หน้าเรือนหลังเล็กร่างโปร่งของชายหนุ่มเอนกายอิงหมอนใต้ต้นท้อ ดวงตาดอกท้อคู่งามวางสายตายังกลีบดอกสีอ่อน พัดจีบลายดอกมู่ตานสีแดงสดในมือพัดไปมา ขณะดื่มชากับของว่างยามบ่ายชมดอกไม้ไปพลางช่างสุดแสนสบายใจเสียนี่กระไร
“ฮูหยินรับขนมเพิ่มหรือไม่ขอรับ” คนถูกเรียกว่าฮูหยินเบ้หน้ากับคำเรียกขานที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งก็อดมุมปากกระตุกไม่ได้ ดวงตาคู่งามปรายมองบ่าวรับใช้ข้างกายที่ติดตามมาจากบ้านเก่า พัดในมือถูกพับลงก่อนเ้าของจะนำมาเคาะกับฝ่ามือตัวเองเบาๆ
“มิใช่บอกเ้าไปหลายรอบแล้วหรือไม่ต้องเรียกฮูหยินก็ได้” น้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่ยินดียินร้ายทว่ากดดันคนยิ่งกว่าการตะคอกเสียอีก
“เอ่อ คือบ่าว...” บ่าวตัวน้อยตัวสั่นเล็กน้อยกระนั้นยังทำใจกล้าตอบกลับออกมารวดเดียวจบก่อนหลับตาปี๋ “ฮูหยินคือภรรยาของคุณชายรองหลัวถูกต้องตามกฎหมายหากบ่าวไม่เรียกเช่นนี้ทางสกุลหลัวจะหาว่าไม่ไว้เอาได้นะขอรับ”
อันจื่อเทาลอบถอนหายใจก่อนล้มตัวนอนหงายสองขาเกยกันไว้สอดแขนหนุนแทนหมอนสายตามองกลีบดอกท้อปลิดปลิวไปตามลมอดหวนนึกถึงสิ่งที่กำลังเผชิญไม่ได้
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างของ อี้หย่งเพ่ยซาน บุตรชายคนเล็กของสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของแคว้น ซึ่งเื่นี้รู้มาจากปากของท่านเทพจันทราที่ปรากฏเสียงแต่ไม่ปรากฏกายให้เห็นหลังจากที่นั่งมึนกับโลกใหม่ร่วมวัน
เื่มีอยู่ว่า อี้หย่งเพ่ยซานชอบ หลัวสุ่ยิ คุณชายใหญ่แห่งตะกูลวาณิชที่ร่ำรวยที่สุดในแคว้น จะเรียกว่าชอบก็ไม่ถูกนักใช้คำว่าหลงรักหัวปักหัวปำต้องได้มาครองจะเหมาะกว่า อี้หย่งเพ่ยซานคอยตามตื้อขอความรักจากหลัวสุ่ยิใช้ทุกวิธีทางแต่รายนั้นไม่เคยแลมอง แม้อี้หย่งเพ่ยซานจะมีใบหน้างดงามชวนตะลึงแค่ไหน แต่คุณชายใหญ่สกุลหลัวไม่มีรสนิยมตัดแขนเสื้อจึงไม่เคยสนใจ
มาวันหนึ่งพ่อพระเอก! ฟังไม่ผิดหรอกครับ พระเอกนิยายเื่โปรดของท่านเทพจันทราที่ว่างจัดจนต้องผันตัวมาเป็นักอ่านนิยายรักแล้วเกิดติดงอมแงม ไม่ปลื้มกับจุดจบของนิยายเื่นี้อย่างแรง เลยส่งอันจื่อเทามาเปลี่ยนจุดจบของเื่ให้ยังไงล่ะครับเพื่อแลกกับชีวิตใหม่อีกครั้ง
นั่นแหละตามที่กล่าวไปข้างต้น วันหนึ่งหลัวสุ่ยิได้แต่งงานกับ หลี่ซือเซียน นางเอกของเื่ผู้ได้ชื่อว่างดงามไม่เป็รองใคร บุตรีเพียงหนึ่งเดียวของเ้ากรมการคลัง อี้หย่งเพ่ยซานเจ็บช้ำใจสุดแสนตัดสินใจะโสระบัวในคฤหาสสกุลหลัวในวันแต่งงานของหลัวสุ่ยิ
แต่ไม่คาดบุตรชายคนรองที่กะจะมาดื่มสุราย้อมใจเหตุจากสตรีอันเป็ที่พึงใจแต่งงานกับพี่ชายของตัวเองได้มาพบเข้าจึงโดดลงไปช่วย ด้วยรอบข้างค่อนข้างมืดผสมกับอี้หย่งเพ่ยซานรังเกียจ หลัวเจิ้งเหยียน เป็ทุนเดิมอยู่แล้วพอรู้ว่าใครมาช่วยเลยดิ้นจนเสื้อผ้าหลุดรุ่ยทั้งสองฝ่าย หลัวเจิ้งเหยียนนึกรำคาญจึงปล่อยให้อี้หย่งเพ่ยซานจมน้ำไปรอจนเกือบจะขาดอากาศค่อยดึงขึ้นมาแล้วนอนแผ่อยู่ข้างสระทั้งคู่ เรี่ยวแรงถูกสูบไปกับการสู้รบกันในน้ำสภาพทั้งสองเลยชวนเข้าใจผิดไปไกล
หากไม่ใช่ดวงใจของท่านเ้าสำนักต่อให้คนๆ นี้ตายอยู่ตรงหน้าหลัวเจิ้งเหยียนก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยหรอก!
สภาพของทั้งสองคนถูกคนในบ้านมาพบเข้า ไม่เท่านั้นด้วยความที่สระบัวอยู่ไม่ไกลจากเรือนใหญ่อันเป็ที่จัดงานแต่งเท่าไหร่นักเมื่อคนนึงมาพบก็เรียกที่เหลือให้มาดูตามเกิดเป็ความเข้าใจผิดนำไปสู่การแต่งงานในที่สุด
นายท่านตะกูลหลัวจากที่ไม่ใคร่จะอะไรกับบุตรชายคนนี้เท่าไหร่เจอเหตุการณ์แบบนี้ยิ่งไม่คิดจะสนใจใยดีอีกเลย รีบจัดงานแต่งให้เพื่อไม่ให้บาดหมางกับสำนักใหญ่อย่างสำนักคุ้มภัยหยางจิ่วเพื่อรักษาหน้าทั้งสองฝ่ายเอาไว้ แม้จะแต่งบุรุษกับบุรุษแต่ทางฝ่ายสำนักคุ้มภัยก็ไม่ได้คัดค้านหากจะแต่งบุตรชายคนเล็กของทางนั้นเข้าจวนสกุลหลัว
นั่นแหละครับท่านผู้ชมอันจื่อเทาผู้มากับดวงเลยได้สามีเป็ของแถมหลังจากเกิดใหม่อีกครั้ง พับไมค์.....(รายงานสดจากเทพจันทรา)
อันจื่อเทารู้สึกเหนื่อยใจกับอนาคตอันริบหรี่ของตัวเองในที่แห่งนี้ ให้รับมือกับคนนับร้อยยังไม่ลำบากใจเท่ากับทำอะไรที่ไม่รู้จักเช่นนี้เลย หากทำไม่ได้ตามเงื่อนไขคงไม่พ้นต้องเป็ิญญาเร่ร่อน เฮ้ออ แล้วจะให้ช่วยยังไงกันล่ะ ทั้งพระเอกพระรองตัวร้ายยังไม่โผล่สักคน อีกอย่างเขาไม่เคยอ่านนิยายเื่นี้แม้แต่บรรทัดจะรู้ได้ไงว่าใครเป็ใคร่ไหนแบบไหนยังไง หรือพูดให้ถูกอันจื่อเทาไม่เคยอ่านนิยายสักเื่
‘ไม่ต้องห่วงไป บอกแล้วไงเื่พล็อตนิยายข้าจะกระซิบบอกเ้าเป็ระยะ’ เสียงในหัวเสียงเดิมโผล่มากระซิบเป็ระยะอย่างที่เ้าตัวบอก อันจื่อเทาพยักหน้ารับรู้ในใจก่อนจะยัดขนมถั่วกวนที่บ่าวน้อยเอามาให้แล้วซดน้ำชาแก้เซ็งกับความไม่ได้ดั่งใจในหลายๆ อย่าง
“เลี่ยงชิง ขบวนเดินทางของพี่ใหญ่จะกลับมาตอนไหนหรือ” อยู่มาหลายวันการพูดจาก็ต้องฝึกให้ชิน ส่วนที่มาของคำถามคือเมื่อเดือนก่อนหลังจากจบงานแต่งของพี่น้องสกุลหลัวได้ไม่กี่วัน ก็มีออเดอร์ทางไกลล็อตใหญ่ให้ทางร้านของตะกูลหลัวส่งข้าวสารอาหารแห้งไปให้ถึงที่ จากระยะทางแสนไกลกินเวลาเดินทางร่วมเดือนได้ ด้วยปริมาณข้าวของการเดินทางจึงยิ่งล่าช้าขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพื่อป้องกันการโดนดักปล้นจากโจรป่าสำนักคุ้มภัยขาประจำจึงเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องร่วมขบวนไปด้วย
เนื่องจากงานใหญ่ขนาดนี้ไม่อาจส่งลูกน้องไปแทนได้ นายท่านหลัวก็อายุอานามไม่น้อยแล้วไม่สามารถเดินทางไกลได้ หวยเลยมาออกยังลูกชายคนโตที่พึ่งเข้าหอได้ไม่กี่วัน และลูกชายคนรองที่เป็หนึ่งในสำนักคุ้มภัยจึงต้องไปด้วยโดยไม่อาจปฏิเสธได้
อีกสาเหตุหนึ่งก็คืออี้หย่งเพ่ยซานโล่ไปขอร้องแกมขู่ผู้เป็พ่อให้พาสามีหมาดๆ ของตัวเองร่วมขบวนไปด้วยเพราะไม่อาจทนหายใจร่วมในเรือนเดียวกันได้....
อันจื่อเทานึกรังเกียจนิสัยเ้าของร่างเดิม หากมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันคนแบบนี้คงไม่มีโอกาสได้โต
“คาดว่าน่าจะอีกเดือนกว่าๆ เลยขอรับฮูหยิน” เลี่ยงชิงแม้จะแปลกใจกับสรรพใหม่ที่นายของตนใช้เรียกคุณชายใหญ่แต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยถามไปมากกว่านี้
ด้วยความที่รับใช้คุณชายมาั้แ่เด็กจนโตอี้หย่งเพ่ยซานจึงมิค่อยเกรี้ยวกราดใส่ตนนัก แต่หากทำให้อารมณ์ขุ่นมัวก็มิแน่เสมอไป ใครเล่าจะไม่รู้ว่าคุณชายของตนเกลียดชังคนที่เกิดจากภรรยาน้อยมากแค่ไหน ไม่เว้นแม้แต่พี่ชายร่วมบิดาหรือกระทั่งสามีหมาดๆ คำเรียกฮูหยินนี้หากทางท่านเ้าสำนักมิขอไว้และทางสกุลหลัวไม่กดดัน มีหรืออี้หย่งเพ่ยซานจะยอมให้ใช้เรียกตน
“เช่นนั้นหรือ อีกนานเลยสินะ...” สายตาทอดมองไปยังดอกท้อที่ร่วงหล่นลงมาตามแรงลมพัดแ่มาเป็ระลอก ทดเวลาไปนานๆ ก็ดีเหมือนกันนะชีวิตสงบสุขแบบนี้คือสิ่งที่อันจื่อเทาถวิลหามาตลอด….
บ่าวตัวน้อยแม้จะนึกแปลกใจในพฤติกรรมที่แปลกไปหลายๆ อย่างของผู้เป็นายั้แ่ฟื้นไข้ ได้แต่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ มิกล้าเอ่ยคำให้คุณชายขุ่นเคืองใจ
‘เ้าจะเอาแต่ใช้ชีวิตสโลวไลฟ์ไปวันๆ แบบนี้ไม่ได้นะ เข้ามาอยู่ในนิยายรักแฟนตาซีทั้งทีไม่คิดจะไปผจญภัยหน่อยรึ’ เสียงในหัวเสียงเดิมที่ตามหลอกหลอกอยู่ทุกวันดังขึ้นท่ามกลางความสุนทรี
‘แล้วยังไง’ ใช่ว่าเขาอยากจะเข้ามาอยู่ในนี้ซะเมื่อไหร่ล่ะ แต่ได้มาแล้วแถมชีวิตประจำวันยังสงบสุขขนาดนี้จะไปหาเื่ให้ตัวเองลำบากทำไมกัน โลกที่แล้วก็ผจญภัยแทบทุกเวลาจนไม่รู้ว่าความตื่นเต้นเป็ยังไงแล้ว
‘แล้วยังไงหรอ ถามมาได้ยังไงยะ!ข้าไม่ได้ให้เ้าเข้ามาเพื่อนั่งๆ นอนๆ ชมดอกไม้ไปวันๆ นะ’ เสียงแหลมบาดจิตทำเอาปวดหัวจี๊ดๆ ขึ้นมาโดยไม่ต้องถามหาสาเหตุ อันจื่อเทาขมวดคิ้ว บ่าวตัวน้อยเห็นถึงอาการแปลกไปของคนเป็นายจึงถามขึ้นด้วยความห่วงใย
“ฮูหยินเป็อะไรหรือไม่ขอรับ?”
คนถูกถามปรายตามองก่อนยกมือขึ้นแนบหน้าผากตอบบ่าวน้อยออกไปสั้นๆ “ปวดหัว”
“ประเดี๋ยวบ่าวไปต้มยาให้นะขอรับ” เลี่ยงชิงรีบกุลีจุจรวิ่งเข้าไปในเรือนด้วยความรวดเร็ว
‘แหมมมมมม สบายเสียจริงนะเ้าเนี่ย ประเดี๋ยวก็ได้สันหลังยืดยาวขึ้นมาจริงๆ หรอก’
“พูดมากน่าเจ๊ จะไปไหนก็ไปไป” พูดจบก็หลับตาพริ้มคล้ายจะตัดบทสนทนา หากแต่หูก็ยังเงื่อฟังความเคลื่อนไหวของเทพจันทราอยุ่เช่นเดิม
‘หน็อยยยย เ้าเด็กปากเสีย! คอยดูเถอะข้าจะมิช่วยอะไรเ้าอีกเลย ชิ!อย่ามาง้อแล้วกัน’ จบคำเสียงนั้นก็หายไปเช่นทุกครั้ง อันจื่อเทาส่ายหน้าเบาๆ ปลงกับความเอาแต่ใจของท่านเทพเหลือคณาขณะเดียวกันก็นับ1-10ในใจเงียบๆ
8
9
10
“เ้าเด็กบ้า!มิคิดจะง้อข้าหน่อยหรือไร!!” เสียงเดิมกลับมาอีกครั้งคราวนี้มาทั้งตัวเป็ๆ พร้อมกับห้วงมิติที่ตัดขาดจากโลกภายนอก คนนอนเหยียดกายยืดยาวจึงหยัดกายลุกนั่งเพื่อมาสนทนากับท่านเทพจันทรา
“แล้วเจ๊จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ” ถามออกไปตามตรงถึงจุดประสงค์ของท่านเทพ แรกเริ่มให้เขาเปลี่ยนแปลงตอนจบของนิยาย แต่ไม่ยอมบอกอะไรสักอย่างนอกจากให้รอตัวละครเอกกลับมาก่อน เขาก็ทำตามแต่โดยดีแล้วไง มาตอนนี้หาว่าเขาเอ้อระเหยเกินไป มันได้หรอแบบนี้
เทพจันทรากอดอกพลางท้าวคางครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะดีดนิ้วพร้อมกับแอฟเฟคหลอดไฟบนหัว “นิยายทะลุมิติส่วนมากต้องใช้ความแตกต่างสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง เ้าลองใช้ความรู้สมัยใหม่ไปสร้างปรากฏการณ์ชวนว๊าวววว เสียสิ”
ไม่พูดเปล่ายังลากเสียงยาวพร้อมกับท่าโอเวอร์แอ็คติ้งอีก
“แล้วไอ้ปรากฏการณ์ชวนว๊าวของเจ๊นี่มันยังไงล่ะครับ ระบุมาเลยผมจะได้ไม่ต้องเดาให้เจ๊วีนใส่อีก” ดวงตาคบกริบของท่านเทพตวัดใส่ทันทีที่จบประโยค
“หมอเทวดา! ใช่!เ้าจงใช้ความรู้ปัจจุบันไปรักษาคนสร้างชื่อให้กับตัวเองซะสิ!!”
“....” บางทีเจ๊อาจลืมไปว่านี่มันยุคโบราณ เครื่องมือแพทย์หรอก็ล้าหลังเต็มทีแถมมีไม่กี่ชิ้น ยาหรอก็ต้องใช้สมุนไพรหลายๆ ตัวมาผสมกัน ใช่จะมีเป็เม็ดสำเร็จรูปเหมือนในโรงพยาบาลที่ไหนล่ะ อย่าว่าแต่อดีตมาเฟียที่ทำเป็แค่แผลเบื้องต้นอย่างเขาเลย ต่อให้เอาคนเป็หมอมาก็ใช่ว่าจะทำได้
เทพแห่งจันทราเห็นถึงสีหน้าชายหนุ่มที่แทบบรรยายได้ถึงประโยคคำพูดพลันชักสีหน้าให้เล็กน้อยก่อนทำท่าคิดอีกครั้ง ไม่นานก็ดีดนิ้วดังเป๊าะมองไปที่อันจื่อเทาตาเป็ประกาย
“งั้นก็ไปไขคดี ชันสูตรศพสร้างชื่อให้ตัวเองเป็โคนันในยุคจีนโบราณไปเลย!!”
“....” อันจื่อเทารู้สึกปวดหัวขึ้นมาจริงๆแล้วจากลุกนั่งมาคุยดีๆหลังจากฟังคำพูดเจ๊แล้วเขาล้มตัวนอนลงทันทีจากนั้นพลิกกายไปอีกทาง
เทพจันทราอ้าปากค้างกระทืบเท้าอย่างขัดใจ“เ้านี่ยังไงกันนะ นู้นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ สรุปจะเอาไงว่ามาซิ!”
“ก็สิ่งที่เจ๊พูดมามันปฏิบัติจริงได้ที่ไหนกันล่ะ”
“ไร้สามารถ!”
“ความสามารถเดียวที่ผมมีมันเอามาใช้ไม่ได้นี่ครับ"ไม่ต้องบอกว่าสิ่งนั้นคืออะไรคนฟังเข้าใจได้ทันที
แววตาเทพจันทราฉายแววลุ่มลึกขณะมองแผ่นหลังอ้างว้างกึ่งโปร่งใสก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็บึ้งตึงตามเดิม“เอาล่ะ ข้าแค่อยากให้เ้าเพิ่มสีสันให้นิยายเท่านั้น แนวเื่เดิมมันเอื่อยเฉื่อยเกินไป เ้าไม่คิดเช่นนั้นรึ?”
“อา งั้นหรอครับ”อันจื่อเทาตอบเรียบๆก่อนพลิกกายนอนหงายหางตาเหลือบมองเทพจันทราเล็กน้อยเห็นถึงความไม่สบอารมณ์ของเจ๊จึงยอมถอยให้สักก้าวอย่างช่วยไม่ได้ “เอาเป็ว่าผมจะพยายามนะครับ แต่ไม่รับปากจะถูกใจไหม”
“ย่ะ พูดแล้วทำให้ได้ด้วยล่ะ”เทพจันทราหรี่ตามอง อันจื่อเทาเพียงตอบไร้อย่างเอื่อยเฉื่อยหลับตาลงเป็การปิดบทสนทนาทำเอาคนมองได้แต่จิ๊ปากขัดใจ “ชิ เอาเถอะไว้ถึงเวลาข้าจะมากระซิบบอกพล็อตเื่แล้วกัน”
จบคำเสียงของของเทพจันทราก็หายไปแทนที่ด้วยเสียงบ่าวน้อยดังคลอข้างหู
“ยาได้แล้วขอรับฮูหยิน”
ถ้วยยาถูกยื่นมาแทบจะกระแทกหน้าผู้เป็นาย อันจื่อเทาลืมตาเห็นชัดทั้งภาพและกลิ่นจึงผงะ มือยกปิดจมูกแทบไม่ทัน
....ไม่ต้องถึงปากก็รับรู้ได้ถึงรสขม
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว”แรกเริ่มตนก็ไม่ได้เป็อะไร เพียงแค่เสียงของเจ๊เกินจะตั้งรับไหวแค่นั้นเอง ไม่จำเป็ต้องกินยาหรอก
“ท่านพึ่งฟื้นไข้ หากอาการกำเริบอีกจะแย่เอานะขอรับ ดื่มสักหน่อยเถิด”เลี่ยงชิงเอ่ยทั้งน้ำตาคลอเบ้ามองไปยังเ้านายคนงามด้วยสายตาห่วงใยจากใจจริง
“.......” อดีตมาเฟียที่ไม่เคยได้รับอะไรเช่นนี้มาก่อนยิ้มขืนๆ มือยื่นไปรับยาจากเลี่ยงชิงมากระดกทีเดียวหมดแล้วยื่นคืนกลับให้ไป
แม้จะขมจนลิ้นชาแต่อันจื่อเทาก็ยังมีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับใบหน้า ในความขมนั้นยังมีความหวานของน้ำผึ้งปนมาพอให้ได้รสชาติและกลิ่นจางๆ แสดงได้ถึงความใส่ใจของบ่าวน้อยที่มีต่อเ้านายเป็อย่างมาก
ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ล่ะนะ อย่างน้อยก็มิตรภาพดีๆ ตรงหน้าละหนึ่ง
บ่าวตัวน้อยรับถ้วยยาไปด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขที่เห็นคนเป็นายยอมดื่มยาที่ตนเอามาให้จนหมดโดยไม่บ่นสักคำเช่นที่ผ่านมา แม้จะสงสัยอยู่ไม่น้อยแต่เลี่ยงชิงก็รู้งานไม่ถามมากให้ผู้เป็นายรำคาญใจ
“ขนมตัดขมขอรับฮูหยิน” เสียงใสมาพร้อมขนมที่จัดจานมาได้สวยงามน่ากิน อันจื่อเทาได้แต่อ่อนใจ ฮูหยินก็ฮูหยิน ช่างมันเถอะ…
หลังจากจิบชาชมวิวและกินขนมจนพุงกาง อดีตมาเฟียหนุ่มเลยถือโอกาสให้เลี่ยงชิงเล่าเื่ครอบครัวของตนและครอบครัวสกุลหลัวให้ฟัง โดยอ้างว่าจะทบทวนความจำของบ่าวน้อยพร้อมกับรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้ด้วยหากตอบถูก
เลี่ยงชิงได้ยินดังนั้นก็ยืดอก บอกว่าตนทำได้แน่ส่วนเื่รางวัลขอแค่ได้อยู่ข้างกายฮูหยินตลอดไปก็พอ
หลังจากตกลงกันเสร็จสรรพบ่าวตัวน้อยก็ทำการทดสอบเล่าเื่ทั้งหมดที่รู้ให้คนเป็นายฟังจนหมดเปลือก พอดีกับที่ฮูหยินของเขาผลอยหลับไปในตอนที่เล่าจบ
*********************************