ฉินเฉามองแขนของเขาอย่างประหลาดใจ มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ตอนนี้มันดูราวกับกรงเล็บของสัตว์ร้าย ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่กี่นาทีก่อนเขาใช้แขนข้างนี้ลดความเร็วของรถสปอร์ต! ยิ่งกว่านั้นกันชนของรถยังถูกทุบด้วยแขนของเขาจนแตก
“ฟิ้ววววววว….” แม้จะวิ่งมาหลายบล็อก แต่ตัวของฉินเฉาก็ไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด ดูเหมือนเด็กสาวจะมีอาการเหนื่อยหอบอย่างมาก เธองอตัวหายใจถี่รัวอย่างหนัก
“นะ ในที่สุดก็หนีพ้นแล้ว” เธอดีใจพร้อมกับตบหน้าอกตัวเองเบา ๆ ฉินเฉาสังเกตเธอ ด้วยประสบการณ์ในการสังเกตไซส์หน้าอกของสาว ๆ มานานกว่า 1 ปีเต็ม เขาสามารถระบุขนาดของสาวน้อยคนนี้ได้อย่างแม่นยำ ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปจะต้องเป็ขนาด B+ อย่างแน่นอนที่สุด
“ทำไมต้องหนีด้วย? ไอ้หมอนั่นมันเป็คนที่ขับรถพุ่งเข้าหาเธอนะ แถมมันยังมาต่อยหน้าผมก่อนอีก สิ่งที่มันทำ หาดีไม่ได้เลยไม่ใช่หรือไง!?” ฉินเฉาพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ยังไงเขาก็ถูก เพราะพ่อของเขาคือหลี่ฝูหมิน!” เด็กสาวจ้องเขาเขม็ง ดูเหมือนเธอจะจำได้ว่าเขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ ความรู้สึกขอบคุณก็ปรากฏบนหน้าของเธอทันที
“หลี่ฝูหมินคือใคร? ประธานาธิบดีสหรัฐหรือไง?”
“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละค่ะ เขามีอำนาจมาก…เขาเป็อธิบดีของสถานีตำรวจเมืองนี้…” เด็กสาวกลอกตาของเธอ เขาช่างไม่สนใจความเป็ไปของโลกจริง ๆ “แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณมากค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงตายไปแล้ว!” ระหว่างนี้สาวน้อยมองดูเขาดูเหมือนจะจำบางสิ่งได้ ทันใดนั้นสีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปแล้วมองฉินเฉาด้วยความสนใจ
“ฉันคิดว่า เห็นคุณถูกชนเข้าที่แขนนะ าเ็ตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
“อย่าสนใจไปเลย ไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนบนิั” ฉินเฉาถกแขนเสื้อ เพื่อเปิดให้ดูว่าแขนของเขาไม่มีริ้วรอยฟกช้ำใด ๆ เกิดขึ้น แม้ว่าจะถูกรถสปอร์ตชนเข้าอย่างจังก็ตาม
“หูววววว มหัศจรรย์เป็บ้า!” ดวงตาของสาวน้อยเบิกกว้าง มือที่อ่อนนุ่มทั้งสองเขย่าแขนซ้าย และ ขวาของฉินเฉาด้วยความเหลือเชื่อ “แขนของคุณต้องทำมาจากเหล็กชัวร์ป๊าบแน่ ๆ!”
“อะแฮ่ม ๆ …” การที่มีสาวสวยมาจับแขนของตนเองอย่างนี้ทำให้ฉินเฉารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เขารีบดึงแขนของเขากลับด้วยความเขินอาย
“โอ้ะ! ขอโทษค่ะ….” เด็กสาวเขินอายในพฤติกรรมรุ่มร่ามของตนเอง เลยทำให้เธอไม่รู้ว่าควรจะวางมือไว้ที่ไหนดี เหลือบมองไปที่สหายเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง พอเธอเห็นผ้าก๊อซขนาดใหญ่ที่พันรอบหัวของเขา เธอก็อดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เสื้อผ้าตอนนี้ของคุณดูเท่ดีนะคะ หลุด ๆ รุ่ย ๆ แบบนี้จะไปงานคอสเพลย์เหรอคะ?” สาวน้อยหัวเราะแบบงอหายน้ำตาไหล เสียงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องกุมท้องปาดเช็ดน้ำตาที่ทะลักออกบริเวณหางตา
ฉินเฉารู้สึกกระดากอายเล็กน้อย แอบคิดว่า ‘มีอะไรน่าหัวเราะนักรึไง?’
“ฮ่า ๆ ๆ ขะ ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ แต่อดไม่ได้จริง ๆ” สาวน้อยรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทเกินไป เธอพยายามมองไปทางอื่น พยายามให้ตัวเองเลิกหัวเราะ เธอลูบท้องแล้วถามว่า “ฉันชื่อ หู่หลี่ลี่ คุณชื่ออะไรคะ?”
“ยินดีที่ได้รู้จักจิ้งจอกสาว ฉันชื่อว่า ฉินเฉา”
“ห๊า∼ จิ้งจอก! คุณนั่นแหละจิ้งจอก!” หู่หลี่ลี่กระทืบเท้ากลอกตาไปมา “คุณนี่น้า มันจริง ๆ เลย”
“หืม จริงอะ? แน่ใจนะว่าเธอไม่มีหาง?”
“มันไม่ถูกต้องเลยนะ มาล้อเลียนชื่อของคนอื่นแบบนี้”
“งั้นเหรอ? ฉันเองยังถูกเรียกว่า ฉินโซ่ว มาตั้งนานยังไม่เห็นเป็ไรเลย”
“ฉินโซ่ว… จริงดิ๊” หู่หลี่ลี่หัวเราะดังลั่นเอามือกุมท้องแบบงอหาย เมื่อได้ยินชื่อเก่าของเขา ถึงขนาดต้องนั่งลงบนพื้นเพราะไม่มีแรงจะยืน
เห็นแบบนี้ฉินเฉาก็ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เวลาหู่หลี่ลี่หัวเราะ จะต้องหัวเราะเป็บ้าเป็บอขนาดนี้ด้วย เมื่อเขามองไปรอบ ๆ ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะตอนนี้มีประตูโรงเรียนเปิดกว้างอยู่ด้านขวาของเขา
“โรงเรียนเศรษฐศาสตร์นานาชาติกวงหยวน!” ฉินเฉาประหลาดใจเมื่อเขาเห็นมัน หลังจากถูกลากไปลากมาโดยหู่หลี่ลี่ เขาก็คาดไม่ถึงว่าอยู่ ๆ จะมาโผล่ที่นี่ได้ โรงเรียนแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก มันใหญ่กว่าวิทยาลัยระดับ 3 ที่เขาเคยเรียนนับร้อยเท่า เขาไม่สามารถเห็นด้านข้างของตึกได้ ที่บริเวณด้านหน้ามีตึกสูง 8 ชั้น โรงเรียนนี้รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมาทำให้ตึกเรียนดูเหมือนกับโบสถ์
ที่ด้านหน้าประตู มีการ์ดสวมเครื่องแบบสีฟ้ายืนอยู่ ฉินเฉาไม่รู้ว่าเขาเป็คนจริง ๆ หรือว่าหุ่นกันแน่
“โหวว นี่คือมหาวิทยาลัยจริง ๆ!” ดวงตาฉินเฉาเบิกกว้าง เขาอดชมเชยความใหญ่โตมโหฬารของมันไม่ได้จริง ๆ เขาช่วยชีวิตซูจี และ พี่สาวของเธอก็เป็ผู้อำนวยการโรงเรียนนี้! ใครจะรู้เธออาจจะให้เขาเป็อาจารย์ที่นี่ก็ได้! เย๊ส!!! ฉินเฉาคิดไปถึงเื่ราวโรแมนติกระหว่างครูมหาวิทยาลัยกับนักเรียน เด็กสาววัยใสน่ารักของโรงเรียนนี้ เขาแทบจะอดเช็ดน้ำลายของตัวเองไม่ได้
“ขอโทษ∼ ฉันเป็ประเภทพวกเส้นตื้นน่ะ อย่าโกรธเลยนะ” ในที่สุดหู่หลี่ลี่ก็ยืนขึ้นได้ เธอกุมท้องที่เ็ปจากการหัวเราะพร้อมกับพูดขณะปาดเช็ดน้ำตาไปด้วย
“หลี่ลี่ นั่นเธอเหรอ!” ในตอนนั้นเองเด็กสาวที่สวมชุดเครื่องแบบสีขาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับตุ๊กตาหมี
ตุ๊กตาหมีตัวนั้นสูงพอ ๆ กับเด็กสาว มันถูไถเบียดเสียดกับหน้าอกของเธอ ในตอนนั้นเองฉินเฉาก็จินตนาการว่าเขาคือตุ๊กตาหมีตัวนั้น
“นี่...เธอหายไปไหนมา? ฉันห่วงแทบแย่รู้ไหม” เด็กสาววิ่งพร้อมหอบหายใจ “ที่ถนนตงเกิดอุบัติเหตุเขาพูดว่ามีคนถูกรถชน ลูกชายของหลี่ฝูหมินอยู่ตรงนั้นกำลังทะเลาะกับพวกมามุงดูเหตุการณ์อย่างบ้าคลั่ง!”
“ฮ่า ๆ ๆ ฟางเหวินเธอไม่รู้อะไร? ฉันเองแหละ ที่ถูกรถชน!” หู่หลี่ลี่บอกไปอย่างไม่อาย ซ้ำร้ายยังดูเหมือนเธอจะภูมิใจกับมันเอามาก ๆ ทำให้ฟางเหวินกับฉินเฉาถึงกับกุมขมับ
“อย่ามาพูดไร้สาระนะ…” ฟางเหวินจ้องเพื่อนของเธอ ก็เริ่มสังเกตเห็นฉินเฉาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ
“ผู้ชายคนนี้ใครกันน่ะ?”
“เขาชื่อฉินเฉา…อืมม…” หู่หลี่ลี่จำอีกชื่อของฉินเฉาได้อีกครั้ง มันทำให้เธออดหัวเราะอีกครั้งไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาของฉินเฉา เธอยิ้มแล้วพูดว่า “เขาช่วยฉันไว้ ถ้าไม่ได้เขานะ ป่านนี้เธอคงไม่ได้เห็นหน้าฉันแล้วล่ะ”
“จริงเหรอ?” ฟางเหวินมองหัวของเขาอย่างอดไม่ได้ เพราะบนศีรษะของเขามีผ้าพันแผลคล้ายมัมมี่ มันโดดเด่นสะดุดตาอย่างที่สุด จากนั้นก็มองไปรอยช้ำที่แขนซ้ายของเขามันทำให้เธอรู้สึกใเป็อย่างมาก เพราะซากความเสียหายที่ทิ้งร่องรอยอยู่บนถนนตง รถสปอร์ตคันหรูของอธิบดีตำรวจพังยับเยิน ซึ่งกำลังมองหาคนชดใช้ค่าเสียหายอยู่ในเวลานี้
คน ๆ นี้คือคนที่ต้องรับผิดชอบ? ฟางเหวินอดสงสัยไม่ได้
ในตอนนี้ชายอ้วนเตี้ยที่สวมเครื่องแบบรปภ. เดินออกมาจากบริเวณโรงเรียนกวงหยวนเขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นทั้งสามยืนอยู่ก็จ้องมองด้วยความสงสัยทันที
“พวกคุณสามคน มายืนเกะกะขวางทางอะไรที่นี่? นี่เป็ทางเข้าไม่ใช่สนามเด็กเล่น!”
ชายอ้วนแสดงท่าทางหยิ่งยโส ทำให้ฉินเฉาชักเริ่มไม่พอใจ
“อ๊าาาา คุณหวัง!” สาวน้อยทั้งสองรีบก้มหัวลงแล้วพูดอย่างหวาดกลัวว่า “พวกเราเป็นักเรียนของที่นี่”
“นักเรียน? บัตรนักเรียนของพวกเธออยู่ไหน?”
ทั้งคู่ดึงบัตรนักเรียน ออกมาจากกระเป๋าตังค์ของตัวเองออกมา อ้วนหวังแกล้งทำเป็ตรวจดูบัตรนักเรียน แต่ที่จริงมันแอบมองหน้าอกของพวกเธอ แล้วพูดอย่างพอใจขึ้นว่า “เอาล่ะ...พวกเธอเป็นักเรียนโรงเรียนนี้จริง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามายืนคุยกันอยู่หน้าประตู รีบ ๆ เข้าไปได้แล้ว!”
ฉินเฉาสาปแช่งไอ้อ้วนเบาหวานคนนี้ในใจ ‘ไอ้อ้วนหื่นเอ้ยยย! แอบมองหน่มน้มสองสาวนี้สินะ?’
“ค่ะ ค่ะ…” พวกเธอรีบก้มหน้างุด สองสาวรีบร่ำลาฉินเฉาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปในโรงเรียน
“นายเป็ใคร? ถ้าไม่ใช่นักเรียนของที่นี่ก็รีบ ๆ ไสหัวไป” เสียงของเ้าอ้วนหวัง เมื่อเทียบกับตอนพูดคุยกับสองสาวนั้นช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อมาพูดกับเขา
“คุณหวัง สวัสดี คือผมถูกเสนอให้มาทำงานที่นี่” ฉินเฉารีบยิ้มทันที เขาคิดว่าพวกเขาจะกลายมาเป็เพื่อนร่วมงานในอนาคต ต้องพบกันบ่อยๆ อย่างน้อยต้องสร้างความสัมพันธ์ดีๆ
“ถูกเสนองาน? นายเนี่ยนะ?” อ้วนหวังชำเลืองตามอง พร้อมกดเสียงต่ำพูดว่า “สารรูปอย่างนี้เนี่ยนะ นายคิดว่าจะได้งานที่นี้? รีบ ๆ ออกไป คนที่ไม่มีเอกสารแสดงตัวไม่สามารถเข้าไปได้”
“ฉันถูกเรียกตัวโดยผู้อำนวยการซู ฉันชื่อฉินเฉา ฉันถูกเชิญให้มาพบที่นี่ตอนบ่าย!” ฉินเฉาพูดอย่างกังวล เขายังต้องจ่ายค่าเช่า ไม่้าจากไป
“ฮ่า ๆ ๆ คนอย่างนายเนี่ยนะ ถูกเชิญให้มาทำงานที่นี่!” อ้วนหวังเอากระบองไฟฟ้าออกมาพร้อมกับแกว่งไปแกว่งมาอย่างข่มขู่ “รีบไปได้แล้ว ถ้านายไม่ไป ฉันจะอัดนาย! ไม่เห็นหรือไงว่าฉันเป็มืออาชีพ? รีบไปได้แล้วโรงเรียนของเราเป็โรงเรียนชั้นนำ พวกเราไม่ต้อนรับคนว่างงานอย่างนาย”
“เวรเอ้ย!” ‘บังอาจดูถูกตรูเหรอไอ้อ้วนขาเบียด? อย่าให้ตรูมีน้ำโหนะโว้ย เดี๋ยวได้รู้ว่าไผเป็ไผ?’ ฉินเฉาชักเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ “ไอ้อ้วน แกกล้าด่าฉันเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ด่าแกโว้ย แต่ฉันจะอัดแก!” อ้วนหวังมองฉินเฉาอย่างไม่เห็นหัว พร้อมกับฟาดกระบองไฟฟ้าใส่เข้ามาที่หน้าของฉินเฉา
ถ้ามันฟาดถูกเขา บางทีแผลที่หัวของเขาคงเปิด ฉินเฉาก้าวถอยหลัง 1 ก้าว “ไอ้บ้า ลงไม้ลงมือกับคนอื่นแบบนี้ แน่นักหรือไงวะ?”
“ทำไมจะทำไม่ได้? ฉันมีเงิน ให้ฉันฆ่าแกก็ยังได้!” เ้าอ้วนหวังเริ่มกวัดแกว่งกระบองอีกครั้ง
“ฮึ่มมมม!” ฉินเฉาไม่ระงับความโกรธอีก พลังอันเปี่ยมล้นภายในร่างะเิออกทันที เขามองเห็นกระบองของอ้วนหวังที่ฟาดเข้ามาด้วยความเร็ว จิตใต้สำนึกของเขารีบยกมือซ้ายขึ้นจับเอากระบองไฟฟ้าไว้
อ้วนหวังใอย่างมาก มันรู้สึกราวกับว่ากระบองไฟฟ้ากำลังถูกจับด้วยคีมเหล็ก จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ มันจึงตัดสินใจกดปุ่มปล่อยกระแสไฟฟ้าบนกระบองออกมา
กระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่แขนซ้ายของฉินเฉา แต่เขากลับรู้สึกแค่ชานิด ๆ ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร
“ไอ้อ้วน แกกล้าช็อตตรูงั้นเหรอ!?” ฉินเฉาตัดสินใจปล่อยกระบองจากไอ้อ้วนหวัง จากนั้นก็เตะสวนเข้าไปที่พุงของมัน อย่างจัง ร่างของมันม้วนตีลังกากระเด็นไปตามแรงเตะทันที
“อ๊ากกกกกก!” เ้าอ้วนกรีดร้อง ร่างกายอ้วน ๆ ของมันปลิวกระเด็นไปไกลหลายเมตรอัดกระแทกเข้ากับเสาประตูโรงเรียน
เมื่อได้ยินเสียงร้องนี้ รปภ 10 คนก็รีบวิ่งออกมาจากในโรงเรียนหน้าตาตื่น ปิดล้อมฉินเฉาเอาไว้
“ไอ้เด็กเวร!” ท้องของอ้วนหวังยังเ็ป หัวที่ชนกับเสาประตูโรงเรียนปูดนูนบวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาเหยเกด้วยความเ็ป “ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน ไม่รู้หรือไงว่าใครเป็เ้าของที่นี่? บังอาจมาสร้างปัญหาให้ที่นี่?! ไอ้เด็กนรก! อัดมันให้เละเดี๋ยวนี้! ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันรับผิดชอบเอง! ใครที่ไม่ทำตามก็ไสหัวออกไปซะ!”
ก่อนหน้านี้ รปภ.คนอื่น ๆ ยังไม่อยากยุ่งกับการวิวาทส่วนตัว แต่ทันทีที่อ้วนหวังะโแล้วได้ยินคำพูดสุดท้ายของมัน พวกเขาก็พุ่งเข้าหาฉินเฉาอย่างจำใจทันที
ยิ่งโกรธฉินเฉายิ่งสุขุมเยือกเย็น ‘นี่เหรอที่เรียกว่าหัวหน้า รปภ. ช่างไร้จิตสำนึก มันเป็หัวหน้าเวร รปภ.ของโรงเรียนนี้จริง ๆ น่ะเหรอ? นิสัยใจคอไม่ได้ต่างกับพวกนักเลงชั้นต่ำ!’
“ไป!” รปภ.ทั้งหลายพุ่งเข้าจับฉินเฉาพร้อมกับรุมสะกำถวายหมัดประเคนเข้าใส่เขา ทันใดนั้นเอง ย๊ากกก!!! ฉินเฉาส่งเสียงคำราม หลังจากนั้นเขาเพียงแค่ขยับร่างกาย รปภ.ที่ลอยน้ำอยู่รอบตัวก็กระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง
ฉินเฉาพุ่งไปข้างหน้าสองก้าว ยืนอยู่ข้างหน้าอ้วนหวังจ้องมองมันด้วยสายตาอำมหิต หลังจากนั้นก็หัวเราะดังขึ้นในลำคอ
“หึ แกอยากจะฆ่าฉันเหรอ? งั้นฉันจะฆ่าแกก่อน!” จากนั้นเขายืดมือออกไป และยกอ้วนหวังที่หนักมากกว่าร้อยกิโลขึ้น
จบตอน#