เธอและเลียงลี่ เดินไปร้านนู้น ออกร้านนี้ มองอย่างตื่นตา ตื่นใจ เพราะไม่เคยเห็นของในโลกนี้มาก่อน มีหลายอย่างที่แปลกตา มากมาย แต่ก็ไม่ได้ซื้อทุกอย่าง เพราะเงินที่ได้มามีน้อย ตระกูลนางไม่ได้ร่ำรวย มีรายได้มาจากท่านปู่ที่เป็เสนาบดีฝ่ายซ้ายที่ได้เป็เบี้ยหวัดรายปี เพียงอย่างเดียว เลี้ยงคนทั้งจวน นางจึงได้รับเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางคงจะต้องหาวิธีหาเงินเอง ไม่งั้นคนในจวนคงจะต้องพากันอด มีบ่าวหญิง ชาย ที่ต้องดูแลอีกหลายชีวิต ระหว่างดูนั่นนี่ ปากก็กินขนมที่ซื้อไปด้วย
"เลียงลี่ไปทางนั้นกัน "
เดินออกมาจนถึงโซนอาหาร มีโรงเตี้ยม มากมาย เสี่ยวเอ้อ กำลังเรียกคนเข้าร้านอยู่
"ข้าว่าเราพักกินอะไรกันก่อนเถอะ ข้าชักหิวแล้วสิ"
เดินมาทั้งวัน ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ถึงแม้จะกินขนมไปบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่อิ่ม ว่าแล้วก็ชวน เลียงลี่เข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
"เชิญแม่นางทั้งสอง นั่งก่อนขอรับ รับอะไรดีขอรับ"
เสี่ยวเอ้อ ประจำร้านมารับออเดอร์อาหารที่โต๊ะ ที่พวกนางเลือกนั่ง ซึ่งอยู่ชั้นบน ของโรงเตี๊ยม มองเห็นด้านล่าง ผู้คนมากมายเดินกัน เข้าร้านนู้น ร้านนี้ เต็มไปหมด ผู้คนยังพากันเข้ามาเดินตลาดแห่งนี้อย่างคับคั่ง
"จัดอาหารมาสัก 2-3 อย่างนะ น้ำชากาหนึ่ง "
"รอสักครู่ นะขอรับ"
รอไม่นาน เสี่ยวเอ้อก็ยกอาหารมาวางที่โต๊ะ นางและเลียงลี่ก็ลงมือกินอาหารอย่างช้าๆพลางพูดคุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนาน ไม่เร่งรีบอะไร มากนัก จู่ๆก็ได้ยินเสียง เอะอะโวยวายมาจากหน้าโรงเตี๊ยม
เธอจึงพยายามมองที่มาของเสียงนั้น
"องค์ชายสี่ ้าที่จะนั่งชั้นบน เ้ากลับบอกว่าชั้นบนเต็ม อย่างนั้นรึ เ้าก็ไปไล่คนที่นั่งชั้นบนออกไปสิ รออะไรละ ไปสิ เ้ากล้าขัดพระทัยองค์ชายสี่ อย่างนั้นรึ อยากมีหัวอยู่อีกไหม พระองค์้าเหมาชั้นบนทั้งชั้น ไปจัดการเดียวนี้ "
เสียงตะคอกจากบุรุษที่ดังอยู่ข้างล่างทำให้ เธอสงสัย ว่าใครมาเบ่งแถวนี้ ถ้าที่นี่เป็ร้านพ่อเธอละก็ เจอดีไปนานแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่เธอเคยอยู่ เธอจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก ยังคงนั่งกินต่อไป สักพัก พอดีเสี่ยวเอ้อเด็กในร้าน ก็มาบอกให้ทุกคนที่นั่งอยู่ ชั้นบน ย้ายลงไปนั้งชั้นล่างแทน เพราะตอนนี้ องค์ชายสี่ ้านั่งทานอาหารชั้นบนนี้
"ขออภัยทุกท่านด้วยนะ ขอรับ องค์ชายสี่หลงเป่าเฟย ้านั่งชั้นบนนี้ ขอให้ทุกท่านลงไปนั่งโต๊ะชั้นล่างแทนนะขอรับ ขออภัยจริงๆขอรับ "
ทุกคนเมื่อได้ยินว่าใครจะมานั่งทานอาหารบนนนี้ก็ไม่มีใครอิดออด ต่างลงไปชั้นล่างกันหมด เพราะรู้ถึงชื่อเสียงขององค์ชายผู้นี้ดี ไม่มีใครอยากขัดใจ หรือกล้ามีเื่ด้วย
เว้นแต่เธอ ฟางเหม่ยหลิงกับเลียงลี่ที่ยังไม่ลุกจากโต๊ะ ที่แท้คนที่สร้างความวุ่นวายให้กับโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มีศักดิ์เป็ถึงองค์ชาย โอรสขององค์จักพรรดิ์ ไม่น่าละ ทุกคนถึงพากันกลัว
"หลิงเอ๋อ ลงไปกันเถอะ "
เลียงลี่ รีบชวนคุณหนูของนาง นางมีท่าทีหวาดกลัว ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ เพราะกลัวว่าภัยจะมาถึงถ้ายังไม่รีบลงไป
"ทำไม ข้ายังกินไม่อิ่มเลย เหลืออาหารอีกตั้งเยอะนะ
จะรีบไปไหนละ''
'' โถ่ หลิงเอ๋อ รีบไปกันเถอะ ''
ตอนนี่เลียงลี่หน้าซีด ตัวสั่นด้วยความกลัว เพราะทุกคนทยอยลงไปกันหมดแล้ว
'' ก็ได้ ก็ได้ ไปก็ได้ "
เธอเห็นว่าเลียงลี่กลัวจนหน้าซีด ก็เลยรีบพากันออกมาจากโรงเตี้ยม
"บ่าวกลัวจนขาอ่อนเลยเ้าคะ"
เมื่ออยู่ในที่ลับตาคนเลียงลี่จึงได้เอ่ยกับนายของตน
"ข้าละเบื่อจริงๆ อยู่ดีๆก็มาเบ่ง ไล่ที่คนอื่นแบบนี้ ไม่สมกับเป็องค์ชายเลย หมดสนุกกันพอดี "
เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอย่างไรเขาก็เป็ถึงองค์ชาย
"อย่าใส่ใจเลยเ้าคะ กลับจวนกันเถอะ "
"เดี่ยวก่อนนั้นรถม้าขององค์ชายสี่ไม่ใช่หรอ"
เธอเหลือบไปเห็นพอดี และคิดว่าน่าจะใช่รถม้าขององค์ชายแน่เพราะดูหรูหรา มีราคาแพงซะขนาดนั้น มันทำให้เธอคิดอะไรดีๆออกมาได้
"ไปกัน"
''ไปไหนเ้าคะ''
"แก้แค้นยังไงละ"
ว่าแล้วเธอก็ให้เลียงลี่แกล้งเดินไปหกล้มตรงใกล้ๆที่คนดูแลรถม้าขององค์ชายอยู่ คนที่ดูแลรถม้าขององค์ชายเห็นหญิงสาวสวยมาสะดุดล้มตรงหน้าก็เลย รีบเข้าไปช่วยพยุง และเก็บข้าวของที่นางทำหล่น ในระหว่างนั้น เธอเองก็รีบขึ้นไปบนรถม้าและโรยผงคันไว้ทั่วที่นั่ง ผงคันนี้นางพกติดตัวมาด้วย นางเป็คนปรุงมันขึ้นมาเอง ใครััโดนแค่เพียงนิดก็จะคันคะเยอทั้งตัว นี่คือแผนการเอาคืนที่เธอนั้นได้คิดออกเมื่อกี้
พองานสำเร็จแล้วเธอก็ส่งสัญญาณให้เลียงลี่รู้ เลียงลี่พยักหน้าและก็รีบเดินออกไปทันที
"คุณหนูเรียบร้อยไหมเ้าคะ"
"แน่นอนไม่พลาดอยู่แล้ว กลับกันเถอะ"
..................................................................
หลังจากที่องค์ชายสี่ ได้กินดื่มอย่างเต็มที่แล้วเขาก็ได้ขึ้นรถม้ากลับวัง แต่นั่งมาได้สักพักเขาก็เริ่มรู้สึกคันที่มือและรามไปทั่วทั้งตัว เขาเกาอย่างบ้าคลั่งเพราะมันคันมากและทำให้ต้องหยุดรถม้าระหว่างทางเพราะเสียงขององค์ชาย ทำให้องครักษ์รีบเข้ามาถามว่าเขาเป็อะไร
"องค์ชายเป็อะไรหรือพะยะคะ"
"คันไม่ไหวแล้ว รีบพาข้ากลับวัง เร็วเข้า"
ทุกคนพากันใ จึงรีบเร่งรถม้ามาที่วัง ก่อนที่จะตามหมอหลวงให้รีบมารักษาองค์ชาย ที่ตอนนี้ร้องโวยวายและอาละวาดขว้างปาข้าวของไปทั่ว
"องค์ชายโดนผงคัน พะยะคะ เข้าไปอาบน้ำสมุนไพรที่ข้าเตรียมไว้สักพักอาการก็จะดีขึ้นเองพะยะคะ"
หมอหลวงรีบมาดูอาการและวินิฉัยโลก พร้อมทั้งได้เตรียมยาไว้ให้แล้ว
"ใคร ใครบังอาจ ใช้ผงคันกับข้า "
"หม่อมฉันก็ไม่รู้ได้พะยะคะ แต่เจอผงคันในรถม้าพะยะคะ"
องครักษ์รีบมารายงานทันที หลังไปตรวจสอบมาแล้ว
"โถ่เว้ย ใครกันบังอาจมาทำร้ายข้าขนาดนี้ อย่าให้รู้นะ ข้าจะตัดหัวมันทั้งตระกูล"
..................................................
ตอนนี้มีข่าวลือ ไปทั่วแคว้นเหลียงว่ามีคนแอบทำร้ายองค์ชายสี่ด้วยผงคัน ทำให้เขามีรอยแดงทั้งตัว เพราะความคันทำให้เขาเกาจนเนื้อแดงไปหมด ทุกคนต่างสงสัยว่าใครกันช่างกล้าทำเื่เช่นนี้กับองค์ชายสี่ ใครๆก็รู้ว่าเขานั้นโเี้ร้ายกาจแค่ไหน ถ้าเขาจับได้ละก็มีสักกี่ชีวิตก็พอ
ข่าวลือนี้แพร่สะพัดไปถึงจวนของฟางเหม่ยหลิงเธอก็อดที่จะขำไม่ได้ เพราะว่าแผนการณ์นี้สำเร็จไปได้ด้วยดี
"สมน้ำหน้า อยากอวดเบ่งดีนัก"
"สมควรโดนเ้าคะ"
เลียงลี่เองก็เห็นด้วยที่องค์ชายสี่ควรโดนเช่นนี้บ้าง
"ถือว่าข้าช่วยแก้แค้นแทนชาวบ้านละกัน"
ข่าวที่ว่าองค์ชายสี่ชอบมารังแกชาวบ้านและใช้สิทธิพิเศษของการเป็องค์ชาย ทำตามอำเภอใจนั้น ดังกระฉ่อนไปทั่วแคว้น ขนาดเธอไม่ค่อยออกจากจวนยังได้ยินมาเข้าหูอยู่บ่อยๆ เพราะสาวใช้ที่ชอบนำมาเล่าต่อๆกันฟัง เรียกได้ว่าอยากรู้ข่าวอะไรในแคว้นไม่ต้องออกไปสืบเองหรอก เพราะเดี่ยวก็ได้รู้จากพวกบ่าวและสาวใช้ในจวนแน่ เรียกได้ว่ากลุ่มนี้ เป็แหล่งรวมการข่าวที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ขนาดหมาแมวบ้านใครตายพวกเขาก็ยังรู้กันเลย