บรรพจเขาา
สายลมพัดโชยอ่อนๆ พัดพากลิ่นคาวเืคละคลุ้ง ความเงียบเข้าปกคลุมไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา สองร่างยืนเผชิญหน้ากันบนผาสูง
ที่บัดนี้ถูกชะโลมด้วยเื ศพมากมายกองสุมไร้ที่กลมฝัง เบื่องหลังผาโลหิตคือทะเลเพลิง บุรุษโฉมงามภายใต้อาภรณ์สีขาวทอดสายตา
มองไปเบื่องล่างผา เปลวเพลิงจากห้วงอเวจีโหมกระหน่ำ ราวกับจะพ่วยพุ่งขึ้นมาเอาร่างของเขาลงไป
"งดงามมากใช่หรือไม่ ... แต่งามอย่างไรก็คงมิสู้วันนั้น
ชายชุดขาวกล่าวถาม แต่ไม่มีเสียงใดเอื่อนเอ่ยออกจากปากของบุรุษอีกคน เขาค่อยๆเดินมายังริมผาด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงเล็กน้อย และนั่ง
ลงโดยไม่สนว่าเปลวไฟเบื่องล่างจะร้อนมากเพียงใดหยาดเืที่พื้นค่อยๆซึมเข้าไปในเนื้อผ้าขาว ก่อนที่บุรุษอีกคนจะเดินมานั่งข้างๆ
"งดงามมาก..."
ชายชุดแดงตอบสายตาของทั้งสองทอดมองไปไกลราวกับกำลัง...ลำลึกอดีต
สามร้อยปีก่อน
"อาหลี ทำไมเ้าเขียนผิดอีกแล้ว"
เสียงของเด็กน้อยชุดขาวดังขึ้นพลางชะโงกหน้าดูกระดาษที่อยู่ในมือของเด็กน้อยอีกคน
"เ้าอย่าไปบอกใครนะว่าข้าเป็คนสอนเ้าคัดพู่กันหนะ"
เขาบ่นพลางหยิบกระดาษแผ่นใหม่ออกมาวางเด็กชายที่ชื่อ 'อาหลี' หรือ 'ฉู่อินหลี' เพื่อนรักคนเดี่ยวของเขา
"ลองใหม่สิ"
อินหลีไม่พูดอะไรแต่หยิบผู้กันมาชุบน้ำหมึกและเริ่มคัด 'บทกวีบุปผาวสันต์' อีกครั้งอย่างตั้งใจโดยไม่เอ่ยปากบ่นแม้ว่าจะเป็การคัดใหม่
รอบที่สี่แล้วก็ตาม
ใต้ร่มท้อพันปี
ภาพของเด็กชายชุดดำที่บรรจงเขียนหนังสือกับเด็กน้อยอาภรณ์ขาวที่นั่งบนโต๊ะคอยฝนหมึกให้ พาให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเผลอยิ้ม
ออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้าุโฉู่และเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็เด็กในสำนัก พวกเขาไม่เคยเห็นฉู่เจียวเจวี๋ยมีเพื่อนที่สนิทกันขนาด
นี้มาก่อน อันที่จริงเจียวเจวี๋ยไม่เคยมีเพื่อนเคย แต่พวกเขาก็ดีใจที่ต่อไปนี้องค์ชายน้อยของพวกเขาจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว
ฉู่เจียวเจวี๋ย หรือเซียวเจวี๋ยองค์ชายรองของยอดเขาจันทรกาล ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนนี้ปกครองด้วยระบบศักตินา
ผู้แข็งแกร่งใด้รับการยกย่อง พ่อของเขาเป็ผู้บำเพ็นเซียนขั้นสูง เซียวเจวี๋ยจึงได้ศักตินาองค์ชายตั่งแต่ยังไม่ได้เริ่มบำเพ็ญเซียน
ส่วน ฉู่อินหลี เด็กชายอีกคนที่อยู่ข้างกายเซียวเจวี๋ยตลอด เสมือนเงาตามตัวนั้น ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเขา รู้อีกทีเขาก็มาติดตาม
เซียวเจวี๋ยแล้ว เอกลักษณ์ประจำตัวของเขาคือ อาภรณ์สีขาวเหมือนท้องฟ้ายามรัติกาล และดวงตาสีอำพันที่ทอดมองเฉพาะ
เซียวเจวี๋ยเท่านั้น
"ใช้ได้รึยัง"
"ดีกว่าเมื่อกี้ พัฒณาเร็วดีนิอาหลี"
เซียวเจวี๋ยบอกสายตากวาดมองตัวหนังสือตรงหน้าอีกคร้ง แล้วยิ้มออกมา ตัวหนังสือยึกยือที่อ่านแทบไม่รู้เื่เรียงกันอยู่บน
แผ่นกระดาษ อาหลีเป็คนที่มีพร์ ไม่ว่าเื่อะไรที่เขาสอนอาหลีก็จะเข้าใจและทำมันออกมาได้ไม่อยากนัก ก็คงยกเว้นแต่เื่
การคัดพู่กันนี่เ้หละที่อาหลีทำออกมาได้แย่สุดๆ นอกจากเขาแล้วก็คงไม่มีใครอ่านออก
"มาข้าจะคัดให้เ้าดูอีกรอบ..."