เล่มที่1 บทที่22 แผนการของไป๋เฮ่อ
หลังจากนั้นจั่วเฉินก็รับมาอีกหลายภารกิจประกอบไปด้วยการล่าจิ้งจอกไฟเพื่อเอาหนัง ล่าอสรพิษสองหัวเพื่อเอาดี และการล่าหมาป่าจันทราราตรีเพื่อเอาเนื้อซึ่งทั้งหมดล้วนเป็ภารกิจระดับสอง เมื่อคำนวณดูแล้วหากเขาทำได้สำเร็จก็จะได้รับค่าผลงานหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม
หนึ่งพันห้าร้อยแต้มยังอยู่ในระดับที่พอรับได้เหตุผลที่จั่วเฉินเลือกรับภารกิจล่าสังหารสัตว์อสูรทั้งหมดก็เพราะค่าผลงาน อีกอย่างในขณะที่ต่อสู้ยังได้ฝึกฝนและพัฒนาพลังไปในตัวด้วย
“รบกวนสอบถามศิษย์พี่ที ไม่ทราบว่าสามารถทำภารกิจล่าสัตว์อสูรระดับฮวงได้ที่ไหนหรือ”จั่วเฉินเอ่ยถามศิษย์ที่รับผิดชอบการแจกจ่ายภารกิจ
“ศิษย์ใหม่ล่ะสิ”อีกฝ่ายเหลือบมองจั่วเฉินครู่หนึ่งก่อนจะว่าต่อ “ตำหนักนภาปราณยุทธของเราตั้งอยู่บนขุนเขาร้าวเวหาทั่วทั้งเขานี้กว้างใหญ่นับหมื่นลี้ ภายในมีสัตว์อสูรอยู่มาก พูดเช่นนี้เ้าคงจะเข้าใจสินะ”
“ขอบคุณ!”จั่วเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกจากตำหนักภารกิจไป
ทว่าก่อนที่จะไปล่าสัตว์อสูร จั่วเฉินก็ได้รับแผนที่ภายในขุนเขาร้าวเวหาที่แจกฟรีมาไว้ชุดหนึ่งหากต้องต่อสู้ ก็ต้องทำความเข้าใจภูมิศาสตร์เอาไว้ก่อน หากหลับหูหลับตาไปสุดท้ายคงเผลอทะเล่อทะล่าเข้าไปยังถิ่นของเหล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง จนต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็ได้ถึงตอนนั้นต่อให้เสียใจก็สายไปแล้ว
เมื่อมีแผนที่ในมือ จั่วเฉินก็ก้าวเท้าออกจากตำหนักเดินไปตามทางที่มุ่งไปยังด้านหลัง
ขุนเขาร้าวเวหานั้นกว้างใหญ่ นอกจากสัตว์อสูรพิเศษที่ตำหนักนภาปราณยุทธเลี้ยงเอาไว้ละแวกนี้ก็ไม่มีร่องรอยของสัตว์อสูรอื่นอีก ต้องเข้าไปลึกกว่านี้จึงจะสามารถทำการล่าสังหารได้
เมื่อห่างออกไปจากเขตของตำหนักนภาปราณยุทธสายตาของจั่วเฉินพลันฉายแววเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าแหล่งที่อยู่อาศัยของเหล่าสัตว์อสูรมักจะอันตรายและภารกิจที่เลือกมาก็ไม่ได้อันตรายจากการต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น บางครั้งก็มีอันตรายอื่นที่ยากจะคาดคิดแฝงอยู่ด้วย
จั่วเฉินเคลื่อนที่ไปมาอย่างคล่องแคล่วในส่วนลึกของขุนเขาราวกับิญญาที่เคลื่อนไหวและหายไปอย่างรวดเร็ว
...
ในขณะที่จั่วเฉินออกจากตำหนักไป ไป๋เฮ่อก็ปรากฏตัวขึ้นในที่แห่งหนึ่งภายในตำหนักนภาปราณยุทธโดยที่เบื้องหน้ายังมีศิษย์อีกคนอยู่ด้วย
“ศิษย์พี่ไป๋เฮ่อจั่วเฉินผู้นั้นเข้าไปทำภารกิจล่าสังหารสัตว์อสูรในขุนเขาร้าวเวหาแล้ว”ศิษย์ผู้นั้นเอ่ยด้วยท่าทางนอบน้อม
“หืม” ไป๋เฮ่อได้ยินก็ตาเป็ประกายก่อนจะฉีกยิ้มชั่วร้ายและว่าต่อ
“เป็โอกาสดีนักภายในขุนเขาร้าวเวหามีสัตว์อสูรชุกชุม นับว่าอันตรายมาก ทุกปีมีศิษย์ในสำนักตายเพราะภารกิจไม่รู้เท่าไรเข้าไปคนเดียวเช่นนี้ถือว่ารนหาที่ตายแล้ว ต่อให้เซียวพั่วรื่อจะถูกจั่วเฉินจัดการจนแขนใช้การไม่ได้ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าเ้านั่นจะไร้เทียมทาน เ้าไปตามหลิวหยวนมาให้ข้าที”ไป๋เฮ่อเอ่ย
“ทราบแล้ว” ศิษย์ผู้นั้นรับคำก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน ศิษย์ผมยาวที่อยู่ในอาภรณ์สีเขียวก็ถูกพาตัวมาพบหากจั่วเฉินอยู่ที่นี่จะต้องจำคนผู้นี้ได้แน่ เขาคือคนที่ได้ค่าผลงานไปแปดพันกว่าแต้มในการทดสอบศิษย์ใหม่นับเป็ลำดับที่สิบเก้าในบรรดาศิษย์ใหม่ทั้งหมดและยังได้เลื่อนเป็ศิษย์สายใน เขามีนามว่าหลิวหยวน
“หลิวหยวนสินะ” ไป๋เฮ่อหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้า
“ศิษย์พี่ไป๋เฮ่อตามข้ามามีเื่ใดหรือ” หลิวหยวนมองไป๋เฮ่ออย่างสงบ
แม้ตัวเขาจะเป็ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นานทว่าพลังกลับอยู่ที่ระดับหลอมรวมขั้นห้า และใกล้จะพัฒนาเป็ขั้นหกแล้ว ส่วนไป๋เฮ่อที่อยู่ตรงหน้าแม้จะเติบโตที่ตำหนักนภาปราณยุทธและมีลุงเป็ถึงผู้าุโก็ตาม ทว่าตัวเขากลับเป็แค่คนเสเพลไม่ได้เื่เท่านั้นแม้จะเรียกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่ ทว่าหลิวหยวนกลับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเลยสักนิด
“เ้าคุ้นชินกับสำนักแล้วสินะเช่นนั้นก็น่าจะรู้ว่าค่าผลงานได้มายากขนาดไหนกระมัง” ไป๋เอ๋อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“อืม” หลิวหยวนพยักหน้า
“ข้ามีภารกิจใหญ่มอบให้เ้าทำ ถ้าตกลงข้าจะโอนค่าผลงานให้เ้าห้าพันแต้มตอนนี้เลยหลังจากเสร็จเื่ค่อยให้เพิ่มอีกห้าพัน หากมีค่าผลงานหมื่นแต้มนี้ เ้าจะสามารถแลกเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตหรือไม่ก็เคล็ดวิชาปราณโบราณระดับดินขั้นต่ำได้เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“อะไรนะ”สีหน้าที่สงบนิ่งของหลิวหยวนเปลี่ยนไปทันที
หลิวหยวนที่เริ่มคุ้นชินกับสำนักแห่งนี้แล้วรู้ดีว่าค่าผลงานนั้นได้มาไม่ง่ายหลังจากจบการทดสอบของศิษย์ใหม่ การจะสะสมค่าผลงานให้ได้ครบแปดพันแต้มอย่างที่มีอยู่ตอนนี้จะต้องทำภารกิจระดับสองหลายสิบภารกิจทีเดียว
ตอนนี้ไป๋เฮ่อกำลังเสนอให้เขาทำเื่บางอย่างและยังจะให้ค่าผลงานถึงหนึ่งหมื่นแต้ม เมื่อคำนวณดูแล้ว ค่าผลงานหมื่นแต้มเช่นนี้ ตัวเขาคงจะต้องทำภารกิจเกือบปีกว่าจะได้มา
“ภารกิจอะไร”
สีหน้าของหลิวหยวนกลายเป็ระแวดระวังขึ้นมาทันทีเขาไม่ได้โง่ จึงรู้ดีว่าการที่ไป๋เฮ่อทุ่มทุนเช่นนี้จะต้องเป็เื่อันตรายแน่
“ง่ายมาก ข้าจะให้เ้าช่วยข้าสังหารคนผู้หนึ่งซึ่งเ้าเองก็รู้จักจั่วเฉินที่เข้ามาใหม่พร้อมกับเ้าอย่างไรล่ะ” ไป๋เฮ่อว่าเสียงเหี้ยม
“หากสังหารมันได้ เ้าจะได้หมื่นแต้มนี้ไปอีกทั้งวันหน้า เ้าก็จะกลายเป็สหายของข้าไป๋เฮ่อด้วย เ้าคงรู้ว่าท่านลุงข้าเป็ผู้าุโของที่นี่ขอแค่ข้าพูดเพียงคำเดียวก็สามารถขอให้ทางสำนักช่วยปลูกฝังเ้าได้แล้ว”
“สังหารจั่วเฉินหรือ”หลิวหยวนผ่อนลมหายใจออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว “ขอโทษด้วย ข้าไม่สามารถทำเื่นี้ได้”
เหล่าศิษย์สามารถมีเื่ทะเลาะเบาะแว้งในสำนักได้ทว่าต้องไปสะสางกันที่หอประลอง หากเป็ศัตรูคู่แค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันแล้ว ก็เพียงลงชื่อในสัญญาความเป็ตายที่หอประลองไว้เช่นนั้นก็จะสามารถดวลกันได้
ทว่าการเข่นฆ่ากันโดยไร้สาเหตุเป็เื่ที่ทางสำนักไม่อนุญาตให้เกิดขึ้นเมื่อใดที่ละเมิดกฎ บทลงโทษที่ตามมาก็ไม่มีใครทนรับไหว หลิวหยวนเองก็รับผลที่จะตามมาไม่ไหวเช่นกันต่อให้จะได้ค่าตอบแทนมากมายก็ตาม
“กฎของสำนักมีไว้เฉพาะคนเท่านั้นแหละข้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงอะไร” ไป๋เฮ่อเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น
“ข้าสามารถบอกเ้าได้ว่า่การทดสอบศิษย์ใหม่ข้าสั่งให้เซียวพั่วรื่อไปสังหารจั่วเฉิน ทว่าเขาทำล้มเหลวเื่นี้ทางสำนักเองก็รู้ ทว่าเซียวพั่วรื่อก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือมีลุงข้าที่เป็ผู้าุโแบกรับไว้ทั้งคน การที่ศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งตายไปจะนับเป็อะไรได้”
“อะไรนะ เซียวพั่วรื่อหรือ!”
ม่านตาของหลิวหยวนหดเล็กลง แม้ว่าในบรรดาศิษย์ใหม่นับพันคน หลิวหยวนจะจำไม่ได้ทุกคนทว่าเซียวพั่วรื่อที่มีร่างพิเศษหลิวหยวนย่อมให้ความสนใจ
ั้แ่ออกจากการทดสอบมาดูเหมือนอีกฝ่ายจะเสียแขนไปข้างหนึ่ง ได้ยินว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังพักรักษาตัวอยู่ เดิมทีหลิวหยวนคิดว่าเซียวพั่วรื่อาเ็สาหัสจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรเสียอีกคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะาเ็เพราะจั่วเฉิน
“จั่วเฉินผู้นั้นแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ”หลิวหยวนอดคิดตามไม่ได้
“รากฐานร่างกายของจั่วเฉินไม่ธรรมดามันแข็งแกร่งทัดเทียมร่างเซียนระดับต่ำได้อยู่ เพราะเซียวพั่วรื่อชะล่าใจจึงพ่ายแพ้แต่ไม่น่าจะทำให้เ้าหลิวหยวนกลัวกระมัง” ไป๋เฮ่อจ้องตาหลิวหยวน หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยต่อ “เป็อย่างไร คิดดีแล้วหรือยัง”
หลิวหยวนยังไม่ทันตอบ ไป๋เฮ่อก็เอ่ยต่อ
“ข้าบอกตรงๆ แล้วกัน ท่านลุงของข้าเป็หนึ่งในผู้ดูแลหอสมบัติหากเ้าทำเื่นี้สำเร็จ วันหน้าหากเ้า้าแลกสมบัติ ข้าจะช่วยบอกให้ท่านลุงเก็บราคาเ้าเพียงเก้าส่วนแล้วกันหรือจะแปดส่วนก็ยังได้”
ได้ยินดังนั้นหลิวหยวนก็มองหน้าไป๋เฮ่อและถามย้ำ “จริงหรือ”
“ข้าจำเป็ต้องโกหกเ้าด้วยหรือ”ไป๋เฮ่อยิ้มด้วยความภูมิใจ “เอาแผ่นป้ายแสดงสถานะของเ้าออกมาสิข้าจะโอนค่าผลงานห้าพันแต้มให้เ้าตอนนี้เลย”
“ได้ เื่นี้ข้าจะทำให้”หลิวหยวนผ่อนลมหายใจยาว น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็พลอยมั่นใจขึ้นมา
...
ที่ส่วนลึกของขุนเขาร้าวเวหา ร่างของจั่วเฉินซ่อนตัวอย่างมิดชิดอยู่ในพงป่ากำลังเฝ้ามองทุกอย่างอย่างเงียบเชียบและสงบนิ่ง
เบื้องหน้ามีสัตว์อสูรมารทมิฬตัวหนึ่งกำลังก้มหน้ากินซากสัตว์อสูรใต้เท้าอยู่ดูเหมือนมันจะไม่ได้สนใจรอบข้างเท่าไร
จั่วเฉินโชคดีไม่เลว หลังจากรู้ตำแหน่งที่เหล่าสัตว์อสูรมารทมิฬอาศัยอยู่ก็ตรงมาทันทีคิดไม่ถึงว่ามาถึงแล้วจะเจอตัวหนึ่งเลย ที่น่ายินดีกว่านั้นก็คือมันกำลังออกล่าอยู่เพียงลำพังหากเกิดการต่อสู้กันขึ้นก็ไม่น่าเป็ห่วงเท่าไร
ในบรรดาสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสอง หากไม่นับสัตว์อสูรสายเืจักรพรรดิสัตว์อสูรมารทมิฬก็แทบจะเรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุด แม้จะเป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสองเหมือนกันทว่าสัตว์อสูรมารทมิฬนี้กลับแข็งแกร่งกว่าวัวมารอินทนิลที่จั่วเฉินสังหารในการทดสอบศิษย์ใหม่ไม่รู้ตั้งเท่าไรแม้จะมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้ ทว่าจั่วเฉินยังคงเฝ้ารอโอกาสที่ดีที่สุด
จั่วเฉินซ่อนตัวอยู่เกือบสองชั่วยาม แม้จะผ่านไปนานทว่าเขาก็ยังไม่เผยกลิ่นอายของพลังออกไปเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปที่สัตว์อสูรมารทมิฬที่กำลังกินเหยื่ออยู่
ฉับพลัน สายตาของจั่วเฉินพลันเปล่งประกายในที่สุดสัตว์อสูรมารทมิฬก็กินอาหารเสร็จ ซึ่ง่นี้จะเป็่ที่มันระวังตัวน้อยที่สุด
ตู้ม!
เขาะเิลมปราณอันแข็งแกร่งขุมหนึ่งออกมาพร้อมกับเริ่มลงมือโจมตีจั่วเฉินชกหมัดออกไปเบื้องหน้า ลมปราณรายล้อมอยู่ที่แขนขวาในขณะเดียวกันก็มีพลังปราณแผ่ออกมาจนเกิดเป็วังวนขึ้น
ชั่วขณะที่จั่วเฉินลงมือสัตว์อสูรมารทมิฬพลันรู้สึกถึงความผิดปกติทันที ทว่าน่าเสียดายที่หลบไม่ทันเสียแล้วมันถูกจั่วเฉินชกเข้าที่กลางกะโหลกอย่างรุนแรง
“โฮก!”
สัตว์อสูรมารทมิฬแหงนหน้าแผดเสียงคำรามลั่นจนเกิดเป็คลื่นสั่นะเืดวงตาทั้งสองที่กลมโตราวกับลูกกระพรวนสาดลำแสงโเี้ออกมาสายหนึ่ง ก่อนที่ลำตัวใหญ่โตซึ่งสูงกว่าห้าเมตรจะพุ่งเข้ามา
หลบเร็ว!
จั่วเฉินเบี่ยงตัวหลบทันที ร่างกายของสัตว์อสูรมารทมิฬไม่ถือว่าแข็งแกร่งนักทว่าก็ไม่นับว่าธรรมดา พลังของมันยังไม่ใช่สิ่งที่จั่วเฉินในตอนนี้สามารถต้านทานได้เขาจึงไม่สามารถรับมือตรงๆ
หลังจากเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วจั่วเฉินก็จ้องมองสัตว์อสูรมารทมิฬอย่างเอาเื่ก่อนจะพบว่าที่หว่างคิ้วของมันมีเืสีดำไหลริน ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกพึงพอใจไม่น้อยอุตส่าห์หลบซ่อนตัวอยู่ตั้งนาน ผลที่ได้ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว