไม่ได้ลงมือ เขาทำเพียงยืนนิ่งๆและมองไปยังพยัคฆ์เพลิงด้วยสายตาคมกริบราวกับดาบที่พร้อมฟาดฟันตลอด!
การปะทะดำเนินไปเรื่อยๆ พลังของพยัคฆ์เพลิงตัวนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด แม้ตาขวามันจะบอดไปแล้ว แต่ทว่า มันก็ยังสามารถกดดันทุกคนได้!
ทุกคนยกเว้นเสี่ยวชวนรับมืออย่างยากลำบาก ไม่มีใครบ่นที่เสี่ยวชวนยังไม่ลงมือ หานอวี่ที่เป็ระดับแนวหน้ารู้ดีว่าเสี่ยวชวนกำลังรอจังหวะ
ทุกคนยกเว้นเสี่ยวชวนปะทะกับพยัคฆ์เพลิงอย่างดุเดือด าแมากมายเกิดขึ้นตามตัวของทุกคน เพ่ยเหยามีาแเล็กน้อย จางหลงมีรอยกรงเล็บพยัคฆ์ที่หน้าอกเืไหลซิบ หลิวเซิ่งแขนขวามีแผลกรงเล็บใหญ่ ส่วนหานอวี่นั้น ไร้าแ!
ในขณะที่พยัคฆ์เพลิงกำลังคลั่งและโจมตีมานานจนเริ่มหมดพลัง เสี่ยวชวนก็พบโอกาสนั้นในทันที!
ดวงตาของเสี่ยวชวนสาดประกายวาววับ!
ใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปพร้อมห่อหุ้มดาบด้วยกรงเล็บกระดูกทมิฬแทงไปยังดวงตาข้างซ้ายที่ยังเหลืออยู่อย่างพยัคฆ์เพลิงอย่างแม่นยำ!
“ฉึกกกก!!”
ดาบเสียบเข้าไปลึกสามชุ่น เสี่ยวชวนกระชากดาบออก โลหิตพยัคฆ์เพลิงพุ่งกระฉูดทันที!
“โฮกกกกกก!!!”
พยัคฆ์เพลิงคำรามอย่างเ็ป เสียงของมันนั้น ฟังดูสิ้นหวัง และบ้าคลั่ง มันรีบพุ่งหนีไปทันทีอย่างว่องไวด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ไม่มีใครในกลุ่มที่สามารถตามมันทันสักคน!
หลังจากพยัคฆ์เพลิงหนีไปแล้ว ทุกคนก็ถอนหายใจทันที จางหลงกระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำ หลิวเซิ่งลงไปนั่งอย่างหมดแรง เพ่ยเหยาเพียงเดินไปหาเสี่ยวชวนอย่างช้าๆ
“พี่เสี่ยวชวน! ท่านร้ายกาจขึ้นอีกแล้ว! สุดยอดไปเลยเ้าค่ะ!” เพ่ยเหยากล่าว
“อืม… แค่นี้ไม่เท่าไรหรอก ยังธรรมดาทั่วไปนัก” เสี่ยวชวนกล่าว
“ฮ๊ะ?! ลอบโจมตีดวงตาพยัคฆ์เพลิงระดับสร้างแกนพลังขั้นปลายที่ใกล้บรรลุขั้นหลอมรวมิญญาด้วยพลังระดับก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายเนี่ยนะธรรมดา? แล้วแบบนี้คนอื่นจะเป็ยังไงเนี่ย? เทียบกับท่านแล้วไม่กลายเป็ขยะเปียกชุบแป้งทอดไปเลยหรอ?” เพ่ยเหยากล่าวอึ้งๆ
“ฮ่าฮ่า เ้านี่พูดจาตลกอีกแล้ว” เสี่ยวชวนขำ
หานอวี่เดินเข้ามาหาเสี่ยวชวน
“ศิษย์น้องเสี่ยวชวน ขอบคุณเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรขอรับศิษย์พี่หาน” เสี่ยวชวนตอบอย่างสงบ
หานอวี่มองไปยังเสี่ยวชวนด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองสัตว์ประหลาด เป็ปีศาจที่พร้อมสังหารในยามเผลอ ช่างน่าหวาดหวั่นนัก!
“เฮอะ! ข้าไม่ขอบคุณเ้าหรอกนะ!” จางหลงกล่าวเสียงเข้ม
“ใครอยากให้เ้าขอบคุณ?” เสี่ยวชวนตอบ
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
“เอาน่าๆ พวกท่านจะทะเลาะกันเป็เด็กไปทำไมเนี่ย พวกเราแยกย้ายกันดีกว่า คริๆ” เพ่ยเหยากล่าว
“อืม… เช่นนั้น พวกข้าขอลาก่อน ศิษย์น้องจินเยว่ ศิษย์น้องเสี่ยวชวน ศิษย์น้องเพ่ยเหยา” หานอวี่กล่าว
“ลาก่อนเ้าค่ะ” จินเยว่กล่าวอย่างสงบ
“ลาก่อนจ้า” เพ่ยเหยากล่าวตาม
“….” เสี่ยวชวนไม่กล่าวอะไร
หลังจากนั้น สองกลุ่มก็ได้แยกย้ายกันไปตามทาง ในตอนนี้เหลืออีกไม่ถึงสองวันแล้วจะครบกำหนดหนึ่งเดือน
จินเยว่พอใจกับแกนอสูรที่กลุ่มตนเองได้รับและสั่งการให้ทุกคนกลับสำนักทันที…
เสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาเชื่อฟังคำสั่งของจินเยว่อย่างง่ายดาย พวกเขาใช้วิชาท่าร่างไล่ตามหลังจินเยว่ไปเรื่อยๆจนกระทั่งออกมาจากเทือกเขาหลังสำนักได้ในที่สุด!
ในตอนนี้ศิษย์ทุกคนที่รอดคงกลับกันมาหมดแล้ว ได้เวลาที่จะกลับสำนักไปส่งแกนอสูรและรับรู้ผลลัพธ์กันเสียที!
เสี่ยวชวนตื่นเต้นเล็กน้อยว่ากลุ่มของตนจะได้อันดับที่เท่าไร?
เพ่ยเหยาเองก็คิดเหมือนกัน นางอยากรู้จริงๆว่ากลุ่มตนจะติดอันดับใด?
จินเยว่ไม่ค่อยกังวลมากนัก นางมั่นใจว่ากลุ่มตนย่อมได้ลำดับไม่ต่ำทรามแน่นอน!