ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 สภาพจิตใจพังทลาย

            จริงๆ แล้วชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็ดำนาปลายฤดูเสร็จกันหมดแล้ว เหลือเพียงที่นาของตระกูลจิ่งที่ยังว่างเปล่าอยู่ มีคำกล่าวว่าการดำนาปลายฤดูเร็วขึ้นหนึ่งวัน จะได้ผลผลิตดีขึ้นหนึ่งส่วน แต่หากช้าไปหนึ่งวัน ผลผลิตก็จะลดลงหนึ่งส่วน ยิ่งไปกว่านั้นข้าวนาปลายฤดูยังมีรสชาติดีกว่าข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนกำหนดเนื่องจากได้รับอุณหภูมิระหว่างเช้ากับเย็นที่แตกต่างกันและเพราะว่าข้าวนาปีเป็นอาหารหลักของทุกครัวเรือน ดังนั้นในตอนนี้จิ่งเจี้ยนกั๋วจึงเริ่มรู้สึกร้อนใจอยู่ไม่น้อย

            นิสัยของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยถูกหลิวชุนฮวาเลี้ยงดูอย่างตามใจจนเสียคนไปนานแล้ว เธอจึงเถียงกลับทันที “จะตะโกนทำไม? เอาแต่สั่งให้หนูทำงาน ทำไมไม่ไปตามจิ่งเยี่ยนกุยมาทำงานบ้างล่ะ? ยายนั่นก็เป็นลูกสาวของพ่อนะ!”

            “ถ้ายังโวยวายอีก หนูก็จะแยกบ้านออกไปอยู่คนเดียวเหมือนกัน!”

            เรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยแยกครัวเรือนออกมานั้น ตอนแรกจิ่งเจี้ยนกั๋วไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาถูกชาวบ้านเหน็บแนมไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเต็มทน อีกทั้งช่วงนี้ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและปลูกข้าวใหม่ ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

            เมื่อคนเราเหนื่อยล้า อารมณ์ก็มักจะขุ่นมัวเป็นพิเศษ อีกทั้งจิ่งเจี้ยนกั๋วก็ไม่ใช่คนใจเย็น พอได้ยินคำพูดของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย เขาก็โมโหจนขาดสติ รีบพุ่งขึ้นมาจากนาข้าวปรี่เข้ามากระชากตัวจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่เธอไปหลายที “ไม่ทำงานแล้วยังมีหน้ามาอ้างนู่นนี่อีกงั้นเหรอ! อยากจะทำตัวไม่เอาไหนเหมือนจิ่งเยี่ยนกุยนังอกตัญญูนั่นใช่ไหม? ดูสิว่าวันนี้ฉันจะตีแกให้ตายไหม!”

            ในบรรดาลูกๆ ชายหญิงเขาโปรดปรานจิ่งหลิวหยางมากที่สุด ส่วนลูกสาวที่เหลือ สำหรับเขาแล้วมีสถานะเท่าๆ กัน ดังนั้นตอนนี้ที่เขากำลังโมโห จึงลงมือกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยโดยไม่ปรานีสักนิด

            ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจิ่งเสี่ยวเยวี่ยได้รับการเลี้ยงดูและทะนุถนอมจากหลิวชุนฮวา ไม่เคยได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจหรือถูกใครทำร้ายเลยสักครั้ง ตอนนี้เมื่อถูกจิ่งเจี้ยนกั๋วตบหน้าไปหลายที เธอก็ถึงกับมึนงง สภาพจิตใจพังทลายโดยสมบูรณ์

            คำสอนที่หลิวชุนฮวาเคยสอนว่าให้ทำตัวอ่อนโยนต่อหน้าคนอื่น เธอได้ลืมมันไปจนหมดสิ้น ความโกรธพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด เธอดึงมือของจิ่งเจี้ยนกั๋วแล้วกัดลงไปเต็มแรง

            เสียงเอะอะโวยวายจากทางนั้นดังสนั่นไปทั่ว แม้แต่จิ่งเยี่ยนกุยที่อยู่ในบ้านเก่าก็ยังได้ยิน เธอเดินออกมาดูครู่หนึ่ง ภายในดวงตาล้วนแต่ฉายแววเย้ยหยัน

            เมื่อก่อนตอนอยู่ที่บ้านตระกูลจิ่ง เธอทำงานเหมือนวัวเหมือนควาย ปรนนิบัติพัดวีคนในครอบครัวทุกอย่าง ทุกๆ วันก็ยังต้องคอยดูพวกเขาแสดงละครรักใคร่ปรองดองกันต่อหน้าเธอ แต่ตอนนี้เธอเพิ่งออกมาจากบ้านได้แค่สิบกว่าวันเท่านั้น ละครครอบครัวสุขสันต์ของพวกเขาก็เล่นต่อไม่ได้เสียแล้ว

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าขอแค่เธอออกจากบ้านตระกูลจิ่ง ก็ถือเป็นการโจมตีพวกเขาอย่างใหญ่หลวงแล้ว เธออยากจะเห็นเหลือเกินว่าในชาตินี้ถ้าไม่มีเธอยอมให้พวกเขาคอยดูดเลือด พวกเขาจะมีชีวิตอยู่กันต่อไปแบบไหน

            เธอคร้านจะสนใจเรื่องนี้ จึงกลับเข้าไปอ่านหนังสือต่อ เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เธอต้องพยายามให้มากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับพวกเศษสวะเหล่านี้มากเกินไป

            แต่หยางหว่านซิ่วไม่สามารถเมินเฉยเหมือนจิ่งเยี่ยนกุยที่วางตัวเป็นคนนอกได้ เธอรีบเข้าไปจัดการกับเรื่องนี้ทันที

            จนกระทั่งฟ้ามืดใกล้ค่ำ หยางหว่านซิ่วถึงได้กลับมาจากบ้านตระกูลจิ่งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย เธออดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “หลิวชุนฮวาสอนลูกจนเป็นแบบนี้ได้ยังไง!”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้นัก เพราะการสอนลูกเป็นความรับผิดชอบของทั้งสามีและภรรยา หลิวชุนฮวาเองก็มีปัญหาไม่น้อย แต่ปัญหาที่จิ่งเจี้ยนกั๋วก็ใช่ย่อยเช่นกัน

            ถ้าเธอมีลูก เธอจะสอนลูกให้ดี จะไม่มีทางสอนให้ลูกของเธอกลายเป็นเหมือนคนเลวทั้งสามในตระกูลจิ่งพวกนั้น

            แต่พอเรื่องนี้ผุดเข้ามาในความคิด เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงฟางเสียนจือ เอาเถอะ ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกันเลย แต่เธอกลับไปคิดถึงลูกของพวกเราซะแล้ว เรื่องนี้มันน่าอายจริงๆ

            หยางหว่านซิ่วเห็นว่าหน้าของเธอแดงระเรื่อ จึงยื่นมือมาสัมผัสแล้วพูดว่า “ทำไมตัวร้อนขนาดนี้? หรือว่าแกเป็นไข้ขึ้นมาอีกแล้ว! เดี๋ยวย่าไปตามหมอเชอมาให้”

            จิ่งเยี่ยนกุยรีบห้ามไว้ “ย่าคะ หนูไม่เป็นไร แค่รู้สึกว่าอากาศร้อน เดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วมองมาด้วยความเป็นห่วง เธอยังคงพูดอีกว่า “ถ้าหนูยังรู้สึกไม่ดีขึ้น เดี๋ยวค่อยไปตามหมอเชอมาก็ได้ค่ะ อย่าสิ้นเปลืองเงินเลย”

            หยางหว่านซิ่วเห็นเธอรู้ความ แล้วนึกถึงเรื่องจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่ร้องไห้โวยวายจะเป็นจะตายในบ้านตระกูลจิ่งวันนี้ หยางหว่านซิ่วจึงถอนหายใจแล้วพูดว่า “แกกับเสี่ยวเยวี่ยอายุห่างกันแค่ปีเดียว ทำไมถึงได้ต่างกันมากขนาดนี้นะ?”

            ครั้นพูดจบก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่ค่อยเหมาะ จึงเสริมอีกประโยคว่า “ตอนนี้เสี่ยวเยวี่ยเป็นพี่สาวคนโตแล้ว หวังว่าหล่อนจะดูแลบ้านได้ดีเหมือนแกนะ”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินดังนั้นก็แค่ยิ้ม หยางหว่านซิ่วตั้งความหวังไว้เสียสวยงาม แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเป็นจริงได้หรอก เมื่อจิ่งเสี่ยวเยวี่ยโตมาถึงขนาดนี้แล้ว การจะเปลี่ยนนิสัยมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

            และเรื่องที่จิ่งเจี้ยนกั๋วกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยทะเลาะกันต่อหน้าชาวบ้าน กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวอันดับหนึ่งของทั้งหมู่บ้านไปในทันที

            เมื่อมองไปยังอีกสามสิบปีให้หลัง การที่พ่อสั่งสอนลูกสาวแล้วลูกสาวลงมือทำร้ายพ่อ ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ นับประสาอะไรกับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลในปี 1983 ของมณฑลหูหนานที่การลงทุนในพื้นที่ตามชายฝั่งทะเลเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

            ภาพลักษณ์ที่หลิวชุนฮวาพยายามสร้างให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยมาตลอดสิบกว่าปีว่าเป็นคนอ่อนโยนและใจดี ก็เริ่มมีรอยร้าวจากการที่เธอไล่ตีจิ่งเยี่ยนกุยครั้งก่อน หลังจากที่เธอทะเลาะกับจิ่งเจี้ยนกั๋วอีก เลยได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้หญิงปากคอเราะรายอันดับหนึ่งของทั้งหมู่บ้านไปโดยปริยาย

            คำว่า “ผู้หญิงปากคอเราะราย” ไม่เหมาะกับหญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานเลย แต่เวลาที่ชาวบ้านด่าทอกัน กลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้มากนัก ตราบใดที่เป็นผู้หญิงที่ดุร้ายและไร้เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นคุณยายอายุแปดสิบหรือเด็กหญิงอายุแปดขวบ คำนี้ก็ใช้ได้หมด

            จิ่งเยี่ยนกุยที่อยู่ในบ้านเก่าถึงกับนึกภาพออกว่าหลิวชุนฮวาจะแสดงสีหน้าแบบไหนเมื่อมองเห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่หน้าตาบวมช้ำกับจิ่งเจี้ยนกั๋วที่บาดเจ็บจากแผลโดนกัด ผลกรรมที่ตนเองได้ก่อไว้ ต่อให้น้ำตาอาบหน้าก็ต้องก้มหน้ารับมันไป และทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

            เดิมทีจิ่งเยี่ยนกุยตั้งใจจะแกล้งทำเป็นพักฟื้นอยู่ที่บ้านสักสองสามวัน แล้วค่อยทำทีเป็นมุ่งมั่นจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร แต่นึกไม่ถึงว่าหยางหว่านซิ่วกลับกังวลเรื่องที่เธอหน้าแดงเมื่อวาน จึงรีบเชิญหมอเชอฉางเกินมาที่บ้านตั้งแต่เช้าเพื่อเปลี่ยนยาให้เธอ

            จิ่งเยี่ยนกุยอยากจะปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้ จึงต้องยอมให้หมอเชอฉางเกินเปิดผ้าพันแผลบนหัวของเธอออก

            ถ้าไม่ใช่เพราะวันนั้นหมอเชอฉางเกินเป็นคนทำแผลให้เธอด้วยตัวเอง จึงรู้ว่าเธอมีบาดแผลรุนแรงแค่ไหน พอเห็นว่าแผลของเธอฟื้นตัวได้ดีในตอนนี้ ก็คงคิดว่าเธอได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

            นี่เพิ่งจะห้าวันเท่านั้น! แผลใหญ่ขนาดนั้นกลับหายดีเกือบหมดแล้ว ไม่มีการอักเสบ ไม่มีหนอง บนหน้าผากมีเพียงแค่รอยแผลเป็นสีชมพูขนาดเท่าหัวแม่มือเท่านั้น แม้กระทั่งสะเก็ดแผลก็หลุดออกไปแล้ว!

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นหมอเชอฉางเกินทำหน้าตกตะลึง ก็ได้แต่ด่าทอบรรพบุรุษของมิติสิบแปดรุ่นอยู่ภายในใจ เธอแค่ต้องการเข้าไปพักผ่อนสักหน่อย ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปนานขนาดนั้นจริงๆ นะ!

            เธอพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “อาจจะเป็นเพราะตับของหนูทำงานดีมาก ดังนั้นก็เลยฟื้นตัวได้เร็วเป็นพิเศษค่ะ”

            การสมานของแผลก็มีความสัมพันธ์กับการทำงานของตับอยู่บ้าง แต่ถึงแม้จะมีตับที่แข็งแรงเหมือนเพชร ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นตัวได้ไวขนาดนี้!

            เชอฉางเกินถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันเป็นหมอมาก็นานหลายปี เธอเป็นคนไข้ที่ฟื้นตัวได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย ถ้ามีเวลาว่าง เธอควรไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลใหญ่นะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าทางการแพทย์ของมนุษยชาติ”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577