เสียงฝีเท้าของทหารม้าดังกึกก้องอยู่ที่ปากทางเข้าสุสานชั้นที่ 1 เหนือพื้นดินขึ้นไป กลิ่นอายของพลังเวทมนตร์บริสุทธิ์ธาตุแสงแผ่ซ่านลงมาตามช่องระบายอากาศ ทำให้อันเดดชั้นต่ำในชั้นแรกต่างพากันหมอบสั่นด้วยความกลัว แต่มันกลับทำให้อาเธลสตันที่นั่งอยู่ลึกลงไปในชั้นที่ 2 แสยะยิ้มอย่างพึงใจ
"มากันแล้วสินะ... อาหารมื้อใหญ่ที่ข้าเฝ้ารอ"
อาเธลสตันหลับตาลง เชื่อมต่อประสาทััผ่าน อักขระนิรันดร์ ของซีโร่ที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดบริเวณทางเข้า ภาพที่ปรากฏในมโนจิตคือกลุ่มทหารองครักษ์เกราะเงิน 50 นายที่จัดแถวอย่างเป็ระเบียบ และที่ใจกลางขบวนมีชายชราในชุดคลุมสีขาวขลิบทองสามคน พวกเขาถือคทาเวทมนตร์ที่ประดับด้วยอัญมณีมานาเลอค่า
[วิเคราะห์เป้าหมายโดยระบบ]
กลุ่มนักเวทสภาขุนนาง: 3 ราย (ระดับพลัง ขั้น 3-3 ถึง 3-5)
หน่วยองครักษ์เหล็กกล้า: 50 นาย (ระดับพลัง ขั้น 2-1 ถึง 2-3)
ผู้นำทีม: มาสเตอร์อาร์คิบัลด์ (ธาตุแสง/ดิน - ขั้น 3-5)
"นักเวทระดับขั้น 3-5 หนึ่งคน และขั้น 3 ต้นๆ อีกสองคน... พวกมันประเมินสุสานนี้ไว้สูงพอสมควร" เซบาสเตียนเอ่ยขึ้นพลางปรับแต่ง [เสาอาคมกำบังิญญา] เพื่อล่อหลอกศัตรู
"สูงพอที่จะส่งพวกมันลงนรก" อาเธลสตันลุกขึ้นยืน พลังในร่างพุ่งพล่าน "ไอเซ็นฮาร์ท เ้าคุมกองพลิญญาซุ่มโจมตีในทุ่งแห่งความคร่ำครวญ กาเวน... เ้าไปกับข้า เราจะเปิดศึกที่ทางเชื่อมระหว่างชั้นที่ 1 และ 2"
กับดักแห่งความมืด
มาสเตอร์อาร์คิบัลด์ก้าวเท้าลงสู่ชั้นที่ 1 ด้วยความมั่นใจ เขาชูคทาขึ้นสร้างดวงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างจ้าเพื่อขับไล่ความมืด "พวกเราได้รับแจ้งว่าการติดต่อกับรังเงาขาดหายไป และตรวจพบคลื่นพลังงานผิดปกติ มีความเป็ไปได้ว่าพวกิญญานักรบจะเกิดการจลาจล"
"แต่มาสเตอร์ครับ... กลิ่นอายที่นี่มันเปลี่ยนไป" นักเวทอีกคนเอ่ย "มันดู... เงียบเกินไป แม้แต่หนูสักตัวยังไม่มี"
พวกเขาก้าวลึกเข้ามาจนถึงเขตสุสานนักรบที่อาเธลสตันเคยสังหารโครงกระดูกไปมากมาย ทันใดนั้น หมอกสีดำหนาทึบก็เริ่มปกคลุมพื้นที่ แสงศักดิ์สิทธิ์จากคทาของอาร์คิบัลด์เริ่มสั่นไหวและหม่นแสงลง
"นั่นใคร!" อาร์คิบัลด์ตวาด พร้อมกางม่านพลังป้องกันธาตุดินขึ้นทันที
"ยินดีต้อนรับสู่ที่พำนักสุดท้ายของพวกเ้า..." เสียงแหบพร่าดังก้องมาจากทุกทิศทาง
พริบตานั้น หน่วยจู่โจมเงา ทั้ง 10 ตนที่ซุ่มอยู่ใต้เงาของเหล่าทหารองครักษ์ก็ลงมือ! พวกเขาไม่ได้พุ่งเข้าหาตรงๆ แต่ใช้มีดพิษปาดเข้าที่ข้อต่อชุดเกราะของทหารในแถวหลังอย่างรวดเร็วและไร้เสียง
"อั๊ก! ศัตรูโจมตีจากในเงา!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ทหารองครักษ์พยายามกวัดแกว่งดาบใส่เงาที่ว่องไวกว่าสายตา แต่อาเธลสตันไม่ปล่อยให้พวกมันตั้งตัวได้ เขาพุ่งตัวออกมาจากเพดานถ้ำ ดาบเขี้ยวอสูรกลืนิญญาะเิพลัง [โดมแห่งความมืด] ครอบคลุมเหล่านักเวทและทหารทั้งหมดไว้ในกรงขังสีดำ
"ตายซะ! [ะเิศพ: เพลิงิญญา]!"
อาเธลสตันสั่งะเิซากหนูและโครงกระดูกที่เขาแอบฝังไว้ใต้พื้นดินก่อนหน้านี้ เปลวไฟสีม่วงพุ่งขึ้นมาดุจน้ำพุกลางวงล้อมของทหารองครักษ์ เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วชั้นใต้ดิน
การดวลระหว่างแสงและความมืด
"เ้าปีศาจ!" อาร์คิบัลด์คำราม เขาใช้คทากระแทกพื้นสร้าง [กำแพงหินศักดิ์สิทธิ์] ป้องกันเปลวไฟและแรงะเิไว้ได้ แต่ทหารของเขาตายไปแล้วเกือบครึ่ง
อาร์คิบัลด์จ้องมองอาเธลสตัน "อันเดดระดับอัศวินิญญา? เป็ไปไม่ได้! สุสานชั้นที่ 1 ไม่ควรจะมีมอนสเตอร์ระดับนี้!"
"ข้าไม่ใช่แค่การกลายพันธุ์ อาร์คิบัลด์... ข้าคือผลกรรมของพวกเ้า!" อาเธลสตันพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงสุด
ดาบเขี้ยวอสูรปะทะกับม่านพลังแสงศักดิ์สิทธิ์จนเกิดเสียงะเิกัมปนาท แสงสีขาวและสีดำหักล้างกันอย่างรุนแรง พลังของอาเธลสตันใน ขั้น 3-1 นั้นยังด้อยกว่าอาร์คิบัลด์ที่เป็ ขั้น 3-5 แต่สิ่งที่เขามีคือ ความอึดของอันเดด และ พลังเขมือบ
"กลืนกินมันซะ!"
อาเธลสตันไม่สนใจดาบที่แทงเข้ามา เขาปล่อยให้เวทมนตร์หอกแสงของนักเวทอีกสองคนปักทะลุไหล่และสีข้างของเขา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ใช้มือซ้ายคว้าหน้าของอาร์คิบัลด์ไว้ได้!
"แก... แกไม่เจ็บงั้นหรือ!" อาร์คิบัลด์ตาเหลือกด้วยความสยอง เมื่อเห็นาแของอาเธลสตันไม่มีเื และมันกำลังสมานตัวด้วยความเร็วสูง
[เนตรกลืนิญญา: เขมือบขั้นสูงสุด!]
กระแสพลังเวทมนตร์ธาตุแสงถูกดูดออกจากร่างของอาร์คิบัลด์อย่างบ้าคลั่ง มันเหมือนกับการเอาน้ำเย็นไปราดลงบนเหล็กที่ร้อนจัด ร่างกายของอาเธลสตันเกิดควันสีขาวพวยพุ่งออกมาเนื่องจากธาตุที่ขัดกัน แต่ระบบก็ทำงานอย่างหนักเพื่อย่อยสลายมัน
"มาสเตอร์! ข้าจะช่วยท่าน!" นักเวทอีกสองคนเตรียมร่ายมหาเวทเพื่อสังหารอาเธลสตัน
ทว่า... เงาร่างั์สีเงินก็พุ่งออกมาจากเงามืด จอมพลไอเซ็นฮาร์ท ปรากฏกายขึ้น ดาบั์ของเขาฟาดเพียงครั้งเดียวก็ตัดร่างของนักเวททั้งสองขาดครึ่งพร้อมกับแช่แข็งิญญาของพวกมันไว้ในน้ำแข็งนิรันดร์
"แขกของนายท่าน... คือเหยื่อของข้า" ไอเซ็นฮาร์ทเอ่ยด้วยเสียงเ็า
ก้าวสู่จุดสูงสุดของขั้น 3
อาร์คิบัลด์สิ้นใจลงในสภาพที่ซูบผอมราวกับมัมมี่ พลังทั้งหมดของนักเวทระดับขั้น 3-5 ถูกถ่ายโอนมายังอาเธลสตัน ร่างกายของขุนนางหนูสั่นสะท้าน กระดูกทุกชิ้นในร่างเปล่งแสงสีทองปนดำ
[ได้รับแต้มิญญามหาศาล: +5,000]
[วิวัฒนาการร่าง: ขุนนางหนูระดับจอมขุนพล]
[เลื่อนระดับสู่: ขั้น 3-5 (Max ของระดับอัศวินิญญา)]
[ปลดล็อกทักษะ: สรรค์สร้างพื้นที่ (Domain Expansion - สุสานนิรันดร์)]
อาเธลสตันยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพของทหารองครักษ์ 50 นายและนักเวทชั้นนำ บัดนี้ร่างกายของเขาดูสูงใหญ่และสง่างามกว่าเดิมมาก ผิวของเขาเป็สีเงินหม่นที่มีลวดลายอักขระสีดำสลักไว้ทั่วชุดเกราะที่งอกออกมาจากิั
"ซีโร่" เขาเรียกผ่านจิต
"ครับนายท่าน" หัวหน้านักฆ่าเนตรนิรันดร์ปรากฏตัวขึ้น
"จงจัดการศพพวกนี้... เปลี่ยนทหาร 50 นายให้กลายเป็ 'อัศวินเงาจำแลง' และส่งพวกมันขึ้นไปสมทบกับหน่วยของเ้าเบื้องบน ส่วนนักเวท 3 คนนี้... ข้าจะส่งร่างของพวกมันกลับไปยังสภาขุนนาง"
"ส่งกลับไปหรือครับ?" เซบาสเตียนถามอย่างสงสัย
อาเธลสตันแสยะยิ้ม "ใช่... ส่งกลับไปในฐานะ 'ะเิเวลา' เมื่อพวกมันพยายามจะทำพิธีชุบชีวิตหรือตรวจสอบศพ... ข้าจะให้พวกมันได้เห็นของขวัญจากเรเวนวูด"
เขามองลงไปที่ทางลงสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งบัดนี้ไอเย็นเริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาถึงชั้นที่ 1
"ระดับพลังของข้าถึงทางตันของขั้น 3 แล้ว... การจะไปสู่ ขั้น 4 ข้า้าหัวใจของอสุรกายโบราณในชั้นที่ 3"
อาเธลสตันปักดาบเขี้ยวอสูรลงบนพื้น สั่งการให้ดวงิญญาทั้งหมดในชั้นที่ 1 และ 2 หมอบกราบ
"ไอเซ็นฮาร์ท กาเวน ซีโร่... องค์กรเนตรนิรันดร์จงเตรียมพร้อม ศึกถัดไปของเราไม่ใช่การล่าถอยหรือซุ่มโจมตี แต่คือการทำายึดครองนรกเยือกแข็ง!"
ด้วยกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้นและการแฝงตัวขึ้นสู่โลกเบื้องบนที่สมบูรณ์แบบ แผนการล้างแค้นของอาเธลสตันได้ก้าวเข้าสู่เฟสที่สอง... เฟสแห่งการทำลายล้างจากภายในและภายนอกพร้อมกัน!
[บทสรุปบทที่ 1: ตอนที่ 10]
ระดับพลัง: ขั้น 3-5 (Peak of Knight Soul)
แต้มิญญา: 3,600 (หลังหักลบการสร้างหุ่นเชิดใหม่)
กองทัพเบื้องบน: องค์กร 'เนตรนิรันดร์' (5 หัวหน้า + 50 อัศวินเงาจำแลง)
สถานะสุสาน: ชั้น 1 และ 2 ถูกยึดครองอย่างสมบูรณ์