บทที่ 6 ขอต้อนรับสู่โลกใหม่
“..อืม..” ผมเอามือจับที่ปลายคางครุ่นคิดอย่างหนัก
“…ผมตายตอนอายุสิบก้าวปี ถือว่ายังน้อยอยู่ โดยการกินยาพิษเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ หากรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองก็คงดี และคงจะไม่อายุสั้นเช่นนี้ ถ้างั้น...
“เอาอย่างนี้ละกันครับท่านเทพ..ผมขอพร์รู้ชะตาฟ้าครับ” ผมกล่าวพลางก้มหัวลงไปจ้องมองรายละเอียดของความสามารถที่เป็รูปดวงตาสีฟ้า
มันอธิบายว่า ผู้ที่มีความสามารถนี้จะสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น และเหตุณ์การณ์ที่รับรู้ได้นั้นจะรวมถึงคนสำคัญที่อยู่รอบข้างด้วย
“ ได้..ต่อจากนี้ไปนายจะเกิดใหม่เป็ผู้ที่มีลางสังหรณ์แม่นยำขั้นเทพ แต่ฉันขอเตือนไว้อย่างหนึ่งนะว่า การเห็นอนาคตมันเหมือนดาบสองคมที่อาจจะทำให้นายเป็ทุกข์ได้เมื่อได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่อยากจะเห็น..ที่เลือกพร์ข้อนี้คิดดีแล้วใช้มั๊ย?” เทพโลกิพยายามกล่าวถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“คิดดีแล้วครับ” ผมตอบออกไปอย่างไม่ลังเล ถึงภาพอนาคตจะโหดร้ายก็เถอะแต่ถ้าได้รู้ก่อนก็คงจะหาทางแก้ได้ทัน
“หึ..งั้นก็จัดไปตามคำขอ” เทพโลกิดีดนิ้วขึ้นมาหนึ่งครั้งแสงสีแดงที่คล้ายเป็แผ่นแสดงรายละเอียดของพร์ก็พุ่งเข้าแทรกซึมเข้าไปในดวงจิตผมทันทีทำให้เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาในมโนสำนึก
“เห็นแก่นายที่ตายในวันเกิดและเกิดในวันตายพอดี..ฉันจะให้นางฟ้าประจำตัวระดับคอสมิกเป็ของขวัญวันเกิดใหม่ละกัน.ขอให้มีความสุขและโชคดีในโลกใหม่..ลาก่อน..”
สิ้นเสียงสะท้อนก้องกังวาลของเทพโลกิ ก็พลันเกินแสงสว่างวาบทำให้ห้าวหลานหมดสติและตกลงไปเข้าสู่ห่วงความรู้สึกที่ดิ่งวูบลงไปด้านล่างเหมือนคนที่ตกลงไปในหุบเหวลึกไร้ที่สิ้นสุด
“ตื่นแล้วเหรอครับเ้านาย..” เสียงสังเคราะห์ของหุนยนต์โดรนทรงจานบิน แว่วมาตามสายลมที่มีกลิ่นไออากาศร้อนๆ ของเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าพวยพุ่งออกมาตามกระแสการไหลเวียนของอากาศ
เปลือกตาของหนุ่มน้อยอายุสิบหกค่อยๆ ขยับลืมขึ้น รับเอาแสงสว่างสีขาวจากหน้าต่างอันผุพังที่ถูกปิดกั้นไว้ด้วยแผ่นกระจกที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวคล้ายใยแมงมุม
“..” นี่ผมกำลังฝันไปรึเปล่าว.
ผมพูดกับตัวเองก่อนจะหันไปมองเงาในกระจกที่ตั้งอยู่ข้างๆ
ภาพร่างของเด็กหนุ่มผมสั้นหน้าตาขาวใสสมูกโด่งสันคมแววตากลมโตคมกริบคิ้วหนาดกดำราวราชสีห์ก็พลัยปรากฏขึ้น
“..” นี่ตัวเราเองเหรอ ให้ตายสิหล่อชมัด
“.ว่าแต่ที่นี่ คือที่ไหนกันนะ.. รกจังเลย ”
“นี่เป็ห้องนอนของท่านเองเ้านาย” เสียงสังเคราะห์ดังขึ้นมาพร้อมกับไฟสีเขียวแดงที่กระพริบเป็เส้นตรงขอบของโดรนจานบิน
“…” ปวดหัว..ปวดหัวจังเลย.อะอ่าห์.
ตาของผมขยิบลง...ภาพเหตุการณ์ความทรงจของทั้งสองโลก ของร่างเด็กคนนี้กำลังหลั่งไหลทะลักเข้าปะทะกันในมโนสำนึก ราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากในยามหน้าฝนที่ไหลหลากลงมาจากยอดเขาสูง
ผมหันไปสำรวจรอบๆ คล้ายกับคนที่ไม่เคยมาที่นี่มาก่อนทั้งๆ ที่มันก็คือบ้านของผมนั่นเอง แต่เป็บ้านในอีกร่างของโลกจักรวาลคู่ขนาน ก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงมานี้ผมนอนหลับอยู่และฝันไปไกลถึงอีกโลก โลกที่ชื่อว่าโมโนฮัน มันทำให้ผมจำได้ว่าก่อนจะมาเกิดในโลกนี้ผมผ่านอะไรมาบ้าง คล้ายๆ กับความทรงจำที่ฟื้นคืนนั้นแหละ
ตัวผมในโลกนี้มีชื่อว่าเลโอเดคัส เป็บุตรนอกสมรสของตระกูลผู้ปกครองราชอาณาจักรไบก้อนอันยิ่งใหญ่
ในบรรดาลูกที่เกิดจากาาไบก้อนทั้งหมดกว่าสองร้อยคน ผมคือคนที่มียศต่ำที่สุดไม่สิจะเรียกว่าต่ำก็คงไม่ได้ เรียกว่าไม่มีเลยจะดีกว่า เพราะแม่ของผมแม้จะเคยเป็คนโปรดจนได้รับยศสูงถึงพลเอก แต่เมื่อทำให้าาไบก้อนไม่พอใจนางก็ถูกถอดยศและริบคืนทรัพย์สินจนหมดและถูกให้เนรเทศไปอยู่ที่เมืองชั้นล่าง ไม่นานนักนางก็ตรอมใจตาย ทำให้ผมต้องใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่ที่มีชื่อว่ามิกิซึ่งแม่ของมิกิเองก็ถูกเนรเทศมาเหมือนกันและพึ่งตายไปเมื่อสามปีที่แล้ว
ตอนนี้มิกินางไม่อยู่บ้านเพราะต้องออกไปทำงานที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเขตเมืองกำแพงซาเร็ม
“อ่า…ให้ตายสิ การเกิดใหม่นี่มันต้องปวดหัวขนาดนี้เลยหรือ”
ผมยกมือขึ้นมาเคาะกะโหลกของตัวเองเบาๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของเซลล์สมองลง
จะว่าไปแล้วเลโอเดคัสคนนี้ก็คือผมเมื่อตอนอายุสิบหกปีนั่นเองในจักรวาลคู่ขนาน
ดังนั้นหน้าตาจึงไม่ต่างกับผมมากนักในโลกใบเก่า อีกทั้งความลำบากในชีวิตก็แทบไม่ต่างกันด้วย
“ควันติน.ตอนนี้เป็เวลาเท่าใดแล้ว”
“17.00 น. ครับเ้านาย”
ควันติน โดรนปัญญาประดิษฐ์ ที่ผมในโลกนี้ไปเก็บจากกองขยะมาซ่อมและอัฟเกรดใหม่จนสามารถใช้งานเป็ผู้ช่วยคอยกวนประสาทผมอยู่เรื่อยๆ เหมือนจ่าแก่ๆ คนนั้นที่อยู่โลกเก่าไม่มีผิด
จะว่าไปแล้วในโลกเก่าผมก็พยายามสร้างต้นแบบของโดรนแบบนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่น่าเชื่อว่าผมในโลกนี้จะสร้างมันเสร็จภายในแค่ตอนอายุได้สิบหกปีเท่านั้น มันคงเป็เพราะเทคโนโลยีในโลกนี้ก้าวหน้ากว่าโลกที่ผมจากมาถึงร้อยปี
มันเป็ผู้ช่วยและกูเกิลส่วนตัว เพราะหน่วยความทรงจำที่เก่าแก่ของมันนั้นได้บันทึกเื่ราวต่างๆ ของดาวดวงนี้ไว้อย่างมากมาย
“นายช่วยออกไปหาอะไรมาให้ฉันกินหน่อยได้มั๊ย...นอนหลับมานานชักเริ่มจะหิว”
ผมพูดพลางเดินไปหยิบเสื้อเชิตสีขาวตัวโปรดขึ้นมาสวมใส่
“ได้ครับเ้านาย” เครื่องยนต์ไอพ่นแบบไอออนิกไร้ใบพัดปล่อยกระแสลมพยุงเ้าจานบินทรงกลมขนาดเท่าเครื่องดูดฝุ่นลอยตรงไปยังประตูด้วยความเงียบเชียบและนิ่มนวล
“พบผู้บุกรุก..พบผู้บุกรุก!” ควันตินเปล่งแสงกระพริบสีแดงวูบวาบคล้ายแสงไซเรนของตำรวจ ก่อนลอยถอยออกมา เมื่อเห็นร่างของสาวหุ่นเพรียวผมสั้นในชุดนักรบรัดรูปสีดำ
“อันตรายระดับสีแดง ผู้บุกรุกมีอาวุธ ผู้บุกรุกมีอาวุธ อันตราย อันตราย” ควันตินเริ่มส่งเสียงเตือนและกระพริบไฟแรงขึ้นเมื่อมันตรวจพบอาวุธดาบในมือของนาง
“นะนี่เธอ..้าอะไร..” ผมเอ่ยถามเธอด้วยสีหน้าและน้ำเสียงใ
อะไรกันฟระ พึ่งเกิดใหม่มาแท้ๆ ก็จะถูกฆ่าข่มขืนแล้วเหรอ หืมมม! ดูจากหน้าตาและขนาดหน้าอกที่เด้งดึ๋งของเธอแล้วช่างเป็นางโจรที่หุ่นเอ๊กเซ็กซี่เสียจริงๆ..แบบนี้คงยอมให้ข่มขืนอะแบบไม่ขัดขืนเลย....
“ดะดะเดินเดินถะถะ..ถือดาบเข้ามาหาผมอย่างนี้..มะมะมีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆจากันก็ได้นะครับ..” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวสุดขีด
ตอนนี้แม้จะมีความหื่นพลุ่งพล่านเข้ามาแต่ดาบในมือเธอก็ทำเอาน้องชายของผมหดมุดลงหลบใต้กางเกงแบบโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว เพราะไม่รู้ว่าเธอคนนี้จะมาดีหรือมาร้าย