ผมเดินตามพี่ไซม่อนเข้าไปในโรงแรม ความรู้สึกหนักอึ้งแผ่เข้ามาในอกทันทีที่ก้าวเข้ามาในล็อบบี้ เมื่อเงยหน้ามองไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับ สายตาของพนักงานจับจ้องมาทางผม จนต้องรีบหลบตาอย่างรวดเร็ว
"ทำไมต้องเป็โรงแรมนี้ด้วยนะ" ผมคิดอย่างหงุดหงิด "เหตุการณ์ในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว พนักงานคงจะจำหน้าเราได้หมดแล้วล่ะสิ! ทำไมไม่เลือกโรงแรมอื่น มีตั้งเยอะแยะ" ผมหันไปมองรอบ ๆ โรงแรม หวังจะกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน ทำทีเป็เหมือนไม่เคยมาที่นี่มาก่อน
"นี่! มองอะไรอยู่ ตามมาสิ" พี่ไซม่อนเรียกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเดินนำออกไปทางลิฟต์ ขัดจังหวะความคิดของผม ผมจึงรีบวิ่งตามเขาไปทันที เพื่อให้พ้นจากสายตาของพนักงานที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
ฮันเตอร์มองไปยังมือของพี่ไซม่อน พลางรู้สึกเอะใจเล็กน้อย แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เสียงของไซม่อนก็ดังขึ้นเหมือนรู้ทันความคิดของเขา
"มีอะไรจะถามก็ถามมา ไม่ต้องยึกยัก" น้ำเสียงของเขาแข็ง ๆ แต่เจือด้วยความคุ้นเคย
"คือ..." ผมพึมพำเบา ๆ ริมฝีปากเม้มแน่นขณะที่กลอกตาเล็กน้อยด้วยความเก้อเขิน "ปกติจะมีเบลบอยมาส่งไม่ใช่เหรอครับ ทำไมเราเข้าลิฟต์มาแบบนี้เลย ไม่มีเบลบอยมาบริการเลยล่ะครับ?" ฮันเตอร์พูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจ มือกดจิกเล็บตัวเองไปมาเพื่อระบายความรู้สึกเขินอายที่ปะทุขึ้นมา ไซม่อนเหลือบมองเขาครู่หนึ่ง
"หึ!" ไซม่อนกระตุกยิ้มมุมปาก ขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปยังมือของฮันเตอร์ที่กำลังจิกเล็บตัวเองเล่นด้วยความประหม่า จากนั้นเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทายและเยาะเย้ยเล็กน้อย "ทำไมนายอยากให้คนอื่นรู้หรือไง ว่าเราจะมาทำอะไรกัน? ฉันนึกว่านายจะอายเสียอีกนะ"
"มะ... มะ... ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย!" ฮันเตอร์รีบส่ายหน้าปฏิเสธไปมาอย่างรวดเร็ว แก้มร้อนผ่าวด้วยความเขิน "ผมก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง"
ไซม่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ "ที่นี่คือโรงแรมของฉัน ฉันไม่จำเป็ต้องให้ใครขึ้นมาส่ง เพราะทุกคนรู้ดีว่าฉันมาทำอะไร หรือว่านายไม่รู้ หึ! ว่านายกำลังจะมาทำอะไร" คำพูดของเขาทำให้ฮันเตอร์รู้สึกเหมือนถูกทดสอบอีกครั้ง
"ฮะ... ห๊า! โรงแรมของพี่! งั้นเหรอ!" ผมอุทานด้วยความใ ดวงตาเบิกกว้าง
"ก็ใช่" ไซม่อนตอบด้วยความเยือกเย็น "ฉันไม่ได้มีแค่ธุรกิจครอบครัวอย่างเดียวนะ โรงแรมนี้เป็ของฉันเอง ไม่ได้เกี่ยวกับที่บ้าน" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความไม่แยแส "แต่เดี๋ยวนะ ทำไมฉันต้องมาอธิบายให้นายฟังด้วย?" ก่อนที่ฮันเตอร์จะทันตอบอะไร ลิฟต์ก็เปิดออก ไซม่อนก้าวเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้ฮันเตอร์ที่ยืนอยู่ในลิฟต์ครู่หนึ่ง คำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัว
"แต่ในประวัติ... ทำไมเลขาคิมถึงไม่ได้ระบุว่าพี่ไซม่อนมีธุรกิจโรงแรมด้วยล่ะ?" ฮันเตอร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความสงสัย "พลาดไปได้ยังไงกัน... กลับไปต้องจัดการกับเลขาคิมให้ได้แล้ว" เขาขบคิดถึงข้อมูลที่ขาดหายไป พลางรู้สึกไม่พอใจกับความผิดพลาดนี้
ทันใดนั้น เสียงของไซม่อนก็ดังขึ้น "นี่ยืนทำอะไรอยู่ จะเข้ามาหรือไม่?" เสียงของเขาทำให้ฮันเตอร์สะดุ้งเล็กน้อย ไซม่อนหันมามองฮันเตอร์ที่ยังคงยืนลังเลอยู่หน้าลิฟต์ ไม่ยอมเดินตามมา
ไซม่อนยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องพักที่เขาเพิ่งเปิดออก ท่าทีของเขาบ่งบอกถึงความไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้อง ทิ้งฮันเตอร์ที่ยืนคิดมากอยู่เพียงลำพังวินตามเข้าไปที่ที่ห้องอย่างรวดเร็ว
แกร็ก! เสียงประตูเปิดออกเบา ๆ ฮันเตอร์ค่อย ๆ ย่องเท้าเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ไซม่อนซึ่งนั่งอยู่บนเตียง มือกำลังกดโทรศัพท์เหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
"เอ้ยย..." ฮันเตอร์คิดในใจ ขณะที่ความกังวลเริ่มกัดกินเขาจากภายใน "ยังไงก็ต้องตกลงกันให้ชัดเจนเื่ความสัมพันธ์ของเรา ไม่งั้นหมอนี่คงฟันเราแล้วทิ้งแน่ ๆ ..." แต่ยิ่งคิด ร่างกายของเขาก็ยิ่งสั่น ความไม่แน่นอนและความกดดันทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนไม่เป็จังหวะ มือที่อยู่ข้างลำตัวเริ่มไม่สงบ กดจิกเล็บถูไปมาเพื่อระบายความตื่นเต้น
เมื่อฮันเตอร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของไซม่อน เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ข่มใจไม่ให้มือและเสียงของตัวเองสั่น แต่หัวใจที่เต้นถี่รัวนั้นปฏิเสธจะสงบลงง่าย ๆ
"ทะ... ที่... ที่เรามากันที่นี่ พี่มีอารมณ์กับผมด้วยใช่ไหมครับ?" ฮันเตอร์เริ่มต้นถามเสียงสั่น "หมายถึง... ตรงนั้น พี่มีอารมณ์ขึ้นมางั้นหรือครับ?"
ไซม่อนหัวเราะเบา ๆ "หึ นั่นคือคำถามของนายงั้นรึ?"
"ละแล้วมันไม่ใช่หรือครับ?" ฮันเตอร์ถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ความไม่มั่นใจทำให้เขาต้องระงับความรู้สึกสับสนในใจ
ไซม่อนหรี่ตามองเขา ก่อนจะเอ่ย "นายอยากพิสูจน์ไม่ใช่หรือ? เพราะก่อนหน้านี้ ที่ฉันใส่ลงไปในตัวนายนะ มันไม่ได้มาจากอุบัติเหตุที่เกิดจากนาย งั้นตอนนี้ ก็มาทำให้ตรงนั้นของฉันรู้สึกอยากจะเสร็จสิ"
"มะ... หมายความว่าไง ให้ผมทำงั้นหรือครับ?" ฮันเตอร์ถามกลับไป สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ไซม่อนเพียงแค่เอียงศีรษะเพื่อเป็คำตอบ
ความลังเลใจผุดขึ้นมาในใจฮันเตอร์ เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยความเครียดและเขินอาย ก่อนที่จะขยับมือดึงตะขอกางเกงยีนของตัวเองออกอย่างช้า ๆ แล้วถอดออกเหลือเพียงบล็อกเซอร์เท่านั้น ความรู้สึกตื่นเต้นประดังเข้ามาพร้อมกับความเขินอายที่แล่นเข้ามาในหน้า เขาจับชายเสื้อของตัวเองดึงลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันปลายเท้าของเขาก็กระทบกันไปมาเพื่อกลบเกลื่อนอาการเคอะเขินที่เกิดขึ้น เนื่องจากไซม่อนนั่งมองอยู่ที่เตียงด้วยสายตาที่เ้าเล่ห์
ไซม่อนกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากออก ยกมือชี้นิ้วไปที่ฮันเตอร์ พร้อมพยักหน้าเบา ๆ เพื่อบอกให้เขาเข้าไปใกล้ ไซม่อนวางมือทั้งสองข้างลงไปค้ำยันกับเตียงนอน ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและน่าเกรงขาม
"และแล้ว ทำไมพี่ไม่ถอดกางเกงออกละครับ?" ฮันเตอร์ถามเสียงสั่น ขณะที่เขายังคงดึงชายเสื้อของตัวเองลงให้พ้นจากความเขินอาย ใบหน้าของเขาแดงก่ำแสดงความลังเลจนมองไปยังไซม่อนด้วยสีหน้าเลิกลัก
"ก็ฉันบอกแล้วไง นายเป็คนอยากพิสูจน์ไม่ใช่หรือ? ก็มาถอดออกให้ฉันสิ!" ไซม่อนพูดเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความท้าทาย "จะยืนอยู่อย่างนั้นรึไง? ถอดเสร็จ นายก็อมให้ฉันเสร็จด้วยนะ"
คำพูดของเขาทำให้ฮันเตอร์รู้สึกเหมือนถูกผลักดันไปข้างหน้า ร่างกายของเขากลับสั่นเล็กน้อย แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาสบตากับไซม่อนแล้วรู้สึกว่าตนต้องตัดสินใจในวินาทีนั้น แม้ว่าความกลัวและความไม่มั่นใจจะกัดกินเขาอยู่มาก แต่ก็มีบางสิ่งในใจที่กระตุ้นให้เขาอยากตอบสนองต่อคำสั่งของไซม่อน
"ไอ้...พะพี่..." ฮันเตอร์สะดุ้งขึ้นมาทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็โมโหเมื่อเห็นแววตาเย้ยหยันจากไซม่อนที่มองตรงมาที่เขา ความอับอายและความกดดันพุ่งพล่านในตัว
"ไงล่ะ? ไม่กล้า หรือว่าไม่พอใจ?" ไซม่อนถามออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทาย ริมฝีปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
ฮันเตอร์รู้สึกว่าคอแห้งผาก เขากลืนน้ำลายเอือกใหญ่ พลางรวบรวมความกล้า "ดะ... ได้! ผมจะลงมือเดี๋ยวนี้แหละ คอยดู... ผมจะทำให้พี่ติดใจผมให้ได้!"
ไซม่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่า "งั้นก็มาทำเลยสิ! ฉันให้สิทธิ์นายเต็มที่" เขายิ้มมุมปาก มองฮันเตอร์ที่ค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหว่างขาของเขาอย่างช้า ๆ
มือของฮันเตอร์เอื้อมไปจับซิปกางเกงของไซม่อนแล้วรูดลง เสียงซิปดังเบา ๆ แต่ความรู้สึกในใจฮันเตอร์กลับดังชัดเจน เขาตัวสั่นเล็กน้อยจากทั้งความกดดันและความไม่แน่ใจ เมื่อซิปถูกรูดลงจนสุด ดวงตาของฮันเตอร์ก็ต้องเบิกโพลงทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
"ตะ...ต้องทำให้ได้ เราต้องทำได้สิ..." ฮันเตอร์พึมพำกับตัวเองในใจ แต่ความตื่นเต้นและความกดดันทำให้มือของเขาสั่น "ตะแต่ทำไมมือสั่นแบบนี้นะ... ไอ้มือบ้า อย่าสั่นสิ" เขาพยายามสั่งตัวเองให้สงบลง
เมื่อเขาเอื้อมมือไปััแก่นกายของไซม่อนที่ยังคงอยู่ภายในกางเกงในบ็อกเซอร์ ความรู้สึกอุ่นและััที่แปลกใหม่ทำให้ฮันเตอร์สะดุ้งโหยง หัวใจเต้นรัวขึ้นกว่าเดิม มือของเขาถอยกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความใและเขินอาย รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
"นี้มัน ให้ตายเถอะ! ยะใหญ่ ชะมัด ระเราจะต้องเอาเ้านี่..เข้าไปในปากงั้นเหรอ? ฮันเตอร์คิด มีสีหน้าเป็กังวล เมื่อเขาเหลือบสายตาขึ้นมองคนตรงหน้า ที่ก้มมองมายังเขาด้วยแววตาคมกริบ
"หือ! ทำไม! ใอะไร ชักช้าจะอมหรือไม่อม ก่อนที่ฉันจะหมดอารมณ์และหยุดทุกอย่างที่นายอยากจะพิสูจน์และหลังจากวันนี้นายก็ต้องหยุดตามตื๊อฉันอีกต่อไป"ไซม่อนกล่าวขณะจ้องมองฮันเตอร์ตาไม่กะพริบ
"อึ่ย! ช่างมันเถอะ! เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ทำไงได้ เอาไงก็เอากันวะ ถ้าไม่ทำฮอร์โมนเราก็จะไม่คงที่" ขณะที่ฮันเตอร์คิดสายตาก็เหลือบมองคนตรงหน้า และหันกลับไปมองที่แก่นกายของเขาก่อนที่จะเอื้อมมือไปดึงกางเกงของเขาออกและดึงกางเกงในบ๊อกเซอร์ลง มันดีดขึ้นมาตรงหน้าพอดี จนฮันเตอร์สะดุ้งโหยงก่อนที่จะทำการออรัลเซ็กส์ให้กับไซม่อน
15 นาทีผ่านไป.....
"ฮือ!เมื่อยปากแล้วนะยังไม่แข็งตัวอีกหรือไง ตะบ้านี่! จะต้องทำไปถึงเมื่อไหร่กัน ทำไมร่างกายเรากลับร้อนระอุจนไอ้ข้างล่างช่องทางหลังของเรามันรู้สึกเหมือนมีน้ำไหลเยิ้มออกมาแปลกๆ รู้สึกอยากใช้มือััตรงนั้นของตัวเองจัง อ่า! เสียวตรงนั้นเหลือเกิน อยากใส่เข้าไปจัง ทั้งที่ยังไม่ได้ใส่ลงไปด้วยซ้ำ แต่ทำไมรู้เสียวเหลือเกิน อ่า!" ขณะที่ฮันเตอร์คิด ปากก็ทำออรัลเซ็กส์ให้กับไซม่อนไม่ยอมหยุด
"อื้ออ!" เสียงคางต่ำๆของฮันเตอร์ดังออกมาเบาๆ ขณะสายตาก็เหลือบมองคนตรงหน้าที่ มีสีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้รู้สึกถึงอารมณ์กระสันแต่อย่างไร นอกจากจ้องมองมาที่ฮันเตอร์ด้วยแววตาที่คมกริบเท่านั้น
"ทำไมสีหน้าของเขา ยังนิ่งเฉยแบบนี้นะ หรือว่าเราจะทำผิดวิธีงั้นหรือ เรากดเบาไปรึ ที่ปลายหยักมันก็ใช้ลิ้นกดไปแรงๆแล้วนะ เราครอบดูดขึ้นลงจนปากจะฉีกอยู่แล้ว ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงกัน ไอ้บ้านี้! เมื่อยกรามแล้วนะเว้ย!" ขณะที่ฮันเตอร์คิด สายตาก็เหลือบมองเขาตลอดเวลา ต่อให้ฮันเตอร์พยายามให้ปากครอบเข้าออกมากเท่าไร สายตาของเขาก็ยังคงนิ่งเฉย เหมือนเดิม
"ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำไงดี?ก็เราถามไปในพันทิป ทุกคนก็บอกว่าให้ทำอย่างนี้นี่น่า ไม่นานเขาก็จะเสร็จ แล้วทำไมเขาถึงยังทำท่าเฉยๆอยู่อีกละ จะไม่ไหวแล้วนะเมื่อยปากชะมัด พอดีไหม? ยอมแพ้ดีกว่า!"
กึก!
"นี่! นายจะกินน้ำลายตัวเองจนอิ่มหรือไงกัน?!" ไซม่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากของฮันเตอร์ขึ้นเบา ๆ ทำให้ฮันเตอร์สะดุ้ง เงยหน้ามองไซม่อนด้วยแววตาใและสับสน หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก
"นี่! ฉันต้องรอนายอีกนานไหม... เพื่อจะทำให้ฉันเสร็จ?" ไซม่อนพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย สายตาของเขาคมกริบ มองตรงมายังฮันเตอร์ที่ยังคงอยู่ในท่าทางลังเลและตื่นตระหนก ความกดดันเริ่มทวีคูณเมื่อไซม่อนเร่งเร้า ฮันเตอร์รู้สึกถึงความร้อนที่แล่นวาบขึ้นมาบนใบหน้า ทั้งจากความเขินอายและความกังวล
พึ่บ!
"พอเถอะ!" ไซม่อนพูดด้วยน้ำเสียงเ็าและหงุดหงิด แววตาของเขาดูเยือกเย็นลง "ยังไงนายก็ทำให้ฉันมีอารมณ์ไม่ได้หรอก รีบไปแต่งตัว แล้วก็กลับไปเสีย" คำพูดของเขาคมกริบเหมือนคมมีดที่ตัดผ่านความเงียบในห้อง
ฮันเตอร์สะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากความพยายามที่แสนอึดอัด ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย ขณะที่หัวใจยังเต้นแรงจากทั้งความตื่นเต้นและความเสียใจที่พลุ่งพล่านขึ้นในอก
"มะไม่! ผมไม่กลับ! ผมไม่ยอมแพ้หรอก ผมต้องทำให้พี่พอใจและเสร็จให้ได้"
"นายก็เห็นแล้วนี่ ว่าไอ้นั่นฉันไม่ไหวติ่งสักนิด"
"แต่มันก็แข็งตัวอยู่นะ ถ้าพี่ไม่ปลดปลอดพี่ก็จะทรมานไม่ใช่หรือ"
"ฉันปลดปล่อยเองได้ ไม่จำเป็ต้องพึ่งนายหรอก ใส่เสื้อผ้าสะ แล้วก็กลับไปได้แล้ว"
"ไม่! ผมจะขึ้นไปอยู่บนตัวพี่ ผมต้องทำให้ได้ เปลี่ยนวิธีอื่นซิมีตั้งหลายวิธีนะ"
"เอ๊ยย นายนี้ ทำไม ดื้อชะมัด งั้นก็ทำมาซิมีวิธีไหน"
ฮันเตอร์ขยับตัวลุกขึ้น ไปนั่งครอบบนตักของไซม่อนทันที ก่อนที่จะใช่มือจับแก่นกายของเขาเพื่อที่จะเสียบลงไปยังช่องทางหลัง แต่มันกลับแน่นยิ่ง เมื่อเขาพยายามที่จะยัดลงไปให้ได้
กึด!
"อะ ทำไมเจ็บชะมัด มันปิดสนิดขนาดนี้ เข้าไปไม่ได้เลย หือ เจ็บจัง" ขณะที่ฮันเตอร์คิดน้ำตาก็ไหลออกมาทันที
สวบ!
อึก! จะเจ็บ!
"นี่นาย! จะบ้าหรือไง! จู่ๆ ก็เอาเข้าไปแบบนั้น" ไซม่อนสะดุ้งโหยงด้วยความใและเจ็บไม่ต่างจากฮันเตอร์ที่ตอนนี้ตัวสั่นน้ำตาไหลออกมาด้วยความเจ็บ
"ฮื้อ ผมเจ็บ พี่ ผมเจ็บ ผมไม่กล้าขยับ ฮื้อ ผมกลัว"
"นี่! นาย เอ๊ยย ร้องไห้อีกแล้วรึ ทำไม?"
"ผมเจ็บ! อื้อ ผมไม่กล้าขยับ อื้อ ผมกลัว ของพี่มันใหญ่เกินไปแล้ว อื้อ เจ็บเป็บ้าเลย ไม่เอาแล้ว"
"ฮื้ออออ! เจ็บ! ผมเจ็บ" ฮันเตอร์เงยหน้าขึ้นปล่อยน้ำตาโฮ้! ออกมา สะอื้นร้อนไห้เสียงดังจนตัวไหวโยกด้วยความเจ็บยิ่ง จนทำให้ไซม่อนใทำอะไรไม่ถูกไม่คิดว่าหมอนี้จะร้องไห้เหมือนเด็กไม่มีผิด
"นี่ก็จู่ๆนายเล่นใส่เข้าไปแบบนั้นจะไม่ให้เจ็บได้อย่างไร เจลนายก็ไม่ใส่ก่อนนี่น่า" เขาเอื้อมมือไปดึงคอของฮันเตอร์เข้ามาััจูบไปยังริมฝีปากของฮันเตอร์เพื่อปลอบประโลมให้คลายความเจ็บและความกลัวลง เมื่อฮันเตอร์เริ่มลดระดับเสียงร้องเบาลง ไซม่อนจึงถอดริมฝีปากออก ฮันเตอร์หยุดร้องไห้แต่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่
"นี่ไม่ใช่แต่นายที่เจ็บคนเดียวนะ ฉันก็เจ็บด้วยเหมือนกัน ถ้าแบบนี้นายขยับออกจากตัวฉันก่อน และเรามาคุยกันก่อนดีๆดีมั้ย? ไซม่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"มะไม่ ผมจะอยู่อย่างนี้"
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันก็เจ็บ ยิ่งนายทำแบบนี้ ยังไงฉันก็ไม่เสร็จหรอก และนายจะยิ่งเจ็บมากกว่าเดิมนะ เพราะฉะนั้น...."
"ไม่เอา! ถะถ้าเอาออก อีก... พะพี่ก็ต้องจบนะสิ พี่ก็จะไล่ผมไป และก็จะไม่ได้เจอพี่อีก ฮื้อ..ผมไม่อยากให้มันเป็แบบนั้น"
"เอ๊ยย ทำไมนายดื้อแบบนี้นะ งั้นตอนนี้ถ้านายจะอยู่แบบนี้แล้วจะทำอะไรได้ บ้าเอ๊ย นายนี่ มันบ้าชะมัด! ไซม่อนเริ่มมีน้ำโหเมื่อพูดดีด้วยแล้วแต่ฮันเตอร์ก็ไม่ยอมขยับออก
"ถ้าพี่ไม่ชอบพี่ก็รีบเสร็จซะสิ ผมไม่ยอมแพ้หรอก!"
"อะไรนะ! ก็ได้ ฉันคิดน้อยไปเอง ที่ทำให้นายต้องทำแบบนี้ ฮันเตอร์ นายทำแบบนี้มันไม่ใช่วิธีที่ดีหรอกนะ เพราะฉะนั้นเรามานั่งคุยกันดีดีหาทางแก้ไขกันเถอะบอกสิ่งที่นาย้าจากฉันเพราะอะไร"
"ไม่เอา!!! ผมไม่ยอมแยกจากพี่หรอก! ถ้าไม่มีพี่ผมก็อยู่ไม่ได้ เพราะพี่คนเดียว เป็เพราะพี่คนเดียวผมจึงต้องกลายมาเป็แบบนี้ ก็เพราะพี่ทำให้ฮอร์โมนของผมผิดปกติ ผมเป็เบต้าอยู่ดีดี พี่ทำให้ผมต้องกลายเป็โอเมก้า พี่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พี่ทำกับผม"
"ฉันไปทำอะไรนาย เอ้ยย นี่ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ นายจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็เพราะฉัน"
"พี่ชายผมเป็หมอ พี่ชายผมบอกว่า ฮอร์โมนผมเปลี่ยนเพราะอัลฟ่ายีนเด่น ผมไม่เคยนอนกับใคร มีพี่คนเดียวที่ผมนอนด้วยเพราะฉะนั้นพี่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พี่ทำกับผมก่อนหน้านั้น พะเพราะอย่างนั้น ผมเลยไม่รู้ว่าจะฮีทไปถึงเมื่อไรก็ไม่รู้ พี่ก็รู้เวลาที่โอเมก้าฮีท ต้องเจอกับอะไรบ้างรู้มั้ยว่ามันน่ากลัวแค่ไหน? ผมไม่ใช้โอเมก้าั้แ่เกิด เพราะผมเป็เบต้า แต่พี่ทำมันให้เป็แบบนี้ พี่ก็ต้องรับผิดชอบ"
"นี่นายพูดอะไรของนายนะ ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วย?"
"ผมไม่รู้ ไม่รู้" ฮันเตอร์ส่ายหน้าไปมา ขณะซบลงไปบน อกของไซม่อนและกอดเอวเขาไว้แน่น "ผมรู้แค่ต้องอยู่กับอัลฟ่ายีนเด่น ผมจำเป็ต้องพึ่งพากลิ่นฟีโรเมนของพี่ จนกว่าฮอร์โมนผมจะกลับมาคงที่เหมือนเดิม" ฮันเตอร์เงยหน้าขึ้นมองไปยังไซม่อน ที่นิ่งเงียบมองกลับมาที่เขาเช่นกัน
"เอ้!ทำไมเงียบไป เราคงไม่ได้พูดอะไรผิดหรอกนะ ก็เราอุตส่าห์ จดวิธีการพูดกับเขาแล้วนี่ และก็ท่องจำตั้งหลายรอบแล้วนี่น่า ไม่หรอกมั่ง หมอนี้ออกจะเป็คนขี้สงสารคนออก" ขณะที่อันเตอร์คิดแต่ใจก็หวิวๆไม่น้อยเมื่อคนตรงหน้ายังคงจ้องมองเขาอยู่นิ่งๆ
"แล้วทำไมจะ ต้องเป็ฉัน? อัลฟ่าคนอื่นก็มีเยอะแยะ"
"คือ..." ฮันเตอร์ขยับตัวเงยหน้าขึ้นทันที แววตามีหวังก็ผุดขึ้นมาและแสดงสีหน้าที่อ้อนวอนนั้น
"ผมเป็แบบนี้ก็เพราะพี่ ผมบอกพี่ไปแล้วนะ ว่าเพราะกลิ่นฟีโรโมนของพี่น่ะสิ พี่ก็ควรจะต้องรับผิดชอบ แล้วอัลฟ่ายีนเด่นหาง่ายสะที่ไหนกัน เพราะฉะนั้นพี่นั่นแหละที่จะต้องช่วยผม ผมเสียตัวให้พี่ไปแล้วนะ นี้ก็เป็ครั้งที่สองแล้วที่พี่ใส่ลงไปในตัวผม พี่เห็นไหมครับ ผมยังคาอยู่บนตัวพี่อยู่เลย แถมเจ็บด้วย ฮื้อ! ผมเจ็บเห็นไหม" ฮันเตอร์ขยับตัวเล็กน้อยสีหน้าเหยเก น้ำตาไหลออกมา
"เอ่อ เฮ้ย!" เขาถอนหายใจเอือกใหญ่
"โอเคฉันเข้าใจแล้วที่นายพูด แล้วฉันจะลองคิดดู ถ้างั้นนายก็ลงไปก่อนนะ"
"ไม่เอา! ผมไม่ลง" ฮันเตอร์ส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว
"นี่! ฉันบอกว่าให้ลงไปก่อนไง ไม่เข้าใจหรือไง"
"พี่ก็คิดไปซิ ผมอยู่นิ่งๆไม่ขยับก็ได้"
"ให้ตายซิ ฮันเตอร์! ให้คิดตอนนี้ อะนะ จะบ้าหรือไงกัน"
"ผมไม่ลง!" ฮันเตอร์ขยับสะโพกเข้าออกเบาๆ อีกครั้ง
"อ่าา นาย! อย่าขยับแบบนั้นซิ!" น้ำเสียงกระเส่าของไซม่อนหลุดครางออกมาเล็กน้อย
"หมอนี้บ้าไปแล้วจริงๆ จะให้คิดได้อย่างไรกันก็ในเมื่อตอนนี้สมาธิมันไปอยู่กับตรงนั้นจนหมดแล้ว ใครจะไปคิดออกกันเล่า เด็กบ้าเอ๊ยย" ขณะที่ไซม่อนคิดในใจ ความรู้สึกของเขาตอนนี้หากฮันเตอร์ไม่ยอมเอาออกจากตัวเขาและยังขยับสะโพกอยู่ เขาคงต้องขยับสะโพกเข้าใส่ตามความ้าของตัวเองแล้วละเพราะตอนนี้ไอ้นั่นมันตึงและเสียวจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หากเป็เช่นนี่ ก็ต้องทนเจ็บไปแล้วกัน แต่....
พรึบบ!
ไซม่อนจึงตัดสินใจที่จะขยับสะโพกเสยขึ้น เพราะเขาเองก็ทนแรงเสียดสีที่บีบรัดแก่นกายของเขาไม่ไหวแล้วเช่นกัน
แต่คนที่อยู่บนร่างของเขากลับฟุบลงไปบน อกไซม่อนและหลับใส่เขาทันที เสียงกรนเล็กๆก็ดังขึ้นมา
"เฮ้ย! ฮันเตอร์ นี่นาย ทำไมถึงได้ หลับง่ายแบบนี้เลยหรือ ฉันยังไม่ทันได้ขยับเลยนะนายปล่อยให้ฉันอารมณ์ค้างอีกแล้ว เ้าบ้าเอ๊ย!" เขาจึงจับไหล่ของฮันเตอร์ออกแล้วพลิกไปนอนบนเตียงก่อนที่จะขยับถอดแก่นกายออก ด้วยความเมื่อยไปทั้งตัว
"เด็กบ้าเอ๊ย! ค้างอยู่บนตัวของฉันเสียนาน มาทำให้ของฉันขึ้นแล้วก็หลับหนีกันแบบนี้อะนะ เมื่อยชะมัด พอจะหลับก็หลับใส่กันเสียดื้อๆ" เขาขยับตัวลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าคลุมตัวมาสวมใส่ก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่ข้างเตียงนอน แล้วหยิบผ้าห่มมาห่มให้ฮันเตอร์ที่นอนตะแคงตัวคุดคู้เข้าหากันและเปล่งเสียงโกนออกมาเบาๆเป็เสียงเล็กๆเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด
"นายคงถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจซินะ ถึงได้ไม่รู้จักโตสักที เขาส่ายหน้าไปมาเบาๆ เมื่อมองคนตรงหน้า"
"ฮอร์โมน อัลฟ่ายีนเด่นงั้นรึ โอเมก้า ต้องใช้กลิ่นฟีโรโมนของฉันจนกลัวจะเป็ปกติงั้นรึ ฉันต้องทำแบบนั้นให้นายอย่างงั้นรึ" ขณะที่ไซม่อนคิด เสียงโทรศัพท์ของฮันเตอร์ก็ดังไม่ได้หยุด เขาจึงหันไปหยิบขึ้นมาดู และมองไปยังเบอร์ที่โทรเข้ามานั้น
ทั้งหมด6 สายที่ไม่ได้รับเป็ท่านประธานเกริกวิทย์
ข้อความของเลขาคิมก็เด้งขึ้น "คุณหนูครับ ท่านประธานเป็ห่วงคุณหนูมากนะครับตอนนี้อยู่ไหนครับ ถ้าได้รับข้อความแล้วโทรกลับด้วยครับ"
ตามด้วยข้อความพี่ไททาม "ฮันเตอร์นายอยู่ไหนพ่อโกรธใหญ่แล้วนะได้รับข้อความแล้วโทรกลับหาพี่ด้วย"
และสุดท้ายข้อความพี่นาที "ฮันเตอร์ นายอยู่ไหนอย่าบอกนะว่านายกำลังฮีท นายต้องระวังตัวด้วย อย่างลืมกินยาหรือฉีดยาด้วย พี่เป็ห่วงได้รับข้อความแล้วตอบกลับพี่ด้วย"
ถึงเขาจะไม่ได้เปิดอ่าน แต่ก็สามารถเห็นได้ว่า ข้อความนั้นเขียนว่าอย่างไร สายตาของไซม่อนจึงหันกลับไปมองคนตรงหน้าที่หลับทิ้งตัวอีกครั้ง
"นายคงชอบทำให้คนอื่นเป็ห่วงเรื่อยเลยสินะ ถ้างั้นฉันก็คิดว่า ถ้านายเป็คู่นอนของฉันอีกคน ก็ไม่เห็นจะเป็ไรเลยนี่นา ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เคยคิดอยากจะนอนกับโอเมก้าเลยสักนิด แต่นายอยากจะเสมอมา ฉันก็จะสนองตอบให้ ก็แค่บางที่ ช่วยเหลือลูกชายคนเล็กของท่านประธานเกริกวิทย์ ก็อาจจะเป็ผลประโยชน์ทางธุรกิจได้เหมือนกัน โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กอย่างนาย ที่เป็หัวแก้วหัวแหวนของเขาเสียด้วย บางทีอาจจะช่วยลดคู่แข่งทางธุรกิจไปได้เหมือนกัน ถ้าเขาต้องยอมเสียผลประโยชน์บางส่วนเพื่อลูกชายสุดที่รักของตัวเอง" ไซม่อนกระตุกยิ้มมุมปากทันที อย่างมีแผนการ