หลัวเซียนยืนหยัดโคจรกำลังภายในได้สิบกว่ารอบกลับพบว่า ลมปราณแข็งกร้าวในตอนแรกนั้นกำลังหลอมรวมกับลมปราณของตนเอง พลังลมปราณหมื่นทิวาเป็วิชากำลังภายในอันสูงล้ำของพรรคห้าเซียน หลัวเซียนที่เคยเป็ประมุขพรรคห้าเซียนมาในชาติก่อน เมื่อถือกำเนิดในชาตินี้ก็เริ่มฝึกฝนลมปราณแขนงนี้มาั้แ่อายุได้เพียงห้าปี แม้กำลังภายในยังไม่มากพอ แต่การฝึกปรือลึกล้ำ กำลังภายในสองสายหลอมรวมเป็หนึ่ง
หลัวเซียนทราบว่าผู้ที่ลงมือเป็คนของพรรคห้าเซียนแน่แล้ว ทั้งยังมีฐานะสูงส่งในสำนัก แม้ไม่แน่ใจในว่าอีกฝ่ายเป็มิตรหรือศัตรู แต่การที่อีกฝ่ายถอนกำลังภายในกลับไป แสดงว่าไม่มีเจตนาร้าย หลัวเซียนนั่งลงขัดสมาธิ ชักนำลมปราณทั้งสองสายให้ทะลวงผ่านจุดชีพจรพิสดารที่ยังติดขัดอยู่ก่อนหน้านี้ พลังลมปราณหลอมรวมเป็หนึ่งเพิ่มพูนต่อเนื่อง ร่างของหลัวเซียนลอยขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย ดูคล้ายกำลังเปร่งแสงจาง ๆ ออกจากร่าง
ผู้ที่ลงมือต่อหลัวเซียนหยุดยืนอยู่ที่ปากทางถ้ำ เฝ้ามองหลัวเซียนที่กำลังเดินโคจรกำลังภายใน ไม่มีท่าทางลงมือเพียงเฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ
ภายในชั่วน้ำเดือด หลัวเซียนลืมตาขึ้น แววตานี้ลึกล้ำถึงกับเปร่งประกายออกมาเล็กน้อย ด้านหน้าของหลัวเซียนปรากฏชายหนุ่มอายุเยาว์สวมชุดสีแดงสด ทอดสายตาสังสัยมายังหลัวเซียน ชายหนุ่มผู้นี้ที่แท้คือเถ้าแก่ของหอสราญหอมนามว่าซุนอวี้ ที่หลัวเซียนเคยพบเจอที่เมืองเฉิงตูนั่นเอง
“น้องชาย ขอแสดงความยินดีที่มีกำลังภายในเพิ่มพูน เ้าเหตุใดจึงฝึกลมปราณของสำนักห้าเซียนเรา”
ซุนอวี้กล่าว น้ำเสียงสดใสแสดงความยินดีอย่างจริงใจ
หลัวเซียนลุกขึ้นยืน กล่าวตอบ “ลมปราณหมื่นทิวา นอกจากประมุขพรรคแล้ว ผู้อื่นในสำนักมิอาจฝึกปรือ ท่านอายุยังเยาว์ ที่แท้เป็ถึงประมุขพรรคห้าเซียน ข้าเสียมารยาทแล้ว”
ซุนอวิ้เบิ่งตาโต ผู้ที่เรียกหาพรรคห้าเซียน มิใช่พรรคห้าพิษแสดงว่าเป็สหาย แต่จริงอย่างที่หลัวเซียนกล่าว ลมปราณหมื่นทิวาเป็วิชาที่ถ่ายทอดกับประมุขพรรคเท่านั้น ซ้ำยังถ่ายทอดปากต่อปากไม่มีการจดบันทึกเอาไว้ หลัวเซียนดูอย่างไรก็มิใช่คนของพรรคห้าเซียน ถึงกลับมิใช่ชาวเขาเสียด้วยซ้ำ
จากการปะทะกันหนึ่งฝ่ามือ ทั้งสองคนมีลมปราณในแนวทางเดียวกัน กำลังภายในของซุนอวี้สูงล้ำกว่าหลัวเซียน แต่พลังการฝึกปรือของหลัวเซียนละเอียดอ่อนลึกล้ำกว่าที่ซุนอวี้ฝึกฝนมา คล้ายกับว่าวิชาลมปราณที่หลัวเซียนฝึกฝนเป็วิชาลมปราณหมื่นทิวาอันเที่ยงแท้ แต่ที่ซุนอวี้ฝึกฝนเป็ฉบับที่ผ่านวันเวลาหลายร้อยปีจนถดถอยจากของเดิมไปบ้าง
ลมปราณแกร่งกร้าวของซุนอวี้กลับหลอมรวมเข้ากับลมปราณต้นกำเนิดของหลัวเซียน สร้างคุณประโยชน์ให้กับหลัวเซียนอย่างใหญ่หลวง จุดชีพจรพิสดารที่ยังทะลวงไม่ออก กลับถูกทะลวงออกได้ในคราวเดียว
ซุนอวี้ในตอนนี้ไม่กล้าเสียมารยาทกับหลัวเซียนที่อายุน้อยกว่า หลัวเซียนอาศัยพลังลมปราณบ่งบอกได้ว่าตนเองเป็ประมุขพรรค คำพูดนี้หากมิใช่คนที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคห้าเซียนแล้วไม่มีทางทราบได้
“จอมยุทธน้อย ท่านเกี่ยวข้องอันใดกับพรรคห้าเซียน ทางขึ้นยอดเขานี้นอกจากข้ากับผู้าุโในพรรคไม่กี่คน ไม่มีผู้ใดทราบอีก ไหนยังวิชากำลังภายในที่ท่านใช้ออก แฝงไปด้วยพลังลมปราณของพรรคเรา”
หลัวเซียนไม่ตอบคำถาม แต่หันหน้าไปทางยอดเขายอดที่เก้า กล่าวว่า
“เขาจุ้ยถิงเก้ายอดเขา ยอดที่ห้าเป็สำนักใหญ่ ยอดที่หกเป็ต้นไป คนภายนอกไม่อาจก้าวล้ำ ยอดที่เก้าสำหรับบูชาบรรพบุรุษ สกุลซุน”
ขณะที่กล่าววาจาหลัวเซียนร่ายรำวิชาฝ่ามือกระบวนท่าหนึ่งออกมา วิชาฝ่ามือนี้ พริวไหวงดงามแฝงกำลังภายในหมื่นธิวาอันเปี่ยมล้น ที่บริเวณหน้าผาหินนั้นไม่มีต้นไม้ใบไม้ แต่พลังฝ่ามือที่หลัวเซียนใช้ออกกลับให้ความรู้สึกถึงพลังลม ที่กำลังพัดพาจนเสื้อผ้าของซุนอวี้พัดไหวไปตามลมฝ่ามือของหลัวเซียน
ซุนอวี้เฝ้ามองกระบวนท่าฝ่ามือที่หลัวเซียนกำลังร่ายรำ ถึงกับอ้าปากค้าง อุทานอย่างแตกตื่นออกมา
“ฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขา” สิ้นคำของซุนอวี้ หลัวเซียนซัดฝ่ามือไปทางหน้าผาหิน ปรากฏรอยฝ่ามือประทับเข้าที่หน้าผาเป็รูปฝ่ามือรอยหนึ่งทั้งที่หลัวเซียนอยู่ห่างออกมาหลายสิบก้าว ทั้งยังได้ยินเสียงฝ่ามือติดตามมาอีกทั้งสิ้นเก้าครั้ง จนรอยฝ่ามือกินลึกลงไปในหินราวกับทุกผู้คนใช้เหล็กสกัดลงไปก็ไม่ปาน
หลัวเซียนกล่าว “ซุนไป่หานกับเ้าเกี่ยวข้องกันอย่างไร”
ซุนอวี้เป็ประมุขพรรคห้าเซียนต่อจากบิดา เป็ประมุขพรรคลำดับที่ยี่สิบสี่ ซุนไป่หานเป็ประมุขพรรคห้าเซียนที่มีชื่อเสียงก้องระบือไกลมากที่สุด แต่ประมุขพรรคห้าเซียนท่านนี้จากไปั้แ่สองร้อยกว่าปีก่อน เหลือเพียงตำนานเล่าขานที่เล่าสืบต่อกันมาภายในพรรคห้าเซียนเท่านั้น
กระบวนท่าฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขานี้เป็วิชาที่ซุนไป่หานคิดค้นขึ้นมาเอง เป็ท่าฝ่ามือที่สร้างชื่อให้กับพรรคห้าเซียนเมื่อครั้งกระโน้น เมื่อซุนไป่หานเสียชีวิตลงก็ไร้ผู้สืบทอด หลายร้อยปีผ่านไปพรรคห้าเซียนตกมาถึงรุ่นของซุนอวี้ ท่าฝ่ามือนี้เหลือเพียงหกกระบวนท่า แต่ที่หลัวเซียนใช้ออกมีสิบสองกระบวนท่าครบถ้วน ทั้งยังสามารถใช้ออกด้วยฝ่ามือเดียวเท่ากับซัดเก้าฝ่ามือในครั้งเดียว นี่เป็วิชาฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขาต้นฉบับไม่ผิดแน่นอน
“ท่านซุนไป่หาน เป็บรรพบุรุษของสกุลซุนเรา ข้าซุนอวี้สืบเชื้อสายมาจากน้องสาวของท่าน ท่านย่าทวดซุนเต๋ออิ่งเป็บรรพบุรุษทางฝั่งบิดาของข้า”
“อ่อ ที่แท้เป็เช่นนี้”
หลัวเซียนในชาติก่อนมิได้ตกแต่งภรรยา ซุนเต๋ออิ่งเป็น้องสาวเพียงคนเดียวของตนเอง ก่อนที่หลัวเซียนจะสิ้นลมได้มอบตำแหน่งประมุขพรรคห้าเซียนต่อให้กับหลานชาย ที่เป็บุตรคนโตของซุนเต๋ออิ่ง
หลัวเซียนกล่าวต่อ “ข้าเรียกว่าหลัวเซียน ข้ากับท่านซุนไป่หานบรรพบุรุษของเ้ามีวาสนาต่อกัน วิชาของเขาสืบทอดมาถึงข้า ท่าฝ่ามือนี้ เ้าเห็นจนครบสิบสองกระบวนท่าแล้วใช่หรือไม่ ถือว่าข้าถ่ายถอดกลับคืนให้ลูกหลานของเขาก็แล้วกัน”
ซุนอวี้แม้ยังมีคำถามมากมาย แต่คำกล่าวของหลัวเซียน ทั้งยังวิชาที่ให้ออก นอกจากสืบทอดมาโดยตรงจากซุนไป่หานแล้ว ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นอีก เื่ในอดีตของคนเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ไม่มีผู้ใดในพรรคห้าเซียนทราบกระจ่าง หลัวเซียนไม่แน่ว่าเป็ทายาทรุ่นหลังที่ซุนไป่หานในอดีตไปมีความสัมพันธ์ลับเอาไว้ ท่าฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขานี้ซุนอวี้ร่ำเรียนมาเพียงหกฝ่ามือเท่านั้น วันนี้ได้พบเห็นจนครบทั้งสิบสองกระบวนท่า นับว่ามีประโยชน์ต่อตนเองอย่างใหญ่หลวง
หลัวเซียนไม่อาจบอกต่อผู้คนว่า ตนเองคือซุนไป่หานกลับชาติมาเกิด ได้แต่บอกกล่าวอย่างไม่กระจ่างเช่นนี้ เพื่อเอาตัวรอดไปคราหนึ่ง หลัวเซียนมิได้โกหกสิ่งใด สิ่งที่ซุนอวี้เข้าใจไปเองหาได้เกี่ยวข้องอันใดกับหลัวเซียนไม่
“จอมยุทธ์น้อย หลัวเซียน” ซุนอวี้เรียกหาอย่างระวังมากขึ้น แม้หลัวเซียนจะอายุน้อยกว่าตนเองอยู่มากโข
หลัวเซียนหลี่ตามองไปที่ซุนอวี้ วางท่าเป็ผู้าุโแล้ว
“เ้าคงอยากถามว่า เหตุใดข้าจึงขึ้นเขาจุ้ยถิงมากระมัง”
สีหน้าของซุนอวี้กลับดูกังวล สายตาลอบมองไปยังทางออกของถ้ำอีกด้านหนึ่ง
“เออ มิใช่”
ซุนอวี้กล่าวยังไม่ทันจบประโยค หลัวเซียนที่กำลังคิดปั้นเื่ราว ทั้งสองต่างหันไปยังปากถ้ำพร้อม ๆ กัน หลัวเซียนหันไปด้วยท่าทีระวังป้องกัน แต่ซุนอวี้กลับะโปราดไปยังปากถ้ำในทันที
ใบหน้างดงามดูคุ้นเคยโผล่ออกมาก่อน พอเห็นซุนอวี้ก็แย้มยิ้มให้ แต่ไม่นานผู้ที่มาก็พบเห็นหลัวเซียนที่ยืนห่างออกไป สีหน้าพลันกลับกลายเป็ไม่พอใจ ซุนอวี้ที่ดูร้อนรน กำลังจะเอ่ยปากอธิบาย
“นี่ หลิวซวน เ้าฟังก่อน”
คนผู้นี้คือชายหนุ่มหน้าตางดงาม ที่ลงไม้ลงมือกับซุนอวี้ที่หอสราญหอมเมื่อหลายวันก่อน ไม่ทราบซุนอวี้ใช้วิธีการเ้าเลห์อันใดหลอกลอ จนให้หลิวซวนมาพบที่ยอดเขานี้ได้
หลิวซวนไม่ทันได้ฟังก็ซัดฝ่ามือใส่ซุนอวี้ก่อน
“เ้าคนหลายใจ นัดผู้อื่นมาก่อนแล้วยังบอกให้ข้าขึ้นมาอีก”
ซุนอวี้มือไม้ปั่นปวน ไม่กล้าลงมือตอบโต้แต่ก็ไม่กล้าไม่ป้องกัน ฝีเท้าแม้ถอยหลังแต่ฝ่ามือตั้งรับอย่างเร็วรี่ ฝ่ามือที่หลิวซวนใช้ออกนั้นรวดเร็วยิ่ง ทั้งยังมีท่าทางพิสดารแค่ก็งดงามในเวลาเดียวกัน ซุนอวี้ใช้ท่าฝ่ามือลมตั้งรับกลับโดนฝาดใส่ไปหลายครา หลัวเซียนมองออกว่า หลิวซวนแม้โจมตีแต่ท่าฝ่ามือมิได้แฝงกำลังภายในแม้แต่น้อย จึงมิได้ลงมือช่วยเหลือ แต่กลับส่งสายตาเห็นใจไปที่ซุนอวี้
“ซุนอวี้ เ้าคนไม่ได้เื่ ยังไม่ทันไรก็โดนทุบตีแล้ว” หลัวเซียนกล่าวในใจ ยืนกอดอกสังเกตกระบวนท่าที่หลิวซวนใช้ออก
ซุนอวี้ไม่อาจใช้เพียงฝ่ามือลมต้านรับได้แล้ว ไม่ว่าใช้ออกเช่นไรก็ไม่สามารถป้องกันกระบวนท่าฝ่ามือของหลิวซวนได้ ซุนอวี้ทราบจากการบอกเล่าของหลิวซวนว่า สำนักอาจารย์ของหลิวซวนนั้นเป็สำนักลึกลับในยุทธภพน้อยคนนักที่จะรู้จัก ปรมาจารย์ของสำนักคิดค้นวิชาพิสดารมากมาย มีกระบวนท่าสำหรับตั้งรับท่าวิชาหลากหลายในยุทธภพ ซุนอวี้ในตอนแรกเพียงรับฟังแต่มิใคร่เชื่อถือนัก
หากมีผู้ใดบอกว่า ตนเองสามารถฝึกวิชาที่ใช้แก้กระบวนท่าของทั้งแผ่นดินได้ นอกจากจะไม่มีผู้มีเชื่อแล้ว คงไม่แคล้วคงจะคิดว่าผู้ที่กล่าว คงฝึกวิชาจนธาตุไฟเข้าแทรกกล่าววาจาเพ้อเจ้อ
ตอนนี้ซุนอวี้ใช้กระบวนท่าฝ่ามือทุบศิลาข้ามภูผา แต่ก็ถูกหลิวซวนโต้ตอบจนมือไม้ปั่นปวน ได้แต่ฝืนใจตั้งรับถ่ายเดียว
“ฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขา” หลัวเซียนะโบอก
ซุนอวี้ลงมือไปตามเสียงของหลัวเซียนโดยไม่ทันคิด ท่าฝ่ามือนี้ซุนอวี้เพิ่งเรียนรู้จนครบสิบสองกระบวนท่าได้ในวันนี้เอง หลิวซวนที่มีท่าทีได้เปรียบในตอนแรก เมื่อซุนอวี้ใช้ท่าฝ่ามือมหาบรรพตเก้าขุนเขา หลิวซวนในตอนนี้กลับเป็ฝ่ายมือไม้ปั่นป่วนขึ้นมาแทน ซุนอวี้เมื่อลงมือได้เปรียบ ใช้จังหวะที่หลิวซวนรั้งฝ่ามือกลับพุ่งทยานไปด้านหน้า จับข้อมือของหลิวซวนทั้งสองข้าง พลิกย้อนเข้าหาตัว กลับกลายเป็ซุนอวี้กอดรั้งหลิวซวนเอาไว้ โดยที่จับข้อมือของอีกฝ่ายแนบไว้กับอก
หลิวซวนมองเห็นสายตาหยอกล้อของหลัวเซียนที่มองมา สีหน้าก็แดงขึ้นในทันที ั้แ่ลงมือไม่กี่กระบวนท่า หลิวซวนก็ทราบว่าเป็ตนเองที่วู่วามไปก่อน หลัวเซียนไม่มีท่าทีเป็ห่วงซุนอวี้อย่างที่ “คนรู้จัก” ควรมี แต่ในเมื่อลงมือไปแล้ว ได้แต่เลยตามเลย หากจะมีคนผิดก็ต้องเป็ ซุนอวี้ ที่ลงมือจนนานปานนี้ยังไม่เอ่ยปากอธิบาย
ซุนอวี้ไหนเลยสามารถเอ่ยปากอธิบาย ความสามารถของหลิวซวนนั้นไม่ด้อยกว่าตนเอง หากมิใช่วันนี้ตนเองเรียนรู้กระบวนท่าฝ่ามือ มหาบรรพตเก้าขุนเขาจนครบทั้งสิบสองกระบวนท่า คงใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะเอาชัยได้
“หลิวซวน เ้าฟังก่อน”
“ซุนอวี้ เ้า เ้าปล่อยข้าได้แล้ว”
“ปล่อยแล้วเ้าจะฟังหรือไม่”
“ฟัง ฟังแล้ว ปล่อยข้า” หลิวซวนยิ่งกล่าวยิ่งร้อนรน ใบหน้างดงงามแดงระเรื่อ
ซุนอวี้ที่ยากจะหักใจ มิให้ตนเองจุมพิตลงไป สุดท้ายยินยอมปล่อยมืออย่างยากลำบากนัก
ซุนอวี้หันมาทางหลัวเซียน หลัวเซียนจึงเดินเข้ามาหาทั้งสองคน จากนั้นประสานมือคำนับไปยังหลิวซวน
“ข้าเรียกว่า หลัวเซียน มีความเกี่ยวข้องกับพรรคห้าเซียนอยู่บ้าง ที่ขึ้นเขาจุ้ยถิงมาในวันนี้ก็เพื่อ้าคำนับป้ายวิญญาญของผู้มีพระคุณ”
คำพูดนี้ของหลัวเซียนนับว่า ตอบคำถามที่ซุนอวี้้าทราบ ทั้งยังคลายความสงสัยของหลิวซวนไปในคราเดียว สีหน้าของหลิวซวนดูคลายความโกรธที่มีในตอนแรกออกไปจนหมด หลัวเซียนก็มิได้กล่าวเปิดโปงที่ว่าทั้งสองคนลอบพบเจอกันในเขตหวงห้ามของพรรคห้าเซียน
ซุนอวี้เป็ประมุขพรรคมีสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ผู้ใดเข้าหรือออกภายในอาณาเขตของพรรคห้าเซียนได้ อยากลักลอบพบผู้ใดก็หาใช่เื่ของหลัวเซียนไม่
หลัวเซียนกล่าวต่อ
“ในเมื่อพวกเ้า เออ เข้าใจแล้วกันแล้ว เช่นนั้นข้าต้องขอตัว” หลัวเซียนมองไปยังยอดเขาที่เก้าที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
ยอดเขาที่เก้านั้นนอกจากจะเป็สถานที่สักการะบรรพบุรุษของสกุลซุนแล้ว ที่ด้านในยังมีทางลับที่ซุกซ่อนตัวยาล้ำค่าของสำนักห้าเซียนเอาไว้ หลัวเซียนในชาติก่อนเมื่อประลองกับผู้คน เมื่อชัยแล้วก็หยิบฉวยเอาสมบัติของผู้ปราชัยติดไม้ติดมือกลับมาด้วย ของมีค่าตำราฝีมือก็มักจะแจกจ่ายให้กับคนในสำนัก แต่ในสิ่งที่หยิบฉวยมามีสุดยอดสมุนไพรล้ำค่า ที่หาได้ยากในแผ่นดิน หลัวเซียนซุกซ่อนเอาไว้ โดยคิดว่าหากตนเองาเ็ในการประลอง ตัวยาล้ำค่าเหล่านี้อาจช่วยฟื้นฝูพลังการฝึกฝนหลายสิบปีของตนเองได้
แต่ว่าหลายสิบปีผ่านไป หลัวเซียนนอกจากจะไม่เคยได้รับาเ็สาหัสจากการประลองแม้สักครั้ง กระทั่งตนเองยังหลงลืมที่ซ่อนแห่งนี้ไป จนตกตายที่ซ่อนแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดในพรรคห้าเซียนทราบแม้แต่น้อย สองร้อยกว่าปีล่วงมา ไม่แน่ว่าตัวสมุนไพรตัวยาเ่าั้จะกลับกลายเป็ฝุ่นผงไปจนหมดสิ้น แต่ไหน ๆ หลัวเซียนก็มาที่เมืองเฉิงตูในครานี้ หากไม่มาดูให้เห็นกับตา จะอย่างไรหลัวเซียนก็ปล่อยวางไม่ได้
แต่การมาที่ยอดเขาจุ้ยถิงในครานี้ หลัวเซียนพบกับซุนอวี้กลับได้รับกำลังภายในหมื่นทิวาเพิ่มเติมมาโดยไม่คาดฝัน ต่อให้สมุนไพร ตัวยาล้ำค่าเ่าั้กลับกลายเป็ฝุ่นดินไป การมาคราวนี้ของหลัวเซียนก็ไม่สูญเปล่าแล้ว