“มากันแล้วเหรอ” เอมอรเดินออกมาต้อนรับคนที่มาใหม่
“แม่อรขาน้องมาแล้วค่ะ” เด็กหญิงตัวกลมที่สนิทคุ้นเคย เธอปล่อยมือจากผู้เป็นแม่แล้ววิ่งเข้าไปหาเอมอรทันที อย่างคนที่คิดถึงกัน
“คนสวยของแม่อรมาแล้ว วันนี้มีของกินเยอะแยะเลยนะ แม่อรเตรียมไว้ให้หนูโดยเฉพาะเลย” เอมอรบอกเล่าแก่เด็กหญิง สร้างรอยยิ้มอิ่มเอมให้แก่น้องมะนาวเป็นอย่างมาก เมื่อเธอได้ยินว่าของกินเยอะแยะมากมายเพื่อเธอ
“มีชานมไข่มุกไหมคะ?” เด็กหญิงย้อนถามหาของสุดโปรดที่เธอชอบมาแต่ไหนแต่ไร
“โอ้ อันนี้ไม่มีค่ะน้องลดน้ำหนักอยู่ไม่ใช่หรือไง เดี๋ยวโดนคุณหมอดุนะคะถ้าน้ำหนักของน้องขึ้นอีก”
“เฮ้อ...แย่จังชานมไข่มุกก็ไม่มี” เด็กหญิงถอนหายใจอย่างผิดหวัง เมื่อสิ่งที่เธอใฝ่หานั้นไม่มี
“เข้าบ้านกันดีกว่าป้ะ” นักรบเอ่ยชวนพร้อมกับเดินจับมือน้ำส้มนำเข้าบ้าน
มีเพียงเอมอรที่ยืนอุ้มน้องมะนาวอยู่ด้านหลัง เธอมองพี่ชายและเพื่อนด้วยความรู้สึกกังวล การพบเจอพ่อแม่ของเธอในวันนี้ เป็นสิ่งที่พี่ชายต้องการ แต่ความกลัวในครั้นอดีตทำให้เธอพะวงอย่างมาก กลัวว่ามันจะไม่ราบรื่น ด้วยตราบาปที่ก่อขึ้นแม้จะผ่านพ้นไปนานหลายปี และแม้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่มันก็ยังคงตราติดในความรู้สึกไม่รู้ลืม หวาดพะวงไปหมดว่าจะเกิดความบาดหมางจนพวกเขาต้องแยกห่างจากกัน แม้ว่าเธอจะพยายามปิดบังเรื่องราวมานาน หากมันจะเกิดขึ้นจริงเธอก็พร้อมที่ยอมรับชะตากรรม
“พ่อครับแม่ครับ” นักรบเรียกขานผู้เป็นพ่อแม่ที่นั่งอยู่โซฟา นั่นทำให้ท่านทั้งสองหันมามอง ก่อนจะเปรยยิ้มเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาพร้อมใครอีกคน ที่พวกท่านรับรู้ดีว่าเป็นใคร
“มากันแล้ว อาหารแม่เตรียมเรียบร้อยพอดีเลย” แม่ของนักรบเอ่ยทักลูกชาย
“สวัสดีค่ะ” น้ำส้มยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยรอยยิ้ม แต่ลึกในใจของเธอนั้นเต้นระส่ำ ปั้นยิ้มสู้ไม่อยากให้มีพิรุธว่าเธอกำลังพะวง
“สวัสดีจ้ะ นางแบบของเรานี่เองแม่ก็นึกว่าใคร ตัวจริงสวยกว่าในรูปถ่ายเสียอีกนะเนี่ย” แม่ของนักรบมีรอยยิ้มเป็นมิตร เมื่อเห็นใบหน้าของแฟนลูกชายที่พูดถึงบ่อยครั้ง แม้จะอยู่ในบริษัทเดียวกันแต่ด้วยความที่แม่ของนักรบมอบหมายให้ลูกชายและลูกสาวดูแลแทน ท่านดูแลต่างประเทศเป็นหลัก จึงไม่ค่อยได้พบเจอกัน
“ขอบคุณค่ะ คุณท่านชมหนูเกินไปแล้วล่ะค่ะ” น้ำส้มยิ้มอ่อนพูดด้วยความถ่อมตัว
“คุณท่านอะไรล่ะ เรียกว่าแม่เหมือนตารบสิ” หญิงมีอายุเอ่ยขัด พร้อมกับยืนยันอนุญาตในการเรียกขาน
“แม่ยอมรับให้เป็นสะใภ้ง่ายขนาดนั้นเหรอครับ...ทำผมกังวลแทบแย่” ภาพที่นักรบเห็นมันเกินที่เขาคาดการณ์ไว้ นึกว่าแม่ของเขาจะยอมรับยาก แต่สิ่งที่เป็นมันตรงกันข้าม ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างกับยกภูเขาออกจากอก รวมทั้งน้ำส้มเช่นกัน
“แล้วนี่แม่กับพ่อจะบินอีกวันไหนครับ” นักรบเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้
“พรุ่งนี้แหละตารบ พ่อต้องรีบไปดูงานที่นั่นปล่อยไว้นานให้นักปราชญ์ดูพ่อกลัวน่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นแซวลูกอีกคนที่อยู่ต่างประเทศ
“นักปราชญ์เก่งจะตาย พ่อก็ว่าไปนั่น” นักรบโต้แย้งกับสิ่งที่พ่อเขาพูด
“เลิกพูดแล้วมากินข้าวกันดีกว่า...แล้วนี่ยัยอรไปไหน” ผู้เป็นแม่เชิญชวน ก่อนจะถามหาลูกสาวคนเล็ก
“มาแล้วค่ะมาแล้ว” เสียงแหลมดังกึกก้อง มาพร้อมกับเจ้าของเสียงที่อุ้มเด็กหญิงตัวกลมมาด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะวางน้องมะนาวบนเก้าอี้
“อ้าวยัยหนูคนนั้นนี่นา” เพียงแม่ของนักรบเห็นเด็กน้อยตัวกลม ก็เอ่ยทักขึ้นด้วยความรอยยิ้มเปรมปรีดิ์ ก็ท่านเอ็นดูเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นลูกติดของแฟนลูกชาย
“สวัสดีค่ะคุณป้าคนฉวย น้องจำคุณป้าได้ค่ะ” เด็กหญิงยกมือไหว้อย่างมีมารยาท ทักทายด้วยคำพูดฉอเลาะ จนทำให้ผู้ใหญ่มีรอยยิ้ม ทุกคนล้วนเอ็นดูเธอ
“ต่อไปเรียกว่าคุณย่า ไม่เรียกคุณป้าแล้วนะ” แม่ของนักรบบอกกล่าว
“คุณย่าคนฉวย” และเด็กหญิงก็ตามน้ำอย่างว่าง่าย นั่นยิ่งทำให้ผู้ใหญ่รอบกายหลงรักและเอ็นดูเธอมากกว่าเดิม
ภาพที่เห็นทำให้เอมอรรู้สึกโล่งใจ เมื่อทุกคนล้วนต้อนรับเพื่อนของเธอเป็นอย่างดี ทำให้เธอถอนหายใจออกมาพืดยาวสบายใจขึ้น จากที่หนักอึ้งความรู้สึกผิดสุมอยู่ในอกมาหลายปี
“เคยเจอกันกับมะนาวด้วยเหรอคะ?” น้ำส้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย ในเมื่อเธอยังไม่เคยพาลูกสาวไปพบเจอแม่ของนักรบสักครั้ง แม้กระทั่งที่เริ่มคบกัน จำได้ดีว่านี่ครั้งแรก
“เคยเจอกันที่ห้องทำงานของนักรบน่ะ แต่ไม่เจอหนูน้ำส้มนะ”
“เจอได้ไงล่ะผมไปขโมยมะนาวมาจากโรงเรียน” นักรบพูดขึ้น นั่นทำให้ทุกสายตามองเขาเป็นสายตาเดียว
“อ๋อ จำได้แล้วค่ะ...วันนั้นนั่นเอง” น้ำส้มพยักหน้าเข้าใจ เพราะวันนั้นเป็นวันที่เธอกระวนกระวายจนแทบนั่งไม่ติด เมื่อรู้ว่าลูกสาวหายไป
“มันผ่านไปแล้วอะเนาะ กินข้าว ๆ เดี๋ยวเย็นหมดจะไม่อร่อย” นักรบที่เห็นสายตาพิฆาตหลายคู่จ้องมอง เขาจึงเลี่ยงด้วยการเชิญชวนเพื่อแก้ต่างให้กับตัวเอง หลบหลีกความผิดที่ก่อขึ้นในอดีต
(น้ำส้มงั้นเหรอ?) ชื่อที่มันแสนคุ้นหูแต่นึกไม่ออก ผุดอยู่ในหัวของแม่นักรบด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าเปรยออกไปเพราะไม่มั่นใจว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ด้วยความที่ชื่อเล่นในโลกนี้ไม่ได้มีเพียงชื่อเดียว หญิงมีอายุสลัดความคิดทิ้งไปแล้วฝักใฝ่กับการร่วมมื้ออาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม คนในครอบครัวดูมีความสุขชื่นมื่น เป็นภาพจำที่น่าจดจำไปนานแสนนาน เพราะการที่ครอบครัวทำงานแทบไม่มีเวลารวมตัวกันแบบนี้เท่าไหร่
“อร ทำไมยังไม่เข้านอนอีกลูก” ในยามมืดสนิทที่เอมอรนั่งคิดเพลินอยู่ในสวน เสียงของแม่ก็แว่วดังเรียกสติ ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ความคิดแล้วปั้นสีหน้ายิ้มให้ผู้เป็นแม่
“นอนไม่หลับค่ะ อรเลยออกมาสูดอากาศสักหน่อย” เธอตอบผู้เป็นแม่ไป
“แม่ก็นอนไม่หลับ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” ผู้เป็นแม่ก็ให้คำตอบแก่ลูกสาวเช่นกัน แม้ว่าเอมอรจะไม่ได้เอ่ยถาม
“แม่คิดเรื่องอะไรเหรอคะ?” เธอย้อนถาม
“อร”
“คะ?”
“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าหกปีก่อน มันตามหลอกหลอนแม่จนต้องฝันร้ายทุกคืน แค่เพียงแม่หลับตาภาพเหล่านั้นมันก็ยังคงผุดเข้ามาในหัวของแม่ตลอด แม่ทำผิดกับชีวิตคนคนหนึ่งใช่ไหมอร ถึงได้ตามหลอกหลอนแม่แบบนี้”
“แม่คะ”
“แล้วผู้หญิงของตารบที่มาวันนี้ใช่คนเดียวกันกับน้ำส้มเมื่อหลายปีก่อนหรือเปล่า”
“แม่”
“ไม่รู้แม่คิดไปเองหรือมันคือความจริง ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่แม่ทำร้ายเธอเพียงเพราะปกป้องลูกชายของตัวเอง”
สิ่งที่แม่ของเธอพูดออกมามันทำให้ต่อมน้ำตาของเอมอรทำงาน ธารน้ำสีใสเอ่อคลอในดวงตาของเอมอรจนมันแทบไหลรินรดแก้ม เธอเรียกผู้เป็นแม่เสียงแผ่วทั้งน้ำตา ความผิดในอดีตที่ผ่านมา มันสร้างตราบาปและจิตใต้สำนึกของคนทั้งสอง ยิ่งมองหน้าเด็กน้อยผู้ร่าเริงสดใส ยิ่งทำให้เอมอรกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้วในตอนนี้ แล้วผู้เป็นแม่ก็มาสะกิดต่อมความรู้สึก ยิ่งทำให้เธอสำนึกและรู้สึกผิดกับเพื่อนที่ปิดบังเรื่องราวของคนในครอบครัวอย่างเห็นแก่ตัว