ตอนที่ 3 สมบัติ์
กองทัพผีดิบที่เหลือประชากรเกือบร้อยตน กาติรัสได้สูญเสียกำลังพลเป็จำนวนมากไปกับอัศวินเพียงผู้เดียว!! กองทัพผีดิบนับร้อยตนกำลังยืนโอบล้อมเป็วงกลมโดยเว้นจุดศูนย์กลางเอาไว้พอสมควร ซึ่งที่จุดศูนย์กลางนั้นมีกาติรัสและหัวหน้าอัศวินอยู่
ผัวะ
"ราชอาณาจักรของเ้ามีนามว่าอะไรถ้าเ้าบอกข้อมูลให้ข้า...ข้าอาจจะให้เ้าเข้ามาเป็หนึ่งในลูกน้องในฐานะสายลับ" กาติรัสกล่าวถามแววตาทั้งสองจ้องเขม็งปานกลืนกิน
หัวหน้าอัศวินได้พ่ายแพ้ให้แกเขาอย่างสมบูรณ์แบบทว่ากลับต้องสูญเสียกำลังรบไปเกือบสองร้อยตน อัศวินผู้นี้ช่างน่าหวั่นเกรงนัก ทั้งวิชาเสริมพลังสุดแปลกประหลาดและอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเตรียมการมาอย่างดี ถ้าชายหนุ่มไม่ได้ทำการลอบโจมตีละก็จะต้องพ่ายแพ้ให้แก่อัศวินผู้นี้เป็แน่แท้
'หัวหน้าอัศวินคนนี้ช่างน่าเกรงกลัวนัก เขาสามารถสังหารผีดิบเกือบสองร้อยตนได้ด้วยตัวคนเดียว!'
เกราะหนักส่วนหัวได้ถูกนำออกปรากฏใบหน้าของหัวหน้าอัศวินที่กำลังแสดงออกถึงความสิ้นหวัง เป็ความมืดมิดนิจนิรันดร์ไม่มีแสงสว่างใดสามารถนำทางให้แก่เขาได้อีกแล้ว ร่างกายพลันหนักอึ้งราวกับแบกูเาไว้ทั้งลูก แค่ขยับร่างกายเพียงนิดเดียวจำเป็ต้องใช้พลังงานมากถึงแปดในสิบส่วน!!
"ขะ..ขะ...ข้า...ไม่..มี..วัน...บอก...เ้า!!" น้ำเสียงตะกุกตะกัก แววตาฉายแววถึงความโเี้และเคียดแค้น ทว่า ความคิดกลับสับสนปนเปหลังจากได้สังหารผีดิบเกือบสองร้อยตน และร่างกายเริ่มจะถึงขีดจำกัด ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
'เ้าเด็กนี่เป็ใครกัน!? อายุก็ดูราวๆสิบสี่สิบห้าเท่านั้น? ทำไมการพูดจาช่างดูฉลาดหลักแหลมนัก มันดูมีน้ำหนักมากเสียจนข้าเกือบคล้อยตามไปกับมัน กองทัพผีดิบ...และหนุ่มน้อย นี้มันเื่บ้าอะไรกัน!!!'
หัวหน้าอัศวินไม่อาจทำใจเชื่อ เขาใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานโขและยังมิได้ตอบคำถามของชายหนุ่ม หัวหน้าอัศวินนิ่งเงียบไร้สิ้นเสียงการตอบสนองของมันต้องทำให้กาติรัสมีน้ำโหถึงเขาจะเป็คนใจเย็น ทว่า สิ่งที่ทำให้เขาหัวเสียได้โดยง่ายก็คือการถามคำถามไป แล้วไม่ถูกตอบกลับมา!
ผัวะ!
เสียงตบหน้าครานี้ดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ กาติรัสทุ่มสุดแรงในการตบครั้งนี้ เขาเพิ่งได้รับรู้ว่าการเค้นข้อมูลแท้จริงแล้วมันยุ่งยากมากขนาดไหน โดยปกติแล้วเขาไม่เคยได้ลองทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง
"ไม่ตอบงั้นรึ! ดี! เ้าเห็นนี้ไหม"
กาติรัสกล่าวถามพลางหยิบขวดแก้วขนาดเล็กมันยาวเท่านิ้วก้อยเท่านั้นภายในบรรจุไปด้วยของเหลวสีเขียวแก่จัดมัน ชายหนุ่มเขย่าเบาบางไปมาราวกับระฆังคริสต์มาส
ทันทีที่หัวหน้าอัศวินได้เห็นสิ่งนั้นเขาก็รับรู้ได้ในฉับพลันว่าของเหลวภายในขวดแก้วนั้นคือสิ่งใด ทั่วร่างพลันสะท้านอย่างตื่นตะลึง ความหวาดกลัวแพร่ขยายไปอย่างไร้จุดสิ้นสุดพร้อมกับจังหวะการหายใจที่ถี่ระรัว ปากอ้าออกอย่างช้าๆ
"มะ..มัน...อะ..อะ..อสร...พิษ...ล้าน..รส!" น้ำเสียงแหบพร่าใบหน้าแสดงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน ทั่วร่างแข็งค้างประดุจถูกสาป
อสรพิษล้านรส มอนสเตอร์สุดอันตรายและเป็ที่เกรงกลัวในหมู่นักผจญภัย หากมีเควสเกี่ยวกับมอนสเตอร์ตัวนี้ผุดขึ้นมา เควสนั้นก็จะถูกทิ้งร้างไว้บนบอร์ดไม่มีนักผจญภัยคนไหนโง่พอจะรับทำเควสเช่นนั้น ทั้งหมดเป็เพราะอสรพิษล้านรสล้วนแข็งแกร่งและมีพิษร้ายแรงจนเกินไป!!!
"โอ้!? เ้ารู้จักมันดี! เพียงแค่ได้ดมกลิ่นพิษนี่...สมองของเ้าก็จะถูกทำลายลงภายในเสี้ยววินาที!! หากไม่ใช่ผู้ที่มีภูมิต้านทานพิษเป็พิเศษละก็เอาตัวรอดจากมันไม่ได้หรอก"
'มันคือเด็กจริงๆอย่างนั้นเรอะ คำพูดคำจา ความไร้ปราณี วิธีการสังหารที่โเี้ ทั้งที่ข้าเคยเข้าร่วมสมรภูมิรบมาทั้งชีวิต! ข้ายังไม่เคยเห็นใครน่ากลัวได้เท่ามันมาก่อนเลย!!!'
"ขะ..ข้า..ข้ายอม...ยอมบอก..ราชอา...ณาจักร...วินเทอร์เฟีย!!..เดินตรง...ไป.อีก..300เมตร....ก็..จะ...เจอ...หมู่..บ้าน"
"เ้าทำหน้าที่ได้ดีมาก!" กาติรัสเอ่ยอย่างชื่นชม ทว่า ใบหน้ากลับนิ่งเฉยอย่างไร้อารมณ์ไร้สิ้นความรู้สึกใดๆก่อนฝ่ามือของชายหนุ่มจะแปรเปลี่ยนเป็โครงกระดูก พลังมันเอ่อล้นออกมาจากฝ่ามือราวกับูเาไฟะเิ
"เ้า!!!...ไหน..บอก...จะ..รับ...ข้า.เป็..ลูกน้อง!!" หัวหน้าอัศวินใช้แรงเฮือกสุดท้ายะโก้องลั่นบริเวณ ก่อนจะกระอักเืคำโตออกมา "อ๊อค" พื้นดินเต็มไปด้วยโลหิตก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มขณะที่เืยังไหลอยู่ตรงมุมปาก
"ข้าบอกว่าอาจจะ" กาติรัสกล่าวตอบอย่างเรียบเฉยราวกับยมทูต ชายหนุ่มพลันใช้ฝ่ามือโครงกระดูกบดขยี้หัวหน้าอัศวินในพริบตา
เผละ
ร่างกายนั้นถูกบดขยี้ไม่เหลือชิ้นดีมีเพียงโลหิตสีแดงสดติดเต็มฝ่ามือของกาติรัสราวกับฆาตรกร ชายหนุ่มสามารถสังหารหัวหน้าอัศวินได้โดยไม่กระพริบตาใบหน้ายังคงแสดงความนิ่งเฉยอย่างไร้อารมณ์
เพียงสามลมหายใจใบหน้าที่นิ่งเฉยแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มดั่งปีศาจร้าย กาติรัสกำลังยิ้มราวกับปีศาจ เขาดูราวกับปีศาจเป็ที่สุด แววตาเบิกโตกว้างอย่างตื่นเต้นพลางคราบเืที่ชโลมร่างกายนี้ให้กลายเป็สีแดงฉาน
"ฮ่าฮ่าฮ่า การฆ่าล่าสังหาร...ข้าไม่ได้ัักับมันมาตั้งสามพันปี! ช่างน่าคิดถึงเสียจริง"
"นายท่าน...เหตุใดท่านถึงสังหารมันขอรับ" ลูซิเฟอร์เอ่ยถาม
"ลูซิเฟอร์..น่ายินดีนักที่เ้ายังไม่ตาย...เ้ามนุษย์นั้นทำให้ข้าใช้เวลาเค้นมันอยู่นานโข มันก็ไม่แม้แต่จะปริปากเอ่ย...แต่พอข้านำพิษของอสรพิษล้านรสออกมาเ้านั้นก็รีบเอ่ยชื่อราชอาณาจักรออกมาทันที!! คนแบบมันเลี้ยงไปก็มีแต่เสียข้าวสุก"
"ข้าน้อยจะจำไว้เป็บทเรียน" ลูซิเฟอร์กล่าวตอบ สเกเลตันตัวนี้มีพัฒนาการที่โดดเด่นยิ่งนักและมีสติปัญญาสูงจนน่าตกตะลึง มันสามารถเข้าใจเกี่ยวกับสามัญสำนึกได้อย่างถ่องแท้และสามารถอธิบายเกี่ยวกับสามัญสำนึกให้สเกเลตันตัวอื่นได้เข้าใจอีกด้วย
"ไป! มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านที่เ้านั้นบอกไว้" กาติรัสออกคำสั่ง
ชายหนุ่มพลันหยิบหน้ากากขึ้นมาและสวมมันอีกครั้ง เขายังคงไม่สามารถพิสูจน์นิสัยของมนุษย์ได้โดยหัวหน้าอัศวินเพียงคนเดียวถึงกระนั้นมันก็ยอมขายประเทศชาติเพื่อที่จะเอาตัวรอด
'คนแบบนี้ข้าเกลียดยิ่งนัก'
กาติรัสยกกองทัพผีดิบเกือบร้อยตนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านที่หัวหน้าอัศวินบอก 'ดีจริงๆ ที่เ้านั้นมันปากโป้งถามแค่ชื่อราชอาณาจักรกลับบอกทางไปหมู่บ้านให้เสียด้วย' ชายหนุ่มกล่าวพึมพำก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้ เขาเปิดหน้าต่างสเตตัสออกมาในทันที
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:61 พลังกาย:100 พลังเวทย์:1000
'มนุษย์กึ่งอันเดด? ไม่ใช่ยามแรกเป็มนุษย์เฉยๆหรอกรึ?'
กาติรัสเอะใจได้ดังนั้นพลันหันมองลูซิเฟอร์เพื่อดูค่าสเตตัส
ชื่อ:ลูซิเฟอร์ อายุ:อนันต์ เผ่าพันธุ์:อันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:56 พลังกาย:890 พลังเวทย์:880
'ลูซิเฟอร์ดูจะออกสายสมดุลมากกว่า...กำลังรบของข้ายังอ่อนแอนัก...เลเวลแค่นี้อาจถูกกวาดล้างได้โดยง่าย..อีกอย่างข้อมูลของโลกต้นกำเนิดหลังสามพันปี..ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักนิด"
กองทัพผีดิบเกือบร้อยตนกำลังมุ่งหน้าเดินทางไปยังหนึ่งในหมู่บ้านของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย โดยผู้นำทัพก็คือกาติรัสใบหน้าได้ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากาก ชายหนุ่มเริ่มครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะทำในอนาคต เขาอยากจะได้ข้อมูลอันสดใหม่ของโลกต้นกำเนิด ณ ตอนนี้เสียจริงๆ
$#@#$@#$@#$$##
เสียงปริศนาพร้อมกับบทเพลงและเสียงดนตรีกำลังดังก้องทั่วท้องนภา เป็เสียงใสที่สูงลิ่วราวกับการขับร้องของนางฟ้านาง์ ห้วงมิติกำลังถูกแยกออกก่อนคลื่นพลังสีขาวนวลบางอย่างกำลังไหลออกมา มันพลันเคลื่อนตัวตรงดิ่งมายังกาติรัสอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบพลางเสียงขับร้องที่ยังก้องกังวาลเป็ระยะๆ
"นั้นมันอะไร" กาติรัสตื่นตะลึงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เสียงอันไพเราะพร้อมกับคลื่นพลังแปลกประหลาดสิ่งเหล่านี้ต้องทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็บิดเบี้ยว
"นายท่าน!" ลูซิเฟอร์พลันออกมาป้องกัน มันพลางกวาดตามองกองทัพผีดิบทั้งหมดเพื่อเป็สัญญาณว่า 'ปกป้องนายท่านเดี๋ยวนี้!'
กองทัพผีดิบนับร้อยตนพยายามยืนโอบล้อมชายหนุ่ม ผีดิบทั้งหมดจับจ้องไปที่คลื่นพลังสุดแปลกประหลาดมันกำลังตรงดิ่งมายังกาติรัสเป็แน่แท้ ไม่มีสิ่งใดต้านทานไว้ได้ คลื่นพลังสีขาวนวลพุ่งทะลุผ่านทุกสิ่งราวกับภูติผี ก่อนเข้าสู่ร่างชายหนุ่มและหลอมรวมเข้าไป
"นี้มันอะไร!?"
"อ๊ากกกกกก" กาติรัสพลันส่งเสียงร้องอย่างโอดครวญ ร่างกายรู้สึกเ็ปเป็ที่สุดราวกับจะแตกเป็เสี่ยงๆ ศีรษะที่เริ่มปวดปานะเิออก ก่อนน้ำเสียงที่นุ่มละมุนจะดังขึ้นภายในห้วงความคิด
ผู้สืบทอดผู้ปกครองสูงสุดของโลกต้นกำเนิดเอ๋ย สิ่งนี้คือของขวัญแด่เ้า สมบัติ์ลำดับที่แปด 'ดินแดนอนันตกาล'
วูบบบบ
บทเพลงและเสียงขับร้องพลันสลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น กาติรัสยังรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยความเ็ปยังคงััได้ถึงแม้คำพูดเ่าั้จะเลือนหายไปสักระยะแล้ว
"ใครกัน!! สมบัติ์อะไร!?"
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
พลังสีขาวนวลกำลังถูกปลุกขึ้นก่อนทิวทัศน์โดยรอบจะแปรเปลี่ยนเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจี กาติรัสที่ยังอยู่ในอาการตกตะลึงพลันเบิกตาโพลง
"ที่แห่งนี้! มันคือที่ไหนกัน!!!"
ก่อนเสียง วิ้ง วิ้ง วิ้ง จะดังขึ้นอีกคราพลันส่งกองทัพผีดิบนับร้อยตัวเข้าสู่มิติประหลาด กาติรัสพยายามทำความเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยฉับไว ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่นานโขก่อนเริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมา
"ดินแดนอนันตกาล...ที่แห่งนี้งั้นรึ?" กาติรัสกล่าวลอยๆ
"นายท่าน!! ท่านาเ็หรือไม่"
"โอ้! ลูซิเฟอร์ข้านั้นสบายดี...กองทัพผีดิบมากันทั้งหมดเลยงั้นรึ?"
"เป็เช่นนั้นขอรับ!"
กาติรัสพลันฉุกบางสิ่งขึ้นมาได้ 'หากสมมติฐานที่ข้าตั้งไว้เป็จริงละก็' "ออกไปจากดินแดนอนันตกาลซะ!!!" กาติรัสออกคำสั่งพลางคิดบุคคลที่ต้องถูกนำออกไปแม้กระทั่งตัวมันเอง ชายหนุ่มเหลือไว้เพียงลูซิเฟอร์เท่านั้น
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
บรรยากาศแปรเปลี่ยนอีกครั้งปรากฏเป็ต้นโอ๊กขนาดั์มากมายโดยรอบ ก่อนกองทัพผีดิบเกือบร้อยตนจะปรากฏขึ้นตามมาด้วยชายหนุ่มผู้สวมใส่หน้ากาก
'ข้าออกมาจากที่แห่งนั้น?'
กาติรัสเริ่มมั่นใจแล้วว่าสมมติฐานของเขานั้นเป็จริง ชายหนุ่มพลันกวาดตามองหาลูซิเฟอร์ในทันควัน ทว่า เขากลับไม่พบลูซิเฟอร์แม้แต่น้อยมีเพียงกองทัพผีดิบเกือบร้อยตนก็เท่านั้น
'ส่งข้ากลับสู่ดินแดนอนันตกาล'
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
ทิวทัศน์แปรเปลี่ยนเป็ทุ่งหญ้าเขียวขจีก่อนชายหนุ่มจะสังเกตเห็นสเกเลตันตัวหนึ่งยืนแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงนิ้วมือ กาติรัสมั่นใจในทันทีเลยว่าสเกเลตันตัวนี้คือ ลูซิเฟอร์ ชายหนุ่มได้ข้อสรุปแล้วว่า ดินแดนอนันตกาล นั้นมีประโยชน์มหาศาลเกินคณา!!!
"นายท่าน!? เกิดอะไรขึ้น!! เมื่อสักครู่ท่านหายไปไหน!?"
'ส่งข้าออกไปพร้อมกับลูซิเฟอร์'
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
ทิวทัศน์แปรเปลี่ยนอีกครั้งกลับเข้าสู่ป่าโอ๊กดังเดิม ก่อนกาติรัสจะเริ่มร่ายคำ "ข้าเพิ่งได้ดินแดนที่มีนามว่า ดินแดนอนันตกาล มันสามารถส่งพวกเ้าเข้าไปในนั้นได้โดยแค่ข้าเพียงคิดเท่านั้น และดูเหมือนภายในดินแดนอนันตกาล มันไม่ต่างจากโลกต้นกำเนิดแม้แต่น้อย มันมีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตและบรรยากาศนั้นก็เหมือนของโลกต้นกำเนิดอย่างกับแกะ พวกเ้าจะสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้อย่างแน่นอน" กาติรัสอธิบาย
เงียบสนิทไร้สิ้นการตอบสนองกลับมานอกจากเสียงของลูซิเฟอร์ที่เอ่ย "ขอรับ" เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มคงคาดหวังในคำตอบมากเกินไป ยังไงซะเ้าพวกนี้ก็เป็เพียงสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมา ยังคงต้องใช้เวลาอีกนานนักถึงจะมีจิตสามัญสำนึกจริงๆ
"เอาเป็ว่าพวกเ้าทั้งหมดเข้ามาในดินแดนอนันตกาลซะ...ลูซิเฟอร์! นี้คือคำสั่งจงพาเหล่าลูกน้องไปไล่ล่าสิ่งมีชีวิตเสีย...จงเพิ่มความแข็งแกร่งให้ถึงที่สุดภายในดินแดนอนันตกาลแห่งนี้จะไม่มีผู้ใดให้หวั่นเกรง"
"แล้วนายท่าน..."
"ข้าอยากจะหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกต้นกำเนิดใหม่เสียก่อน กาลเวลามันได้ผ่านมานานถึงสามพันปีแล้ว...ความรู้ที่ข้ามีมันเก่ากึกเกินไป"
"ขอรับ" ลูซิเฟอร์น้อมรับคำ
กาติรัสพลันส่งเหล่ากองทัพผีดิบเกือบร้อยตัวเข้าสู่ดินแดนอนันตกาลทันที กลายเป็ข้อสงสัยไปโดยปริยาย เพราะอะไรทำไมถึงได้รับดินแดนอนันตกาล? ใครเป็คนส่งสมบัติ์ชิ้นนี้มา? ส่งมาเพื่ออะไรและทำไม?
"ตัวข้านั้นเกิดมาเพื่อสมรภูมิรบไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหนก็ตาม" กาติรัสกล่าวพลางย่างก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ชายหนุ่มคิดจะเข้าไปภายในราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย หากจะพูดถึงแหล่งความรู้คงต้องเป็ภายในเมืองหลวงเท่านั้น!
"โลกแห่งนี้มันยุ่งเยิงเกินไปแล้ว! ข้าจะชำระล้างมันใหม่และขึ้นเป็ผู้ปกครองสูงสุด!!"
เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ผู้ปกครองสูงสุด เขาใฝ่ฝันถึงตำแหน่งนี้ั้แ่ชาติที่แล้ว มันเป็เพียงฝันเท่านั้นตำแหน่งนี้ช่างยากเย็นแสนเข็ญ มันยากราวกับปีนป่ายสู่์ กาติรัสผู้ชื่นชอบาเป็ชีวิตจิตใจ ชายหนุ่มจะรู้สึกพอในาก็ต่อเมื่อได้เป็ผู้ปกครองสูงสุดแล้วเท่านั้น นี้คือสิ่งที่เขาคิดทั้งหมด
กาติรัสตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เขาจะเข้าสมัครสถาบันการศึกษาของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียเพื่อศึกษาหาข้อมูลของโลกใบนี้และทำความเข้าใจมันเสียใหม่ ชายหนุ่มตอนนี้ราวกับกัปตันเรือที่ไร้ต้นหน มีเพียงความรู้ที่จะสามารถทำให้แผนของเขาเดินต่อไปได้ เพื่อขึ้นเป็ผู้ปกครองสูงสุด!!!