เสียงคลื่นดังเข้ามาในโสตประสาทเป็สิ่งแรก ก่อนที่เรย์จะรู้สึกถึงความเย็นซึ่งซึมผ่านเสื้อบริเวณแผ่นหลัง เม็ดทรายหยาบติดอยู่ตามแขนและข้างแก้ม กลิ่นเค็มของน้ำทะเลฉุนเข้าจมูกจนเขาขมวดคิ้ว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก
แสงแดดที่ส่องลงมาตรงหน้ารุนแรงจนเขาต้องยกแขนขึ้นบัง เรย์นอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอให้สายตาปรับเข้ากับแสง ก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่งและกวาดตามองสิ่งที่อยู่รอบตัว แล้วความง่วงทั้งหมดก็หายไปในพริบตา
เบื้องหน้าของเขาคือทะเลสีครามที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา คลื่นซัดเข้าหาชายหาดสีขาวอย่างต่อเนื่อง ส่วนด้านหลังเป็แนวป่าทึบที่ทอดยาวไปตามแนวเกาะ ไม่มีโรงแรม ไม่มีถนน ไม่มีเรือ ไม่มีนักท่องเที่ยว และไม่มีสิ่งใดเลยที่ช่วยบอกว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน
เรย์ก้มมองตัวเอง เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบยังเป็ชุดเดียวกับเมื่อคืน แม้แต่คราบซอสเล็ก ๆ บริเวณชายเสื้อก็ยังอยู่ที่เดิม เขาจำมันได้ดี เพราะเมื่อคืนคิวเป็คนทำหกใส่ตอนพยายามแย่งหมูย่างชิ้นสุดท้ายกับบอส
ความทรงจำของเมื่อคืนค่อย ๆ กลับมา เขานัดกินข้าวกับเพื่อนสนิทอีกห้าคนหลังจากไม่ได้รวมตัวกันครบมาหลายเดือน พวกเขานั่งคุยกันจนร้านเกือบปิด ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เรย์จำได้ว่าตัวเองเดินออกจากร้าน จำได้แม้กระทั่งเสียงคิวที่ะโตามหลังมาว่าให้ส่งข้อความในกลุ่มเมื่อถึงห้อง
แต่หลังจากนั้น ความทรงจำทั้งหมดกลับหายไป
เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองขึ้นรถอะไร จำไม่ได้ว่ากลับถึงห้องหรือยัง และไม่มีความทรงจำแม้แต่วินาทีเดียวที่อธิบายได้ว่าเขาเดินทางจากกลางเมืองมายังชายหาดแห่งนี้ได้อย่างไร
ที่นี่คือที่ไหน...แล้วใครเป็คนพาเขามา?
เสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
เรย์หันกลับไปทันที ชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร ถัดออกไปมีหญิงสาวอีกคนกำลังขยับตัว และเมื่อเขารีบลุกขึ้นยืน ภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น
ไม่ได้มีแค่สองคน
ตลอดแนวชายหาดมีผู้คนนอนกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด บางคนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว บางคนยังนอนนิ่ง ส่วนคนที่ฟื้นก่อนต่างลุกขึ้นมองรอบตัวด้วยสีหน้าสับสนไม่ต่างจากเขา ไม่นานนักเสียงะโก็เริ่มดังขึ้นจากหลายทิศทาง
“นี่มันที่ไหน! มีใครรู้บ้างว่าเราอยู่ที่ไหน!”
“โทรศัพท์ฉันหาย ใครเอาโทรศัพท์ฉันไป!”
“ช่วยด้วย! มีใครโทรแจ้งตำรวจได้ไหม!”
เสียงแตกตื่นดังขึ้นทั่วชายหาด เรย์รีบล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองทันที แต่โทรศัพท์ไม่อยู่ กระเป๋าสตางค์ กุญแจห้อง และบัตรทุกใบก็หายไปหมด เหลือเพียงเสื้อผ้าที่ติดตัวมาเท่านั้น
“แค่ก ๆ! ทรายเข้าปากกูหมดแล้ว!”
เรย์ชะงัก เสียงนั้นคุ้นจนแทบไม่ต้องหันไปมอง เขารีบหันไปทางซ้ายและพบชายหนุ่มผมยุ่งกำลังยันตัวลุกขึ้นจากพื้นทรายพลางไออย่างหนัก
“คิว!”
คิวเงยหน้าขึ้นทันที “เรย์!”
เรย์รีบเข้าไปช่วยพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้น คิวใช้มือปัดทรายออกจากเสื้อ ก่อนกวาดตามองทะเล ป่า และผู้คนจำนวนมากรอบตัว สีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนจากความมึนงงเป็ความกังวล
“เรย์ มึงรู้ไหมว่าเราอยู่ที่ไหน?”
“ไม่รู้ กูก็เพิ่งตื่นเหมือนมึง” เรย์ตอบ ก่อนถามกลับ “มึงจำได้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหลังจากเราแยกกัน?”
คิวพยายามนึกอยู่ครู่หนึ่ง “กูจำได้ว่าเดินออกจากร้าน แล้วก็กำลังจะเรียกรถกลับบ้าน หลังจากนั้น...จำอะไรไม่ได้เลย”
เรย์มองหน้าเพื่อน “กูก็เหมือนกัน”
คราวนี้คิวเงียบสนิท ไม่มีคำพูดเล่น ไม่มีมุกตลกเหมือนทุกครั้ง เพราะทั้งคู่ต่างเข้าใจตรงกันแล้วว่า หากคนสองคนสูญเสียความทรงจำใน่เวลาใกล้เคียงกันและมาตื่นอยู่บนเกาะเดียวกัน เื่นี้คงไม่ใช่อุบัติเหตุ
“เรย์! คิว!”
เสียงของผู้หญิงดังมาจากอีกด้านของชายหาด ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน เจนกำลังวิ่งตรงเข้ามาหา และด้านหลังเธอมีบอส ต้น และไนท์ตามมาติด ๆ
การเห็นเพื่อนอีกสี่คนยังปลอดภัยทำให้เรย์รู้สึกโล่งใจ แต่ความรู้สึกนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะเมื่อคืนพวกเขาทั้งหกคนอยู่ด้วยกัน และตอนนี้ทั้งหกคนก็มาตื่นบนเกาะเดียวกัน
มันชัดเจนเกินกว่าจะเรียกว่าเื่บังเอิญ
“ทุกคนเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เจนถามทันทีที่วิ่งมาถึง
บอสส่ายหน้า “กูไม่เป็ไร”
“กูก็ไม่เป็ไร” ต้นตอบ
ไนท์สำรวจแขนขาของตัวเองก่อนส่ายหน้าเช่นกัน
เรย์จึงถามสิ่งสำคัญที่สุด “แล้วทุกคนจำได้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหลังจากแยกกัน?”
บอสจำได้ว่าเรียกรถกลับบ้าน แต่จำไม่ได้ว่าขึ้นรถหรือไม่ ต้นจำได้เพียงว่าตัวเองเดินไปถึงป้ายรถ เจนจำได้ว่ากำลังเดินไปลานจอดรถ ส่วนไนท์จำได้ว่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ก่อนความทรงจำจะหยุดลงตรงนั้น
ไม่มีใครจำ่เวลาที่ตัวเองถูกพามายังเกาะแห่งนี้ได้เลย
เจนกอดอกแน่น “งั้นมีคนพาเรามาที่นี่แน่ ๆ”
“แล้วทำไมต้องเป็พวกเราหกคน?” ต้นถาม
ไม่มีใครตอบได้
คิวหันมองคนอื่นบนชายหาด “แล้วคนพวกนั้นล่ะ? ถูกจับมาเหมือนเราหรือเปล่า?”
ไนท์ไม่ได้ตอบทันที เขากำลังมองผู้คนรอบตัวอย่างตั้งใจ สายตาไล่จากคนหนึ่งไปยังอีกคน ก่อนจะเริ่มนับใหม่อีกรอบเพื่อให้แน่ใจ
“ห้าสิบคน”
บอสหันไปมอง “มึงนับหมดแล้วเหรอ?”
“สองรอบ” ไนท์ตอบ “รวมพวกเราหกคน ที่นี่มีห้าสิบคนพอดี”
ตัวเลขที่ลงตัวเกินไปทำให้ทุกคนเงียบ
ถ้ามีคนสี่สิบเจ็ดคนหรือห้าสิบสามคน มันอาจเป็จำนวนที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ห้าสิบคนพอดีให้ความรู้สึกเหมือนจำนวนที่ถูกกำหนดเอาไว้ั้แ่แรก
“เดี๋ยวนะ...” ต้นพูดขึ้น ก่อนยกข้อมือซ้ายของตัวเองให้ทุกคนดู “พวกมึงมีอันนี้กันไหม?”
วัตถุสีดำสนิทติดอยู่กับข้อมือของต้น รูปร่างคล้ายนาฬิกาข้อมือ แต่ไม่มีปุ่ม ไม่มีสายรัด และไม่มีรอยต่อสำหรับถอดออก บนพื้นผิวมีเพียงตัวเลขสีขาวเรืองแสง
100
เรย์รีบก้มมองข้อมือตัวเอง
มีเหมือนกัน
คิว เจน บอส และไนท์ต่างก็มีเหมือนกัน และเสียงแตกตื่นที่ดังขึ้นทั่วชายหาดก็บอกว่าคนอื่น ๆ เพิ่งค้นพบสิ่งเดียวกัน
ชายร่างใหญ่คนหนึ่งพยายามดึงอุปกรณ์ออกจากข้อมือจนิัแดง แต่ไม่ว่าพยายามแค่ไหนมันก็ไม่ขยับ ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จึงหยิบก้อนหินขึ้นมา
“ถอดไม่ได้ก็ทุบให้แตก!”
เรย์เห็นดังนั้นจึงรีบะโ “อย่าเพิ่งทุบ! เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร!”
แต่ชายคนนั้นไม่ฟัง ก้อนหินถูกฟาดลงบนอุปกรณ์เต็มแรง เสียงกระแทกดังขึ้นพร้อมกับตัวเลข 100 ที่กะพริบหนึ่งครั้ง เขาลองทุบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ตัวเลขกะพริบเร็วกว่าเดิม
ไนท์ะโเตือน “หยุด! มันกำลังส่งสัญญาณเตือน!”
“กูไม่สน! ใครจะยอมให้ของอะไรไม่รู้ติดอยู่กับตัววะ!”
ชายคนนั้นยกก้อนหินขึ้นแล้วทุบเป็ครั้งที่สาม
เสียงเตือนแหลมดังขึ้นทันที
ปี๊บ!
ตัวเลขบนข้อมือเปลี่ยนจาก 100 เป็ 99
ชายคนนั้นหยุดนิ่ง ก่อนมองข้อมือตัวเองด้วยใบหน้าซีดเผือด “เลขมันลด...ทำไมเลขมันลดวะ?”
ไม่มีใครตอบได้
ไนท์มองอุปกรณ์ของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง “สองครั้งแรกมันแค่เตือน แต่ครั้งที่สามตัวเลขลดลงหนึ่งหน่วย เพราะงั้นจนกว่าเราจะรู้ว่าตัวเลขนี้หมายถึงอะไร อย่าพยายามทำลายมันอีก”
“แล้วถ้ามันเป็ะเิล่ะ?” คิวถาม
“ถ้าเป็ะเิจริง การเอาหินทุบคงไม่ใช่วิธีตรวจสอบที่ฉลาดนัก” เจนตอบ
คิวเงียบไปทันที
เรย์ก้มมองเลข 100 บนข้อมือตัวเอง ไม่มีคำว่า SCORE ไม่มีคำว่า POINT และไม่มีข้อมูลอื่นประกอบ มันอาจเป็คะแนน เวลา พลังงาน หรือสิ่งอื่นที่อันตรายกว่านั้นก็ได้
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหาคำตอบ เสียงโวยวายก็ดังขึ้นจากบริเวณริมทะเล
“ผมไม่รออยู่ที่นี่หรอก! ถ้าเป็เกาะก็ว่ายออกไปจากที่นี่ได้!”
ชายวัยประมาณสามสิบคนหนึ่งกำลังถอดรองเท้า ชายอีกคนพยายามห้ามเขา แต่เ้าตัวไม่สนใจและวิ่งลงทะเลทันที ไม่นานก็มีผู้ชายอีกคนตัดสินใจว่ายตามออกไป
ผู้เล่นที่เหลือต่างยืนมอง ทั้งสองว่ายออกไปประมาณยี่สิบเมตร สามสิบเมตร และเกือบสี่สิบเมตรโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนชายคนแรกว่ายถึงบริเวณที่สีของน้ำทะเลเข้มขึ้นเล็กน้อย
เสียงกระแทกดังสนั่น
ร่างของเขาหยุดกะทันหันราวกับชนกำแพง ทั้งที่เบื้องหน้าไม่มีอะไรเลย
“มีอะไรอยู่ตรงนี้!” เขาะโพลางใช้ฝ่ามือคลำอากาศ “มันมีกำแพง! เราออกไปไม่ได้!”
ชายอีกคนว่ายตามไปทดลองแตะดู ฝ่ามือของเขาหยุดกลางอากาศเช่นเดียวกัน ราวกับมีผนังโปร่งใสขนาดมหึมาล้อมรอบเกาะเอาไว้
ทันใดนั้น เรย์สังเกตเห็นแสงสีแดงสว่างขึ้นใต้ผิวน้ำ
ความรู้สึกอันตรายแล่นผ่านร่างทันที
“กลับมา!” เรย์ะโสุดเสียง “ออกจากตรงนั้นเร็ว!”
ชายสองคนหันกลับมา
แต่ช้าเกินไป
เสียงกระแสไฟฟ้าะเิขึ้นเหนือผิวน้ำ แสงสีขาวพุ่งผ่านร่างของชายคนแรกจนตัวเขากระตุกอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องดังไปทั่วชายหาด ก่อนกลิ่นเนื้อไหม้จะลอยมากับลมทะเล
ชายคนที่สองรีบว่ายกลับเข้าฝั่งทันที
“ช่วยด้วย! ช่วยผมด้วย!”
บอสวิ่งลงน้ำโดยไม่ลังเล “ว่ายมาทางนี้! จับมือกู!”
“บอส อย่าลงไปลึก!” เรย์ะโเตือน
ชายในน้ำพยายามว่ายเข้ามาสุดแรง แต่ร่างกายเริ่มไม่มีแรงจากกระแสไฟที่ช็อตก่อนหน้านี้ บอสยื่นแขนออกไป ปลายนิ้วของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เิเ
“อีกนิดเดียว! จับมือกู!”
ชายคนนั้นยื่นมือสุดแรง
ทันใดนั้นแสงสีขาวใต้ผิวน้ำก็พุ่งเข้าหาร่างเขาอีกครั้ง
เปรี๊ยะ!
ร่างของชายคนนั้นกระตุก เืไหลทะลักออกจากจมูกและมุมปาก ดวงตาเบิกค้าง ก่อนแขนที่กำลังเอื้อมหาบอสจะตกลงกระแทกผิวน้ำ
“เฮ้ย! ไม่! จับมือกู!”
บอสพยายามเดินตามออกไป แต่เรย์กับไนท์รีบคว้าตัวเขาไว้จากด้านหลัง
“ปล่อยกู! เขายังอยู่ตรงนั้น!”
“ถ้ามึงลงไปอีก มึงจะตายตามเขา!” เรย์ะโใส่หน้าเพื่อน
คำว่า ตาย ทำให้บอสหยุดดิ้น
ทุกคนบนชายหาดได้แต่มองร่างชายคนนั้นลอยคว่ำหน้าอยู่บนผิวน้ำ เืจากจมูกค่อย ๆ กระจายออกเป็สีแดงจางท่ามกลางน้ำทะเล ก่อน LIFE BAND บนข้อมือของศพจะส่งเสียงสั้น ๆ
ปี๊บ...
หน้าจอดับลง ก่อนปรากฏข้อความเพียงคำเดียว
RETURNED
ไม่มีใครรู้ว่าคำนั้นหมายถึงอะไร แต่ไม่มีใครกล้าหลอกตัวเองว่าชายคนนั้นยังมีชีวิต
ผู้ชายอีกคนที่ถูกช็อตสามารถกลับขึ้นฝั่งได้ เขานอนสำลักน้ำอยู่บนทราย แขนซ้ายมีรอยไหม้แดงเป็ทางและตัวสั่นจนฟันกระทบกันไม่หยุด
ั้แ่วินาทีนั้น ไม่มีใครพยายามว่ายน้ำออกจากเกาะอีก
ความหวาดกลัวเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศของคนทั้งกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด ผู้เล่นบางคนเริ่มจับกลุ่มกัน บางคนไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ ขณะที่บางคนเริ่มมองคนอื่นด้วยสายตาระแวง
เรย์รู้ดีว่าเื่เลวร้ายที่สุดอาจไม่ใช่กำแพงไฟฟ้าที่ล้อมเกาะอยู่
แต่เป็คนสี่สิบเก้าคนที่กำลังเริ่มกลัวตายพร้อมกัน
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้เล่นบางส่วนตัดสินใจสำรวจบริเวณรอบเกาะโดยไม่เข้าไปในป่าลึก กลุ่มของเรย์เองเลือกเดินตามแนวชายหาดเพื่อหาน้ำ อาหาร หรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ยิ่งเดิน พวกเขากลับยิ่งพบความผิดปกติ
ชายหาดแห่งนี้สะอาดเกินไป ไม่มีขวดพลาสติก ไม่มีเศษอวน ไม่มีซากไม้จากเรือ ไม่มีรอยเท้าสัตว์ และแทบไม่มีสิ่งใดถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนฝั่ง ราวกับพื้นที่ทั้งหมดได้รับการจัดเตรียมไว้ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง
“มันเหมือนสถานที่ที่สร้างขึ้นมาให้พวกเราอยู่เลย” ต้นพูดพลางมองรอบตัว
ไนท์ก้มลงหยิบทรายขึ้นมาดู “ทรายจริง ต้นไม้จริง น้ำทะเลก็จริง แต่สภาพแวดล้อมมันถูกควบคุมบางอย่างอยู่แน่ กำแพงในทะเลพิสูจน์เื่นั้นแล้ว”
บอสเงยหน้ามองผ่านแนวต้นไม้ ก่อนหยุดเดิน “พวกมึงดูนั่น”
ทุกคนมองตาม
เหนือยอดไม้กลางเกาะมีหอคอยสีดำขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ ตัวอาคารสูงกว่าต้นไม้หลายเท่า บริเวณยอดมีวงแหวนโลหะขนาดใหญ่ และมีไฟสีแดงกะพริบเป็จังหวะ
“ถ้ามีใครควบคุมเกาะนี้อยู่ กูนึกออกแค่ตรงนั้น” คิวพูด
เจนส่ายหน้า “เราไม่รู้ว่าในป่ามีอะไร ตอนนี้ไม่มีอาวุธ ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ถ้าเดินเข้าไปแล้วเกิดอะไรขึ้น เราไม่มีทางช่วยกันได้”
เรย์เห็นด้วย พวกเขาจึงตัดสินใจกลับไปรวมกับคนอื่นก่อน แต่ระหว่างทางต้นกลับสะดุดบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้ทราย เมื่อช่วยกันขุดออกมา พวกเขาพบแผ่นโลหะสีดำขนาดประมาณฝ่ามือ
บนแผ่นโลหะไม่มีชื่อ ไม่มีสัญลักษณ์ และไม่มีข้อความใด ๆ นอกจากตัวเลขเพียงชุดเดียว
18:00
“หกโมงเย็น” ต้นอ่าน
เรย์เงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่กำลังลดต่ำ “เรากลับไปหาคนอื่นก่อนหกโมง”
ไม่มีใครคัดค้าน หลังจากเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ไม่มีใครคิดอีกแล้วว่าสิ่งของที่ถูกวางไว้บนเกาะแห่งนี้จะไม่มีความหมาย
เมื่อใกล้เวลา 18:00 น. ผู้เล่นทั้งหมดกลับมารวมกันบริเวณชายหาดอีกครั้ง ตอนนี้เหลือผู้เล่นที่ยังมีชีวิตอยู่สี่สิบเก้าคน ชายที่รอดจากกระแสไฟนั่งพิงต้นไม้อยู่ด้านหลัง แขนของเขาถูกพันด้วยเศษเสื้อที่ฉีกออกมา ส่วนคนอื่นต่างเฝ้ารอโดยไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น LIFE BAND ทุกวงสั่นขึ้นพร้อมกัน
ใต้ตัวเลข 100 ปรากฏเวลา 00:10:00 ก่อนเริ่มนับถอยหลัง
00:09:59
00:09:58
ไม่มีใครหัวเราะ ไม่มีใครคิดว่ามันเป็เื่เล่นอีกแล้ว
ตลอดสิบนาที ผู้เล่นทั้งสี่สิบเก้าคนเฝ้ามองตัวเลขบนข้อมือด้วยความกดดัน เมื่อเหลือสิบวินาที หลายคนเริ่มขยับเข้าหากลุ่มของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
คิวมายืนข้างเรย์ “กูรู้สึกไม่ดีเลยว่ะ”
“อยู่ใกล้กันไว้” เรย์ตอบ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่าเราจะรู้ว่ามัน้าอะไร”
“ถ้ามีอะไรไล่ฆ่าเราล่ะ?”
“ตอนนั้นค่อยวิ่ง”
เจนได้ยินจึงพูดขึ้น “ถ้าจะวิ่งก็วิ่งพร้อมกัน ห้ามใครแยกออกไปคนเดียว”
บอสพยักหน้า ส่วนต้นขยับเข้ามาใกล้กลุ่มมากขึ้น มีเพียงไนท์ที่ยังมองหอคอยกลางเกาะไม่วางตา
การนับถอยหลังสิ้นสุดลง
00:00:00
เสียงผู้หญิงดังขึ้นทั่วทั้งเกาะ
“สวัสดีค่ะ กรุณามองมายังหอคอย”
ผู้เล่นทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ผิวสีดำของหอคอยค่อย ๆ สว่างจนเรย์เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็ผนังอาคาร แท้จริงแล้วคือหน้าจอขนาดมหึมา
หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เธอมีผมสีดำยาว ใบหน้าขาวซีด ดวงตาสงบนิ่ง และรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูผิดที่ผิดเวลาอย่างน่าขนลุก
“ยินดีต้อนรับ ผู้เดินทางทั้งห้าสิบคน”
ชายคนหนึ่งะโสวนทันที “ห้าสิบอะไรของแก! ตอนนี้มีคนตายไปแล้วหนึ่งคน!”
หญิงสาวบนหน้าจอหยุดพูดชั่วครู่ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ผู้เล่นหมายเลข 42 สิ้นสุดการเข้าร่วมแล้วค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ชายหาดเงียบลง
เรย์จับสังเกตได้ทันที เธอไม่ได้ใช้คำว่า ตาย
“ฉันชื่อ EVE และสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า LAST RETURN”
ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนเป็รูปอุปกรณ์สีดำที่ติดอยู่บนข้อมือของทุกคน พร้อมข้อความ LIFE BAND
“อุปกรณ์ที่ติดอยู่กับพวกคุณเรียกว่า LIFE BAND ผู้เล่นทุกคนเริ่มต้นด้วย LIFE หนึ่งร้อยหน่วย การฝ่าฝืนเงื่อนไขของเกม การได้รับบทลงโทษ หรือเหตุการณ์บางประเภทจะทำให้ LIFE ลดลง”
ชายที่ทุบ LIFE BAND ของตัวเองจนเหลือ 99 รีบยกแขนขึ้น “แล้วของผมล่ะ! ทำยังไงให้มันกลับเป็ร้อย?”
EVE ไม่ตอบคำถามนั้น แต่กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเดิม
“หาก LIFE ลดลงถึงศูนย์ ผู้เล่นจะสิ้นสุดสิทธิ์ในการมีชีวิต”
ชายคนนั้นค่อย ๆ ลดแขนลง ใบหน้าซีดเผือดทันที
เสียงพูดคุยดังขึ้นทั่วชายหาด บางคนเริ่มโวยวาย บางคนเรียกร้องให้ปล่อยตัว ขณะที่บางคนถามว่าพวกเขาต้องทำอะไรจึงจะออกจากที่นี่ได้
หน้าจอเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้เป็ภาพประตูสีขาวที่มีคำว่า RETURN อยู่้า
“ผ่านเกมทั้งหมดของ LAST RETURN และผู้ที่ผ่านเงื่อนไขจะได้รับสิทธิ์ RETURN”
“หมายถึงกลับบ้านใช่ไหม!” ใครคนหนึ่งะโถาม
EVE ยิ้มเล็กน้อย “รางวัลคือการกลับไปมีชีวิตของตนเองอีกครั้งค่ะ”
เรย์ขมวดคิ้วทันที
คำพูดนั้นประหลาด
เธอไม่ได้บอกว่า กลับบ้าน
เธอบอกว่า กลับไปมีชีวิต
“LAST RETURN ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว และไม่มีข้อกำหนดให้ผู้เล่นฆ่ากัน หากผู้เล่นทุกคนสามารถผ่านเกมได้ ผู้เล่นทุกคนก็มีสิทธิ์ได้รับ RETURN”
เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้นจากคนบางส่วน แต่เรย์กลับหันไปหาไนท์
ไนท์เองก็มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“มึงได้ยินเหมือนกูใช่ไหม?” ไนท์ถาม
เรย์พยักหน้า “มีสิทธิ์ได้รับ ไม่ได้บอกว่าจะได้รับ”
นั่นหมายความว่าต่อให้ผ่านเกมทั้งหมด อาจยังมีเงื่อนไขอื่นรออยู่
ครืนนนน!
เสียงโลหะขนาดมหึมาดังขึ้นจนพื้นใต้เท้าสั่นะเื หน้าผาด้านหนึ่งของชายหาดเริ่มแยกออกจากกัน ทรายจำนวนมากไหลลงมาตามผนัง เผยให้เห็นประตูเหล็กสีดำขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน
เหนือประตูมีตัวเลขสีแดง
49 / 50
ด้านล่างปรากฏข้อความ
GAME 01
จากนั้นกฎของเกมแรกก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ห้ามเป็คนสุดท้าย
ไม่มีคำอธิบายอื่น
ผู้เล่นทั้งสี่สิบเก้าคนเงียบไปหลายวินาที ก่อนชายคนหนึ่งจะพูดขึ้น “ถ้าห้ามเป็คนสุดท้าย...แปลว่าคนสุดท้ายจะตายหรือเปล่า?”
ประโยคนั้นเปลี่ยนทุกอย่างทันที
ชายที่ยืนด้านหลังเริ่มเดินขึ้นหน้า คนอื่นเห็นดังนั้นก็ขยับตาม จากหนึ่งคนกลายเป็ห้าคน จากห้ากลายเป็สิบ ไม่นานผู้เล่นเกือบครึ่งก็เริ่มเบียดกันเพื่อให้ตัวเองอยู่ใกล้ประตูที่สุด
คิวมองภาพตรงหน้า “พวกมันกลัวว่าจะเข้าเป็คนสุดท้าย”
เรย์ยังคงยืนนิ่งและอ่านข้อความซ้ำ
ห้ามเป็คนสุดท้าย
“เรย์ ถ้าประตูเปิดเราจะวิ่งไหม?” คิวถาม
“ยัง”
“ทำไม?”
“เพราะมันยังไม่ได้บอกให้เราวิ่ง”
คิวหันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เรย์จึงอธิบายต่อ “กฎมีแค่ห้ามเป็คนสุดท้าย แต่มันไม่ได้บอกว่าคนสุดท้ายที่เข้าไปจะเป็อะไร ไม่ได้บอกว่าต้องวิ่งแข่ง และไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าคำว่าคนสุดท้ายหมายถึงอะไร ถ้าเรารีบทำตามสิ่งที่เราคิดเอง เราอาจเดินเข้าเงื่อนไขที่เกม้าให้พลาด”
ไนท์พยักหน้าทันที “เรย์พูดถูก เรารู้กฎน้อยเกินไป”
ทันใดนั้นตัวเลขจับเวลาปรากฏเหนือประตู
05:00
เสียง EVE ดังขึ้นอีกครั้ง “ประตูเข้าสู่ GAME 01 จะเปิดเมื่อการนับถอยหลังสิ้นสุด กรุณาจดจำกฎของเกมให้ดี...ห้ามเป็คนสุดท้าย”
04:59
04:58
เพียงเท่านั้น
ไม่มีคำอธิบายเพิ่มแม้แต่คำเดียว
ความกลัวเริ่มทำงานแทนเหตุผล ชายร่างใหญ่คนหนึ่งผลักผู้เล่นที่อยู่ด้านหน้าเพื่อแทรกตัวเข้าไปใกล้ประตู
“ถอยไป! กูไม่ยืนท้าย!”
“อย่าผลัก!”
อีกคนผลักกลับ ไม่นานคนด้านหลังก็เริ่มดันเข้ามา ผู้หญิงคนหนึ่งเสียหลักล้มลงกลางฝูงชน
“ช่วยด้วย! ฉันล้ม!”
ไม่มีใครหยุด
รองเท้าของชายคนหนึ่งเหยียบลงบนมือเธอเต็มแรง เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมเืที่ไหลออกจากนิ้ว เจนกำลังจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่บอสยกแขนขวางไว้
“เดี๋ยวกูเข้าไปเอง ตัวมึงเล็กกว่า ถ้าโดนดันล้มจะซวยไปอีกคน”
บอสใช้ร่างใหญ่แทรกเข้าไปกลางฝูงชน เขาผลักชายสองคนออกก่อนก้มลงคว้าแขนหญิงสาวขึ้นมา
“มีคนล้มอยู่! หยุดดันกันก่อน!”
ไม่มีใครฟัง
ชายคนหนึ่งด้านหน้าหันกลับมาะโ “ใครล้มก็เื่ของมัน! กูไม่ยอมตายเพราะต้องรอคนอื่นหรอก!”
บอสชะงัก
ประโยคนั้นทำให้เรย์รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
เกมยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
ไม่มีใครสั่งให้ฆ่ากัน ไม่มีอาวุธ ไม่มีสัตว์ประหลาด และยังไม่มีบทลงโทษใด ๆ เกิดขึ้น
แต่เพียงกฎคลุมเครือประโยคเดียวก็ทำให้คนกลุ่มหนึ่งพร้อมเหยียบคนที่ล้มอยู่ใต้เท้าเพื่อให้ตัวเองได้อยู่ด้านหน้า
เรย์เริ่มเข้าใจแล้ว
เกมแรกอาจไม่ได้ทดสอบว่าใครวิ่งเร็วที่สุด
มันกำลังทดสอบว่า เมืุ่์กลัวความตายมากพอ พวกเขาจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองคิดขึ้นมาได้ง่ายแค่ไหน
บอสพาหญิงสาวที่มือแตกกลับออกมา เจนรีบใช้เศษผ้าพันมือห้ามเืให้เธอ ขณะที่ต้นยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ ส่วนคิวกำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเืบนหลังมือ
เรย์หันไปหาเพื่อนทั้งห้าคน “ฟังกูให้ดี ตอนประตูเปิดอย่าแยกกัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้ดูสถานการณ์ก่อน อย่าทำตามคนอื่นเพียงเพราะทุกคนกำลังทำเหมือนกัน”
“ถ้ามันบังคับให้เราต้องแยกกันล่ะ?” ต้นถาม
“ถ้ากฎบังคับจริง เราค่อยตัดสินใจตอนนั้น แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้บอกอะไรแบบนั้น”
เจนพยักหน้า “โอเค เราอยู่ด้วยกันก่อน”
บอสกลับมายืนข้างกลุ่ม ไนท์ขยับเข้ามาใกล้เรย์ ส่วนคิวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนมองหน้าเพื่อนทีละคน
“พวกเรามากันหกคน ถ้าจะกลับ ก็กลับพร้อมกันหกคน”
ไม่มีใครหัวเราะกับคำพูดนั้น
เพราะทุกคนเพิ่งเห็นศพแรกของเกาะแห่งนี้กับตา
และไม่มีใครรู้ว่าก่อนจะถึงคำว่า RETURN จะต้องมีอีกกี่ศพ
ตัวเลขเหนือประตูยังคงลดลง
03:17
03:16
03:15
เสียงกลไกขนาดใหญ่ดังขึ้นจากภายในประตู
แกร๊ก...แกร๊ก...
เรย์จ้องรอยต่อของประตูเหล็กโดยไม่กะพริบตา ความมืดด้านในยังไม่เผยให้เห็นสิ่งใด แต่เสียงเครื่องจักรที่เริ่มทำงานทำให้ทุกคนรู้ว่ามันกำลังเตรียมเปิด
เขากำ LIFE BAND บนข้อมือตัวเองแน่น
หนึ่งคนตายไปแล้ว
เหลือสี่สิบเก้าคน
และเกมแรกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ
เรย์ไม่รู้ว่าหลังประตูมีอะไร ไม่รู้ว่า “คนสุดท้าย” หมายถึงใคร และไม่รู้ว่าคนที่สร้าง LAST RETURN ้าอะไรจากพวกเขา
แต่เขาเริ่มแน่ใจในสิ่งหนึ่งแล้ว
สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เพียง้าดูว่าใครจะเอาชีวิตรอด
มันกำลังรอดูว่า...
เมื่อความตายยืนอยู่ตรงหน้า มนุษย์จะยอมทำอะไรเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็คนที่ตาย
— จบ EP.1 —
ติดตามต่อ EP.2 — GAME 01 : ห้ามเป็คนสุดท้าย