เมื่อเสียงประกาศดังขึ้นในหัวของผู้เล่นทุกคน แต่ละคนล้วนตัวแข็งทื่อทำอะไรกันไม่ถูก หัวหน้ากลุ่มสำรวจตั้งสติได้ก่อนใครจึงตะโกนเรียกคนอื่นให้รีบไปประจำตำแหน่งของตัวเองให้เร็วที่สุดเพื่อเตรียมสู้กับบอสตัวนี้ “คลาส 7 ! ตายแน่ๆงานนี้” ซิคพูดขึ้นมาพลางมองบอสอย่างกล้าๆกลัวๆ ระดับของบอสตรงหน้ามันเลยคลาสของพวกเขาเยอะเกินไปแล้ว “อย่าทำตัวขี้ขลาดไปหน่อยเลยน่า เรามีคุณภาคินอยู่ทั้งคน จะมีอะไรต้องกลัวอีก ใช่ไหมล่ะ?” ลูดี้พูดยิ้มอย่างสบายใจพลันหันมามองที่ผม ผมได้แต่ยืนนิ่งไม่พูดอะไรกลับไปพลางจ้องไปที่บอสตรงหน้าโดยไม่ละสายตาลง “นี่ พวกพี่อย่าไปรบกวนคุณภาคินเค้ามากสิ แค่นี้เราก็ได้เขาช่วยไว้มากแล้ว หัดเกรงใจคนอื่นบ้างสิคะ!” จอยยืนทำท่าทางต่อว่าพี่ๆของเธอ แต่พวกเขาดูเหมือนจะไม่ฟังเธอเลย ซ้ำยังแหย่เธอเล่นยังกับเด็กไม่มีหยุดแม้กำลังเผชิญกับสถานการร์แบบนี้ จนกระทั่งผมเดินเข้าไปพูดบางอย่างกับพวกเขา “พวกนายอยากได้แร่ทั้งหมดนี้มั้ย?....” .... ในเวลานี้เหล่ากลุ่มผู้สำรวจเหมืองแร่รวมพลังกันครั้งสุดท้ายเพื่อจำกัดบอสตัวนี้ทิ้งไปเสีย เพื่อที่จะรอดกลับไป และขนสมบัติต่างๆ รวมถึงแร่หลากชนิดพวกนี้กลับไปข้างนอกให้ได้ ตัวแทงค์ที่ทำงานอย่างหนักคอยรับการโจมตีอันหนักหน่วงของบอสแมงุม กลุ่มแนวหน้าคอยทำดาเมจสลับกับกลุ่มนักเวทย์จากแนวหลังที่คอยร่ายเวทย์โจมตีใส่บอส ผู้เล่นสายนักบวชคอยฮิว และบัพอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าดามเมจที่พวกเขาทำได้นั้นยังคงไม่มากพอจะสังหารบอสตัวนี้ลงได้ ซึ่งบอสประจำเหมืองเองก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แมงมุมทมิฬพ่นเส้นใยหนาคลุมพื้นที่โดยรอบเอาไว้จนกลายเป็นคุกดีๆนี่เอง ผู้เล่นที่ติดอยู่ข้างในต่างถูกบอสแมงมุมขย้ำอยู่ฝ่ายเดียว ด้วยความต่างของระดับ การต่อสู้ที่ไม่เป็นระบบ อีกทั้งจำนวนที่เหลือเพียงน้อยนิด กลุ่มผู้เล่นจึงยากที่จะต่อกรกับมัน และได้แต่รอความตายเพียงเท่านั้น ทางด้านปาร์ตี้ของหัวหน้ากลุ่มใหญ่“คุณโทมัสครับ ขืนเป็นแบบนี้พวกเราได้มือเปล่ากลับไปแน่ครับ!” สมาชิกร่วมปาร์ตี้คนหนึ่งพูดขึ้นขณะร่ายเวทย์โจมตีบอสที่กำลังพัวพันอยู่กับการต่อสู้อื่นอยู่ “บ้าเอ้ย พวกแกก็รีบๆฆ่ามันสิวะ มัวแต่พูดแล้วเมื่อไหร่มันจะตายกันหะ!” โทมัสหัวหน้ากลุ่มผู้ค้นพบเหมืองแร่แห่งนี้ตอบออกไปอย่างเดือดดาล เขากำหมัดแน่นด้วยความโมโหร้าย สมบัติอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่กลับไม่สามารถนำกลับออกไปได้ หากจะขุดแร่ซะตอนนี้คงจะโดนเจ้าบอสแมงมุมนั่นฆ่าทิ้งไปเสียก่อน แม้ว่าเขาจะเป็นถึงผู้เล่นคลาส 7 ก็ตามที แต่การจะสู้กับบอสระดับนั้นด้วยคนเพียงแค่นี้ มันคงจะเป็นเรื่องที่ตลกร้ายจนเกินไป “ไม่ไหวแล้ว มันแข็งแกร่งเกินไป!” “พวกเราต้านไว้ไม่อยู่แล้ว อ๊ากก.....” “บ้าเอ้ยยย” “มาได้เท่านี้หรอเนี่ย!” อ๊ากกก ตุบ เผล๊ะ อัก.....แมงมุมทมิฬปลดปล่อยออร่าสีดำไปทั่วทั้งห้องโถงถ้ำส่งผลให้เหล่าผู้เล่นติดสถานะหวาดกลัวกันยกใหญ่ มันค่อยๆใช้เท้าเป็นปล้องของมันไล่บี้ผู้บุกรุกตรงหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี เหล่าผู้เล่นตายอนาถไม่เหลือซาก และกลายเป็นแสงหายไปอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งโถงถ้ำกลับมาเงียบสงบอีกครั้งทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการต่อสู้อย่างดุเดือดเพียงเท่านั้น บอสแมงมุมทมิฬทำท่าทางราวกับว่ามันกำลังชื่นชมผลงานของมันอยู่ แต่มันไม่ได้รู้สึกเลยว่ามีบางอย่างกำลังซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนจนแม้แต่มันก็ไม่สามารถสัมผัสถึงการมีตัวตนได้เลย “สุดยอด! บอสตัวนี้โหดเป็นบ้าเลย” “นี่พวกเราจะสู้กับมันไหวแน่หรอเนี่ย ขนาดเจ้าพวกนั้นยังไม่รอดเลยนะ?” “เห้ อย่ากลัวสิ อย่างน้อยพลังชีวิตของมันก็เหลือไม่ถึงครึ่งแล้วนะ” “เฮ้อ ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ คิดถูกกันแล้วใช่มั้ย ที่เลือกวิธีนี้” “นั่นสิ เราต้องแอบไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย” “พวกพี่หยุดบ่นกันได้แล้วนะคะ!” “นี่พวกนาย...ถึงเวลาแล้ว พอฉันให้สัญญาณขอให้ทุกคนรีบไปประจำตำแหน่งของตัวเองตามแผนที่วางไว้ เข้าใจแล้วใช่มั้ย?” “ครับ/ค่ะ!!” “เอาล่ะ ไปได้!” ทันทีที่ได้รับสัญญาณ สมาชิกร่วมปาร์ตี้ของผมต่างวิ่งไปประจำตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยมี ซิค และลูดี้ รับหน้าที่ยืนเป็นแนวหน้าคู่กัน ถอยหลังถัดมาเป็นเพลตัน เซอิน เป็นฝ่ายโจมตีสนับสนุน ตามด้วยจอยทำหน้าที่บัพฮิวต่างๆ ปิดท้ายด้วยผมอยู่หลังสุดทำหน้าที่คุ้มกันจอย และเป็นตัวดาเมจหลัก ผมเริ่มเปิดการโจมตีด้วยการยิงศรเป็นจำนวนมากเข้าก่อกวนการมองเห็นของมัน อีกทั้งยังสามารถสกัดการเคลื่อนไหวของบอสแมงมุมทมิฬได้ในระดับหนึ่ง จอยเห็นดังนั้นจึงช่วยอีกแรง เธอยกคฑาไว้ตรงกลางอกพลางพึมพำร่ายบทสวด จากนั้นบังเกิดเป็นแสงจ้าไปทั่วทั้งโถงถ้ำ บอสแมงมุทมิฬที่มีสายตาดีเยี่ยมอยู่แล้วจึงได้รับผลกระทบแบบสุดขีด ส่งผลให้มันไม่สามารถมองเห็นศัตรูตรงหน้าได้เลย ซิคอาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าใต้ท้องบอสจากนั้นเปิดเบอร์เซิร์กโหมดเข้าไล่ฟันขาของมันไม่ยั้งจนบอสต้องเสียการทรงตัวไป ลูดี้เปิดใช้ทักษะของตัวเอง โล่ของเขาเกิดแสงเรืองรองขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว เขาคอยปัดป้องการโจมตีของบอสที่กำลังโจมตีอย่างสะแปะสะปะเนื่องจากถูกบดบังวิสัยทัศน์อย่างหนักหน่วง ทางด้านเซอินคอยหาโอกาสเหมาะๆหลบการโจมตีของบอสแล้วคลุกเข้าวงใน เธอกระชับดาบในมือแน่นจากนั้นเริ่มร่ายระบำเพลงดาบอันพลิ้วไหวเข้าใส่บอสแบบไม่ยั้งมือ เพลตันเองก็เริ่มร่ายสกิลเช่นเดียวกัน ทันทีที่ชายหนุ่มร่ายสกิลเสร็จ ผนังถ้ำเกิดสั่นไหว หินย้อยแหลมคมพุ่งตกลงมาราวกับห่าฝน บอสที่ไม่ทันได้ระวังตัวจึงโดนการโจมตีเข้าไปเต็มๆ กีซ.....!มันร้องออกมาอยากเจ็บปวด มันคงคาดไม่ถึงว่าผู้เล่นกลุ่มเล็กๆนี้จะทำให้มันเจ็บปวดได้เร็วขนาดนี้เมื่อเทียบกับกลุ่มก่อนหน้าเมื่อครู่แล้วต่างกันลิบลับเลย มาตอนนี้บอสแมงมุมเริ่มตั้งหลักได้บ้างแล้ว มันเริ่มฝืนตอบโต้กลับไปพร้อมกับพ่นใยแมมมุมครอบพื้นที่ให้กลายเป็นคุกอีกครั้งหวังจะกำจัดผู้บุกรุกให้สิ้นข้างในนี้เสีย แต่แล้วความหวังของมันต้องพังทลายไปเมื่อผมจัดการเผาใยของมันจนไม่เหลือซาก อีกทั้งยังเพิ่มความแรงในการยิงก่อกวนในแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมันถึงขั้นทรุดลงไปนอนกับพื้น ตอนนี้บอสเริ่มโมโหเป็นอย่างมากที่มันไม่สามารถทำอะไรได้เลย และในที่สุดมันเกิดติดสถานะอัมพาตจากการที่โดนโจมตีอย่างหนักหน่วงจนตัวด้านชาไป สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนเห็นดังนั้นจึงได้ระดมสกิลแบบจัดเต็มใส่ไม่ยั้งจนมันต้องถอดใจยอมแพ้ และกลายเป็นแสงหายไปตามระเบียบ “เย้...นี่พวกเราทำได้จริงๆหรอคะเนี่ย!” จอยพูดด้วยความดีใจ รอยยิ้มบนใบหน้ายังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกในตอนนี้ กองสมบัติที่โผล่ออกมาเพิ่มทันทีหลังบอสตายลงไป สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นมันมีค่ามากมายเหลือเกิน ถ้ามีสมบัติมากมายขนาดนี้แล้วล่ะก็ เธอคงจะปลดหนี้ที่สะสมมานานได้เสียที เผลอๆอาจจะตั้งตัวเป็นหลักเป็นแหล่งก็ยังได้เลย “ใช่แล้วจอย พวกเราจะรวยกันแล้วว ฮ่าๆๆ” ซิคโผลเข้ากอดจอยด้วยความดีใจสุดขีด พลันหยาดน้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆไหลรินออกมาด้วยความปลื้มปิติ “เห้ๆ ให้มันน้อยๆหน่อย ที่เราทำได้ก็เพราะแผนของคุณภาคินไม่ใช่หรือไง? อย่าดีใจจนลืมกันสิ” ลูดี้พูดขัดจังหวะไว้ ทุกคนที่ได้ยินก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากไม่มีผม พวกเขาคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก อวยตัวเองสุดๆเลยล่ะ^^.... “ทุกคนเองก็มีฝีมือดีเยี่ยมอยู่แล้ว ถ้าได้ฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้ และมีไอเทมดีๆใช้ พวกนายก็เก่งได้ไม่แพ้ฉันหรอกนะ เลิกพูดมากแล้วรีบเก็บสมบัติพวกนี้มาแบ่งกันเถอะ” ผมพูดปัดพลางเดินสำรวจไปรอบๆ แต่ละคนก็แยกย้ายกันเก็บของเช่นกัน มีเพียงซิค กับลูดี้เท่านั้นที่รับหน้าที่ขุดแร่ เนื่องจากมีค่า STR หรือค่าสถานะด้านพละกำลัง ที่มากกว่าคนอื่นจึงถูกใช้แรงงานไป ผมปลีกตัวออกมาเดินสำรวจกองสมบัติไปเรื่อยๆเพื่อหาของที่น่าสนใจเผื่อจะเจอของดีเข้า เพราะกองสมบัติในเหมืองแร่ส่วนมากจะมีของแปลกๆหายากดรอปออกมาด้วยเป็นเรื่องปกติ ผมจึงไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป เดินไปเดินมาผมก็สะดุดตากับสิ่งหนึ่ง มันมีรูปร่ายคล้ายชิ้นส่วนเศษโลหะเก่าๆที่แตกออกมา ผมเห็นดังนั้นจึงก้มเก็บขึ้นมาแล้วตรวจสอบดู ชิ้นส่วนของราชันย์เศษชิ้นส่วนของสัญลักษณ์แห่งราชันย์ที่แท้จริง ผู้ใดที่สามารถรวบรวมได้ครบจะถูกขนานนามว่าราชันย์ที่แท้จริง ผู้ที่อยู่เหนือเหล่าราชันย์ทั้ง 9 ธาตุ และได้รับพลังที่ทุกคนล้วนหวั่นเกรง “เส้นทางสู่ราชันย์ที่แท้จริงงั้นหรอ....!?”....