ตอนที่157 บุกคฤหาสน์ตระกูลจาโก
“อ๊ะ!นายท่าน! นั่นมันคืออะไรหรือครับ?”อัลวาโรสอบถามเจ้านายขึ้นมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
“นั่นสิครับมันมาอยู่กับพวกนี้ แสดงว่าต้องมีความสำคัญแน่เลย”
เอเบอร์ราโดแสดงความคิดเห็นด้วยความเข้าใจเขาเชื่อมั่นว่าเจ้านายจะต้องวิเคราะห์แหล่งที่มาของเหล่าคนร้ายทั้งหลายได้แน่นอน
เสิ่นลี่อิงลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามโดยปล่อยให้ฝุ่นผงของหินปีศาจร่วงหล่นลงสู่พื้น เธอออกคำสั่งด้วยความมั่นใจซึ่งเรียกความฮึกหาญได้จากทุกคนว่า
“เอเบอร์ราโดจัดคนมากับฉันยี่สิบคนที่เหลือไปกับนาย ฉันจะบุกคฤหาสน์ของวาเลนซิโอเองส่วนพวกนายแยกย้ายไปยังที่พักอื่นของเขา และไปที่คฤหาสน์พวกฝั่งซ้ายด้วยฉันจะสร้างยาพิษให้เอง เอาไปผสมน้ำให้ทุกคนดื่มแค่เล็กน้อย ยกเว้นพวกลิ่วล้อที่ไม่มีพิษภัยอะไรส่วนคนเจ็บของเราก็ให้พักไปก่อน”
“ให้คนจัดการศพพวกนี้ด้วยอย่าให้ที่นี่สกปรกหรือมีร่องรอยอะไร”
เสิ่นลี่อิงนึกขึ้นได้ว่าต้องจัดการศพคนร้ายให้เรียบร้อยจึงเอ่ยสั่งการอีกครั้งอย่างกังวลใจ
“ครับผม!”เอเบอร์ราโดตาโตเป็นประกายอย่างเข้าใจความหมายที่เจ้านายสื่อสารออกมา
เขาเหลียวมององครักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างมีความหมายและรู้ดีว่าจะต้องจัดการศพอย่างไรเพื่อไม่ให้มีปัญหากับทางตำรวจได้
องครักษ์แต่ละคนเมื่อได้ยินเจ้านายออกคำสั่งบุกคฤหาสน์ตระกูลจาโกต่างส่งเสียงออกมาอย่างพร้อมเพรียงว่า
“พวกเราขอไปบุกที่บ้านศัตรูด้วยบาดแผลแค่นี้ไม่เป็นปัญหาครับ”
เสิ่นลี่อิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับองครักษ์ทุกคนพลางพยักหน้าตกลงพร้อมบอกกำหนดการให้ทุกคนรับรู้ว่า
“ได้!อีกสิบนาทีออกเดินทาง ให้แยกย้ายไปอย่างเงียบ ๆอย่าเรียกความสนใจจากพวกตำรวจเด็ดขาด ใครมีบาดแผลให้ไปทำแผลก่อนฉันจะปรุงยาพิษไว้รอ เอาละ.....ไปเตรียมการได้แล้ว”
จากนั้นเสิ่นลี่อิงและองครักษ์ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของแต่ละคนด้วยความเข้าใจอัลวาโรช่วยเหลือร่วมกับเหล่า
องครักษ์บางส่วนจัดการศพให้เรียบร้อยอย่างคล่องแคล่ว
ส่วนเอเบอร์ราโดไปสั่งการลูกน้องในการเตรียมรถและคนพร้อมอาวุธครบมือเขารู้สึกฮึกเหิมที่จะได้กำจัดศัตรูต่างตระกูลซึ่งเขม่นกันมานานแล้ว
ส่วนเสิ่นลี่อิงหายกลับเข้าไปในปราสาทเธอกำลังเตรียมยาพิษสูตรพิเศษที่จะทำให้ผู้คนฝั่งตระกูลจาโกและญาติฝั่งซ้ายกลายเป็นคนวิกลจริตกันทั้งหมดโดยไม่ต้องการสังหารพวกเขาให้เกิดมลทินแก่ตัวแต่อย่างใด
ระหว่างที่ปรุงยาพิษสูตรพิเศษอยู่นั้นเธอพึมพำเป็นระยะด้วยความแปลกใจในความรู้ที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวว่า
“แปลกเสียจริงฉันจดจำเรื่องการปรุงยาพิษได้ยังไง?แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะต้องใช้อะไรบ้าง?”
เธอสามารถหยิบฉวยสิ่งของใกล้ตัวใกล้มือให้กลายเป็นยาพิษได้อย่างง่ายดายโดยไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่ามีความสามารถด้านนี้ได้อย่างไร พลางนึกไปถึงเหตุการณ์ในงานเลี้ยงเปิดตัวซึ่งช่วยให้เธอรอดตายได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อครบกำหนดเวลานัดหมายสิบนาทีเด็กสาวถือขวดแก้ว ซึ่งเป็นขวดน้ำผลไม้จากในตู้เย็นแต่ผ่านการใส่สารสำคัญที่อยู่ภายในปราสาท กระทั่งน้ำสีชมพูในขวดแก้วกลายเป็นยาพิษชนิดพิเศษ
เธอนำขวดแก้วมายื่นให้กับเอเบอร์ราโดสองขวดสำหรับนำไปให้หลานชายและหลานสาวของวาเลนซิโอ พร้อมกับญาติฝั่งซ้าย พลางอธิบายวิธีใช้งานให้เอเบอร์ราโดฟังว่า
“ของเหลวที่อยู่ในสองขวดนี้รสชาติมันจะปะแล่ม ๆ หน่อย เอาให้ฮาเวียร์และอเดลลากิน ผสมกับน้ำเปล่าแค่สองสามหยดก็ได้ผลแล้วจะต้องกินให้ได้อย่างต่ำสิบซีซี ใส่ถุงมือให้ดี อย่าทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนขวดเด็ดขาดหากพบคนที่ควรให้ยาพิษนี่กิน ก็จัดการได้เลย รับรองว่าพวกมันไม่ตายแต่จะอยู่อย่างทรมานเอง”
“ส่วนขวดยาพิษนี่จะเอากลับมาด้วย หรือจะทิ้งไว้ที่นั่นก็ได้ พิษมันจะสลายไปเอง เมื่อถูกอากาศภายในครึ่งชั่วโมง”
เอเบอร์ราโดยื่นมือไปรับขวดแก้วขนาดกลางมาจากมือของเจ้านายด้วยความหวาดหวั่นเขาไม่คาดคิดว่าภายใต้ใบหน้า
เรียบเฉยแต่สวยงาม จะแฝงไว้ซึ่งความโหดเหี้ยมไม่แตกต่างจากเจ้านายคนก่อนแม้แต่น้อย
“ครับผม!”เอเบอร์ราโดรับคำสั่งเจ้านายด้วยความเข้าใจ เขาวางแผนที่จะนำผ้าออกมาเช็ดขวดเพื่อลบรอยนิ้วมือให้เรียบร้อยขณะเดินทาง
จากนั้นกลุ่มคนในรถยนต์นับสิบคันเคลื่อนขบวนออกจากปราสาททีละคนโดยทิ้งระยะห่างพอสมควรแต่ละคันล้วนแยกย้ายไปตามทิศทางแตกต่างกันเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตของตำรวจซึ่งเป็นแผนการของเอเบอร์ราโดที่ได้วางไว้
อัลวาโรอยู่ประจำการที่ปราสาทเพื่อกำจัดศพของคนร้ายอย่างรู้หน้าที่เขาไม่สามารถออกไปต่อสู้กับศัตรูได้เนื่องจากไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดเหมือนกับเหล่าองครักษ์
..........
เวลานี้เสิ่นลี่อิงกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลจาโกโดยมีรถยนต์ในกลุ่มของเด็กสาวทั้งสิ้นสี่คันแต่ละคันแยกย้ายเดินทางไปคนละเส้นทางในลักษณะโอบล้อมคฤหาสน์ตระกูลจาโกทั้งสี่ทิศทาง
คฤหาสน์ตระกูลจาโกตั้งอยู่ชานเมืองมาดริดบนเนินเขาสูงที่มีชัยภูมิเหมาะสมเหล่าองครักษ์ต่างจอดรถอยู่เชิงเขาแล้วเดินเท้าเคลื่อนตัวขึ้นบนเนินเพื่อลอบเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลจาโกอย่างรวดเร็ว
เด็กสาวมาถึงเส้นทางเข้าสู่ประตูด้านหน้าคฤหาสน์เธอสั่งการให้คนขับรถนำรถไปเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิดว่า
“ดาซาหาที่จอดรถให้มิดชิด พวกนายทยอยบุกเข้าไป หากพบผู้คุ้มกันฝั่งนั้นให้เก็บอย่างเงียบเชียบละ อย่าให้เกิดเสียงดังเด็ดขาด ฉันจะบุกเข้าไปก่อนเข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับผม!”ดาซาและองครักษ์อีกหนึ่งคนซึ่งนั่งคู่กัน ต่างขานรับคำสั่งด้วยความเข้าใจ
เด็กสาวเปิดประตูลงมาจากรถยนต์เอสยูวีสีดำที่ไม่มีในสารบบของเฟอนันโดอย่างรวดเร็วเธอทะยานตัวตรงไปยังพื้นที่
กำแพงด้านหนึ่งของคฤหาสน์หรูซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้ยินเสียงการต่อสู้อยู่ภายในแผ่วเบาจึงต้องการไปตรวจสอบในทันที
เมื่อมาถึงจุดที่ได้ยินเสียงต่อสู้อยู่หลังกำแพงชัดเจนขึ้นเธอมองหาจุดปลอดภัยในการปีนป่ายขึ้นไปเนื่องจากเหนือ
กำแพงมีเส้นลวดขึงไว้พร้อมปล่อยกระแสไฟฟ้ากำลังสูงไว้ด้วย
เธอเหลือบมองเห็นองครักษ์ของตนกำลังหาช่องทางตัดกระแสไฟฟ้าบนกำแพงอยู่ทว่าเธอไม่ต้องการเสียเวลารอเพราะเสียงการต่อสู้ดังชัดเจนมากขึ้นอีกทั้งเธอสัมผัสได้ถึงพลังจากคนคุ้นเคยอยู่หลังกำแพง
“ที่แท้คุณมาอยู่ที่นี่เอง”เธอพึมพำขึ้นมาอย่างเข้าใจ
จากนั้นเด็กสาวกระโดดเกาะขอบบนของรั้วกำแพงแล้วโหนตัวตีลังกาขึ้นไปยืนบนขอบกำแพงอันหมิ่นเหม่เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สัมผัสเข้ากับเส้นลวด
พลันเหลือบมองเห็นร่างของชายหนุ่มคุ้นตากำลังต่อสู้อยู่กับชายหนุ่มสูงใหญ่อีกคนซึ่งเธอจดจำได้เป็นอย่างดีว่า นั่นคือ เดฟเวิล
เธอตัดสินใจกระโดดตีลังกาปล่อยร่างลงสู่พื้นเบื้องล่างในทันทีเพราะสัมผัสได้ว่าแฟนหนุ่มกำลังจะเสียทีต่อเดฟเวิลเข้าให้แล้ว
ตุบ !
เสิ่นลี่อิงย่อตัวลงกับพื้นแล้วโผนเข้าสู้กับเดฟเวิลเพื่อช่วยเหลือแฟนหนุ่มทันที เธอใช้กำปั้นแล้วรวมกระบวนท่าหนึ่งถึงแปดเข้าไว้ด้วยกันจากนั้นรัวกำปั้นนับไม่ถ้วนเข้าใส่ร่างของเดฟเวิลในทันใด
เสียงรัวกำปั้นปะทะเข้าใส่ร่างของเดฟเวิลเกือบทุกส่วนทำให้เดฟเวิลพลาดโอกาสที่จะส่งพลังทมิฬเข้าใส่หยางจุ้นในทันทีเขารีบหลบกำปั้นที่ทรงพลังจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ถึงกระนั้นกำปั้นของเสิ่นลี่อิงที่ตั้งใจรัวใส่ร่างศัตรูด้วยทักษะต่อสู้หย่งเหิงอันทรงพลังทำให้เดฟเวิลถูกหมัดกระแทกเข้าใส่ร่างหลายตำแหน่งพร้อม ๆ กันเขาส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกก.........โอ๊ย.........บัดซบ!......”
เดฟเวิลไม่คาดคิดว่าในช่วงเวลาสำคัญที่ตนหาจังหวะในการสังหารคู่ปรับเก่าได้แล้วจะมีคนเข้ามาขัดขวางจากด้านหลัง
โดยที่เขาไม่สามารถแยกประสาทสัมผัสออกไปตรวจสอบได้
เดฟเวิลตื่นตระหนกที่พบว่าพลังของผู้มาใหม่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตนซึ่งเหนือกว่าหยางจุ้นหนึ่งระดับ
สุดท้ายเดฟเวิลตัดสินใจปล่อยหยางจุ้นไปก่อนด้วยความเสียดายโอกาสทองแล้วหันมาต่อกรกับศัตรูผู้มาใหม่ที่แข็งแกร่งเท่ากับตนแทน
“สาวน้อยเธอเก่งมากเลยนะ”
เดฟเวิลหันกลับมาพบเสิ่นลี่อิงเขาเอ่ยชมอย่างดูแคลนเธอโดยแอบตื่นตกใจที่พบเด็กสาวแข็งแกร่งพลางใช้อาวุธใน
ร่างกายปัดป้องพลังกำปั้นจากเด็กสาวเป็นพัลวันอย่างรวดเร็ว
เขาไม่กล้าชักช้าที่จะให้ความสนใจต่อตัวเด็กสาวมากนักเนื่องจากพลังกำปั้นของเด็กสาวมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าหยางจุ้นพร้อมทั้งมีกระบวนท่าแปลกตาที่เขาไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้
หยางจุ้นนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่กับพื้นพลางกระอักเลือดออกมาคำโต เขาเพิ่งมีโอกาสหายใจ หลังจากที่ต้องต่อสู้กับเดฟเวิลมานานจนไม่กล้ากระพริบตา
พอเหลือบมองเห็นแฟนสาวมาช่วยตนเองทันเวลาพอดีจึงปลดปล่อยความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บทั้งหลายที่เกิดขึ้นออกมาพลางยกแขนเสื้อเช็ดมุมปาก แล้วเตรียมเข้าร่วมวงต่อสู้อย่างไม่รีรอ
ชายหนุ่มไม่สามารถปล่อยให้แฟนสาวต่อสู้กับศัตรูได้เพียงลำพังถึงแม้เขาจะได้รับบาดเจ็บหนักก็ตาม ทว่าเขาจำเป็นที่จะต้องปกป้องเธอให้ถึงที่สุดจึงไม่คิดใส่ใจในอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย
พลันมีเสียงดังขึ้นในใจของเขาจากเสิ่นลี่อิงว่า“คุณพักรักษาตัวก่อน ฉันต่อสู้กับมันได้ อย่าเพิ่งเข้ามายุ่ง”
เสิ่นลี่อิงเหล่ตามองเห็นแฟนหนุ่มกำลังลุกขึ้นจะเข้าร่วมวงต่อสู้จึงส่งพลังจิตสายหนึ่งไปสนทนากับเขาอย่างเร่งด่วนเพราะ
เธอกำลังตัดสินใจที่จะทดลองทำบางอย่างจึงไม่ต้องการให้เขาเข้ามาอยู่ในวงล้อมของพลังกรุณา