เท้าข้างหนึ่งของเว่ยตงเพิ่งแตะพื้น สายโทรเข้าจากเว่ยชิงอู่ก็ดังขึ้นพร้อมกับเท้าอีกข้าง
“นายนี่มันตัวล้างผลาญของตระกูลจริงๆ แค่ที่ดินผืนเดียวทำให้ฉันต้องจ่ายไปตั้งแปดร้อยล้าน”
เว่ยตงหัวเราะเสียงเย็น “ก็พี่หามาเอง”
“ถูกต้อง ฉันหามาเอง แล้วยังไงล่ะ ก็ฉันชอบของฉันนี่”
“ถ้างั้นก็อย่าโอดครวญสิ” เว่ยตงเอ่ยเยาะ
“นายก็ช่วยฉันประหยัดหน่อยสิ อย่าใช้เช็คที่ให้ไปเหมือนเป็เศษกระดาษ” เว่ยชิงอู่กลอกตาด้วยความหงุดหงิด เ้าเด็กที่ทำให้เช็คกลายเป็เศษกระดาษไม่เป็เงินทองคนนี้นี่ บ้าเอ๊ย ใช้เงินแปดร้อยล้านไปอย่างกับผายลมชัดๆ “เงินแค่นี้ต้องใส่ใจด้วยเหรอ”
“เว่ยตง คิดว่าเงินที่นายจ่ายไปไม่ใช่แปดร้อยล้านแต่เป็แปดร้อยหยวนหรือไง” เว่ยชิงอู่เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเ้าหมอนี่ เขาคิดว่าเขาจ่ายเงินไปเพียงแปดร้อยหยวนสินะ
“แล้วมันต่างกันตรงไหน” เว่ยตงหยิบบุหรี่จากซองขึ้นมาหนึ่งมวนแล้วยัดใส่ปาก ขณะที่เดินก็คลำเอาไฟแช็กขึ้นมาด้วย
เขาก้มหน้าลงเพื่อจุดบุหรี่ จึงไม่ทันสังเกตคนที่ก้าวเร็วๆ เข้ามา ทางเดินหน้าลิฟต์นั้นไม่ถือว่ากว้างมาก คนเดินไปเดินมาล้วนแต่เบียดเสียด เว่ยตงจุดบุหรี่อย่างไม่ใส่ใจ ลดมือที่คีบมันลงและสะบัด เถ้าบุหรี่กลับไม่ได้หล่นลงพื้นเปล่าๆ แต่มีสิ่งกีดขวางกั้นไว้
เว่ยตงนิ่งงัน เขาค่อยๆ ปรายตามอง จึงเห็นมือที่หดกลับเข้าไปอย่างกะทันหัน
โดนลวกหรือเปล่านะ
เว่ยตงย่นหัวคิ้ว เลื่อนสายตาขึ้นมองคนคนนั้น ก็เห็นใบหน้าที่เงียบสงบและเ็า...
มุมปากของเว่ยตงโค้งขึ้นน้อยๆ สายตาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน หลายวันมานี้ พวกเขาบังเอิญพบกันสองสามครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ
ลู่ซือหย่วนยกมือขึ้นมองเขม่าควันสีดำที่อยู่บนหลังมือ ความเ็ปแสบร้อนทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว
“ท่านนายก...”
“ท่านนายกเป็อะไรไหมครับ...”
“ท่านนายก...”
เมื่อเห็นว่าลู่ซือหย่วนถูกลวก กลุ่มคนที่ตามหลังมาก็รีบเข้ามารุมล้อมทันที
ลู่ซือหย่วนโบกมือ ทำให้กลุ่มคนที่กำลังตื่นตระหนกหยุดนิ่ง “ช่างเถอะ ไม่เป็ไร”
“ไปโรงพยาบาลให้หมอดูก่อนเถอะค่ะ” เลขายื่นมือไปหมายจะคว้ามือของลู่ซือหย่วน
ลู่ซือหย่วนดึงมือหนี “ไม่ต้องหรอก”
อีกฝ่ายจึงคว้าได้แต่อากาศ สีหน้าอึดอัดเล็กน้อย ยังไม่ทันดึงมือกลับ ก็มีฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นเข้ามาดึงมือของลู่ซือหย่วน ทำให้เขาจำต้องก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แม้แต่เลขาที่อยู่ด้านหน้าก็ตัวเซไปด้วย
เมื่อถูกดึงด้วยแรงกระชากเช่นนี้ ใบหน้านิ่งสงบเ็าของลู่ซือหย่วนเปลี่ยนเป็ตื่นตะลึงทันควัน ครั้นเห็นคนที่ออกแรงดึงเขา สีหน้าตื่นตะลึงก็ยังคงอยู่...
“เืออกแล้ว” เว่ยตงมองรอยแผลบนหลังมือที่สวยงามเรียวยาวและมีข้อต่อกระดูกชัดเจน ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อเว่ยตงคว้ามือของเขาแล้วบอกว่าเืออก ลู่ซือหย่วนก็ได้สติในที่สุด เขาสูดหายใจเข้าปอดยาวๆ ดึงมือกลับ แต่ดึงไม่ออก
เมื่อเห็นชายที่จู่ๆ ทำให้เขาโดนลวกมือ ทั้งยังกล้าที่จะคว้ามือของเขาอย่างไม่เกรงใจ ลู่ซือหย่วนพลันรู้สึกประหลาด “รบกวนปล่อยมือด้วย ขอบคุณ”
“เืออกแล้ว” เว่ยตงเงยหน้ามองลู่ซือหย่วนพลางพูดซ้ำอีกครั้ง
“ผมเห็นแล้ว ปล่อยมือได้ไหม”
“เืออกแล้ว” เว่ยตงยังคงพูดซ้ำๆ
ลู่ซือหย่วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ผมเห็นแล้ว คุณช่วยปล่อยมือได้ไหมครับ”
เว่ยตงเงยหน้ามองลู่ซือหย่วน ดวงตากวาดมองเขา แล้วยกมือขึ้นยื่นออกไปยังบริเวณอกของลู่ซือหย่วน
ลู่ซือหย่วนเห็นชายหนุ่มแสนหยาบคายกำลังทำตัวรุ่มร่าม จึงก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่การกระทำของเขายังไม่เร็วเท่าอีกฝ่าย ยามที่เท้าถอยไปด้านหลัง ชายหนุ่มก็ดึงผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ใส่ไว้ในกระเป๋าตรงหน้าอกของเสื้อสูทเขาออกมา แล้วก้มหน้าพันแผลที่มีเืออกให้
เมื่อพันแผลดีแล้ว เว่ยตงก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ลู่ซือหย่วนมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังก้าวยาวๆ จากไป เห็นชายหนุ่มหยิบบุหรี่ที่คาบไว้ที่ปากออก แล้วใช้นิ้วขยี้ดับมัน...
เมื่อเห็นชายหนุ่มจากไปแล้ว ลู่ซือหย่วนก็ก้มมองหลังมือของตัวเอง ผ้าเช็ดหน้าที่พันฝ่ามือมีเืซึมออกมาให้เห็น คิ้วของเขาย่นเข้าหากันโดยไม่มีใครสังเกต
“ท่านนายก...”
“ไม่เป็ไร ไปกันเถอะ” เมื่อหันกลับมา ลู่ซือหย่วนก็แสดงสีหน้าเรียบนิ่งเ็าดังเดิม และก้าวยาวๆ เข้าไปในลิฟต์ที่เปิดรออยู่