เช้าวันจันทร์ที่เป็วันทำงานตามปกติและก็เหมือนเช่นทุกวันที่สายป่านจะมานั่งอยู่ในห้องทำงานของภานุก่อนเพื่อรอแก้วตาเพื่อนรัก
ระหว่างที่ชายหนุ่มเ้าของห้องนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองนั้นหญิงสาวก็นั่งอ่านหนังสือเรียนของตัวเองไปด้วยเช่นกันภานุเหลือบมองสายป่านเป็ระยะเพื่อดูพฤติกรรมของอีกฝ่ายที่เขาสังเกตได้ว่าพักนี้เธอดูเงียบๆซึมๆ ไปจนผิดปกติ เขาว่าจะคุยด้วยตั้งหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่ว่างสักทีเมื่อวานเขาก็มัวแต่ยุ่งเื่งานสำคัญกับทนายสมภพทำให้ไม่มีเวลาพูดคุยกับเธอเลย
จู่ๆร่างสูงของภานุก็ขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหาหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟารับแขกตรงกลางห้อง
“พี่ขอนั่งคุยด้วยได้ไหมครับ” เสียงเข้มขออนุญาตด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวเมื่อเห็นเธอยิ้มหวานตอบกลับมา
“ค่ะพี่นุ”
“พี่นุมีอะไรจะคุยกับป่านหรือคะ” สายป่านพับเก็บหนังสือในมือแล้วหันมาถามชายหนุ่มด้วยสีหน้ามึนงงเล็กน้อย
“พักนี้พี่เห็นน้องป่านดูเงียบๆ ไป มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”
“เอ่อ คือ...” สายป่านอึกอักเพราะไม่รู้ว่าความกังวลของตัวเองถูกอีกฝ่ายจับได้ั้แ่เมื่อไรจะว่าไปเธอก็ไม่สบายใจั้แ่รู้ตัวว่าต้องหมั้นหมายกับเขานั่นแหละและเธอกำลังคิดหาวิธีที่จะบอกกับเขาว่าเธอยังไม่พร้อม
“หรือว่าถูกนายวินรังแกอีก” ภานุขมวดคิ้วแล้วถามเสียงเข้มจัดเพราะหากเป็แบบนั้นจริงเขาคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับนาวินแน่
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่” สายป่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธแม้เื่นั้นจะมีส่วนอยู่บ้างก็ตาม
“ถ้าอย่างนั้น... เื่ของเราใช่ไหมครับ” คนฟังเอ่ยคาดเดาจริงๆ เขาก็พอจะรู้อยู่แล้วเพราะหลายวันก่อนนมอิ่มบอกกับเขาว่าสายป่านรู้เื่การหมั้นของเขากับเธอแล้ว...หญิงสาวคงกำลังไม่สบายใจเื่นี้แน่ๆ
“ค่ะ” คราวนี้เสียงหวานเอ่ยรับคำพร้อมทั้งถอนหายใจออกมาบางๆจนคนมองรู้สึกได้
“ที่ไม่สบายใจนี่ไม่ได้หมายความว่าน้องป่านจะปฏิเสธการหมั้นของเราใช่ไหมครับ” ภานุถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความหนักใจและเป็กังวลไม่น้อย
“เอ่อ... ป่านไม่ได้คิดจะปฏิเสธค่ะ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้ภานุยิ้มกว้างแสดงอาการดีใจจนปิดไม่มิดพร้อมทั้งคว้ามือบางของหญิงสาวมาบีบจับไว้หลวมๆ
“ขอบใจนะครับที่ไม่รังเกียจพี่...เราจะทำความ้าครั้งสุดท้ายของคุณแม่ท่านให้สำเร็จกันนะครับ” ชายหนุ่มไม่วายยกมารดาขึ้นมาอ้างเพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวคิดเปลี่ยนใจได้อีก
“ตะ แต่ว่า...”
“แต่อะไรครับ” ภานุย้อนถามทันควัน
“ป่านยังไม่พร้อมค่ะ ป่านอยากจะขอเลื่อนเวลาออกไปก่อนได้ไหมคะ” สายป่านตัดสินใจพูดความ้าของตัวเองออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้หากเขารักเธอจริงๆ ต้องรอได้
คำขอของหญิงสาวทำให้ภานุนิ่งงันไปนานเหมือนกำลังคิดไตร่ตรอง...ใจหนึ่งก็นึกโกรธว่าเธอจะให้เขารอไปถึงเมื่อไรกันแต่อีกใจเขากลับปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่ารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ‘ทำไมหัวใจดวงแกร่งถึงได้เกิดความโลเลแบบนี้นะ’ภานุนึกถามตัวเองในใจอย่างคนที่กำลังสับสนในความคิดก่อนจะหันไปตอบหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ระหว่างที่รอให้น้องป่านพร้อมพี่จะประกาศให้ทุกคนทราบเอาไว้ก่อนว่าน้องป่านเป็ว่าที่คู่หมั้นของพี่และหลังจากเรียนจบแล้วเราจะจัดพิธีหมั้นกันส่วนจะแต่งงานเมื่อไรนั้นพี่ตามใจน้องป่านครับ”
“ขอบคุณนะคะพี่นุ ที่เข้าใจป่าน” สายป่านยกมือไว้เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างนอบน้อมถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แต่ก็ยังเลื่อนเวลาออกไปได้อีกนิดเธอก็ดีใจมากแล้ว
“ครับ งั้นสัปดาห์หน้าวันครบรอบก่อตั้งบริษัทพี่จะจัดงานเลี้ยงพนักงานและเชิญสื่อมวลชนมาร่วมฟังข่าวดีของเราด้วยเลยนะครับ”ประธานใหญ่ออกคำสั่งรวบรัดเพื่อมัดตัวหญิงสาวให้แ่า...คราวนี้เขาจะได้ดูแลเธออย่างเปิดเผยสักที
“จะดีหรือคะ ป่านว่า...” เสียงหวานที่กำลังจะคัดค้านถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อเจอคำสั่งเด็ดขาดของชายหนุ่ม
“ดีครับ เอาแบบนี้แหละ เดี๋ยวพี่เรียกทุกฝ่ายมาประชุมวางแผนงานกันวันนี้เลย”
สิ้นคำพูดนั้นของภานุ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมด้วยร่างบางของยุพาเลขาสาว
“สวัสดีค่ะท่าน...”
เสียงสดใสของยุพากำลังจะกล่าวทักทายผู้เป็เ้านายแต่ก็ต้องชะงักไปเพราะอีกฝ่ายเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“อ่อ คุณยุพามาพอดีเลย ผมมีงานด่วนจะให้จัดการ เดี๋ยวเชิญทางนี้ครับ”ภานุบอกพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยมีเลขาสาวขยับตามเข้าไปหาด้วยอาการเร่งรีบและงุนงงเล็กน้อย
“งั้นป่านขอตัวออกไปข้างนอกนะคะ” สายป่านเอ่ยขออนุญาตเมื่อเห็นเ้าของห้องพยักหน้าให้เป็คำตอบ เธอจึงเดินออกไปเงียบๆ
หญิงสาวออกมาจากห้องทำงานใหญ่ก็เจอกับแก้วตาเพื่อนรักที่กำลังเก็บกระเป๋าสะพายใส่ลิ้นชักโต๊ะของตัวเองอยู่พอดีจึงเอ่ยทัก
“อ้าวแก้ว เพิ่งมาเหรอ”
“จ้ะป่าน เกือบสายแน่ะ ดีนะอีตาท่านประธานของป่านไม่ออกมาเจอน่ะไม่งั้นแก้วโดนหักคะแนนแน่ๆ เลย” แก้วตาตอบด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเคยแต่ไม่วายบุ้ยปากเหน็บแนมถึงคนในห้องที่มักจะออกมาดักเจอตอนเธอมาสายทุกที
“หืม พี่นุไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นสักหน่อยน่า...” สายป่านบอกยิ้มๆอดจะขำในท่าทางหยอกล้อของเพื่อนรักไม่ได้
“เขาไม่โหดกับป่านแต่โหดกับแก้วนี่จ๊ะ คนอะไรก็ไม่รู้โหดลำเอียงแถมยังบ้ากามลามกอีกด้วย” แก้วตาบ่นกระปอดกระแปดแล้วพึมพำต่อว่าชายหนุ่มในตอนท้ายทำให้คนฟังได้ยินไม่ถนัดนัก
“หะ เมื่อกี้แก้วว่าอะไรนะ”
“อะ เอ่อ ปะ เปล่า แก้วก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยน่ะ เออว่าแต่พี่วินมาหรือยังเนี่ย” คนขี้บ่นรีบบอกปัดแล้วหันไปถามถึงเ้านายของตัวเองแทน
“ไม่รู้เหมือนกันน่ะ ป่านก็เพิ่งออกมาจากห้องพี่นุนี่แหละ” สายป่านส่ายหน้าให้เป็คำตอบ...จะว่าไปเขาก็ปึงปังออกไปจากบ้านั้แ่คืนนั้นแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย เฮ้อ...นึกจะไปก็ไปนึกจะมาก็มาตามอารมณ์เขาไม่ถูกจริงๆ
ระหว่างที่สองสาวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น บุคคลที่ถูกถามถึงก็เดินดิ่งเข้ามาพอดี
“นั่นไงพี่วินมาพอดีเลย” แก้วตาที่หันไปเห็นรีบเอ่ยทักก่อนจะคว้าหมับที่มือบางของเพื่อนรักซึ่งกำลังทำท่าจะเดินหนีไปเหมือนเช่นทุกครั้งคราวนี้คนรู้ทันรีบดักเอาไว้ก่อนทำให้สายป่านไม่สามารถหลบหน้านาวินไปได้อย่างใจคิด
“สวัสดีค่ะพี่วิน” เสียงใสขอแก้วตาร้องทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มผิดกับอีกคนที่หันมองเขาแค่แวบเดียวแล้วก็ก้มหน้าลงเพื่อหลบซ่อนอาการวูบวาบแปลกๆที่เกิดขึ้นมาอย่างประหลาด
“สวัสดีครับน้องแก้ว” นาวินตอบรับคำทักทายกับหญิงสาวตรงหน้าแต่ดวงตาคมเข้มนั้นกลับจ้องมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆมากกว่า... ‘ฮึ ทำเป็หลบหน้าหลบตาทีเื่แบบนั้นไม่เห็นละอาย’ ชายหนุ่มนึกต่อว่าหญิงสาวในใจถึงเื่คืนนั้นที่เขาคิดว่าเธอกับพี่ชายของเขาแอบลักลอบได้เสียกันภายในห้องนอนของฝ่ายชาย
“เอ่อ ขอกาแฟให้พี่ด้วยนะ” ว่าจบร่างสูงก็เดินผ่านสองสาวไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันทีหัวใจดวงแกร่งรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเธอ... เฮ้อเวรกรรมอะไรของเขานะ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวแก้วจะรีบเอาเข้าไปให้เลยค่ะ” คนมีหน้าที่ดูแลชายหนุ่มรีบตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วทำท่าจะเดินออกไปแต่ยังไม่ทันก้าวพ้นจากโต๊ะทำงาน เสียงเลขาสาวรุ่นพี่ก็เรียกเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวค่ะน้องแก้วจะไปไหนคะ” ยุพาที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานใหญ่ของท่านประธานร้องเรียกด้วยอาการรีบร้อน
“แก้วจะเอากาแฟไปให้พี่วินค่ะ” แก้วตาหันมาบอกด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย
“ให้น้องป่านเอาไปให้แทนก่อนนะจ๊ะ ท่านประธานเรียกน้องแก้วเข้าไปพบด่วนน่ะ”
สายป่านใจหายวาบที่จู่ๆก็ถูกโยนสิ่งที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาให้แต่ก็จำยอมพยักหน้ารับไปเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็คนเื่มากเ้าปัญหา
“หือ? เขาจะเรียกพบแก้วทำไมกันคะ ต้องเรียกยัยป่านสิถึงจะถูก” คนถูกสั่งบุ้ยปากค้อนขวับใส่คนในห้องอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ‘เด็กตัวเองมีก็ไม่ใช้ เอะอะก็ใช้แต่เธอตลอด’ แก้วตาแอบบ่นแล้วแสดงอาการบึ้งตึงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวท่านประธานรอนานจะโดนดุเอา”ยุพารีบเข้าไปคะยั้นคะยอสาวรุ่นน้องให้เข้าไปในห้องเ้านายเร็วๆเธอจะได้รีบไปติดต่องานที่ได้รับมอบหมายมาเหมือนกัน
********************
แก้วตายืนทำหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับอยู่หน้าประตูบานใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเคาะเบาๆเพื่อเป็มารยาทแล้วเปิดเข้าไปด้วยสีหน้าและอาการที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก
ร่างบางเดินเข้าไปยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มเ้าของห้องพร้อมทั้งสะบัดเสียงถามอย่างไม่สบอารมณ์
“มีอะไรก็ว่ามาสิ”
“นี่ฉันเป็เ้านายเธอนะ... พูดให้มันดีๆ หน่อย จะเอาไหมคะแนนผ่านงานน่ะ”ภานุเงยหน้าจากเอกสารแล้วบอกเด็กสาวด้วยความไม่พอใจเช่นกัน ‘ผู้หญิงอะไรไม่ได้มีความนุ่มนวลน่ารักเลยสักนิด’
คำขู่ของชายหนุ่มทำให้แก้วตาหันมาค้อนขวับให้เขาก่อนจะปรับน้ำเสียงให้น่าฟังขึ้นด้วยอาการจำยอม
“ท่านประธานมีอะไรจะให้แก้วทำคะ”
“อืม พูดดีๆ ก็เป็นี่... อะเอาหนังสือฉบับนี้ไปพิมพ์แล้วเอามาให้ฉันเซ็นด้วย... ขอด่วนเลยนะ” ชายหนุ่มเปรยออกมาเบาๆ แค่พอได้ยินก่อนจะหยิบกระดาษในมือที่เพิ่งเขียนเสร็จส่งให้หญิงสาว
แก้วตายื่นมือเข้าไปรับเอกสารจากเขาด้วยท่าทางรังเกียจนิดๆเมื่อนึกถึงพฤติกรรมมั่วกามของเขาโดยเฉพาะคืนนั้นที่เธอเห็นเขาลากผู้หญิงของน้องชายตัวเองขึ้นรถไป มันทำให้เธอคิดเป็อื่นไปไม่ได้เลยนอกจากเขาจะใช้ผู้หญิงร่วมกับน้องชายเพื่อบำบัดความใคร่บนเตียง...ฮึย น่าขยะแขยงที่สุด
“รังเกียจอะไรฉันนักหนาหะ ดูทำท่าเข้าสิ” ภานุเอ่ยถามเสียงขมเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีท่าทางแปลกๆ
“เปล่า... แล้วทำไมคุณไม่ให้ยัยป่านทำล่ะ” แก้วตาเอ่ยปฏิเสธพร้อมทั้งขมวดคิ้วมุ่นย้อนถามในสิ่งที่ค้างคาใจทันที...ั้แ่ฝึกงานมาเกือบเดือนเขาก็ใช้เธอตลอด ทั้งๆที่ตอนแรกผลักไสให้เธอไปอยู่แผนกอื่นด้วยซ้ำ ชิ!
“ก็ฉันจะใช้ให้เธอทำ... มีปัญหาหรือไง” คนสั่งดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจ้องหน้าหญิงสาวเหมือนจะเอาเื่แต่ภายในใจนั้นกลับยิ้มกริ่มเบิกบานอย่างประหลาด
“อ๋อ ไม่กล้าหรอก” ร่างบางหันมาแหวใส่แล้วลอยหน้าลอยตายียวนเขาก่อนจะขยับก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อร่างสูงทำท่าจะก้าวเข้ามา
“ฮึ ถามจริงๆ เถอะ ไม่ติดใจรสจูบของฉันบ้างเลยเหรอ” จู่ๆภานุก็พูดเื่นี้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่งผลให้คนฟังหันมาจ้องเขาตาเขม็ง
“ไม่!” แก้วตากระแทกเสียงตอบแม้ในใจจะรู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่เขาพูดก็ตาม...จริงๆ แล้วเธอไม่เคยลืมมันได้เลยสักนิดด้วยซ้ำ
“ว้า... น่าเสียใจจัง งั้นลองอีกสักครั้งไหมล่ะ” ชายหนุ่มแกล้งยียวนหญิงสาวแล้วขยับสาวเท้าเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่! หยุดนะตาแก่ลามก” คนตัวเล็กกว่ารีบะโหนีพร้อมทั้งเอ่ยปากแหวใส่ทันควันและนั่นก็ทำให้ภานุถึงกับหัวเสียที่หญิงสาวมาว่าเขาเป็ตาแก่
“นี่ ถ้าฉันแก่น่ะ ไอ้เสี่ยผู้ปกครองของเธอมันไม่แก่กว่าฉันหรือไงหะ”
“แต่เขาก็ไม่ได้ลามกบ้ากามเหมือนคุณนี่”
แก้วตารู้ดีว่าชายหนุ่มหมายถึงอานพของเธอหญิงสาวจึงได้ทีหลอกด่าเขาแล้วรีบวิ่งหนีไปที่ประตูห้อง
“หน็อย... กลับมานี่นะยัยแก้วแตก” ภานุรีบสาวเท้าจะวิ่งตามแต่ก็ช้าไปกว่าคนตัวเล็กที่ปราดเปรียวว่องไวกว่า
“ไม่มีทาง” แก้วตาหันมาแลบลิ้นยียวนให้คนในห้องก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงยืนเท้าสะเอวมองการกระทำที่น่าหยิกของหญิงสาวอย่างนึกมันเขี้ยวพลางคิดถึงรสจูบที่แสนหวานของเธอที่เขาเคยลิ้มลองในวันนั้น...มันเป็จูบที่เขาไม่เคยได้รับจากหญิงใดมาก่อนเลยจริงๆ ภานุยืนคิดแล้วยกมือขึ้นลูบไล้เบาๆที่ริมฝีปากของตัวเองเหมือน้าจะระลึกถึงัันั้นอีกครั้ง
ทางด้านสายป่านที่ต้องมารับหน้าที่ไปเสิร์ฟกาแฟให้กับชายหนุ่มรองประธานแทนเพื่อนรักอย่างกะทันหันร่างบางเดินถือถ้วยกาแฟเข้าไปในห้องแล้วนำไปวางลงที่โต๊ะทำงานตรงหน้าเขา
“แก้วตาไปไหน” นาวินถามขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกตื่นเต้นข้างใน
“พี่นุเรียกให้ไปพบค่ะ” หญิงสาวตอบแล้วขยับตัวถอยหลังออกไปอีกก้าว
“อือ ขอบใจ” ชายหนุ่มเอ่ยสั้นๆก่อนจะหันไปสนใจกับจอแล็ปท็อปของตัวเอง
เมื่อเห็นว่าเ้าของห้องไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก สายป่านก็ทำท่าจะเดินออกไปแต่จู่ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นมาอีก
“เธอน่าจะย้ายขึ้นไปนอนบนตึกนะ มีห้องว่างอยู่ไม่ใช่เหรอ” นาวินพูดขณะที่ดวงตาคมยังจ้องอยู่กับงานของตัวเอง
“ไม่จำเป็ค่ะ ป่านอยู่กับยายที่เรือนหลังเล็กก็ดีอยู่แล้ว” สายป่านตอบเรียบๆ แล้วมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ...คราวนี้เขาจะหาเื่อะไรเธออีกล่ะ
“อ๋อ ชอบหลบๆ ซ่อนๆ ลักกินขโมยกินว่างั้นเถอะ” คนพูดปรายตามองหญิงสาวั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างนึกหมั่นไส้...คงนึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่มีใครรู้ใครเห็นล่ะสิ
“คุณหมายถึงอะไรคะ” เสียงหวานตวัดใส่เขาอย่างเอาเื่
“ก็ไอ้สิ่งที่เธอกับพี่นุกำลังทำกันอยู่นี่ไง ระวังจะท้องซะก่อนล่ะ”
คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามของเขาทำให้หญิงสาวนึกโกรธเกลียดเขามากขึ้นไปอีก
“คุณน่าวิน! ป่านไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปเอาความคิดสกปรกแบบนั้นมาจากไหนแต่ป่านกับพี่นุเราไม่เคยมีอะไรเกินเลยไปกว่าที่ทุกคนเห็นอย่างแน่นอนพี่นุเป็สุภาพบุรุษที่ไม่เคยล่วงเกินป่านแม้แต่นิดเดียว...ไม่เหมือนใครบางคนที่จ้องแต่จะลวนลามคนอื่น”
สายป่านพรั่งพรูคำพูดออกมามากมายอย่างสุดกลั้นก่อนจะวิ่งไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปทั้งน้ำตา...กี่ครั้งกี่หนกันแล้วที่เขาดูถูกเธอทั้งๆ ที่มันไม่เคยเป็ความจริงเลยสักนิดทำไมเขาถึงได้จงเกลียดจงชังเธอขนาดนี้นะ
หลังจากร่างบางของหญิงสาวออกไปจากห้องแล้ว นาวินก็อยากต่อยปากตัวเองนักเพราะทุกอย่างที่พูดไปเขาเองก็เ็ปไม่แพ้เธอเหมือนกัน
คำแก้ตัวของสายป่านยังดังก้องอยู่ในหัวใจของเขาไม่จางหาย...จริงอยู่เขาไม่ได้เห็นกับตาว่าทั้งคู่มีอะไรกันแต่ภาพที่เห็นสองคนประคับประคองกันเข้าไปในห้องแล้วไม่ออกมาอีกเลยจะให้เขาคิดเป็อื่นได้อย่างไรกัน คืนนั้นหลังออกไปจากบ้านแล้วเขาก็ตรงดิ่งไปที่คอนโดทันทีและนั่งดื่มเหล้าจนกระทั่งเช้าก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
ระหว่างที่นาวินกำลังคิดสับสนกับตัวเองอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์เครื่องใหญ่บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้นก่อนที่เ้าตัวจะเอื้อมมือไปยกหูขึ้นมารับสาย
‘ครับ’
‘ได้ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ’
เป็สายจากภานุที่โทรเรียกให้เขาเข้าไปพบที่ห้องหลังจากตอบรับเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทันที
นาวินก้าวเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ของคนเป็พี่ด้วยอาการเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตรงกลางห้องเพื่อรอให้อีกฝ่ายเคลียร์งานของตัวเองให้เรียบร้อย
ภานุจรดปากกาเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับคนเป็น้อง
“บ่ายนี้แกต้องเข้าประชุมกับฉัน” เสียงเข้มออกคำสั่งจริงจัง
“ไม่เห็นแจ้งล่วงหน้ากันเลยนี่” นาวินปรายตามองคนสั่งแล้วชักสีหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจนักนึกต่อว่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ‘ถือว่าเป็ประธานหรือไงนึกจะสั่งก็สั่งตามใจชอบ’
“ด่วนน่ะ ฉันเพิ่งออกคำสั่งไปเมื่อเช้า”
“เื่อะไร”
“เสาร์หน้าครบรอบวันก่อตั้งบริษัท ฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรม” ภานุบอกเสียงเรียบ
“ก็จัดไปสิ” นาวินยักไหล่แสดงอาการรับรู้แบบไม่ค่อยใส่ใจทำให้คนฟังต้องถอนหายใจแรงด้วยความเบื่อหน่ายในพฤติกรรมยียวนของคนเป็น้อง
“งานวันนั้นฉันจะเชิญพนักงานและสื่อมวลชนมาเข้าร่วมในงานเลี้ยงเพื่อเปิดตัวแกด้วย”
“ไม่จำเป็หรอก แค่ผมเดินเข้าเดินออกที่นี่และมีป้ายหน้าห้องว่ารองประธานเขาก็รู้กันทั่วแล้วมั้ง” นาวินทำเสียงประชดประชันกลับไปพร้อมทั้งเสมองไปทางอื่นเพื่อบ่งบอกว่าเื่นี้เขาไม่เห็นด้วย
“ก็นั่นมันรู้กันแค่ภายใน ฉัน้าให้สังคมรับรู้ด้วย” ภานุยังคงยืนยัน
“เพื่อ?” คนไม่เห็นด้วยย้อนถามสั้นๆ
“เพื่ออนาคตของแกน่ะสิ ต่อไปเผื่อต้องติดต่องานแทนฉันจะได้สะดวกขึ้น”คนเป็ประธานใหญ่บอกเสียงจริงจังและเขาก็หมายความแบบนั้นจริงๆเพราะมันเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วไม่ว่าจะพี่หรือน้องทุกอย่างในบริษัทจะต้องสามารถจัดการแทนกันได้และมีส่วนรู้เห็นเท่าๆกัน ต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมทำงานคนเดียวอีกแล้ว
“ผมไม่เห็นว่ามันจะจำเป็ตรงไหนนี่” นาวินคัดค้าน...เขาไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวายและมากพิธีรีตอง
“นาวิน... แกเป็ลูกของคุณพ่อคุณแม่นะธุรกิจนี้ก็เป็ของตระกูลเรามาั้แ่รุ่นคุณปู่คุณย่ามันถึงเวลาที่แกควรจะรับและประกาศตัวว่าเป็หนึ่งในผู้สืบทอดได้แล้ว”
ภานุพยายามอธิบายหวังให้คนเป็น้องเข้าใจในการกระทำของเขาเพราะเื่ทรัพย์สินและมรดกของวงศ์ตระกูลเขาไม่เคยคิดจะเอาเปรียบน้องเลยแม้แต่นิดเดียว
“งั้นก็ตามใจพี่นุเถอะ อยากจะให้ผมทำอะไร เป็อะไร ก็สั่งมาแล้วกัน”นาวินบอกปัดๆ เพื่อตัดความรำคาญแกมประชดประชันเล็กน้อย
ภานุมองน้องชายที่แสนดื้อรั้นแล้วส่ายหน้าเอือมระอาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังประชดประชันเขาแต่ก็ไม่อยากเก็บเอามาใส่ใจให้เสียงาน
“ก็เอาตามนี้แหละ เดี๋ยวบ่ายนี้ประชุมแผนงานกันอีกทีแกมีอะไรจะแนะนำก็เสนอในที่ประชุมได้เลย”
“เสร็จธุระของพี่แล้วใช่ไหม ผมจะได้ไปทำงาน” นาวินพูดพร้อมทั้งทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่เสียงเข้มของคนเป็พี่ก็เอ่ยขัดเอาไว้อีก
“เดี๋ยว!”
“มีเื่อะไรอีกล่ะ” ร่างสูงที่เตรียมจะลุกขึ้นต้องชะงักแล้วกลับลงไปนั่งตามเดิม
ภานุประสานมือแล้วบีบกันไว้แน่นเพื่อตัดสินใจที่จะพูดถึงเื่ส่วนตัวของอีกฝ่ายซึ่งเขาเองก็เป็กังวลอยู่ไม่น้อยหากนาวินคิดจะจริงจังกับผู้หญิงอย่างนิลณีย์
“เื่ผู้หญิงของแกน่ะ”
“ทำไม?” นาวินขมวดคิ้วย้อนถามเสียงแข็งๆอย่างไม่เข้าใจ
“แกไม่ได้จริงจังกับเธอใช่ไหม... นีล่าอะไรของแกน่ะ” ภานุจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งเพื่อรอคอยคำตอบ
“จะกับใครผมก็ไม่เคยจริงจังทั้งนั้นแหละ” นาวินตอบโดยไม่ต้องคิดนานและยิ่งกับนิลณีย์ด้วยแล้วเขากับเธอตกลงจะเป็แค่คู่ควงเท่านั้นไม่ใช่คู่รัก
“งั้นก็ดีแล้ว ฉันจะได้เบาใจ” คนเป็พี่พูดออกมาอย่างโล่งอก
“หมายความว่าไง?”
นาวินยังคงมึนงงกับสิ่งที่คนพูด้าจะสื่อ
“ฉันอยากให้แกอยู่ห่างๆ เธอบ้าง หรือถ้าเป็ไปได้ก็เลิกคบกับเธอไปซะ”ภานุเอ่ยแนะนำด้วยความเป็ห่วงและหวังดี
“ผมไม่เข้าใจ”
“เอาเป็ว่าฉันเตือนแกไว้ก็แล้วกัน...ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่แกคิดไว้เยอะ”
“ผมเอาตัวรอดได้ พี่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก” คนถูกเตือนตวัดมองตาเขียว...เขาไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น เขาก็คบกับนิลณีย์มานานจนรู้ดีว่าเธอ้าอะไรและเขาก็ระวังตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว
“งั้นก็ดี... เอาเป็ว่าบ่ายนี้เจอกันที่ห้องประชุมก็แล้วกัน”
ภานุตัดบทแล้วลุกขึ้นเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองในขณะที่นาวินมองตามคนเป็พี่ไปด้วยความไม่เข้าใจระคนมึนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนักจากนั้นร่างสูงก็ลุกตามแล้วเดินดิ่งไปที่ประตูห้องทันที
.........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^