"ท่านหลงดูสิ เด็กคนนี้ถึงจะผอมไปบ้างแต่รูปโฉมนั้นถอดแบบมาจากมารดามิมีผิดเพี้ยน งามล้ำเลิศแน่นอน เพียงท่านซื้อนางไปบำรุงเลี้ยงดูอีกสักหน่อย ไม่ถึงครึ่งเดือน ราคาต้องพุ่งสูงขึ้นแน่นอน"
ซูอี้หว่านค่อยๆลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง ภาพแรกที่เห็นคือดวงตาคู่หนึ่งของสตรีชรานางจ้องมองมาด้วยสายตาเหี้ยมโหดไร้ความปรานี
เมื่อสบสายตาคู่นั้นความทรงจำมากมายก็ถาโถมเข้ามาในสมองราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกฉายอย่างรวดเร็ว
หลายปีแห่งภัยพิบัติกองทัพข้าศึกล่วงล้ำชายแดน หญิงโสเภณี การหลบหนีความอดอยากชะตาชีวิตที่ถูกขายให้นายหน้าค้าทาส…
ปรากฏว่าหลังจากที่นางประสบกับพายุหมุนนอกเมืองซอมบี้นางกลับไม่ตาย มิหนำซ้ำยังมาอยู่ในร่างของซูอี้หว่านสาวชาวนาผู้อพยพหนีความอดอยากในแคว้นเยว่ ผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็ 'นางแพศยาน้อย' ซ้ำร้ายยังถูก ซูไท่ไท่ย่าบังเกิดเกล้าล่อลวงมาที่นี่ โดยมีแผนจะขายให้กับท่านหลง นายหน้าค้าทาสเพื่อแลกกับอาหารประทังความหิวด้วย
นี่มันสถานการณ์ซื้อขายกันซึ่งๆหน้าชัดๆ!
ยังไม่ทันจะประมวลผลเื่ราวทั้งหมดเสร็จดีก็มีมือหยาบกร้านยื่นมาเชยคางนางขึ้น
ชายร่างกำยำหนวดเครารุงรังสำรวจนางราวกับสินค้า ดวงตาของเขาเป็ประกายวาววับด้วยความใคร่
"จะไม่ให้กล่าวก็คงไม่ได้ เด็กคนนี้มีเค้าความงามอยู่จริงหากบำรุงให้ขาวผ่องขึ้นมาอีกสักหน่อย อย่าว่าแต่เป็คนใช้เลยเป็อนุภรรยาของเหล่าคหบดีก็ยังได้! แต่ว่า…"
สายตาหื่นกระหายของท่านหลงสำรวจไปทั่วร่างของนาง "แต่เ้าบอกว่านางแอบคบหากับชายอื่นมาั้แ่ครึ่งปีก่อนงั้นรึ?สตรีไม่บริสุทธิ์เช่นนี้จะไปอยู่ในตระกูลร่ำรวยได้อย่างไร? ส่งไปขายที่หอคณิกาคงจะได้ราคางามกว่า!"
"เอาล่ะ! หนึ่งตำลึงเงิน ข้าหลงผู้นี้จ่ายให้! ให้ข้าได้สำราญก่อนค่อยส่งไปจะได้ไม่ต้องให้แม่เล้าต้องเสียเวลา! หึๆๆ!"
ท่านหลงกล่าวพลางหยิบเงินออกมาจากอกเสื้อโยนให้สตรีชรา ก่อนผลักซูอี้หว่านลงกับพื้น หมายจะปลดกระดุมเสื้อของนาง
ส่วนสตรีชรารีบรับเงินมาแล้วกัดแทะด้วยความโลภ โดยไม่สนใจซูอี้หว่านเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบราวตาเหยี่ยวของซูอี้หว่านหรี่ลงยายแก่ใจดำผู้นี้คิดจะขายหลานกินเงินหรือ? น่าเสียดายที่นางไม่ใช่สตรีอ่อนแอเหมือนเ้าของร่างเดิมอีกต่อไป!
ในจังหวะที่มือของท่านหลงกำลังจะปลดเสื้อผ้าของนางซูอี้หว่านก็ยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนร่างของเขา บีบรัดเต็มแรง พร้อมๆกับเสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง
"หว่านหว่าน! อย่ากลัวไปเลย! พี่โจวของเ้ามาแล้ว!"
สิ้นเสียงขาเรียวยาวก็พุ่งมาจากด้านข้างราวสายฟ้า ฟาดเข้าที่เป้าของชายร่างใหญ่เต็มแรงซ้ำยังชนสตรีชราที่กำลังแทะเงินจนล้มคว่ำ
"พี่โจว" คือชื่อที่พี่ชายของนางชอบใช้เรียกตนเองซูอี้หว่านเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคุ้นเคยที่ผ่ายผอมลงไปบ้างเล็กน้อย
"พี่ชาย!"
ดีเหลือเกินพี่ชายก็ข้ามภพมาด้วย! อย่างนั้นแม่ก็คงไม่เป็อะไรแล้วกระมัง?
นางกำลังจะหันไปมองหาเงาของมารดาทันใดนั้นก็ััได้ถึงจิตสังหารรุนแรงที่มาจากทางด้านขวา นางหลบตามสัญชาตญาณทำให้รอดจากการถูกดาบใหญ่ฟันไปได้อย่างหวุดหวิด
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไหนกัน!กล้าดียังไงมาขัดขวางเื่ของท่านหลงผู้นี้! อยากตายงั้นหรือ!"
ซูอี้หว่านหันไปตามเสียงเห็นท่านหลงกุมเป้าพลางเงื้อดาบจะฟันซูอี้โจว
โชคดีที่ซูอี้โจวคล่องแคล่วว่องไวเพียงกลิ้งหลบไปมาสองสามที ท่านหลงก็แตะต้องชายเสื้อของเขาไม่ได้เลย กลับกันท่านหลงกลับถูกเตะตัดขาจนล้มคะมำลงไปกองกับพื้น
เมื่อสู้ไม่ได้ท่านหลงก็โยนความโกรธไปที่สตรีชราข้างๆ "ซูไท่ไท่เราตกลงกันแล้วว่าเ้าจะขายหลานสาวให้ข้า ข้าก็ให้เงินไปแล้วนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!"
"โอ๊ย! ใครกัน? กล้าดีอย่างไรถึงได้มาชนข้า"ซูไท่ไท่ยังคงคลำศีรษะล้มอยู่กับพื้น ยังไม่ทันจะลุกขึ้นพอได้ยินคำพูดของท่านหลง นางเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นพลันดำมืดด้วยโทสะ
"ซูอี้โจว! เ้าเองหรือ!ไม่ใช่ว่าข้าขายเ้าให้คนอื่นไปเป็คนรับใช้แล้วหรือ? ทำไมถึงแอบหนีกลับมากล้าดียังไงมาขัดขวางเื่ดีๆ ของย่าเ้า! รีบไสหัวมานี่!"
ซูอี้โจวแค่นเสียงเ็า"คนใจร้ายอย่างเ้าที่ฆ่าลูกสะใภ้แถมยังขายลูกหลานยังกล้าเรียกตนเองว่าย่าหรือ? น่าขยะแขยง! หว่านหว่าน!สั่งสอนพวกมัน!"
เมื่อนึกถึงเ้าของร่างเดิมที่ถูกสตรีชราผู้นี้ปล่อยให้อดตายซูอี้หว่านก็หน้าตึงขึ้นมาทันที นางยกกำปั้นขึ้น
ไม่นานนักเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากหลังโขดหินร่างสองร่างที่กำลังชกต่อยกันอย่างดุเดือดปรากฏให้เห็นภายใต้แสงตะวันยามเย็นพวกเขาผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่นานหลายรอบ จนกระทั่งคนที่อยู่บนพื้นลุกขึ้นไม่ไหวถึงได้หยุดมือ
"หว่านหว่าน อย่าเพิ่งฆ่าให้ตาย ให้เหลือแค่ลมหายใจรวยรินก็พอจะได้ไม่เปรอะเปื้อนมือเรา! ตอนนี้ขาดแคลนทั้งยาและอาหารพวกมันไม่ตายก็คงไม่สบายไปกว่ากันเท่าไรหรอก! ไปกันเถอะ!"
ซูอี้หว่านไม่พอใจแทนเ้าของร่างเดิมยกเท้าขึ้นเตะซ้ำไปอีกที
ซูไท่ไท่ไม่คิดว่าการขายหลานจะลงเอยด้วยการเกือบถูกหลานฆ่าเสียเองนางกัดฟันด้วยความแค้น "ซูอี้โจว ซูอี้หว่านพวกเ้าบังอาจทำร้ายผู้าุโ! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร! คอยดูเถิดข้าจะขับไล่พวกเ้าออกจากตระกูลซู! ปล่อยให้พวกเ้าอดตายข้างถนน… อ๊าก!"
ยังไม่ทันที่ซูไท่ไท่จะพูดจบก็มีเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนหน้าผากของนาง
ซูอี้หว่านหยุดฝีเท้าลงมองสบตานาง "ขยะเช่นเ้าหรือที่บังอาจเรียกตนเองว่าผู้าุโอีก?น่าขันสิ้นดี แล้วเื่ที่เ้าขับไล่พวกเราออกจากตระกูลซูเล่า?"
นางยื่นมือไปควานหาในกระเป๋าเสื้อของซูไท่ไท่หยิบป้ายปลาสามอันที่สลักคำว่า ‘ซูอี้โจว’ ‘ซูอี้หว่าน’ และ ‘จางอ้ายหลิน’ซึ่งเป็ป้ายประจำตัวของชาวแคว้นเยว่ออกมา
"นี่ไง! ไม่ต้องลำบากไล่หรอก พวกข้าไปเองนับั้แ่นี้พวกข้ากับตระกูลซูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กันอีก!"
พูดจบนางก็เตะซ้ำไปอีกครั้ง ก่อนจะถือป้ายปลาจากไปอย่างองอาจ
"เ้า! เ้าคนทรพี! รู้หรือไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็อย่างไร? ผู้คนต่างหนีตายกันอลหม่าน ขาดแคลนทั้งอาหารและที่ซุกหัวนอนทางการยังคงจับตัวชายฉกรรจ์ไปเป็ทหาร หากพวกเ้าดื้อดึงที่จะไปข้าเชื่อว่าไม่เกินสองวันก็ต้องคุกเข่ากลับมาขอร้องข้า!"
ซูไท่ไท่สู้ก็สู้ไม่ได้ หลานชายและหลานสาวก็หนีไปแล้ว มิได้เงินทองแม้เพียงเศษเสี้ยวด้วยโทสะทำให้นางล้มลงกับพื้น ส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด
ซูอี้หว่านหันกลับมามองด้วยสีหน้าท้าทาย"งั้นก็คอยดูว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่จะมาขอร้องใคร"
กล่าวจบนางก็หันไปจ้องท่านหลงด้วยสายตาอาฆาต
"อ้อ จริงสิ ท่านหลง อย่ามัวแต่โกรธพวกเราอยู่เลยพวกเราก็หวังดีกับท่านทั้งนั้น ซูไท่ไท่รู้อยู่แล้วว่าพี่น้องอย่างพวกเราต้องหนีแต่ก็ยังขายคนให้ท่าน เห็นได้ชัดว่าอยากจะหลอกเอาเงินท่านเพราะฉะนั้นท่านมีเื่แค้นใจอะไรก็ไปจัดการกับนางได้เลย อย่าได้กล่าวโทษผิดตัวเชียว!"
ว่าแล้วนางก็หัวเราะอย่างเ้าเล่ห์นางจูงมือพี่ชายรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปรวมกับคลื่นมหาชนผู้อพยพบนถนนสายนั้นทิ้งไว้เพียงสตรีชราที่โกรธจนแทบะโกับท่านหลงที่อยากจะบีบคอซูไท่ไท่ให้ตายคามือ
บนถนนหลวง
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตรายอยู่ด้านหลังซูอี้หว่านก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้น
ก่อนที่จะหมดสตินางได้ยินเสียงร้องอย่างน่าเวทนาของพี่ชาย
…
เมื่อซูอี้หว่านฟื้นขึ้นมาอีกครั้งนางก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่โรงน้ำชาโทรมๆ ที่เคยแวะพักเมื่อสองชั่วยามก่อนเมื่อมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าทั้งหน้าและหลังโรงน้ำชา รวมถึงบนถนนหลวงยังคงมีผู้ลี้ภัยหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ข้างๆ นางมีหญิงคนหนึ่งนอนอยู่สภาพร่อแร่ใกล้ตาย
เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นนางก็ลุกขึ้นพรวดพราด
"แม่!"
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิมหญิงผู้นี้คือ จางอ้ายหลิน มารดาของเ้าของร่างเดิมเพราะประหยัดอาหารให้บ้านตระกูลใหญ่ถึงห้าวันติดต่อกันจึงถูกปล่อยให้อดตายอย่างอนาถ ซูไท่ไท่ก็ไม่แม้แต่จะฝังศพให้
โชคดีที่ตอนนั้นยังไม่ได้ฝังเวลานี้หญิงผู้นี้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง แถมยังมีใบหน้าเหมือนกับแม่ของนางเป็ไปได้ว่านางจะข้ามภพมาด้วย
"ชู่! ต้องเรียกว่าท่านแม่สิ!" ซูอี้โจวกระซิบบอกนางเสียงต่ำ
เขาเป็ผู้ชายคนเดียวในบ้านการปกป้องแม่และน้องสาวเป็สิ่งที่ถูกสลักไว้ในดีเอ็นเอของเขาตอนนี้พวกเขาข้ามภพมาอยู่ในแคว้นเยว่ที่ไม่คุ้นเคย รอบๆโรงน้ำชาก็เต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย เพื่อความปลอดภัย ทางที่ดีอย่าทำตัวให้โดดเด่นนักต้องระมัดระวังทุกคำพูดและการกระทำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็
เขาเหลือบมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง โชคดีที่ไม่มีใครสนใจพวกเขานอกจากชายหนุ่มรูปงามในชุดปอนๆที่นั่งหลับตาพักอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่น