“ อะไรคือการมอบพลัง”
หลงหยุนนั้นเขายังไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อนั้แ่เกิดมา มีแค่เื่สัตว์อสูรหากโดนฆ่าจะเอาแก่นอสูรมาช่วยบ่มเพาะให้ข็งแกร่งมอบพลังคืออะไรไม่รู้แต่เขาคิดว่าต้องเป็อะไรที่สุดยอดแน่นอน เพียงดูสายตาสีหน้าของหลานหยูในตอนนี้ นางก็รู้สึกยังต้องใกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าอยู่ยังไม่เอ่ยปากอะไร
“ หือนี้เ้าไม่รู้อย่างนั้นเหรอ ว่ามันคืออะไรกัน”
ตัวของนางนั้นไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดไม่นึกว่าตัวของหลงหยุนจะไม่รู้จักการมอบพลังของสัตว์อสูรได้เช่นไร ทั้งที่เขานั้นน่าจะมีความรู้ไม่น้อยแต่กลับไม่รู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเนี่ยนะทำให้แววตาของนางที่มองเขาในตอนนี้เอือมระอาจริงๆ
“ ไม่รู้ ”
หลงหยุนได้แต่ส่ายศีรษะให้ตัวหลานหยูเพราะว่าตัวของเขานั้นไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ เมื่อตัวของหลายหยูตัวของนางได้เห็นแววตาของหลงหยุนเหมือนกับว่าท่าทางไม่ได้โกหก และดูสงสัยแบบสุดๆนางก็อยากรู้จริงๆว่าหลงหยุนทำไมถึงไม่รู้เื่แค่นี้ แต่ตัวของนางนั้นก็คิดจะทำการเล่าให้ฟังอยู่ดีว่ามันคืออะไรกันเพื่อให้ชายหนุ่มสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“ข้าจะบอกให้ก็แล้วกันการมอบพลังนั้น ก็คือ การที่มอบพลังของตัวเองให้ผู้อื่นมีด้วยกันเฉพาะสัตว์อสูรมันจะช่วยเพิ่มพลังอสูรได้รับพลังของอีกตัวที่ถ่ายทอดให้แต่ว่าแทบจะไม่เคยเห็นเพราะคงไม่มีสัตว์อสูรไหนมอบพลังของตัวเองเพื่อให้สัตว์อสูร แข็งแกร่งขึ้นหรอกเลยมีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็น แต่นี้กลับมีถึง 4ตัวเลยทำให้ใเข้าไปใหญ่เลยทีนี้ ”
หลงหยุนได้ยินคำอธิบายการมอบพลังนั้นคืออะไรมันทำให้รู้แจ้งตระหนักถึงความสุดยอดของเื่นี้ได้แววตาเป็ประกาย เขาก็ได้มองกลับไปที่หลานหยูก่อนจะทำการถามต่อตัวของนางต่อ
“ เ้าคิดว่าสัตว์อสูรทั้ง 4 นั้นมอบพลังให้กับจิ้งจอกอัคคีนั้นคิดว่าจะมีสิทธิชนะงั้นเหรอแล้วอีกอย่างทำไมสัตว์อสูรที่ตายไปแล้วถึงมอบพลังได้ล่ะทั้งที่ตัวของพวกมันนั้นสิ้นชีพแล้วแท้ๆแต่ทำไมถึงสามารถยังถ่ายทอดมอบพลังให้สัตว์อสูรตัวอื่นได้อีกละ”
ตัวของเขาได้ถามคำถามมาเช่นนี้แก่นางจ้องมองกลับไปที่ตัวของเขาด้วยสายตาที่ไม่สนใจอะไรมากนัก กว่าจะได้ทำการเปิดปากกล่าวกับตัวของเขาอีกครา
“ก็เพราะว่าพวกมันน่าจะเตรียมการไว้แล้ว พวกมันนั้นคงได้คิดว่าถ้าพวกมันตายไปพวกมันคงส่งพลังให้กับสัตว์อสูรตัวอื่นเพื่อทำการล้างแค้นให้พวกมันสัตว์อสูรมันสามารถเตรียมการเช่นนี้ได้โดยการขยายเวลาในการเตรียมการสักหน่อยถึงพวกมันจะตายไปพวกมันก็ไม่อยากตายเปล่าเลยยอมสละพลังให้กับสัตว์อสูรตัวอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อให้ต้องล่ะทิ้งศักดิ์ศรีก็ตาม” หลานหยูบอกเื่ให้รู้กระจ่างชัดเจน
หลงหยุนนั้นก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วที่แท้ก็สามารถถ่ายทอดพลังเตรียมการไว้ก่อนได้ด้วยเหรอเนี้ยตัวของเขานั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าถ้าสัตว์อสูรมันนั้นถึงตายไปแล้ว แต่ถ้าเตรียมการไว้ก่อนเช่นนี้ก็จะสามารถแสดงผลได้เหมือนกันก่อนที่ตัวของเขานั้นจะได้มองกลับไปดูการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสอง
“แต่ที่ข้าอยากถามที่สุดเ้าคิดว่าจิ้งจอกอัคคีมีสิทธิชนะไหมตอนนี้นะ” หลงหยุนถามความคิดเห็นท่าทางขึงขังเล็กน้อย
ส่วนหลานหนูก็ไม่อาจรู้ว่าจะมีสิทธิชนะหรือเปล่าเพราะแม้แต่ตัวของนางก็ไม่สามารถจะคาดเดาเหตุการณ์ต่อไปได้หรอก นางนั้นก็เลิกสนใจคำถามของหลงหยุนแล้วก็ได้หันไปหาจิ้งจอกอัคคี ตอนนี้กำลังมีแก่นอสูรของสัตว์อสูรทั้ง 4 กำลังลอยอยู่รอบตัวหลังจากนั้นพลังแก่นพลังอสูรทั้ง 4 ได้ค่อยๆปล่อยพลังเข้าไปในตัวจิ้งจอกอัคคีอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาาแของจิ้งจอกอัคคีค่อยๆสมานตัวในที่สุดไม่เหลือร่องรอยการปลดปล่อยพลังแก่นพลังอสูรของสัตว์อสูรทั้ง 4 นั้นทำให้พื้นที่โดยรอบนั้นถึงกลับได้รับแรงสั่นะเืของพลังในครั้งนี้พื้นดินนั้นได้เกิดการแตกออกมา 10 เมตรป่าไม้ที่อยู่รอบๆนั้นต่างล้มลงเพราะัักำลังพลังครั้งนี้รุนแรงเป็วงกว้าง ทางสิงโตอัคคีพิโรธมันยังคงจ้องมองไปข้างหน้า
จิ้งจอกอัคคีอย่างไม่วางตานั้นเองตัวของมันนั้นก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยสัตว์อสูรที่มันนั้นเป็คนฆ่าทิ้ง เสืออัสนีอินทรีทองคำ กวางเขียวขจีและก็อีกาทมิฬนั้นต่างมอบพลังทั้งหมดของตัวเองให้แก่จิ้งจอกอัคคีโดยที่ตัวของมันนั้นก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันเพราะว่าสัตว์อสูรที่จะมอบพลังให้สัตว์อสูรตัวอื่นนั้นเป็สิ่งที่พวกมันไม่อยากจะทำให้มากที่สุด ถ้าไม่ใช่ผู้มีสายเืเดียวกัน
หลังจากผ่านไปเพียง 10 อึดใจาแที่ได้รับจากสิงโตอัคคีพิโรธก็สมานหายจนหมด จิ้งจอกอัคคีค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมกับจ้องไปที่สิงโตอัคคีพิโรธด้วยความโกรธแค้น ทันใดนั้นมันก็ได้คำรามใส่สิงโตอัคคีพิโรธโดยการคำรามของมันในครั้งนี้นั้นมีพลังเพิ่มขึ้นมากทำให้แรงกระแทกจากการคำรามของมันส่งมุ่งตรงไปหาสิงโตอัคคีพิโรธ
คลื่นเสียงของมันนั้นได้ทำการฉีกผ่านอากาศออกไปเพื่อที่จะทำให้เสียงคำรามของมันส่งตรงไปถึงศัตรู ที่อยู่เบื้องหน้าบัดนี้สิงโตอัคคีพิโรธตัวของมันเมื่อได้โดนแรงกระแทกคำรามของจิ้งจอกอัคคีที่ตอนนี้นั้นมันได้รับพลังจากสัตว์อสูรทั้ง4 ที่เหลือมาเรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้พลังของมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ถึงกลับทำให้ร่างสิงโตอัคคีพิโรธถอยหลังไป2 ก้าว ส่วนทั้ง 2 คนที่ดูอยู่ก็ทำให้พวกหลงหยุนใไม่ใช่น้อย
“ นี่ถึงขนาดสามารถทำให้สัตว์อสูรระดับหลอมรวมถึงกลับถอยหลังได้เลยงั้นหรือเนี้ย”
การที่สิงโตอัคคีนั้นถึงกลับถอยหลังออกไปถึง2 ก้าวนั้นเป็สิ่งที่ทำให้แม้แต่หลานหยูนั้นก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิดว่าจะเป็ความจริงการถ่ายทอดพลังให้มีผลขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ แต่ทันใดนั้นจิ้งจอกอัคคีมันก็ได้มีเพลิงอัคคี ค่อยๆหมุนวนรอบๆตัวของมัน
“ นั้นมันอะไรนะ ” การที่เปลวเพลิงไปหลอมรวมกับพลังของตัวของจิ้งจอกเพลิงนั้นเป็สิ่งที่ทั้ง2 ไม่เคยเห็นมาก่อน หลานหยูได้แต่มองไปก็ได้คิดขึ้นมาได้แล้วทำให้ถึงนั้นมีสีหน้าที่ตึงเครียดเป็อย่างมาก เพราะนางก็เคยได้ยินท่านพี่ของนางกล่าวอยู่เหมือนกันถึงท่าทีเช่นนี้
“อย่าบอกนะว่า”
เสียงใของหลานหยูนั้นทำให้หลงหยุนนั้นมองกลับไปที่ตัวของนางตอนนี้มีสีหน้าใแบบบอกไม่ถูก โดยที่ตัวของหลงหยุนเขาไม่ได้เคยเห็นสีหน้านี้มาก่อนเลยสักนิดเดียว แต่เมื่อได้เห็นนางใเช่นนี้ทำให้ตัวของเขานั้นในตอนนี้สงสัยเป็อย่างมากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่อะไรคือสาเหตุทำให้ตัวของนางนั้นรู้สึกใเช่นนี้ได้
“เ้านี้มันเกิดอะไรขึ้น ”
ตัวของหลงหยุนได้ถามออกไปด้วยความสงสัยเป็อย่างมากว่าในตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“สัตว์อสูรอย่างจิ้งจอกอัคคีกำลังกลายร่างเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวม!!”
การกล่าวออกมาของหลานหยูครั้งนี้นั้นเหมือนกับฟ้าผ่ากลางหัวของหลงหยุน เขานั้นคงได้ยินไม่ผิดใช่ไหม ตะกี้นี้บอกว่าเ้าสัตว์อสูรตัวนี้กำลังกลายเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมอย่างนั้นเหรอเป็ไปได้เช่นไร
“นี้เ้า”
หลงหยุนได้ทำการจับไปที่ไหลของหลานหยูพร้อมกลับเขย่าตัวเพื่อเรียกคำถามจากหลานหยู
“นี้เ้าบอกว่ามันกำลังจะกลายเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมงั้นเหรอทำไมมันถึงสามารถกลายเป็แบบนั้นได้”
หลานหยูตั้งสติได้แล้วก็ได้มองไปที่หลงหยุนพร้อมกลับจ้องไปด้านของจิ้งจอกอัคคีด้วยสีหน้าจริงจัง
“เพราะมันนั้นได้รับพลังสัตว์อสูรทั้ง 4 จนสามารถทะลวงระดับได้อย่างไรเล่าถึงตัวของข้านั้นจะไม่คิดว่ามันจะสามารถกลายร่างเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมได้ แต่ตอนนี้ความคิดของข้านั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปเรียบร้อยแล้วปกติแล้ว สัตว์อสูรนั้นระดับ 9 จะมีความเเข็งแกร่งเทียบเท่าขั้น 9 ของมนุษย์เท่านั้น”
“ แต่ว่าเมื่อมันกลายร่างเพื่อเปลี่ยนร่างเมื่อไหร่มันก็จะกลายเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่า ระดับลมปราณของมนุษย์เลยมนุษย์นั้นไม่อยากให้มีสัตว์อสูรระดับหลอมรวมออกมาสักเท่าไหร่เข้าใจไหมแต่ว่าสัตว์อสูรนั้นต้องใช้พลังมากกว่ามนุษย์ไม่รู้กี่เท่าถึงจะสามารถแปลงเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมได้ ”
จากสิ่งที่เล่าเื่ราวสำคัญมาทั้งหมดประจักษ์แจ้งบัดนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหลงหยุนกับหลานหยูทั้ง 2 ได้จ้องมองอย่างไม่วางตาเลยแม้แต่ 1 ลมหายใจ
จิ้งจอกอัคคีทันใดนั้นเปลวเพลิงรอบๆ ก็ได้หายไปปรากฏสัตว์อสูรตัวหนึ่งออกมาแล้ว ในตอนนี้สัตว์อสูรจิ้งจอกอัคคีระดับหลอมรวมรูปร่างใหญ่ขึ้นอีก5 หมี่ หางจากหางเดียวก็งอกออกมาเป็ 2หางดวงตาเป็สีแดงมีเคี้ยวใหญ่ขึ้น 5 ฉื่อ
ตัวนั้นเป็สีแดงพร้อมกับหางทั้ง 2นั้นมีเปลวเพลิงติดอยู่ตลอดเวลาปรากฏตัวออกมาแล้วในตอนนี้
“นี้มันจิ้งจอกอัคคีในตอนนี้งั้นเหรอ ตัวของมันได้เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้เชียว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเมื่อมันได้กลายเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมรูปลักษณ์แตกต่างกันมากขึ้น ”
หลงหยุนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้นั้นทำให้เขาใแบบบอกไม่ถูก ชั่วขณะทางสิงโตอัคคีพิโรธหลังจากที่มันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของจิ้งจอกอัคคีมันก็ได้เตรียมตั้งรับเพื่อป้องกันภัยต่อตัวมัน
“ นี้เ้าหลานหยู ”
“ มีอะไร”
“ เ้าคิดว่าจิ้งจอกตัวนี้ตอนนี้มันอยู่ระดับอะไรกัน”
หลานหยูได้ยินคำถามของหลงหยุนนั้นก็ได้สงสัยเหมือนกัน ตัวของนางก็ได้ทำการหันกลับไปมองไปที่จิ้งจอกอัคคีแล้วเพียงพริบตาเดียวก็รู้แล้วเมื่อได้เห็นรัศมีพลังของมันที่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
“ ข้ารู้แล้วมันได้กลายเป็สัตว์อสูรระดับหลอมรวมขั้นต่ำไปเรียบร้อยแล้ว”
หลงหยุนก็คาดเดาไม่ผิดเพราะหลังจากได้เห็นการวิวัฒนาการของจิ้งจอกอัคคี ถึงดูดพลังจากแก่นอสูรทั้ง 4ก็คงไม่สามารถเลื่อนเป็ระดับกลางได้ทีเดียวหรอก
ตัดมาที่ฝั่งของสิงโตอัคคีพิโรธที่ตอนนี้มันมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก หลังจากที่เห็นคู่ต่อสู้มันนั้นเเข็งแกร่งขึ้นพัฒนามาอยู่ในระดับเดียวของตนเอง จิ้งจอกอัคคีนั้นมันไม่สนใจอะไรแล้วได้ทำการพุ่งเข้าใส่สิงโตอัคคีพิโรธด้วยความโกรธแค้นที่สะสมมายาวนาน
ฝั่งของสิงโตอัคคีพิโรธเมื่อมันได้เห็นศัตรูนั้นบุกเข้ามาก็ได้สร้างโล่เพลิงโดยใช้แพลงคอมันแต่จิ้งจอกอัคคีนั้นมันเคยเห็นมาแล้วได้ะโขึ้นไปบนฟ้าตามด้วยทำให้หางของตัวเองกลายเป็เปลวเพลิงลุกไหมแล้วเหวี่ยงฟาดลงมาทันที
เมื่อหางมีนั้นได้เข้าปะทะกับโล่เพลิงของสิงโตอัคคีพิโรธด้วยความแข็งแกร่งที่ได้พัฒนาแล้วของจิ้งจอกอัคคีเสียงดัง ะเิดังตู้ม !!
บังเกิดโล่กำบังของสิงโตอัคคีพิโรธนั้นแตกออกมา ตามด้วยหางนั้นก็ได้ฟาดใส่หัวของสิงโตอัคพิโรธวินาทีต่อมาทำให้มันนั้นหน้าถึงกลับหล่นลงไปอยู่กลับพื้น เป็เหตุพื้นดินนั้นแตกกระจายยังไม่หมดแค่นั้นจิ้งจอกอัคคีได้ทำการพ่นลูกไฟออกมาจากปากของมันหลายลูกและโจมตีใส่สิงโตอัคคีพิโรธไม่มีเวลาให้พัก
ทางสิงโตอัคคีพิโรธตัวของมันนั้นรีบลุกขึ้นมาแล้วก็ไม่ยอมเหมือนกันก็สวนด้วยการพ่นไฟออกมาเหมือนกันในทันที
ตู้มๆๆ ต้าม พลังทั้ง 2นั้นได้ปะทะกันแต่ก็ ไม่มีฝ่ายไหนถอยกลับเลยสักนิดเดียว ทางทั้ง 2 คนอย่างหลงหยุนกับหลานหยูทั้ง2 คนนั้นก็กำลังดูการต่อสู้อยู่เช่นกัน
“ ใครจะชนะล่ะเนี่ย”
การปะทะของทั้งสัตว์อสูรระดับหลอมรวมนี้มันแข็งแกร่งมากมายมหาศาลแรงะเืการปะทะมาถึงหลงหยุนที่กำลังดูอยู่ ในทันทีเกิดเป็เสียงดังสนั่นดังไปทั่วจากการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับหลอมรวมทั้ง2 ตัวนี้ที่มีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ส่วนทางตัวของหลานหยูเมื่อตัวของนางนั้นได้เห็นการต่อสู้ครั้งนี้แล้วนางนั้นก็ได้มีความคิดใหม่ในทันที
“ข้าว่าพวกเรานั้นควรรีบไปจากที่นี้ดีกว่านะ”
การที่หลานหยูนางนั้นได้กล่าวออกมาเช่นนี้เพราะว่านางรู้ดีว่ามันเพราะว่ามันอันตรายเกินไปที่จะเสี่ยงอยู่ที่นี่ต่อถ้าอยู่ๆ โดนเจอตัวทั้งนางและหลงหยุนคงได้โดนฆ่าแน่นอน
แค่ดูจากระดับความแข็งแกร่งของพวกนางทั้งสองคนคงไม่อาจจะสามารถรอดชีวิตได้อย่างแน่นอน เมื่อได้เจอกับสัตว์อสูรพวกนั้นคงมีแต่ต้องถอยหนีอย่างเดียว
“ยังก่อนมันยังไม่ถึงเวลาข้ามีความคิดดีๆแล้วละ”
การกล่าวครั้งนี้ของหลงหยุนทำให้ตัวนางนั้นรู้สึกงง หลงหยุนคิดจะทำอะไรทำไมยังไม่คิดจะไปอีกเช่นนี้แต่ระหว่างที่นางกำลังสงสัยอยู่นั้น คลื่นการปะทะ ของสัตว์อสูรทั้ง 2ตัวนั้นก็ได้ปะทะกันอีกครั้งหนึ่ง สัตว์อสูรทั้ง 2ต่างได้งัดพลังทั้งหมดออกมาเพื่อที่จะฆ่ากัน
ทั้ง 2นั้นได้ปะทะกันยาวนานมากมายจนทำให้พื้นที่โดยรอบนั้นถึงกลับพังทลายลงไปเหมือนกับการต่อสู้ที่จะสามารถทำให้พื้นที่แห่งนี้ราบเป็หน้ากอง จนตอนนี้จิ้งจอกอัคคีนั้นมันได้ใช้ความเร็วของมันกัดไปที่ตัวของสิงโตอัคคีพิโรธทำให้มันนั้นมีรอยกัดแล้วเืไหลมากมาย
ด้านฝั่งสิงโตอัคคีพิโรธมันก็ไม่ยอมได้ใช้กรงเล็บสวนใส่ไปที่ลำตัวของจิ้งจอกอัคคีฉับพลันอย่างรุนแรงจนตอนนี้ฝั่งของสิงโตอัคคีพิโรธนั้นแทบจะขยับไม่ได้เพราะสู้มานาน และจิ้งจอกอัคคีก็ไม่ค่อยต่างกันมากมันได้รับาเ็สาหัสมากมายมหาศาลบนร่างกาย
“ตอนนี้แหละ ข้าเห็นโอกาสแล้ว”
การกล่าวของหลงหยุนเช่นนี้ทำให้หลานหยูที่อยู่ข้างๆนั้นงงกับการกระทำนี้เขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ แต่ทันใดนั้นหลงหยุนก็ได้ทำการกระโจนออกไปในทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“หลงหยุนนี้เ้าคิดจะไปไหน”
หลานหยูก็รู้สึกถึงลางไม่ดีั้แ่ตะกี้นี้แล้ว ว่าหลงหยุนนั้นต้องคิดจะทำอะไรสักอย่างแน่นอนแต่ไม่นึกว่ากล้าไปบุกเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรทั้งสองเช่นนี้มันก็เท่ากับเอาชีวิตไปเสี่ยงตายเลยไม่ใช่อย่างนั้นหรือ
“ ข้าต้องรีบจัดการพวกมันทั้ง 2ตอนนี้แหละตอนที่พวกมันาเ็”
การตอบกลับมาเช่นนี้นั้นทำให้หลานหยูมั่นใจแล้วหลงหยุนคิดจะเข้าไปจัดการสัตว์อสูรระดับ หลอมรวมทั้ง 2 ตัวนั้น การพุ่งมาของหลงหยุนนั้นไม่ไกลมากนักและผ่านมาเพียง 2 ลมหายใจหลงหยุนก็ได้โผล่มาอยู่ที่กลางสนาม ทางสัตว์อสูรทั้ง 2นั้นยังไม่ทันสังเกตถึงผู้มาเยือนใหม่คนนี้ด้วยซ้ำไปก่อนที่ตัวของหลงหยุนเขานะตั้งใจจะใช้วิชาของเขาในการจัดการกับสัตว์อสูรทั้งสองตัวนี้ทิ้งซะอยากลองวิชาของเขาว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน
“ เอากินซะกรงเล็บสังหารสิ้น”
หลงหยุนได้ทำการปลดปล่อยวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนนั้นโจมตีออกไปอย่างไม่ลังเลเข้าโจมตีสัตว์อสูรทั้ง 2 โดยไม่ระวังตัว