บทที่ 4 : เด็กเลี้ยงแกะ
เกาหลันฮวามีความสุขกับอิสระที่โหยหาได้ไม่ทันไร ในคืนวันนั้นเธอก็ค้นพบแล้วว่าโลกแห่งความเป็จริงไม่ได้สวยหรู ไม่มีนางกำนัลคอยประคบประหงบเหมือนตอนอยู่ในวังหลวง ในบ้านหลังเล็กที่แสนจะแออัดคับแคบ ทุกคนต้องนอนห้องเดียวกัน ! โดยใช้แค่ผ้าบาง ๆ กางกั้นความเป็ส่วนตัว กลิ่นเท้าของต้าเกายากจะบรรเทา แม้ภรรยาจะไล่ให้ไปแช่เท้าแล้ว 3 รอบก็ตาม
เสียงกรนของคุณปู่เกาเองก็ไม่ธรรมดา เกาหลันฮวากลัวว่าความแรงของมันอาจทำให้หลังคาบ้านพังถล่มลงมาได้ เธอต้องใช้มือข้างหนึ่งอุดจมูก อีกข้างก็อุดหูไว้ เป็การนอนที่ทรมานที่สุด !
‘ปู๊ด !!!’ เสียงลุงรองเกาสิงผายลมออกมาดังมาก เกาหลันฮวาโล่งอกที่เขานอนห่างจากเธอค่อนข้างไกล และมีผ้าเก่า ๆ หลายชั้นขวางกั้นไว้ กลิ่นแปลก ๆ จึงลอยมาไม่ถึง
‘ฮึ ฮึ ฮึ !’ เกาหยวนนอนละเมอหัวเราะออกมา ดูแล้วก็ชวนสยองพอสมควร แต่ละคนล้วนมีรูปแบบการนอนที่แตกต่าง การนอนในบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ไม่ได้กั้นห้องแยกเป็ส่วนตัวแบบนี้ไม่ดีเอามาก ๆ เกาหลันฮวานอนคิดถึงความทรงจำของร่างเดิม เธอจะหาหนทางสร้างตัว เื่แรกที่จะทำคือเอาเงินมาให้ลุงใหญ่ไปหาหมอเื่เล็บขบ และจากนั้นก็จะสร้างบ้านหลังใหญ่ ! แต่ความทรงจำนี้มีแต่เื่ไร้ประโยชน์ ! ดูเหมือนยุคนี้จะอัตคัดมาก อย่าว่าแต่บ้านหลังโต แม้แต่อาหารก็ถูกจำกัดจำเขี่ย ! ค้าขายอย่างเสรีก็ไม่ได้อีก อย่าบอกนะว่าหล่อนต้องทนอยู่บ้านหลังน้อยนี้กับญาติพี่น้อง 12 ชีวิตนี่ไปอีกนาน !
“จะทำยังไง ? จะทำยังไงดี !” เกาหลันฮวานอนหลับตาคิดหาวิธีมีความสุขในยุคแสนแปลกประหลาดนี้จนหลับไป
เช้าวันต่อมา เธอถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงไก่ 6 ตัวที่ร่วมแรงร่วมใจขันอัดใส่หู หญิงสาวพยุงตัวเองลุกขึ้นมาหาวหวอด ๆ ยังเมาขี้ตาอยู่แต่ก็อยากรู้อยากเห็น เกาหลันฮวาเดินโซเซไปที่เล้าไก่ เห็นคุณย่ากำลังให้อาหารและน้ำกับพวกมัน พอได้ของกินพวกมันก็เลิกทำเสียงขันรบกวน คุณย่าเกาเก็บไข่ไก่ 5 ฟองมาล้างน้ำอย่างดี
“ไก่ตัวไหนมันี้เีออกไข่ อย่าให้รู้ล่ะ ฉันจะจับเชือดคอให้เข็ด !” คุณย่าเกาพูดขณะที่กำลังล้างไข่ไก่ให้สะอาด มีการจำกัดจำนวนไก่ที่สามารถเลี้ยงได้ โดยใช้เกณฑ์ 2 คน 1 ตัว บ้านเกามี 12 คน ดังนั้นจึงสามารถเลี้ยงได้ 6 ตัว แต่คุณย่าเกาเริ่มเห็นคนแอบเลี้ยงเกินจำนวนเพิ่มมากขึ้น หล่อนเองก็กำลังคิดจะแอบเลี้ยงเพิ่มสัก 10 ตัว หลาน ๆ จะได้กินอิ่มขึ้นอีกสักหน่อย
“คุณย่ามีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ ?” เกาหลันฮวาถามผู้เป็ย่า
“ไม่มีหรอกจ้ะ อาฮวาไปนอนพักเถอะ ยังช้ำในอยู่เลยนะ” คุณย่าเกานำไข่เ่าั้มาห่อผ้าเก่า ๆ แล้วเช็ดจนแห้ง
“เกาหยวนเขาไปไหนแต่เช้าคะ ? ฉันตื่นมาก็ไม่เจอ” เกาหลันฮวาถามแล้วก็มองไปที่คอกหมู ซึ่งมีหมูโตเต็มวัยอยู่ 2 ตัว ดูเหมือนงานของคุณย่าแต่ละวันก็ไม่ได้สบายเลย ทั้งต้องหาอาหารไก่ อาหารหมู ทั้งต้องทำความสะอาดคอกของพวกมันอีก
“ไปเลี้ยงแกะแถว ๆ ท้ายหมู่บ้านน่ะ ที่นั่นพอจะมีซังข้าวโพดเก่า ๆ เหลือให้แกะกิน” นอกจากไก่ที่เลี้ยงส่วนตัวแล้ว ยังมีหมูอีก 2 ตัวกับแกะอีก 5 ตัวที่เลี้ยงส่งฝ่ายผลิต พอถึงหน้าแจกจ่ายบ้านเกาจะได้ส่วนแบ่งเป็อันดับต้น ๆ ของหมู่บ้าน แต่ด้วยจำนวนคนที่มาก ทำให้ไม่เคยพอกิน โชคดีที่มีคนขายงานในตัวอำเภอให้ คุณปู่กับคุณย่าจึงกัดฟันควักเงิน 300 หยวนซื้องานนั้นให้ลูกชายคนที่สาม ซึ่งคือบิดาของเกาหลันฮวา ทำให้ตอนนี้พ่อของเกาหลันฮวาทำงานอยู่ที่โรงงานฟอกหนัง เงินเดือนได้อยู่ราว ๆ 35 หยวน มีห้องพักเล็ก ๆ ให้อยู่โดยไม่เสียเงิน มารดาของเกาหลันฮวาก็ตามไปสมัครทำงานเป็ตำแหน่งแม่บ้าน ปกติแล้วพ่อและแม่ของเกาหลันฮวาจะส่งเงินกลับบ้านมาประมาณ 25 หยวนทุกเดือน แต่ขาดส่งมา 2 เดือนแล้ว เพราะโรงงานไม่จ่ายเงินเดือน
ทำให้บ้านเกาต้องประหยัดอาหารกินวันละ 2 มื้อมาหลายสัปดาห์แล้ว
“ฉันขอไปหาน้องชายนะคะ” เกาหลันฮวารู้สึกเป็ห่วงเกาหยวน เขาตัวแค่นั้นแต่เดินเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์ตามชายเขาทุกวัน
“ได้ แต่ระวังด้วยล่ะ หลานเองก็เพิ่งจะหาย” คุณย่าอยากห้าม เพราะกลัวหลานสาวจะล้มหัวไปฟาดกับอะไรอีก
“ค่ะ ฉันจะระวังตัว” เกาหลันฮวาเดินไปหาไม้มา 1 อัน ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่อยู่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เพื่อไปหาน้องชาย
เดินออกมาประมาณ 10 นาทีก็ถึงตีนเขาที่เกาหยวนต้องไล่แกะขึ้นไปหาหญ้าและซังต้นข้าวโพดกิน เกาหลันฮวาเป่าปาก ูเาค่อนข้างสูงชัน ไม่แปลกใจเลยที่เ้าของร่างเดิมเคยตกเขาตอนเด็ก เธอหาทางเดินขึ้นที่ดูจะเดินง่ายที่สุด ยิ่งเดินขึ้นไปยิ่งเห็นธรรมชาติอันสวยงาม หุบเขาแถบนี้สูงมากจนแตะก้อนเมฆ เห็นแล้วก็นึกถึงบทกลอนเื่เทพและสรวง์ในชาติก่อน
ก่อนจะเดินต่อไปจนเจอน้องชายกำลังเก็บซังข้าวโพดมาให้แกะกิน ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแกะของบ้านเธอ แต่ยังมีแกะ แพะ และวัวของบ้านอื่น ๆ ด้วย ทุกคนต่างเก็บซังข้าวโพดรวมกันเป็กองใหญ่ จากนั้นมัดแล้วเอาขึ้นหลังแบกมาให้สัตว์ของตนเองกินบริเวณทุ่งโล่งที่ปล่อยสัตว์ไว้ เพราะหากปล่อยสัตว์เข้ามาเดินกินในทุ่งข้าวโพดเลยพวกมันจะเหยียบซัง และทำให้ดินแน่นจนพลิกหน้าดินครั้งถัดไปยากกว่าเดิม
เกาหลันฮวาเดินไปหาน้องชาย เธอช่วยเก็บซังต้นข้าวโพด “ให้พี่ช่วยนะ”
เกาหยวนรีบส่ายหน้า “อาเจี่ยกลับไปพักเถอะ ผมเก็บคนเดียวสบายมาก เรามีแกะแค่ 5 ตัวเอง แค่ซังข้าวโพด 2 มัดพวกมันก็อิ่มแปล้แล้วครับ” เกาหยวนตอบแล้วก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ชาวบ้านคนอื่น ๆ ยืนอึ้งกันไปหมด “ไม่มีอะไรครับ พี่สาวของผมได้คุณหมอที่เก่งมาก ๆ ตอนนี้เลยหายดีแล้ว ต่อไปใครก็ห้ามว่าอาเจี่ยของผมบ้านะ ! อาเจี่ยไปกันเถอะครับ”
เด็กชายแบกซังข้าวโพด 2 มัดก่อนจะเดินนำพี่สาวไปยังทุ่งเลี้ยงสัตว์ ชาวบ้านต่างมองเกาหลันฮวาที่ยากจะเชื่อสายตา ดวงตาของหล่อนเคยว่างเปล่าไร้ชีวิต แต่ตอนนี้กลับมาสดใส คนที่เป็บ้ามานับ 10 ปีสามารถหายได้ด้วยหรือ แล้วเมื่อวานยังมีข่าวว่าหล่อนโดนแกล้งจนเจ็บหนักอยู่เลย !
เกาหลันฮวาไม่ได้สนใจใคร เธอเดินมาถึงทุ่งหญ้าก็ช่วยน้องชายให้อาหารแกะ เ้าแกะพวกนี้น่ารักมาก หญิงสาวคิดว่าพวกมันกินไปยิ้มไป “ท้องของพวกมันใหญ่มาก”
“พวกมันกำลังท้องครับ ฝ่ายผลิตของหมู่บ้านเห็นว่าแกะกับแพะโตไว แล้วก็ให้ลูกดก อีกทั้งยังเลี้ยงง่ายกว่าหมู ฝ่ายผลิตเลยตั้งใจจะให้ชาวบ้านเลี้ยงเพิ่ม บ้านเราเลยได้เลี้ยงแม่พันธุ์ครับ พอถึงหน้าแบ่งผลผลิต ถึงเราจะไม่ได้เชือดแกะ แต่ก็ได้เงินค่าลูกแกะแทนครับ” เกาหยวนพูดอย่างภาคภูมิ เสื้อผ้าของทุกคนในบ้าน คุณย่าบอกว่าเป็เงินค่าลูกแกะที่เขาเลี้ยง แม้เด็กหนุ่มเป็หลานชายที่อายุน้อย แต่ก็สามารถช่วยที่บ้านแบ่งเบาได้เหมือนคนอื่น
“เกาหยวนไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วเหรอ การเรียนสำคัญมากนะ” เกาหลันฮวาอยากให้น้องชายเรียนหนังสือ
“ผมเรียนขั้นเบื้องต้นจนอ่านออกเขียนได้แล้วครับ ถ้าอยากเรียนต่อต้องเข้าไปเรียนที่อำเภอ ตอนนี้บ้านเรายังไม่มีเงิน ขนาดพี่เกาเต๋อยังไม่ได้เรียนต่อเลย” อำเภอระยะทางค่อนข้างไกล อย่างน้อยก็ต้องมีจักรยานจึงจะไปมาอย่างสะดวก
พูดเื่เงินแล้วเกาหลันฮวาก็ได้แต่ถอนหายใจเช่นกัน เธอมองไปที่ป่าเขารอบด้าน “ถ้าเราหาของป่าได้ เราจะสามารถขายมันอย่างเปิดเผยได้ใช่ไหม ?”
เกาหยวนพยักหน้า “ครับ ของป่าเป็ของทุกคน ใครหาได้ก็เอาไปขายได้ แต่ว่าป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์นักล่าอยู่เยอะ หมี เสือ หมาป่า มีหมดเลยครับ”
เกาหลันฮวายิ้มออกมาได้ในที่สุด ชาติก่อนหล่อนชอบงานล่าสัตว์มาก ขอแค่มีเข็มก็สามารถล้มเสือตัวโตได้เลย !
รอยยิ้มของพี่สาวอยู่ในสายตาเกาหยวน บอกว่าป่ามีสัตว์ดุร้าย ทำไมอาเจี่ยต้องดีอกดีใจขนาดนั้นด้วย ? เด็กชายหยิบแผ่นกระดาษสูตรยาต้มที่ลุงหมอให้มามาอ่านอีกครั้ง ลุงใหญ่ก็ซื้อยามาถูกแล้วนี่นา ? มีตรงไหนผิดพลาดไปหรือเปล่านะ !?
หลังจากแกะกินซังข้าวโพดเสร็จก็คอแห้ง เกาหยวนไล่พวกมันไปกินน้ำที่น้ำตกเล็ก ๆ น้ำของที่นี่ใสมาก มีน้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาตลอดปี ไหลลงมาจนเกิดแอ่งน้ำขนาดใหญ่และลำธารมีปลาแหวกว่ายอยู่ เด็กหนุ่มพยายามจับพวกมัน แต่ปลาที่อยู่ในน้ำใครจะสู้ความเร็วของพวกมันได้
เกาหลันฮวามองท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของน้องชายตอนจับปลาแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง เธอถกขากางเกงขึ้นก่อนจะลงน้ำไปจับปลาบ้าง เผื่อโชคจะเข้าข้าง ทันทีที่ก้าวลงไป ความเย็นเยียบแทรกผ่านิัจนขนลุกเกรียว แต่เกาหลันฮวารู้สึกสนุกมาก หญิงสาวเห็นปลามากมายว่ายอยู่รอบ ๆ แต่จับไม่ได้สักตัว !
ทันใดนั้นปลาสีขาวส้มต่างจากปลาชนิดอื่น ๆ ก็ว่ายผ่านมา เกาหลันฮวาดีใจจนแทบะโ มันคือปลาหลี่ยวี[1] ! ปลาที่ฮ่องเต้เคยซื้อมาให้เธอในราคา 1,000 ตำลึง ! หากจับได้อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะขายเป็ปลาประดับ ไม่น่าจะต่ำกว่า 10 หยวน ! น่าจะทำให้ครอบครัวเกามีเงินซื้อแป้งมาย่างกินได้หลายมื้อ !
[1] ปลาคาร์ฟ