ฟังซวี่หรูคอยสังเกตเหตุการณ์้าอยู่ตลอดเธอเงี่ยหูฟังมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นว่าซูเฉียวถูกไล่ตะเพิดออกมาสักที รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างช่วยไม่ได้
“ฟังซวี่หรู เธอมาทำลับๆ ล่อๆอะไรตรงนี้!” เซี่ยชิงอวี่ที่เพิ่งกลับมาจากทริปธุรกิจเห็นฟังซวี่หรูด้อมๆ มองๆแถวห้องหนังสือ ความเ็าก็พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ฟังซวี่หรูสะดุ้งโหยงกับเสียงซักถามจากข้างหลังที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันแล้วหันกลับมาด้วยท่าทางตัวสั่นงันงก “ไม่...ไม่ได้ทำอะไร...”
เมื่ออยู่ต่อหน้าเซี่ยชิงอวี่หญิงแกร่ง หล่อนก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสู้เซี่ยชิงอวี่ไม่เพียงแต่มีชาติตระกูลที่ดีและมีการศึกษาสูงเท่านั้น แต่ยังสวยสง่าเก่งกาจฉลาดหลักแหลม ทั้งยังเป็คนรักของซูอีิที่มีใจให้กันมาั้แ่เล็กๆอีกด้วย ผู้หญิงคนนี้เหนือกว่าฟังซวี่หรูทุกอย่าง แม้ว่าจะมีสีหน้าเรียบเฉยเ็าแต่ด้วยความสง่างามเฉพาะตัวจากภายในสู่ภายนอก ชายใดเห็นเป็ต้องสั่นไหวทุกราย
เซี่ยชิงอวี่ชำเลืองมองหล่อนด้วยสีหน้าไม่บอกอารมณ์ใดเธอไม่ยอมโดนหล่อนหลอกง่ายๆ “ฟังซวี่หรู ่นี้อยู่ดีกินดีขึ้นใช่ไหมถึงได้เริ่มก่อเื่สร้างปัญหาน่ะ”
“ไม่ใช่ค่ะ...นางเด็กซูเฉียวนั่นต่างหาก...เมื่อกี้หล่อนพรวดพราดเข้าไปในห้องหนังสือโดยไม่ได้รับอนุญาต...”ฟังซวี่หรูคลึงนิ้วมืออย่างไม่สบายใจในใจเกลียดชังเจียนตายแต่ไม่กล้าแสดงออกมาแม้แต่น้อย
หล่อนไม่ได้มีความสำคัญอะไรในตระกูลนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรถ้าไม่ใช่เพราะคลอดซูเฉียวออกมา ก็คงถูกตระกูลซูไล่ตะเพิดออกไปนานโขแล้วจะไปมีที่ให้หล่อนอยู่ได้อย่างไร ฟังซวี่หรูรักซูอีิมาก หล่อนตกหลุมรักเขาั้แ่ตอนเป็เลขาของเขาแล้วรักเขามากจนไม่ลังเลสักนิดที่จะปีนขึ้นเตียงของเขา ทว่าั้แ่นั้นมาเขาก็ไม่เคยเหลียวมองกันอีกเลย
แต่เซี่ยชิงอวี่นั้นแตกต่าง เธอเป็ภรรยาที่แต่งงานถูกต้องตามประเพณีเป็นายหญิงของตระกูลซู เธอไม่เพียงแต่ได้รับความเชื่อใจจากท่านพ่อเท่านั้นแต่ซูอีิยังตามใจเธอเสียไปหมดทุกอย่าง ถ้าเธอเอ่ยปากว่าจะไล่ฟังซวี่หรูออกไป ฟังซวี่หรูก็คงไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ฉะนั้น เพื่อที่จะได้อยู่อย่างสุขสบาย หล่อนจึงไม่กล้าทำให้ผู้หญิงคนนี้ไม่พอใจแม้ว่าในใจจะอึดอัดแค่ไหน แต่อย่างมากก็คงทำได้แค่จิกกัดเธอในใจอยู่เล็กน้อยเท่านั้น
“ซูเฉียวอยู่ในห้องหนังสือเหรอ” เซี่ยชิงอวี่ได้ยินคำตอบของหล่อนก็เดินดุ่มไปทางห้องหนังสือทันที
ทว่าในตอนนั้นเอง ประตูห้องหนังสือก็เปิดออกมีซูเฉียวเดินนำหน้าออกมา ด้านหลังคือเ้าพ่อซูที่มีสีหน้าเอาอกเอาใจอย่างชัดเจนเดินตามมาด้วย“หลานสาวคนเก่ง อย่าให้ปู่คอยเลย บอกวิธีแก้เกมหมากที่เกือบถูกรุกฆาตให้ปู่รู้บ้างเถอะ...”
เซี่ยชิงอวี่ “...”
ฟังซวี่หรูก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน
นี่มันเื่อะไรกัน
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือว่าฝนตกเป็สีแดงแล้วเหรอเหตุใดเ้าพ่อซูที่เป็เฉกเช่นผู้มีอิทธิพลในท้องที่ และเป็หัวหน้าตระกูลซูที่รักษาท่าทีสุขุมมาโดยตลอดถึงได้มาพะเน้าพะนอซูเฉียวเด็กเหลือขอคนนี้โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีเช่นนี้เสียได้
ซูเฉียวรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อยที่ถูกเขาตื๊อพูดอย่างสุดจะทนว่า “วันนี้ฉันไม่ว่าง ถ้าวันไหนว่างแล้วจะสอน”
“แล้วเธอว่างเมื่อไหร่กันล่ะ”เ้าพ่อซูชอบหมากล้อมเป็ชีวิตจิตใจ แต่น่าเสียดายที่เขากลับเป็เพียงผู้เล่นอ่อนหัดและเพื่อที่จะได้แสดงความเก่งกาจต่อหน้าเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ เขาจะมามัววางมาดสูงส่งอยู่ทำไมกันถ้าจำเป็ก็ต้องลดตัวให้ต่ำที่สุดจนกว่าจะต่ำไม่ได้อีก เขาจึงเมินผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านข้างไปเสียหมด
หางตาของซูเฉียวเหลือบไปเห็นร่างของเซี่ยชิงอวี่จึงผงกหัวไปทางหล่อนเล็กน้อยเป็การทักทาย “รอฉันหยุดก่อนแล้วค่อยคุย”
เมื่อพูดจบก็สาวเท้าก้าวลงไปข้างล่างอย่างสบายใจ
“อืม ถ้าเธอหยุดแล้วต้องกลับมานะ...”เ้าพ่อซูะโตามหลังหล่อน กระทั่งร่างของซูเฉียวลับสายตาไปจึงละสายตากลับมาอย่างแค้นใจ “วันนี้เพิ่งจะวันจันทร์เหลืออีกสี่วันกว่าจะถึงวันหยุด...”
“ท่านพ่อคะ”เซี่ยชิงอวี่รู้สึกตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของซูเฉียวเป็อย่างมากผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้สติกลับมา
เ้าพ่อซูพยักหน้าพลางยิ้มพูดทักทายเธอเล็กน้อย แล้วจึงนึกถึงเื่ที่ซูเฉียวพูดขึ้นได้
“เด็กซูเฉียวนั่นอยากย้ายไปเรียนสายวิทย์ถ้าเธอมีเวลา พรุ่งนี้ก็ไปที่โรงเรียนทีนะ”
“ไปสายวิทย์เหรอคะเธอไม่ได้ถูกโรงเรียนไล่ออกเหรอคะ” ฟังซวี่หรูโพล่งถามออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
เซี่ยชิงอวี่จ้องมองเธออย่างเ็าจากนั้นจึงเดินตามหลังท่านพ่อเข้าไปในห้องหนังสือ ทิ้งฟังซวี่หรูไว้ข้างนอก“ท่านพ่อคะ คะแนนของซูเฉียวก็ไม่สู้ดี ขนาดสายศิลป์ยังเรียนแทบไม่รอดย้ายไปสายวิทย์จะไม่ยิ่งยากกว่าเหรอคะ”
เ้าพ่อซูส่ายหัว แล้วหวนนึกถึงรังสีแห่งความมั่นใจในตัวเองที่แผ่ออกมาจากท่าทีของเด็กหญิงคนนั้นแล้วพูดอย่างจริงใจว่า “ชิงอวี่ พวกเราคงมองผิดไปเสียแล้วละ...”
เด็กคนนั้นต้องแอบซุ่มเงียบแน่!
เซี่ยชิงอวี่จงเกลียดจงชังสองแม่ลูกฟังซวี่หรูเข้ากระดูกมานานแล้วแต่เธอยังมีสมอง ถ้าท่านพ่อมองเห็นว่าซูเฉียวเปลี่ยนไปเด็กนั่นก็คงจะเปลี่ยนไปจริงๆ “ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเธออย่างเต็มที่”
“อืม ได้เธอช่วย ฉันก็วางใจ”เ้าพ่อพออกพอใจในตัวลูกสะใภ้คนนี้มาั้แ่ไหนแต่ไร
เื่ราวในตอนนั้นตระกูลซูทำผิดต่อเธอแต่ว่า ลูกสะใภ้คนนี้ช่างน่านับถือ เกลียดก็ส่วนเกลียดแต่เธอทำอะไรก็ยังนึกถึงผลประโยชน์ของตระกูลซูอยู่เสมอ
วันที่สองเซี่ยชิงอวี่ก็ปรากฏตัวที่ห้องทำงานของครูประจำชั้น ม.6
เมื่ออธิบายถึงจุดประสงค์ที่มาแล้วหัวหน้าสายชั้นก็ตอบรับอย่างเต็มใจ “หากคุณนายซูพูดเช่นนั้น ก็ให้โอกาสเธอสักครั้งเพียงแค่ซูเฉียวสอบสามวิชาสายวิทย์ได้ถึงหนึ่งร้อยคะแนน เธอก็ย้ายสายได้”
เซี่ยชิงอวี่พยักหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีสง่างามก่อนจะลุกขึ้นบอกลา
หลังคาบเรียนที่สองซูเฉียวก็ถูกเรียกตัวไปที่ห้องพักครู
“ข้อสอบสามแผ่นนี้ใช้เวลาสองคาบทำเสร็จไหม” ครูหลิวนำตัวอย่างข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยของปีก่อนส่งให้ซูเฉียวแล้วถามอย่างใจดี
ซูเฉียวมองกระดาษข้อสอบสามแผ่นนั้นเล็กน้อยและตอบรับ
ด้วยความเร็วในการแก้ปัญหาของเธอเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็เกินพอแล้ว
ครูหลิวหัวเราะอย่างชอบใจแล้วจึงกลับไปที่ห้องเรียน
ซูเฉียวไล่ดูคำถามทั้งหมดในข้อสอบทั้งสามแผ่นอย่างคร่าวๆเป็อันดับแรก แล้วจึงเริ่มเขียนคำตอบ ภายในห้องพักครูที่ว่างเปล่านอกจากเสียงของปลายปากกาที่กำลังขีดเขียนลงบนกระดาษแล้วก็มีเพียงเสียงทำงานของเครื่องปรับอากาศภายในห้องเท่านั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมาซูเฉียวก็วางปากกาลงเมื่อวางข้อสอบบนโต๊ะทำงานของครูหลิวแล้ว ซูเฉียวก็หมุนตัวออกจากห้องพักครู เธอไม่อยากกลับห้องไปเรียนต่อจึงเลือกไปยังดาดฟ้าเพื่อรับแสงอาทิตย์ เธอปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้วหาที่ร่มๆ เพื่องีบหลับและในขณะที่กำลังเข้าสู่ภวังค์นั้น ก็มีเสียงเยาะเย้ยเบาๆ ดังขึ้นทำลายความสงบ
“เธอคงเป็ซูเฉียวลูกสาวนอกสมรสของตระกูลซูสินะ” เงาของร่างสูงทอดลงมาชายหน้าตาหล่อเหลาก้มต่ำจ้องเธอเขม็งอย่างเหยียดหยาม
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/e45e3e408ff3bd98c5a99b49817436cb