เธอยังจำได้ดีครั้งหลังสุดที่เธอได้เห็นดวงตาคู่นี้มันเรืองโรจน์ด้วยไฟเสน่หา...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้นะสุดที่รัก...เราจะมาพบกันที่นี่...ที่ของเราสองคนเท่านั้น...โอ...พระเ้า...แคโรไลน์...จูบผมอีกครั้งสิ...พรุ่งนี้...พรุ่งนี้นะ...เพียงแต่ว่าเมื่อถึงวันรุ่งขึ้นเขาก็ไม่ได้กลับมาอีก...หรือแม้จะเป็วันต่อๆ ไปก็ตาม...
“ตลกดีนะ...” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้รู้สึกตลกตามไปด้วย“ที่เราสองคน ในที่สุดก็มาใช้นามสกุลเดียวกันจนได้”
ไม่มีคำตอบสำหรับคำพูดประโยคนั้นเธออยากจะะโใส่หน้าเขาเหลือเกิน ว่าที่จริงเธอกับเขาควรได้ใช้นามสกุลร่วมกันมาตั้งหลายปีแล้วเพียงแต่ว่า...บางอย่างถ้าไม่พูดออกมาเสียเลยยังจะดีกว่า
“ฉันไม่ได้ยินเสียงรถคุณเลยนะคะ”
“ผมบินมา...เอาเครื่องลงที่ลานจอดแล้วก็เดินมาจากตรงนั้น”
“ทำไมต้องทำยังงั้นด้วย...?”สนามบินส่วนตัวขนาดเล็กแห่งนั้นอยู่ห่างจากบ้านถึงหนึ่งไมล์
“อาจจะเป็เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้รับการต้อนรับแบบไหนล่ะมัง”
“แต่ว่านี่มันบ้านของคุณเองนะคะริงค์”
“มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ” เขาตอบหลังจากพ่นคำสบถออกมา มันทำให้เธอต้องเลียริมฝีปากที่แห้งเกราะอยากจะให้ตัวเองมีความกล้าพอที่จะยืนเผชิญหน้ากับเขา แต่ก็เกรงว่าแข้งขาที่อ่อนปวกเปียกจะยุบยวบลง
“คุณไม่ถามข่าวพ่อเลยนะคะ”
“แกรงเกอร์เล่าให้ผมฟังหมดแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็รู้แล้วสินะคะว่าเขากำลังจะตาย”
“ใช่ แล้วก็รู้ด้วยว่าเขาอยากพบผมความสงสัยมันไม่เคยคลายจากใจได้หรอก”
คำพูดเชิงเสียดสีของเขาทำให้เธอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ได้ทันที
“ตอนนี้เขาเป็เพียงคนแก่คนหนึ่งที่เจ็บหนักใกล้จะตายอยู่แล้วนะริงค์เขาไม่ได้เป็อย่างที่คุณจำไว้หรอก”
“ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจเขาย่อมจะต้องเป็อย่างที่ผมจำได้เสมอ"
“ฉันจะไม่ทะเลาะกับคุณด้วยเื่ไร้สาระแบบนี้หรอกนะ”
“ผมก็ไม่ได้คิดจะทะเลาะกับคุณนี่”
“และฉันก็จะไม่ยอมให้คุณทำให้เขาหรือลอร่าเจนหรือฮาเน่ย์ต้องเสียใจด้วย ทุกคนกำลังรอคุณอยู่ทั้งนั้น”
“แต่คุณไม่ได้คิดจะรออย่างคนอื่นๆ...ให้ตายสิ...นี่คุณวางตัวเป็นายหญิงแห่งเดอะ รีทรีทเลยใช่ไหม...?"
“ได้โปรดเถอะนะคะริงค์จากนี้ไปอีกไม่กี่วันมันจะเป็่เวลาที่ยากลำบากใจที่สุดสำหรับเราทุกคนฉันคิดว่าอย่า...”
“ผมรู้...ผมรู้” เขาระบายลมหายใจออกมายืดยาว “ผมเองก็อยากพบทุกคนอยู่เหมือนกัน”เขาเหลียวไปมองทางคอกม้า “เมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมาผมเห็นลอร่า เจนเดินออกมาจากบ้านเพียงแต่ผมไม่อยากโผล่ออกมาในความมืดเพราะกลัวว่าแกจะใตอนผมไปจากที่นี่แกยังเป็แค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งนึกไม่ถึงว่าจะโตขึ้นขนาดนี้แล้ว”
ภาพที่ลอร่า เจนกับสตีฟคุกเข่าอยู่เคียงข้างกันทั้งเขายังปัดปอยผมออกจากเนียนแก้มให้ผ่านแวบเข้ามาในความคิดของแคโรไลน์เธออยากรู้ว่าริงค์จะคิดอย่างไรในเื่โรมานซ์ของน้องสาว...ความคิดนั้นทำให้เธอเกิดความอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ตอนนี้แกก็โตเป็สาวแล้วล่ะ ริงค์”
เธอััความรู้สึกอยู่ว่ามีสายตาของเขาที่กวาดไปทั่วเรือนร่างคล้ายกำลังวิเคราะห์หรือประเมินอะไรบางอย่างอยู่
“แล้วคุณล่ะ...?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง “คุณเองก็โตขึ้นมาเหมือนกันนี่จริงไหม แคโรไลน์...ตอนนี้คุณก็เป็ผู้หญิงเต็มตัวแล้วสินะ”
ทั้งรูปร่างหน้าตาของเธอไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยความงามของเด็กสาววัย 15ที่เขาเคยรู้จักยังคงอยู่เหมือนเดิมเขาเคยคิดว่าจะพบเธอในเรือนร่างที่อ้วนเผละผละผมเผ้าเป็กระเซิงแต่ช่างน่าแปลกใจนักที่ทรวดทรงของเธอยังผอมเพรียว่เอวคอดกิ่วจนน่าเกรงว่าแรงลมจะพัดหักเป็สองท่อนได้ทรวงอกของเธอเต่งตึงดูเนียนนุ่มและยังคงรูปทรงไว้ได้อย่างงดงาม...ให้ตายสิ...เขาอยากรู้นักว่า กี่ร้อยกี่พันครั้งที่พ่อของเขาได้ััเรือนร่างนี้...?
เขาก้าวขึ้นบันไดมาช้าๆราวเสือร้ายที่ยังไม่ถึงเวลากระหายหิวเพียงแต่้าจะทรมานเหยื่อเล่นเท่านั้นดวงตาคู่สีน้ำตาลแกมทองเป็ประกายพราวอยู่ในท่ามกลางความมืดคู่นั้นราวจะตรึงร่างเธอไว้ ริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัยเขารู้ว่าเธอยังจดจำในสิ่งที่้าจะลืมได้ดีว่าริมฝีปากของเขาเคยประทับรอยไว้ตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็เรียวปากซอกคอ...และยังเนินทรวงคู่นั้น...
“ฉันจะไปตามฮาเน่ย์ให้ แกคงจะ...”เธอพูดไม่ทันขาดคำ มือของเขาก็ตวัดจับข้อมือไว้บังคับให้เธอต้องหันมาเผชิญหน้ากับเขา
“เดี๋ยวก่อนสิ...” หางเสียงของเขานวลนุ่มยิ่งนัก “เราจากกันไปตั้ง 12ปีทีเดียวนะ คุณไม่คิดบ้างหรือว่าเราน่าจะทักทายกันและกันให้มันเป็งานเป็การกว่านี้หน่อย
พร้อมกันนั้นมือข้างที่เป็อิสระก็โอบลงรอบคอบังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้น
“ลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้เราเป็ญาติสกุลเดียวกันแล้วนะ” ริมฝีปากของเขาประทับลงอย่างหักหาญและขุ่นซึ่งเขากำลังลงโทษที่เธอทำให้เขาต้องคิดถึงอยู่ทุกค่ำคืนวัน มันเป็อะไรที่ยิ่งกว่าความคับแค้นใจเมื่อนึกถึงว่าพ่อของเขาเองที่นอนร่วมเตียงอยู่กับเธอ...
เธอกำมือแน่นยันแผงอกเขาไว้มันมีเสียงอื้ออึงดังก้องอยู่ในหู แข้งขาอ่อนเปียกไปหมดเธอจะต้องต่อสู้กับเขาขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับตัวเองให้หนักกว่าทั้งนี้เพราะเธอก็อยากจะตวัดแขนโอบกอดเขาไว้อยากได้ััความตื่นเต้นยามที่ได้อยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง
แต่ว่านี่มันไม่ใช่การกอดกันด้วยความรักมันเป็การหยามิ่กันมากกว่าเธอจึงต้องดิ้นรนเพื่อที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็อิสระจากจูบของเขาได้
ซึ่งเมื่อเธอทำได้สำเร็จเขาก็เพียงซุกมือลงในกระเป๋ากางเกง...แยกยิ้มหยันอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นสีหน้าโกรธจัดกับริมฝีปากที่ซ้ำซอกของเธอ
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณแม่เลี้ยง” เขาทอดเสียงอย่างน่าหมั่นไส้...
แคโรไลน์ถึงกับอ้าปากค้างทรวงอกสะท้อนด้วยความโกรธและอับอาย
“ทำไมคุณถึงได้พูดจาน่าเกลียดอย่างนี้ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายนัก...?”
“ก็แล้วคุณยอมแต่งงานกับตาแก่ใกล้ตายคนที่เป็พ่อผมทำไมล่ะ?”
“เขาไม่ได้เป็อย่างที่คุณว่าหรอกนะเขาดีกับฉันมาก”
“งั้นเรอะ...?" เขาะเิเสียงหัวเราะหัวนสั้นออกมาอันที่จริงผมก็พอจะมองเห็นอยู่หรอกนะว่าพ่อผมดีกับคุณมากแค่ไหนเพราะต่างหูมุกที่หูของคุณ...แหวนเพชรที่นิ้วของคุณใช่ไหมล่ะ...และเดี๋ยวนี้คุณก็สามารถเชิดหน้าสู้โลกได้แล้วนี่ในเมื่อเวลานี้คุณก็ได้เข้ามาอยู่ในเดอะรีทรีทแล้ว ก็คุณไม่ใช่
เหรอที่บอกผมว่าคุณยินดีจะแลกทุกสิ่งขอแต่เพียงให้ได้มาอยู่ในบ้านหลังนี้เท่านั้น...” เขาโน้มตัวเข้ามาหาพูดด้วยสุ้มเสียงหยันเยาะต่อว่า “จะให้ผมเดาไหมล่ะว่าคุณได้ให้อะไรกับพ่อผมบ้างก่อนที่เขาจะตกลงใจแต่งงานกับคุณ”
ฝ่ามือเธอกระทบแก้มเขาฉาดใหญ่มันเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะทันยั้งคิดในการกระทำ แรงกระทบทำให้ฝ่ามือร้อนผ่าวแทบไหม้เธอเชื่อว่าใบหน้าของเขาก็คงได้รับความรุนแรงไม่ต่างกัน
เขาผละออกห่างแสยะยิ้มหยันซึ่งทำให้เธอโกรธแค้นยิ่งกว่าการที่เขาจะประณามเธอด้วยคำพูด
“ไม่ว่าฉันจะมอบอะไรให้กับเขาก็ตามสิ่งที่คุณกระทำต่อเขาตลอดเวลาสิบสองปีที่ผ่านมามันย่อมมากกว่าอยู่แล้วคุณทำให้เขาหัวใจสลายใช้ชีวิตแต่เพียงลำพังอยู่ในบ้านหลังนี้ หมกมุ่นอยู่แต่เื่คุณ”
อีกครั้งหนึ่งที่เขาะเิเสียงหัวเราะออกมาราวขบขันเสียเต็มประดา
“คุณใช้คำว่าหมกมุ่นยังงั้นเรอะ...เป็คำที่ดีมากเลยนะแคโรไลน์...หมกมุ่น...” เขายกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าขึ้น“ทำไมมันถึงเป็เื่ยากสำหรับผมเสียเหลือเกินที่จะมองให้เห็นภาพว่าพ่อหมกมุ่นอยู่กับเื่อะไรโดยเฉพาะเื่ที่ผมหายตัวไปแบบนี้”
“ฉันเชื่อว่าเขาอยากให้คุณกลับมาอยู่ที่นี่
“เขาน่ะดีใจจะแย่ที่ไม่ต้องเห็นหน้าผมอีกซึ่งมันก็เป็ความรู้สึกเดียวกันกับผมนั่นแหละ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงห้วนห้าว“อย่าทำให้ผมต้องสำนึกในผิดชอบชั่วดีหน่อยเลยไอ้ที่คุณสรรเสริญรอสโคอยู่นั่นนะ คุณคิดเอาเองทั้งนั้น”
“ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าคุณสองพ่อลูกมีปัญหากันเื่อะไรแต่ว่าตอนนี้เขากำลังเจ็บหนักนะริงค์...แล้วก็ใกล้ตายเต็มที่แล้วด้วยกรุณาอย่าทำให้เื่มันยากไปกว่านี้อีกเลย”
“ผมอยากรู้ว่ามันเป็ความคิดของใครที่แจ้งเื่เขาไปให้ผมรู้ของคุณหรือว่าแกรงเกอร์...?”
“ของรอสโค”
“แกรงเกอร์เขาก็บอกอย่างนั้น แต่ผมไม่เชื่อหรอก”
“แต่มันเป็ความจริง”
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเขาเป็คนที่ลึกลับมาก”
“...รอสโค้าเห็นหน้าลูกชายก่อนที่เขาจะตาย…!”เธอร้องออกมา “แค่นั้นมันก็ยิ่งใหญ่เหลือเกินแล้ว”
“เห็นจะไม่ใช่สำหรับรอสโคหรอก...เขาน่ะมันคนเ้าเล่ห์ ชอบที่จะสร้างอิทธิพลครอบงำจิตใจคนอื่นและถ้าเขาอยากจะเห็นผมมานั่งจ้องมองตอนที่เขาจะตายเขาจะต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ เชื่อผมดีกว่า”
“คุณไม่ควรพูดถึงเขากับฉันแบบนี้เลยถึงยังไงเขาก็เป็สามีฉัน”
“นั่นมันปัญหาของคุณ...”