ดวงอาทิตย์โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า สาดแสงส่องสว่างขับไล่ความมืดยามค่ำคืนที่มืดสนิทออกไป ทำให้เห็นทุกอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นและในห้องของแจ็คนั้นเอง แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่าง สาดเข้าใบหน้าแจ็คเต็ม ๆทำให้แจ็คหยี่ตาตื่นขึ้นมา
ก่อนจะยันตัวเองนั่งพิงเข้ากับฝาผนังห้องแล้วบิดตัวเพื่อสลัดความง่วงที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้หมดไป
“วันนี้แล้วสินะ” แจ็คพูดพึมพำขึ้นมา แล้วลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำก่อน จากนั้นจึงแต่งตัวเดินออกจากบ้านไป
แจ็คเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยหญ้ารกที่ขึ้นจนเต็มจนในที่สุดแจ็คก็เดินมาหยุดที่หน้าอาคารหลังหนึ่ง ที่สร้างด้วยอิฐทั้งอาคารและมีประตูไม้สีน้ำตาลซึ่งใช้สำหรับเข้าออก ตั้งอยู่ตรงกลางด้านหน้าอาคารพอดิบพอดี แจ็คทำท่าจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเพื่อจะเปิดเข้าไปข้างใน
“วันนี้เธอเองก็มาเลือกเส้นทางสายอาชีพเหมือนกันเหรอเ้าหนู” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านข้างของแจ็คทำให้แจ็ค หยุดชะงักแล้วหันไปมองก็พบว่าเป็ชายชราคนหนึ่งที่ใส่ชุดเหมือนเป็คนงานที่อยู่ที่นี้
“เอ่อ ใช่ครับ” แจ็คตอบ
“แล้วเธอเลือกเส้นทางสายอาชีพเธอไว้แล้วรึยังละ” ชายชราถามต่อ
“ผมอยากจะเป็ผู้ใช้เวทย์ครับผมจะเป็มหาเวทย์จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้” แจ็คตอบออกไปด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม
“ฮ่า ๆ งั้นเหรอ ๆ” ชายชราหัวเราะก่อนจะเดินจากไป
แจ็คที่ยังคงงุนงงอยู่ว่าชายชราคนนั้นเป็ใครทำให้เขาอยากจะตามชายชราไปเพื่อถามคำถาม แต่เขาก็ต้องเก็บความคิดนั้นกลับเข้าไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ใกล้ได้เวลาที่เขาจะต้องเข้ารับเลือกเส้นทางสายอาชีพของตัวเองแล้วแจ็คจึงหันกลับไปที่ประตูบานสีน้ำตาลอีกครั้ง ก่อนจะเปิดเข้าไปข้างใน
ภายในตัวอาคารแจ็คเห็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเต็มไปหมดอีกทั้งข้างในก็ดูไม่ได้อึดอัดเหมือนที่แจ็คที่คิดไว้จากรูปร่างที่เห็นภายนอกในตอนแรกข้างในทั้งกว้างขวางและค่อนข้างจะอากาศดีทีเดียว แจ็คพยายามมองไปยังที่ต่าง ๆของอาคารเผื่อจะเจอเพื่อนที่รู้จักบ้าง แต่ก็ไม่ทันได้มองออกไปอย่างถี่ถ้วนเสียงประกาศก็ดังขึ้นซะก่อนทำให้แจ็คและทุกคนที่อยู่ภายในห้องนั้นหันไปมองยังต้นตอของเสียงที่ดังขึ้นและใบหน้าที่คุ้นเคยที่แจ็คไม่คาดว่าจะได้เจอเร็วขนาดนี้ใบหน้านั้นคือชายชราที่ยืนคุยกับเขาที่หน้าทางเข้าอาคารเมื่อไม่นานมานี้เอง
“สวัสดีเหล่าเด็กน้อยทุกคน ฉันตัวแทนจากเมืองหลวง ชื่อแดเนียลวันนี้ฉันได้รับเกียรติให้มาเป็สักขีพยานในการเลือกเส้นทางสายอาชีพของพวกเธอทุกคน”ชายชราเริ่มพูด
“และถึงแม้ฉันจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเธอมีสายอาชีพที่คิดไว้ในใจอยู่แล้ว แต่ฉันก็จะละเลยหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติไม่ได้ดังนั้นฉันจะขอพูดเกี่ยวเส้นทางสายอาชีพเพื่อให้พวกเธอได้ใช้ตัดสินใจเพิ่มซักนิดละกัน” ชายชราพูดต่อ
“สำหรับพวกเธอในตอนนี้จะมีเส้นทางสายอาชีพให้พวกเธอเลือกด้วยกันอยู่สามเส้นทาง ทางแรกเลยก็คือนักรบกลุ่มคนที่กล้าหาญ เข้มแข็งทั้งกายและจิตใจ ไม่หวั่นไหวแม้ตกอยู่สถานการณ์คับขับพร้อมที่จะบุกตะลุยไปข้างหน้า”
“ทางที่สองก็คือ นักผจญภัยกลุ่มคนที่หลงใหลในการเดินทาง ยินดีที่จะออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆที่ยังไม่มีใครค้นพบ มีความคล่องแคล่ว ว่องไวเป็ที่สุด สามารถรุกและรับได้อย่างรวดเร็ว”
“และทางเลือกที่สาม คือ ผู้ใช้เวทย์เป็แนวหลังที่คอยสนับสนุน หรือเป็แนวหน้าที่ทลายศัตรูได้เป็จำนวนมากเป็กลุ่มที่มีความฉลาด และไหวพริบ สามารถพลิกสถานการณ์ต่าง ๆได้ด้วยสติปัญญาที่เป็เลิศ” แดเนียลหยุดพูดก่อนจะกลืนน้ำลายตัวเองลงไปอีกครั้ง แล้วจึงเริ่มพูดต่อ
“และในเส้นทางสายอาชีพสามทางนี้พวกเธอสามารถเลือกได้แค่เพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น ฉะนั้นจงตัดสินใจให้ดี”
“และก่อนที่จะเริ่มให้พวกเธอเลือกเส้นสายอาชีพพวกเธอรู้ไหมว่าทำไมพวกเธอจึงจำเป็ที่จะต้องเลือกเส้นทางสายอาชีพกัน” แดเนียลเอ่ยถามเด็ก ๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตัวเองแต่กลับไม่ได้รับคำตอบใด ๆ
“พวกเธอเคยได้ยินเื่ตำนานของวีรบุรุษทั้งสิบที่ขับไล่เผ่าพันธุ์ั์ออกไปจากทวีปนี้ได้หรือเปล่า”แดเนียลถามต่อ
“เคยครับ/ค่ะ” เหล่าเด็ก ๆ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตอบ
“ใช่ แล้วแม้จะเป็เื่ในตำนานแต่ทุกประเทศในทวีปนี้ก็ได้ใช้เื่ราวนี้มาเป็พื้นฐานในการศึกษาที่จัดให้แก่พวกเธอเพื่อให้พวกเธอสามารถดูแลตัวเองได้ในยามที่ต้องตกที่นั่งลำบากเพราะแม้ในตอนนี้ในทวีปนี้จะไม่มีเผ่าพันธุ์ั์เหลืออยู่แล้วแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตรายเลย เพราะโลกใบนี้ยังคงมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆที่สามารถทำร้ายเราทุกคนจนถึงแก่ความตายได้ดังนั้นทุกประเทศจึงได้ตกลงร่วมกันเพื่อจัดการศึกษาภาคบังคับที่จะให้พวกเธอได้มีความสามารถติดตัวและนำไปใช้ดูแลตัวเองได้”แดเนียลอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจ
“เอาละ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาเรามาเริ่มเลือกเส้นทางสายอาชีพของพวกเธอกันเลยดีกว่า” แดเนียลพูดตัดบททำให้ภายในห้องที่เงียบเชียบเมื่อครู่ พลันกลับมามีเสียงจ๊อกแจ๊กดังขึ้นเรื่อย ๆ
“ทุกคนเงียบ แล้วฟังให้ดี ๆ ฉันเรียกชื่อใครก็ให้คนนั้นออกมาข้างหน้าแล้วบอกเส้นทางสายอาชีพที่ตัวเองเลือก เข้าใจตรงกันนะ” แดเนียลพูดให้ดังกว่าเดิม ทำให้เสียงในห้องค่อย ๆเงียบลงไป
“ดี ถ้างั้นเริ่มกันเลยพัฟ” แดเนียลหันไปพูดกับสาวผมสีน้ำตาลดวงตาสีฟ้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
“เข้าใจแล้วค่ะ” พัฟโน้มตัวรับคำ ก่อนจะออกมายืนข้างหน้าและเริ่มเรียกชื่อเหล่าเด็ก ๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าทีละคน
เวลาล่วงเลยผ่านไป เด็กคนแล้วคนเล่าทยอยถูกเรียกออกไป นั้นยิ่งทำให้แจ็คยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปเรื่อย ๆเมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะถึงชื่อของเขาแล้ว
“แอน ดีลบรอฟด์” พัฟพูดชื่อขึ้น ทำให้แจ็คหันไปมองเพราะเป็ชื่อที่เขาคุ้นเคยมาเป็เวลานาน
“นักผจญภัยค่ะ” แอนตอบออกไปแล้วเ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่คนหนึ่งก็จดชื่อแอนลงไปในกระดาษแผ่นหนึ่ง
“เมโลดี้ ฟลอสซ์” พัฟพูดชื่อต่อไปขึ้นมา โดยไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“นักรบค่ะ” สาวน้อยผมสีแดงเข้มตอบออกไปก่อนจะเดินกลับเข้ามารวมกลุ่มกับเหล่าเด็ก ๆ อีกครั้ง
“แจ็ค ชาเคอร์เวียร์” พัฟพูดต่อซึ่งนั้นทำให้แจ็คที่ได้ยินเดินก้าวออกไปข้างหน้าเหล่าเด็กทั้งหมดที่อยู่ที่นี้
“ผู้ใช้เวทย์ครับ” แจ็คตอบ แล้วเดินกลับเข้ามาในกลุ่มเด็กที่ยินอยู่ในอาคารอีกครั้ง
หลังจากนั้นพัฟ ก็ยังคงเรียกชื่อเหล่าเด็ก ๆในอาคารต่อไปจนครบทุกคน
“เมื่อเลือกกันได้แล้วขอให้ทุกคนแยกย้ายกันไปตามเ้าหน้าที่ประจำกลุ่มอาชีพที่ได้เลือกไว้ด้วยนะ”แดเนียลที่เงียบไปนานเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง
แจ็คเดินตรงไปยังเ้าหน้าที่ประจำอาชีพของตัวเองและพบว่ามีเด็กคนอื่น ๆ อยู่ประมาณเจ็ดคนเพราะเหล่าเด็กส่วนใหญ่เลือกที่จะไปเป็นักรบกันมากกว่า จึงทำให้อาชีพนักผจญภัยและอาชีพผู้ใช้เวทย์มีจำนวนคนน้อยมาก
“สวัสดีทุกคน” เ้าหน้าที่ประจำอาชีพผู้ใช้เวทย์พูดขึ้นภายใต้ผ้าคลุมที่คลุมปกปิดใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้
“สวัสดีครับ/ค่ะ” เด็กทั้งเจ็ดคนตอบ
“ฉันชื่อจิว เป็เ้าหน้าที่ประจำอาชีพผู้ใช้เวทย์”เ้าหน้าที่ประจำผู้ใช้เวทย์เริ่มแนะนำตัว
“ก่อนอื่นเลย ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพผู้ใช้เวทย์นะ หลังจากนี้เราคงได้เจอกันบ่อยมากขึ้น” จิวพูด
“และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ฉันจะขอให้ทุกคนเดินทางไปยังสมาคมของผู้ใช้เวทย์ซึ่งตั้งอยู่ที่ทุ่งหญ้าทางตะวันตกของเมืองหลวงในทันที”จิวพูดต่อทำให้เหล่าเด็ก ๆ หันมองหน้ากัน
“เอ๋ ทำไมรีบจังครับ” เด็กผู้ชายคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
“ความลับ” จิวตอบแต่น้ำเสียงกับปนหัวเราะออกมา
“แล้วเราจะเดินทางกันยังไงละครับ” เด็กผู้ชายคนเดิมเอ่ยถาม
“พวกเธอไปเตรียมตัว เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าอะไรให้พร้อมก่อนแล้วมาเจอกันที่นี้ในตอนบ่ายเป็อันตกลงนะ”จิวไม่อธิบายแต่คะยั้นคะยอให้เหล่าเด็กรีบกลับไปเตรียมสัมภาระของตัวเองทำให้เด็กทุกคนต้องแยกย้ายกันออกมาก่อนเพื่อกลับไปเตรียมกระเป๋าสัมมาระของตัวเอง
ภายในอาคารที่ทำด้วยอิฐทั้งอาคาร ซึ่งพึ่งใช้ในการเลือกเส้นทางสายอาชีพของเหล่าเด็กๆ เผยให้เห็นร่างของคนสองคน ที่กำลังเดินไปชมตัวอาคารข้างนอกอยู่นั้น
“เอานี่พัฟ” แดเนียลพูดขึ้นพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้สาวผมสีน้ำตาลที่เดินอยู่ข้างๆ ของเขา
“ท่านพูดได้ดีมากค่ะ” พัฟเอ่ยชมก่อนโน้มตัวไปรับกระดาษแผ่นนั้นจากชายชรา
“เพราะเธอเขียนโพยไว้ดีด้วยละ ฮ่า ๆ” ชายชราพูดขึ้นพลางหัวเราะไปด้วย
“พออายุมากความจำยิ่งเลอะเลือน เพราะแบบนี้ฉันถึงต้องขอให้เธอช่วยจดโพยให้ฉันด้วยยังไงละ”พูดจบชายชราก็ยังคงหัวเราะต่อไปก่อนจะเดินชมรอบตัวอาคารต่อไป อย่างมีความสุข
ณ บ้านของแจ็ค แจ็คเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของตัวเองเพื่อเก็บของใช้ที่จำเป็ลงในกระเป๋าสัมภาระ
“นั้นลูกจะไปไหน” ผู้เป็แม่เดินเข้ามาถาม
“ไปสมาคมผู้ใช้เวทย์มนตร์ครับ” แจ็คตอบ แต่ก็ยังไม่หยุดจัดกระเป๋า
“อ่อ เขารีบจังเลยนะ” แม่ของแจ็คพูด
“ใช่ครับ” แจ็คตอบแต่ก็ยังวุ่นวายกับการจัดของใช้ลงกระเป๋าสัมภาระอย่างไม่ลดละ
“ว่าแต่ตอนที่แม่เลือกเส้นทางสายอาชีพแม่เลือกอาชีพอะไรครับ” แจ็คถามขึ้น
“แม่เลือกนักรบจ๊ะ” แม่ของแจ็คตอบพลางจ้องมองไปยังลูกชายที่ยังคงวุ่นวายกับการจัดกระเป๋าสัมภาระ
‘ถึงเวลาที่ลูกของเราจะเริ่มเดินทางด้วยตัวเองแล้วนะคุณค่ะฉันรู้สึกเหมือนแจ็คยังเป็แค่เด็กเล็กตัวน้อย ๆ อยู่เลย ฉันอยากให้คุณมาอยู่ด้วยกันจัง’ผู้เป็แม่คิดในใจพลางปาดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
“เสร็จซักที” แจ็คพูดขึ้น ก่อนจะสะพายกระเป๋าขึ้นไว้บนหลังแต่เมื่อหันกลับมาที่หน้าประตูห้องก็ยังคงเห็นแม่ของเขายืนดูเขาอยู่ไม่ได้ไปไหน
“แม่” แจ็คที่เห็นแม่ของเขายืนเหมืออยู่จึงเรียกแม่ของอีกครั้งทำให้แม่ของเขาหันมามองแจ็ค
“มานี่มา” แม่ของแจ็คพูดขึ้นแล้วดึงตัวแจ็คเข้ามากอดไว้จนแน่น
“แม่เดี่ยวผมไปสายนะ” แจ็คพูดขึ้น แต่ผู้เป็แม่ก็ยังคงกอดแจ็คเอาไว้แน่นต่อไปอีกพักหนึ่งก่อนจะปล่อยแจ็คออกจากอ้อมกอด
“มาเดี่ยวแม่ไปส่ง” แม่ของแจ็คพูด
“ไม่เป็ไรครับ ส่งแค่หน้าประตูบ้านก็พอ” แจ็คตอบ
“แม่ก็คิดแค่จะไปส่งหน้าประตูบ้านเท่านั้นเอง แม่ไม่ไปไกลกว่านี้หรอกแม่เหนื่อย” แม่ของแจ็คตอบ
“แม่” แจ็คพูดขึ้นเมื่อได้ฟังคำพูดของคนที่เป็แม่ซึ่งพูดกับเขา
“เดินทางดี ๆ นะแจ็ค” แม่ของแจ็คพูดหลังจากส่งแจ็คที่หน้าประตู
“ครับ ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ” แจ็คพูดพลางโบกมือลา
ร่างของแจ็คที่เดินไปตามถนน ค่อย ๆตัวเล็กลงเรื่อย ๆ จนหายไปในที่สุดแล้วตัวของแม่แจ็คเองนั้นก็กลับเข้ามาในบ้านเพื่อทำงานบ้านต่อไป
หลังจากเดินทางมาถึงอาคารที่ใช้ในการเลือกเส้นทางสายอาชีพในตอนเช้าแล้วแจ็คก็พบว่ามีคนอื่น ๆ มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว ถึงจะยังไม่รู้จขักชื่อแต่แจ็คก็ยังคงจำใบหน้าของพวกเขาได้
“เห้ นายก็เลือกอาชีพผู้ใช้เวทย์เหมือนกันสินะ” เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลแดงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักแจ๊ค
“ใช่ นายก็ด้วยสินะ” แจ็คตอบ
“ใช่ ฉันมาร์คัส” เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลแดงเริ่มแนะนำตัว
“ฉันแจ็ค ยินดีที่ได้รู้จัก” แจ็คตอบ
“ทำไมนายเลือกเป็ผู้ใช้เวทย์ละ” แจ็คถาม
“บ้านฉันเป็ผู้ใช้เวทย์มารุ่นสู่รุ่นแล้ว ฉันเลยเลือกมาเป็ผู้ใช้เวทย์ตามความตั้งใจของที่บ้านยังไงละ”มาร์คัสตอบ
“แล้วนายละ” มาร์คัสถามแต่ไม่ทันที่แจ็คจะตอบ เสียงของเ้าหน้าที่ประจำอาชีพผู้ใช้เวทย์ก็เรียกรวมตัวซะก่อนทำให้เด็กทั้งเจ็ดคนไปรวมตัวกันที่จิวยืนอยู่ตอนนี้
“เมื่อทุกคนมากันครบแล้ว งั้นทุกคนมายืนรวมตัวกันตรงนี้” จิวพูด แล้วเด็กทุกคนก็เดินไปยังจุดที่จิวบอก
“จงพัดพา เหมันต์นิรันดร์ ‘สมาคมผู้ใช้เวทย์’ ” จิวร่ายคาถา
สิ้นสุดเสียงร่ายคาถาของจิวทันใดนั้นก็บังเกิดลมพายุพัดพาเหล่าเด็กทั้งเจ็ด และจิวล่องลอยขึ้นไปในอากาศก่อนจะมีกระแสลมแรงพัดพวกเขาตรงไปยังสมาคมผู้ใช้เวทย์แม้จิวจะใช้วิธีนี้เคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ มาตลอดแต่ก็อดตื่นเต้นกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้และไม่ใช่แค่จิวเท่านั้นเด็กทั้งเจ็ดคนเองต่างก็รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางในครั้งนี้เป็ที่สุดเขาได้ล่องลอยในอากาศ ได้พุ่งทะยานผ่านป่าไม้และเมืองต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็เพียงแค่เสี้ยววินาทีเพราะภาพทุกอย่างที่เห็นมันเคลื่อนผ่านไปไวมาก แต่นั้นก็เพียงพอที่จะให้เด็กทั้งเจ็ดคนได้ตื่นเต้นกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่นี้ได้เป็อย่างดีจนในที่สุดทุกคนก็เคลื่อนที่ช้าลง และค่อย ๆ ลอยลงมาบนพื้นดินอย่างช้า ๆ และเมื่อเด็กทุกคนมองไปรอบๆ อีกครั้งก็เห็นเป็เต็นท์มากมายที่ตั้งไว้อยู่กางทุ่งหญ้าแห่งนี้ และไม่ใช่เพียงแค่นี้เด็กทุกคนก็เห็นเหล่าคนในทุ่งแห่งนี้ต่างก็ใช้เวทย์มนตร์กันอย่างเสรีบางคนกำลังเสกน้ำ บางคนกำลังลอยตัวอยู่ในอากาศ บางคนกำลังสร้างพายุก่อนที่จิวจะเรียกสติทุกคนกลับมา ทำให้เด็กทั้งเจ็ดคนหันไปมองที่จิว
“ยินดีต้อนรับสู่สมาคมเวทย์มนตร์”