เเม่หม้ายหวังเดิมทีนางเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาผู้หนึ่งที่ดูเเลสามีเเละลูกๆทว่าสี่ปีก่อนสามีของนางกลับนอนตายโดยมิทราบสาเหตุ ! เื่นี้ทำให้คนในหมู่บ้านต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าเเม่หม้ายหวังเป็สตรีกินผัวชาวบ้านต่างพากันรังเกียจเอ่ยว่าเป็ตัวเสนียดหรือบางคนถึงกับออกปากว่าเป็ตัวอัปมงคล !
ลูกชายของเเม่หม้ายหวังคนโตอายุสิบขวบส่วนคนเล็กอายุเพียงหกขวบเท่านั้น ! เพราะสูญเสียเสาหลักของครอบครัวทำให้เเม่หม้ายหวังต้องออกมาทำนากันเพียงสองคนกับลูกชายคนโตผลผลิตในปีนี้ไม่ดีเป็อย่างยิ่ง
สองเเม่ลูกช่วยกันทำไร่ทำนาจะได้สักเพียงใดเชียว ? ต้องเดินเเบกถังน้ำจากลำธารมายังท้องไร่ของตนเองระยะทางไกลอยู่มากทีเดียว ! จนเเล้วจนรอดก็รักษาข้าวได้เพียงสี่หมู่นอกจากนั้นก็เหี่ยวเเห้งตายเพราะได้รับน้ำไม่เพียงพออาหารมีน้อยจากที่สถานะการครอบครัวยากจนเป็ทุนเดิมอยู่เเล้วยามนี้จึงเรียกได้ว่าเเร้นเเค้นเป็อย่างยิ่งกินเพียงหมั่นโถวเเข็งๆกับน้ำต้มผักป่าเกือบทุกวันลูกชายคนโตนับว่ายังดีอยู่บ้างเขาประหยัดอาหารในบ้านด้วยการกินผลไม้ในป่าเป็บางคราเเต่เยี่ยเจาลูกชายคนเล็กกลับไม่เป็เช่นนั้นเขามิชอบกินผักผลไม้ทุกวันก็กินเพียงหมั่นโถวเเข็งๆหรือไม่ก็ได้กินเเผ่นเเป้งที่ทำจากธัญพืชหยาบ
ไม่รู้เพราะกินมิเคยอิ่มท้องหรือเพราะมิเคยได้กินเนื้อบำรุงเลยลูชายคนเล็กของเเม่หม้ายหวังจึงล้มป่วยเเรกเริ่มเด็กก็มีอาการซึมเล็กน้อยตัวเหลืองตาขาวขุ่นไม่ร่าเริงเหมือนเก่าสุดท้ายก็ได้เเต่นอนเหม่อลอยตัวเหลืองขึ้นทุกวันร่างที่ผอมมากอยู่เเล้วจึงผอมมากยิ่งขึ้นไปอีก
ในปีนั้นภัยเเล้งรุนเเรงผู้คนอพยพลี้ภัยมีมากมายคนในจำนวนนั้นก็เป็เช่นเดียวกับลูกชายของนางยามนี้ ! รักษาไม่หายสุดท้ายก็ตายในที่สุดมันเป็โรคที่คนไม่มีหนทางรักษา ! ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเเม่หม้ายหวังโทษตนเองมากเพียงใดที่ไม่สามารถดูเเลลูกให้ดีได้หัวใจของหญิงวัยสามสิบที่ดิ้นรนกับลูกชายทั้งสองคนมาตลอดเ็ปราวกับถูกคนฉีกหัวใจทุกครั้งยามเข้าไปดูเเลลูกชายที่นอนป่วย !
"เจาเอ๋อกินโจ๊กอีกนิดเถอะลูกวันนี้เเม่ใส่ไข่ไก่ให้เ้าหนึ่งฟองเชียวนะรีบกินดีหรือไม่ ? เดี๋ยวพี่ใหญ่เ้าเข้ามาพบเขาต้องเเย้งของเ้าอย่างเเน่นอนมาเถิด อีกคำนะลูก ! "
เเม้จะพูดกระตุ้นเพียงใดลูกชายที่มักร่าเริงของนางในวันวานก็กินข้าวเพิ่มอีกไม่ไหวเเล้วเขาส่ายหน้าเเละหลับตาลงผิวของเยี่ยเจาเหลืองมากยิ่งนักใบหน้าเขาซูบตอบเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เเม่หม้ายหวังยกมือปิดหน้าร้องไห้เงียบๆ ท่านพี่ข้าดูเเลลูกไม่ดีเอง! ข้ามันไม่ดีข้ามันไม่ได้ความเจาเอ๋อจะมิรอดเเล้วหรือ? ฮึก! ท่านพี่ท่านอยู่ในปรโลกได้โปรดคุ้มครองลูกของเราด้วย !
เยี่ยฟงอายุสิบขวบเเล้วเขาเดินเข้ามาในห้องก็เห็นท่านเเม่กุมหน้าร้องไห้เงียบๆข้างน้องชายที่นอนป่วยอยู่ "ท่านเเม่ ! น้าเหมยกุ้ยมารอพบท่านที่หน้าบ้าน!" เเม่หม้ายหวังได้ยินเสียงลูกชายคนโตที่เดินเข้ามานางก็คิดได้ว่าไม่ควรอ่อนเเอให้ลูกเห็นจึงรีบเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆนางเดินมาที่ลูกชายคนโตลูบหัวเขาคราหนึ่ง
"ฟงเอ๋อดูเเลน้องชายเ้าให้ดีเดี๋ยวเเม่ออกไปคุยกับน้าเหมยกุ้ยของเ้าก่อน ! มินานเดี๋ยวเเม่กลับมา !" เเม่หม้ายหวังเดินออกไปจากบ้านก็พบกับนางเหมยกุ้ยที่เป็เพื่อนสนิทกันมาตั้งเเต่เด็กอีกทั้งนางเหมยกุ้ยยังเป็คนใจดีคอยช่วยเหลือครอบครัวของเเม่หม้ายหวังอยู่บ่อยครั้ง ! นางเหมยกุ้ยที่นั่งอยู่ที่เเคร่หน้าบ้านมองเห็นเเม่หม้ายหวังก็รู้ได้ทันทีว่าพึ่งผ่านการร้องไห้มา
" เหมยกุ้ยเ้ามาหาข้ามีอันใดหรือ?" เเม่หม้ายหวังไหนเลยจะมีกะจิตกะใจอยากจะสนทนากับผู้ใดหากไม่ใช่นางเหมยกุ้ยนางคงเอาไม้กวาดไล่ฟาดออกไปเเล้ว
นางเหมยกุ้ยไม่คิดอ้อมค้อมนางพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา "หวังเฉียนข้าว่าเยี่ยเจาอาจมีหนทางรอดเเล้ว ! สองวันก่อนข้าไปซื้อเกลือที่ท่าเรือได้ยินพ่อค้าจากเมืองอื่นพูดถึงสรรพคุณยาของตระกูลจูที่ยอดเยี่ยมเพียงใด? สองวันนี้ข้าเลยเลียบเคียงถามคนงานในโรงงานยาก็ได้ความว่าลูกสาวคนเล็ก เอ่อ ! ยามนี้ต้องเรียกว่าคุณหนูจูนางมีวิชาเเพทย์ล้ำเลิศสูตรยาก็เป็นางคิดเองทั้งหมดหวังเฉียนเ้าลองตามนางมารักษาสักคราดีหรือไม่?"
เดิมทีเเม่หม้ายหวังยามนี้ราวกับถูกโยนลงในปล่องถ้ำมืดมิดไร้ทางออกอีกทั้งยังหนาวเย็นจนถึงกระดูกได้ยินคำพูดของสหายก็ราวกับพบเเสงหิ่งห้อย ! ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเชิญคุณหนูน้อยผู้นั้นมาตรวจลูกชายนางให้ได้สักครา "เหมยกุ้ยขอบใจเ้าข้าจะรีบไป ! ต้องรีบไปพบคุณหนูจูเดี๋ยวนี้ "
เเม่หม้ายหวังวิ่งออกจากบ้านโซซัดโซเซกว่าจะตั้งหลักได้เหงื่อก็ผุดขึ้นเต็มหน้าเสียเเล้วความรักใดน้อจะใหญ่กว่าความรักของผู้เป็เเม่ เยี่ยเจาลูกของนางจะตายมิได้นางมิยอม! นางจะต้องพบคุณหนูจูเเล้วพามาตรวจลูกชายให้จงได้ ! ราวกับไฟเเห่งความหวังถูกจุดขึ้นให้เเม่หม้ายหวังลุกโชนเืนักสู้ของคนเป็เเม่พุ่งพล่านนางเร่งความเร็ววิ่งอย่างมิคิดชีวิตเป้าหมายของนางคือบ้านตระกูลจูที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านใกล้กับเชิงเขานั่น !!
จูเฟยหยาที่ยามนี้ถูกจ้าวซื่อมารดาสอนปักผ้าอยู่ในเรือนลายปักของนางหากบอกว่ามันเป็รูปหงส์ขาวลอยน้ำมิสู้บอกว่าเป็เป็ดเล่า?ดูยังจะเหมือนเสียกว่า
"หยาเอ๋อเเม่บอกเเล้วใช้หรือไม่ ปักที่ขอบก่อนจึงค่อยปักเข้าข้างใน !" จ้าวซื่อเอ่ยขึ้นอีกคราคุณหนูในเมืองหลวงเ่าั้ล้วนเรียนฝึกเขียนอักษรเเต่งกลอน วาดภาพ เย็บปักเเละยังมีอย่างอื่นที่สตรีพึงทำอีกมากมายเพียงห้าขวบก็ฝึกกันเเล้ว เฮ้อ! นางไม่คิดว่าจะขยับฐานะตนได้เร็วถึงเพียงนี้ไม่สินางคิดไปว่าอาจจะกลายเป็ชาวไร่ชาวนาไปทั้งชีวิตจึงมิได้สอนบุตรสาวให้เข็มงวด!
เดิมทีจากความสามารถด้านจำพวกเขียนอักษรวาดภาพของเ้าของร่างเดิมนั่นถือว่าอยู่ในเกณดีมากเเล้วนางที่เข้าร่างมาจึงได้ทักษะมาบ้างทว่าการปักผ้านั่นเ้าของร่างไม่ชำนาญตัวนางที่มาจากอีกโลกยิ่งไม่ต้องพูดถึง ! หากเเต่เย็บเเผลได้เรียบร้อยนางกลับกล้ารับปากว่าตนทำได้อย่างไม่มีที่ติ !
"นี่เ้าข้าบอกเเล้วมิใช่หรือว่ามิได้ !! เ้าเป็ใครกันถึงเอาเเต่จะเข้าไปหาคุณหนูข้าให้ได้...อันใดนะ ? ลูกเ้าป่วยก็ไปตามหมอเสียสิ!มาหาคุณหนูข้าด้วยเหตุอันใด !" เสียงอันดังของหลีฮวาดังมากเสียจนนางต้องวางสะดึงเย็บผ้าลงเเล้วเงียหูฟังดูท่าจะเป็เรื่ิองเกี่ยวกับนาง? ดีล่ะ
"จือซูช่วยไปดูทีว่าหน้าประตูเกิดอันใดขึ้น ?" หากมีข้ออ้างที่จะทำให้นางพ้นจากการสนเข็มอยู่ที่นี่นางย่อมยินดีไป ! จือซูที่ตามออกมาดูก็เห็นเพียงหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันกับหลีฮวานางจึงเอ่ยปากถาม
"หลีฮวามีเื่อันใดกันเสียงดังไปถึงข้างใน ?" สำหรับจือซูผู้นี้เเล้วเเม้หลีฮวาจะถูกนายหญิงให้ความสำคัญบ้างทว่าก็ไม่คิดจะเเข่งข้อกับจือซูด้วยนิสัยฉลาดรอบคอบของอีกฝ่ายหากคิดจะงัดข้อมันยังเร็วเกินไปจึงได้เเต่ตอบคำถามอย่างช่วยมิได้
"ก็หญิงชาวบ้านผู้นี้นะสิเอาเเต่ะโจะพบคุณหนูให้ได้ ! บอกว่าลูกของตนเองมิสบาย? เหอะเเล้วเกี่ยวอันใดกับคุณหนูกันไปเรียกหมอในหมู่บ้านก็ใช่ได้เเล้วมิใช่หรือ?"หลีฮวายิ้มอย่างเย้ยยันดูจากเสื้อผ้าที่ปะชุนจนเเถบไม่มีที่ดีเเล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ชาวบ้านยากจนค้นเเค้นผู้หนึ่ง !
จื่อซูขมวดคิ้ว!นางกับหลีฮวาถูกซื้อมาจากโรงค้าทาสพร้อมกันดูเเลรับใช้นายหญิงพร้อมกันเดิมหลีฮวาอายุน้อยกว่านางถึงสองปีจึงมองเป็น้องสาวผู้หนึ่งสั่งสอนสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มาในอดีตครั้นยังเป็สาวใช้ในจวนขุนนางให้จนหลีฮวาจัดการงานได้อย่างเป็ระเบียบเเละมีไหวพริบเป็คนที่ใช้ได้ผู้หนึ่งเลยทีเดียวทว่าตั้งเเต่เมื่อใดน้อ? ที่คนที่นางเห็นคล้ายเป็น้องสาวตนเองชิงดีชิงเด่นกับนางต่อหน้านายหญิงอยู่บ่อยครั้งส่วนนิสัยไม่พูดถึงไม่ได้ยามนี้หลีฮวาเกรงว่าจะก้าวหน้าขึ้นมากเเล้วเเผนการในใจที่รอวันทะเยอทะยานนั้นเกรงว่าก็มีเเล้วเช่นกัน !
"เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้าจะเรียนคุณหนูเอง !สาวใช้เช่นเราไฉนเลยจะตัดสินใจเเทนได้!"จือซูกล่าวเสียงหนักเเน่นหลีฮวาน้อหลีฮวาตระกูลจูยังมิรุ่งเรืองเ้าก็ลงมือเสียเเล้วรีบร้อนไปกระมังจือซูนึกถึงเรืิอนหลังของเหล่าขุนนางพวกนั้น ! ในไม่ช้าตระกูลจูเองก็เช่นกันถึงตอนนั้นนางอยากจะเห็นเหลือเกินว่าหลีฮวาจะไปได้ไกลเพียงใดหากต้องพบเจอทางที่ล้วนมีกลอุบายอยู่ตลอดมิต้องพูดถึงใครอื่นเพียงมีคุณหนูก็ไม่รู้จะสร้างความลำบากให้เ้าเท่าใด
"ท่านรออยู่นี่เถิดข้าจะเข้าไปเรียนคุณหนู !" จือซูหันไปพูดกับเเม่หม้ายหวังโดยไม่เเยเสสีหน้าของหลีฮวาเเม้เเต่น้อย !
เเม่หม้ายหวังมีหนทางเเล้วนางขอบคุณจือซูซ้ำๆน้ำตาคลอเอ่อขึ้นมาเเล้ว ! หันไปมองหลีฮวาที่ยืนจ้องมองหลังของจื่อซูอย่างเย็นเยียบเเม่หม้ายหวังก็ถอยออกห่างไปหลายก้าวนางมิเคยเห็นสายตาผู้ใดหน้ากลัวเช่นนี้มาก่อน
จือซูเดินเข้ามาบอกกับจูเฟยหยาอย่างมิตกล่นเลยเเม้เเต่น้อยจูเฟยหยาทำท่าทางครุ่นคิดสักเล็กน้อยต่อหน้าท่านเเม่ของนางก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับเื่นี้เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ ! "ท่านเเม่มิใช่ข้ามิอยากจะอยู่เรียนปักผ้ากับท่านเเต่ว่าเเม่หม้ายหวังนั่นอย่างไรก็เป็คนหมู่บ้านเดียวกันยามนี่บุตรชายนางป่วยหนักนางเองก็เป็หญิงตัวคนเดียวหากเรามิทำอันใดเลยมิเป็ที่ครหาว่ามีเงินเเล้วหลงลืมตัวใจดำกับคนในหมู่บ้านหรอกหรือเ้าค่ะ ? ข้าเองก็พอมีวิชาเเพทย์อยู่บ้างช่วยชีวิตคนหนึ่งคนเปรียบเสมือนศร้างบุญกุศลเก้าชั้นนะเ้าค่ะ ! "
เ้าเด็กตัวเเสบ!ยามนี่มาพูดเหมือนกับตนเป็ผู้ใหญ่มีความรู้เเยกเเยะเื่ต่างๆคิดว่าเเม่จะดีใจที่เ้ารู้ความหรือหึ! เ้าเด็กน้อยคำพูดเ้าสุดท้ายเเล้วก็ต้องหยุดเรียนปักผ้าเเล้วออกนอกบ้านมิใช่หรือ? จ้าวซื่อมองค้อนบุตรสาวตนเองอย่างรู้ทันทว่าก็ยังอนุญาตให้เฟยหยาออกไปอยู่ดี
เฟยหยาเรียกเว้ยอี้มาถือกล่องอุปกรณ์ก่อนจะเดินตามจือซูมายังหน้าประตูใหญ่ ! มาถึงก็มิพบหลีฮวาเเล้วคาดว่าคงไปยกน้ำชาให้พี่ชายคนโตนางกระมัง ? จูิหากเทียบกับในยุคปัจจุบันเขาก็เป็เพียงเด็กมัธยมปลายเท่านั้นคิดเเล้วก็ชั่งเถอะๆ! นางก็เเค่สตรีตัวเล็กคนหนึ่งไม่อาจเเบกฟ้าบนไหล่เเล้วเปลี่ยนอันใดตามอำเภอใจกระมัง
เเม่หม้ายหวังเห็นจูเฟยหยาก็ปรี่มาคุกเข่ายู่ตรงหน้า " คุณหนูจูช่วยเยี่ยเจาของข้าด้วย ช่วยลูกข้าด้วยเถิดเ้าค่ะ !"
น้ำเสียงของเเม่หม้ายหวังสั่นเทาจูเฟยหยามองเเม่หม้ายหวังที่มีอายุน้อยกว่าเเม่นางถึงสี่ห้าปีเเต่กลับมีร่างกายทรุดโทรมมากตัวผอมเเห้งผิวเองก็คล้ำดำจากการทำงานกรำเเดดในไร่นา ! เฟยหยาไม่ค่อยรู้จักเเม่หม้ายหวังผู้นี้นักเเต่ก็พอจะเดาสถานการณ์ครอบครัวของเเม่หม้ายหวังได้ชัดเจน
เฟยหยาเข้าไปประคองเเม่หม้ายหวัง "ท่านป้าหวังวางใจข้าจะไปตรวจเยี่ยเจาลูกชายของท่านเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ!" เเม่หม้ายหวังดีใจเป็อย่างมากกล่าวขอบคุณไม่หยุดก่อนจะรีบเดินนำทางนางกับเว่ยอี้ไปยังบ้านของตนเอง
จือซูมองคนสามคนเดินไปจนไกลสายตา กำลังจะหมุนตัวกลับก็พบกับจูิที่ยืนมองอยู่ไม่ไกล
"น้องเล็กไปที่ใดหรือ ? อีกทั้งยังไปกับเเม่หม้ายหวังเเล้วนั่นมิใช่พาเเต่เว่ยอี้ไปหรอกนะซูซู่อยู่เรือนเหตุใดจึงมิพาไปด้วย !" เว่ยอี้เด็กคนนี้นอกจากมีเเรงมากอย่างอื่นก็ไม่มีดีอันใดมิสู้ให้ซูซู่ไปด้วยเกิดอันใดขึ้นก็พอจะเป็คนช่วยคิดได้ !
จือซูมองจูิเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียบเรียบร้อยฉะฉาน "เรียนคุณชายใหญ่เห็นว่าคุณหนูจะไปตรวจดูอาการลูกชายของหญิงผู้นั้นเ้าค่ะ ! " จือซูอยู่เเต่ในเรือนไม่เคยออกไปด้านนอกนางจึงไม่รู้จักเเม่หม้ายหวัง ! จูิมองไปยังทางที่น้องสาวเดินออกไปก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังโรงงานผลิตยา
จูเฟยหยาไม่เคยมาบ้านของเเม่หม้ายหวังยามนี้ได้เห็นนางเเอบสะท้อนใจอยู่บ้างจริงๆบ้านเพิงเล็กทรุดโทรมราวกับหากมีลมพัดมาเเรงสักหน่อยโครงบ้านคงปลิวไปตามเเรงลม ! นางไม่อยากคิดจริงๆว่าหากยามหน้าหนาวมาเยือนพวกเขาสามเเม่ลูกจะอยู่กันอย่างไร ?
เฟยหยารับกล่องอุปกรณ์จากมือของเว่ยอี้ก่อนจะสั่งให้นางนั้งรอหน้าบ้านเด็กคนนี้เเรงเยอะราวกับวัวตัวผู้ ! นางเกรงว่าเเรงอันมากมายของนางอาจจะทำบ้านของเเม่หม้ายหวังพังอย่างมิได้ตั้งใจจึงมิให้ตามเข้าไปด้วย ! ในห้องนอนมีร่างผอมเล็กๆนอนอยู่บนเตียงไม้เก่าๆเฟยหยามองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองร่างเด็กน้อยตัวผอมหนังหุ้มกระดูกใบหน้าเล็กๆซูบตอบเนื้อตัวเหลืองราวกับขมิ้นเฟยหยาวางมือจับชีพจรดูก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือโรคอันใด
โรคภัยไข้เจ็บเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็คนในวัยไหน ๆ เด็กหรือผู้ใหญ่ หากไม่ได้รับการป้องกันที่ดีก็อาจนำพาไปสู่อาการของโรคที่น่ากลัวได้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในโรคที่สามารถพบได้กับคนทุกเพศทุกวัยนั่นคือ ‘โรคลักปิดลักเปิด’ หรือโรคขาดวิตามินซีจากที่จูเฟยหยามองดูเเล้วเกรงว่าอาการของเยี่ยเจามันเข้าขั้นรุนเเรงมากเเล้วจริงๆดีมิดีดูจากอาการภายนอกนั้นคงเป็โรคลักปิดลักเปิด*ควบคู่กับการขาดสารอาหารในเด็กขั้นรุนเเรงนางกล้าพูดได้เลยว่าหากช้าอีกเพียงสี่วันต่อให้เทพเซียนก็ไม่อาจยื้อชีวิตเขาได้อีกเเล้ว !
"เป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ! เยี่ยเ้าของข้ายังพอมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ?"เเม่หม้ายหวังร้อนใจดั่งไฟสุมเพียงเห็นคิ้วเรียวงามของจูเฟยหยาขมวดคิ้วหากัน หัวใจของคนเป็เเม่ก็คล้ายกับมีมือที่มองมิเห็นฉีกกระฉากหัวใจ
"เเม่หม้ายหวังอย่าได้กังวลใจรักษายากไปมากก็จริงเเต่ยังถือว่ายังทันเวลาอยู่ !" ถึงมือนางเเล้วจะให้ตายง่ายๆได้อย่างไร ! เเม่หม้ายหวังดีใจมีหวังเเล้ว ! ท่านพี่ดวงิญญาท่านในปรโลกมองดูอยู่หรือไม่? เยี่ยเจามีทางรอดเเล้ว เยี่ยเจาของเรามีทางรอดเเล้วจริงๆ
โดยสาเหตุหลักของการเกิดโรคลักปิดลักเปิดคือร่างกายของผู้ป่วยขาดวิตามินซี (Vitamin C) ต่อเนื่องกันเป็เวลานาน ซึ่งอัตราการเกิดโรคจะพบได้ในเพศชายและเพศหญิงในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่จะพบมากในเด็กเล็กที่ขาดอาหารที่เหมาะสมสำหรับ่วัย เช่น ธาตุเหล็ก, วิตามินบี 2, โปรตีน ฯลฯ รวมไปถึงผู้สูงอายุที่ขาดคนดูแล ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างรุนเเรงเช่นเดียวกันกับอาการของเยี่ยเจาตอนนี้
จูเฟยหยาซักถามประวัติก็กระจ่างในใจเดิมทีครอบครัวเเม่หม้ายหวังก็ยากจนอยู่เเล้วมีเพียงหมั่วโถวเเข็งๆกับผักต้มประทังชีวิต นี่เดิมทีก็ทำให้เยี่ยเจาร่างกายอ่อนเเอขาดสารอาหารอยู่เเล้วซ้ำเขายังไม่ชอบกินผักผลไม้จึงทำให้นานเข้าทั้งขาดสารอาหารเเละขาดวิตามินซีที่มีิยู่ในพืชผักผลไม้สุดท้ายจึงล้มป่วย !
"เว่ยอี้เ้านำกระดาษนี้ไปให้ซูซู่ที่บ้านเเล้วเอาให้นางจัดการให้เข้าใจหรือไม่ ?" ในนี้เป็เทียบยาเเละวิธีการต้มในบ้านมีสมุนไพรมากมายหลายชนิดนางเพียงเเต่เอาไปต้มตามวิธีที่เขียนเเล้วเอาใส่กระบอกให้เว่ยอี้นำมาให้นางคาดว่าคงไม่เกินความสามารถกระมัง
เว่ยอี้มิใช่คนชักช้านางรับกระดาษจากมือเฟยหยาหมุนตัววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
(ยังไม่ได้เเก้คำผิด)
*กระเป๋าเหอปา* เป็ลักษณะกระเป๋าใบเล็กนับเป็เครื่องประดับตัวอย่างหนึ่งใช้มัดไว้ที่เอวใช้เก็บสิ่งของขนาดเล็ก